บทที่ 1329 อาจารย์เมตตาศิษย์กตัญญู
บทที่ 1329 อาจารย์เมตตาศิษย์กตัญญู
ท่ามกลางเสียงร้องงิ้วกึกก้อง ศิษย์พี่สามสีหน้าสับสน กล่าวพึมพำเสียงเบา
“เจดีย์ทมิฬหลอกข้า ให้ข้าคิดว่าเสียงเรียกมาจากเขาจักรพรรดิภูต…”
“แต่กลับไม่รู้ว่าเสียงเรียกแท้จริงมาจากที่นี่…”
“เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะนี้ ข้าเคยมาเยือน แต่ตอนนั้นข้าไม่มีสัมผัสรู้เช่นวันนี้…”
เสียงศิษย์พี่สามล่องลอยกลางพายุหิมะ สวี่ชิงเข้าใจ ต้นเหตุทั้งหมดนี้ ความจริงล้วนเป็นพลังราชาเทพของเจดีย์ทมิฬ
องค์ท่านหวังหลอมรวมศิษย์พี่สามกับจักรพรรดิภูตเข้าด้วยกัน
ไม่เพียงหลอกเขา แต่ยังส่งเสียงเรียกถึงเขาจักรพรรดิภูต
แม้ไม่รู้ว่าทำไมเจดีย์ทมิฬถึงให้ความสำคัญกับจักรพรรดิภูต…
แม้ว่าจักรพรรดิภูตแข็งแกร่ง แต่นั่นเป็นเพียงมุมมองของผู้บำเพ็ญขั้นต่ำ สำหรับระดับสูงกว่า พลังบำเพ็ญขั้นเตรียมสู่เทวะย่อมไม่เพียงพอ
‘เป็นไปได้ว่ามีความเกี่ยวข้องบางอย่างที่ข้าไม่รู้…’
สวี่ชิงครุ่นคิด ตอนนี้ศิษย์พี่สามเหมือนเหม่อลอย พึมพำเดินไปทางอุโมงค์ภูตช้าๆ
ไม่ได้หยุดพักตรงขอบอุโมงค์…
แต่กระโจนเข้าไป
สวี่ชิงตามหลังไป
ในอุโมงค์ภูตมืดสนิท เสียงร้องงิ้วชัดขึ้น ทั้งมีกระดาษเงินมากมายลอยออกมาจากส่วนลึกอุโมงค์ภูต
ไอพลังประหลาดที่นี่เข้มข้นถึงขีดสุด
แต่ศิษย์พี่สามไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ปล่อยให้ไอพลังประหลาดคุกคาม ปล่อยให้กระดาษเงินแผ่พลิ้วลอยวนข้างกาย ร่างเขาก้าวเข้าส่วนลึก… เร็วขึ้นเรื่อยๆ
คล้ายว่าในใจเขาตอนนี้
การรอคอยชาติแล้วชาติเล่าเหมือนเพื่อรอเวลานี้
ความทรงจำที่สูญหาย เงาร่างที่ลืมเลือน พริบตานี้เหมือนย้อนทวนกาลเวลา ฉายภาพวัฏจักรซ้ำอีกครั้ง กลายเป็นภาพวาบผ่านสมองเขา
สีหน้าเขาตื่นเต้นอยู่บ้าง ตัวเขาสั่นเทาเล็กน้อย
เมื่อเห็นทั้งหมดนี้ ในหัวสวี่ชิงเผยอีกร่างหนึ่งในความทรงจำ
คนผู้นั้นเคยอยู่แดนต้องห้ามริมค่ายเก็บกวาดของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ท่ามกลางเสียงลำนำ มองคนรักเดินมา เผยสีหน้าคล้ายกัน ตื่นเต้นและตัวสั่นเทาเหมือนกัน
‘หัวหน้าเหลย…’
สวี่ชิงพึมพำในใจ ตามหลังศิษย์พี่สามเงียบๆ
ขับไล่ไอพลังประหลาด เร่งความเร็วให้เขา
สุดท้ายในอุโมงค์ภูตดำสนิท มีตะเกียงสีแดงดวงหนึ่งปรากฏช้าๆ เมื่อเข้าใกล้เรื่อยๆ… บ้านไม้หลังหนึ่งปรากฏในสายตาของศิษย์พี่สาม
นั่นคือบ้านไม้ปรักหักพัง คล้ายผ่านกาลเวลาไร้สิ้นสุด กำลังเสื่อมสภาพผุพัง
ลักษณะบ้านไม้เป็นทรง 5 เหลี่ยม
ทุกมุมมีโซ่เหล็กสีเทาเส้นหนึ่ง เชื่อมต่อผนังดินห่างไกล
ทั้ง 5 มุมของบ้านไม้ ส่วนที่เชื่อมต่อกับโซ่เหล็ก มีซากศพชวนประหวั่นอยู่
ศพหนึ่งเปียกโชกทั้งตัว เน่าเปื่อยถึงขีดสุด สวมชุดคลุมยาวสีดำขาดวิ่น คล้ายผ่านกาลเวลามายาวนาน ชุดฉีกขาดเป็นรูพรุน
อีกศพวาง 2 มือตรงช่วงท้อง ทำท่าแหวกออก เผยช่องท้องปราศจากอวัยวะภายใน
ศพที่ 3 ต่างจาก 2 ศพแรก ลำคอเขาพันด้วยเถาวัลย์สีแดงเส้นหนึ่ง ผูกรัดอย่างแน่นหนา
ปลายเถาวัลย์ 2 ด้านถูก 2 มือของศพนี้คว้าไว้ ดึงทึ้งเต็มแรง รัดคอตัวเองตาย
ศพที่ 4 กับศพที่ 5 แปลกประหลาดเช่นกัน
ตำแหน่งของฝ่ายแรกคือป้ายหลุมศพไร้อักษร
ใต้หลุมศพมีโครงกระดูกทารกร่างหนึ่งนอนอยู่
ส่วนศพที่ 5…คือศพถูกไฟไหม้ ท่าทางนั้น…สวี่ชิงคุ้นเคยดี
ใช่ว่าเขาเคยเห็นศพนั่น แต่เป็นผู้สืบทอดมรรคาล้ำบารมีซึ่งตายที่นี่เมื่อปีนั้น…
“ทองคือล้วงคว้าน ไม้คือแขวนคอ น้ำคือจมน้ำ ไฟคือมอดไหม้ ดินคือฝังกลบ”
สวี่ชิงกล่าวเสียงเบา จากนั้นค่อยมองบ้านไม้ซึ่งถูกโซ่เหล็ก 5 เส้นแขวนไว้กลางอากาศ
ในบ้านไม้มีแสงแดงริบหรี่ สะท้อนเงาร่างหญิงสาวคนหนึ่งบนกระดาษหน้าต่าง
เมื่อมองผ่านกระดาษหน้าต่างชำรุดย่อมเห็นว่านั่นคือหญิงสาวสวมชุดงิ้วสีแดง นางนั่งริมหน้าต่าง ตอนนี้กำลังยื่นมือขาวกระจ่างดุจหยกออกมาโปรยกระดาษเงิน
กระดาษเงินมากมายแผ่พลิ้ว ถูกกลิ่นอายเยียบเย็นม้วนพัดขึ้นไป
ทว่าชั่วพริบตายามกระดาษเงินลอยล่อง มือที่ยื่นออกมากลับชะงัก
เสียงขับงิ้วหยุดลงทันที
“เจ้า… มาแล้ว…”
เสียงนุ่มนวลปนขมขื่นดังก้องบ้านไม้
ตัวศิษย์พี่สามสั่นเทิ้ม มองร่างสะท้อนบนกระดาษหน้าต่าง
“ข้ามาช้าไป…”
ยามพึมพำศิษย์พี่สามคิดเปิดบ้านไม้ แต่ประตูบ้านไม้กลับไม่เปิดออกแม้แต่น้อย
“นั่งคุยกับข้าอยู่ข้างนอก…ก็พอ…”
ในบ้านไม้เสียงหญิงสาวสั่นเครือ
ศิษย์พี่สามพยักหน้า นั่งนอกบ้านไม้ มองเงาร่างบนกระดาษหน้าต่าง ความทรงจำวาบผ่านสมองภาพแล้วภาพเล่า แต่กลับเลือนรางตลอด
ความรู้สึก 7 ชาติภพ สุดท้ายบรรจบชาตินี้
เขาพบว่าตนจำได้เพียงความรู้สึก แต่กลับลืมเลือนคน
สวี่ชิงมองภาพนี้ ทอดถอนใจเสี้ยวหนึ่ง
ด้วยนางบนกระดาษหน้าต่างยังเจิดจรัส
แต่นางในบ้านไม้เป็นซากศพแล้ว
แท่นบูชานี้ พิธีนี้ ไม่ใช่ 5 ศพ…
แต่เป็น 6 ศพ!
ตัวนางคือศพที่ 6 ศพมั่นรัก
ดังนั้นพวกเขา…ต้องการเวลาเป็นส่วนตัว
สวี่ชิงจึงเบี่ยงสายตามองใต้บ้านไม้
คนอื่นไม่เห็น แต่ในสายตาของสวี่ชิง ทุกอย่างที่นี่ชัดเจนหาใดเปรียบ รวมถึงดวงตาซึ่งกำลังสั่นเทา ไม่กล้าลืมตาล่างอุโมงค์ภูตด้วย
ปีนั้นหลังจากดวงตานี้เปิด มันสร้างแรงกดดันมหาศาลแก่สวี่ชิง ทำให้เขาตกสู่วิกฤติเป็นตาย หากไม่ใช่ว่ามีคนช่วย เกรงว่าตนคงตายเพราะกลายพันธุ์แล้ว
แต่ตอนนี้สำหรับสวี่ชิง ดวงตานี้กลับไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง
“ที่แท้มาจากนภาเจิดจรัส” สวี่ชิงกล่าวเสียงเบา เขาสัมผัสคลื่นสายโลหิตเหมือนรัชทายาทจินอูได้จากดวงตานี้
เขาจึงยกมือขึ้นคว้าเล็กน้อย
ครู่ต่อมาดวงตาเทพเจ้าสั่นเทานั้นได้รับผลกระทบทันที หดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายกลายเป็นขนาดเท่ากำปั้น ลอยมากลางฝ่ามือสวี่ชิง
ดวงตาสีทองยิ่งสั่นระริก
สวี่ชิงไม่สนดวงตาเทพบนมือ หลังจากเก็บไป ไอพลังประหลาดในอุโมงค์ภูตเสียต้นกำเนิด น้อยลงมากชั่วพริบตา
แม้แต่บ้านไม้ผุพังยังมีพลังชีวิตขึ้นช้าๆ
สวี่ชิงมองเงาร่างในบ้านไม้ ทั้งมองศิษย์พี่สาม ก่อนถอยออกไปช้าๆ
ก้าวไปข้างบน
เมื่อจวนออกจากอุโมงค์ภูต สวี่ชิงชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองผนังหินส่วนหนึ่งของอุโมงค์ภูต
ที่นั่นมีเงาร่างหนึ่งกำลังมองตนอย่างสั่นเทา
นั่นคือตะขาบสาวที่เคยช่วยตนเมื่อปีนั้น
สวี่ชิงแววตาอ่อนโยน ยกมือขวาขึ้นสะบัดโบก ต้นกำเนิดพลังเซียนแผ่ออกมาทันที ซึบซาบเข้าร่างกายตะขาบสาว สร้างรากฐานใหม่ให้อีกฝ่าย
ตะขาบสาวตัวสั่นสะท้าน เมื่อเงยหน้าอีกครั้ง เงาร่างสวี่ชิงก็หายไปแล้ว
…
ลมหิมะยังพลิ้วไหว
เวลาราวผลึกหิมะโปรยปรายโรยร่วง
สวี่ชิงยุติการกดข่มแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ไม่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอีก
แต่ความเด่นผงาดของเผ่ามนุษย์ย่อมเลี่ยงไม่ได้ ภายใต้การนำของจักรพรรดินี หมื่นเผ่าติดตาม แม้แต่เผ่าแข็งแกร่งที่มีเทพเจ้าก็เช่นกัน
เทพเจ้าเหล่านั้นส่วนใหญ่เลือกซ่อนตัว
มีเพียงเผ่านภาคิมหันต์ เมื่อร่างแยกของจิ้งจอกดินกลับมารวมกับร่างต้น ถึงเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมา ทะยานเหนือตะวันจันทรา ทั้งร่วมมือกับเผ่ามนุษย์
ช่วยเผ่ามนุษย์สร้างยุคสมัยใหม่
ระหว่างนี้มีผู้คิดขัดขืนบางส่วน ทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เหมือนตะแกร่งร่อน หลังจากเสี้ยวหน้าเทพเจ้ามาเยือน ถูกแต่ละฝ่ายแทรกซึมด้วยวิธีนานัปการ
บ้างมาจากระบบดาวที่ 9 บ้างมาจากระบบดาวซึ่งห่างไกลกว่า
แต่เมื่อจิ้งจอกดินลงมือ ทุกอย่างล้วนคลี่คลายอย่างราบรื่น แม้ว่าเจอผู้เกี่ยวข้องกับขุมอำนาจนอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็มีพวกโจวเจิ้งลี่จัดการ
ทุกขั้นตอนเลยราบรื่นหาใดเปรียบ
ขณะที่เรื่องราวดำเนินไป สวี่ชิงไม่ได้พบปะสหายเก่า แต่ร่วมทางกับเอ้อร์หนิว…มาเยือนสิ่งที่ผนึกไว้ใต้เมืองหลวงเผ่ามนุษย์…
ทางเข้านภาเจิดจรัส!
บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นอกจากแดนใหญ่กลืนนภาแล้ว ตอนนี้สวี่ชิงเห็นว่าโดยพื้นฐานไม่มีปัญหาร้ายแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม
แต่ล่างแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีนภาเจิดจรัสอยู่…
ทั้งถึงเวลาต้องจัดการแล้ว
นอกจากนี้ร่างต้นของศิษย์พี่ใหญ่ก็อยู่ที่นภาเจิดจรัสด้วย
“ข้าขอบอกเจ้านะอาชิงน้อย แม้ว่าเจ้าเก่งกาจ แต่ที่นภาเจิดจรัสศิษย์พี่ใหญ่เจ้าร้ายกาจนัก!”
ตรงทางเข้าผนึก เอ้อร์หนิวกล่าวอย่างภาคภูมิ
แต่เขาเพิ่งพูดจบ ด้านข้างมีคนเงื้อมือตบศีรษะเขาเต็มแรง
“เจ้าร้ายกาจรึ ถ้าเจ้าเก่งนักทำไมไม่วิ่งออกมาเองเล่า หนีมาแค่ร่างแยกแล้วได้อะไร!”
นายท่านเจ็ดถลึงตามองเอ้อร์หนิว
การมุ่งหน้าไปนภาเจิดจรัสครั้งนี้ นายท่านเจ็ดก็มาด้วย
ตอนนี้เขาไม่สนท่าทางน้อยใจของเอ้อร์หนิว หันมามองสวี่ชิงอย่างอ่อนโยน แววตาเจือความภาคภูมิ คล้ายสวี่ชิงที่อยู่ตรงหน้าคือศิษย์เพียงคนเดียวในชีวิตเขา
“ศิษย์รัก อาจารย์คุ้นเคยกับนภาเจิดจรัสกว่าหน่อย ข้าพาเจ้าไปย่อมราบรื่นกว่า”
“ปีนั้นเหล่าผู้อาวุโสฆ่าจักรพรรดิเทพนภาเจิดจรัสไม่ตาย ได้แค่ผนึกไว้…”
“คิดว่าองค์ท่านยังไม่ตาย ทั้งจากการวิเคราะห์ของข้า จักรพรรดิเทพองค์นั้นคงไม่ใช่ระดับนายแห่งเทพ แต่กลับใกล้เคียงมากแล้ว”
สวี่ชิงพยักหน้าเล็กน้อย คารวะอย่างนอบน้อม “รบกวนอาจารย์แล้ว”
“ไม่เป็นไร คล้ายอาจารย์พาเจ้าไปวังใต้ดินเมื่อปีนั้น ครั้งนี้อาจารย์จะพาเจ้าไปนภาเจิดจรัส!”
นายท่านเจ็ดสะบัดมือ รอยยิ้มยิ่งอ่อนโยน
เอ้อร์หนิวที่เหมือนถูกละเลยอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้อัดอั้นตันใจ รีบเอ่ยปากกล่าว “อาจารย์ ท่านลำเอียงเกินไปแล้ว ตอนนั้นท่านพาข้ากับอาชิงน้อยไปวังใต้ดินพร้อมกัน ทำไมตอนนี้ท่านไม่เอ่ยถึงข้าสักคำ!”
“อีกอย่าง…นภาเจิดจรัสนั่น ข้าก็คุ้นเคย ข้ารู้จักดีกว่าท่าน! ท่านเคยเห็นจักรพรรดิเทพนั่นหรือไม่ ข้าบอกท่านนะตาเฒ่า สถานที่ผนึกจักรพรรดิเทพ ข้าเคยไปเห็นกับตา ตอนนั้นข้า…”
เอ้อร์หนิวไม่พอใจ เอะอะขึ้นมา แต่พูดไม่ทันจบ นายท่านเจ็ดถีบเอ้อร์หนิวไปยังทางเข้าเต็มแรง
“เจ้าคนเฮงซวย ในเมื่อเจ้าชอบเรียกข้าว่าตาเฒ่า ภายหน้าอย่าเรียกข้าว่าอาจารย์ เจ้ารู้จักนภาเจิดจรัสดีหรือ ถ้าอย่างนั้นเจ้าเข้าไปสำรวจทางก่อนเลย!”
เอ้อร์หนิวร้องโหยหวน ตกลงไปในทางเข้าผนึก นายท่านเจ็ดไม่แม้แต่จะมอง ยิ้มแย้มมองสวี่ชิง จับมือสวี่ชิงไว้
“ศิษย์รัก พวกเราไปกันเถอะ”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1329 อาจารย์เมตตาศิษย์กตัญญู"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com