บทที่ 1328 การรอคอยทั้ง 6 ชาติ
บทที่ 1328 การรอคอยทั้ง 6 ชาติ
วิถีสวรรค์ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สร้างขึ้นใหม่ นับจากนี้…1 วิถีนิจนิรันดร์ 99 วิถีสืบสานเส้นทางแห่งการบำเพ็ญ
สำหรับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นี่คือบุญกุศล
สำหรับหมื่นเผ่าพันธุ์ นี่คือความหวัง
เส้นทางแห่งการบำเพ็ญ ในที่สุดก็ได้รับการสืบสานต่อ!
ความมุ่งมั่นจากจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล จะใช้ตำแหน่งเซียนคิมหันต์ของเขาในอดีต จุดโคมไฟดวงหนึ่งขึ้นในความมืดมิดที่เบื้องหน้าหมื่นเผ่าพันธุ์
ในขณะเดียวกันกับที่ปัดเป่าหมอกคลุมเครือ เคลื่อนหน้าไปในทิศทางของแสงไฟ ก็สามารถไปถึงอีกฝั่งได้!
“ยังมีเรื่องบางอย่างที่ต้องไปจัดการ”
บนท้องฟ้า สวี่ชิงมองไปยังพื้นดิน ขณะพึมพำก็ก้าวเดินไปข้างหน้า
พวกโจวเจิ้งลี่ติดตามอยู่ข้างหลัง ไปพร้อมกับเขา
เช่นนี้เอง เวลาหมุนผ่าน 3 วันผ่านไป
ในช่วง 3 วันนี้ สวี่ชิงไปมาหลายที่
เผ่าพันธุ์แข็งแกร่งซึ่งมีเทพเจ้าอยู่เหล่านั้น เงาร่างของเขาล้วนก็ลงไปเยือนในทุกๆ แห่ง
ยังมีสถานที่ที่สงสัยว่ามีร่องรอยของพลังจากโลกภายนอก สวี่ชิงก็เข้าไปในนั้นด้วยเช่นกัน
สุดท้ายก็ถอนโคนหมากจากโลกภายนอกเกือบทั้งหมดที่อยู่ในที่แจ้ง ออกมาทีละตัว…ทีละตัว
เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ การผสานของเซียนและเทพในตัวเขาก็มาถึงขีดจำกัด ไม่อาจคงอยู่ต่อไปได้ ในช่วงพลบค่ำของวันที่ 3 ก็แยกออกจากกันที่ข้างหน้าภูเขาจักรพรรดิภูต
กายเทพแยกออก ผสานหลอมรวมกับคุณสมบัติเทพ
ในมุมหนึ่ง กายเทพ…สามารถมองว่าเป็นร่างแยกของซ่างฮวงได้แล้ว
องค์ท่านสร้างขึ้นด้วยเลือดและเนื้อของซ่างฮวง ตอนนี้ก็มีคุณสมบัติเทพของซ่างฮวงด้วย
แม้ว่าจะยังคงเชื่อมต่อกับสวี่ชิงอย่างคลุมเครือ และมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีความไม่แน่นอนมากมายนัก
และด้วยเหตุนี้เอง สวี่ชิงจึงไม่ได้ปล่อยให้องค์ท่านกลับไปที่วังใต้ดิน
แต่จมลงไปในส่วนลึกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
จากนั้น เขาที่กลับคืนสู่ร่างเซียน ท่ามกลางแสงสลัวของยามพลบค่ำ ยืนอยู่หน้าภูเขาจักรพรรดิภูต จ้องมองไปยังภูเขาอันกว้างใหญ่ลูกนี้
ข้างหลังของเขาคือโจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ที่ติดตามมาอย่างเงียบๆ
ส่วนข้างหน้าของเขา…บนภูเขาจักรพรรดิภูต ก็มีคนคนหนึ่ง
คนนั้น นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดภูเขาจักรพรรดิภูต เสื้อผ้าค่อนข้างสกปรก หน้าตาก็โทรมเซียว กำลังหลับตาสัมผัสรับรู้
“ศิษย์พี่สาม” สวี่ชิงพูดเบาๆ
เงาร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนภูเขาจักรพรรดิภูตนั้น คือศิษย์คนที่สามของนายท่านเจ็ด ศิษย์พี่สามของสวี่ชิงนั่นเอง!
ตอนนั้น ภายใต้เคราะห์ภัยของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นายท่านเจ็ดปิดด่าน สวี่ชิงเดินทางออกไปข้างนอก เอ้อร์หนิวมุ่งหน้าไปยังนภาเจิดจรัส ศิษย์พี่รองเฝ้าสำนัก 7 เนตรโลหิต ส่วนศิษย์พี่สาม…เขามาที่ภูเขาจักรพรรดิภูต
นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา
เมื่อนั่งลงก็เป็นเวลาเกือบ 30 ปี
เขาคิดจะหวนคืน คิดจะอาศัยพลังในอดีตชาติ มาปกป้องคนที่เขาสนใจในชาตินี้
เพราะเขา คือการกลับชาติมาเกิดของจักรพรรดิภูต!
และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภูเขาจักรพรรดิภูต…เห็นได้ชัดว่านายท่านเจ็ดรู้ อีกทั้งในความทรงจำในอดีตของสวี่ชิง ก็มีร่องรอยปรากฏขึ้นหลายครั้ง
ตอนนั้นจักรพรรดิภูตนั่งสมาธิละสังขารที่มณฑลรับเสด็จราชัน 3 จิตกลายเป็นภูเขา 7 วิญญาณกลายเป็นความอาฆาต
พลังวิญญาณของเขากระจายออกไป หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตทั้งหลายในมณฑลรับเสด็จราชัน
แต่เห็นได้ชัดว่าแก่นวิญญาณของเขายังคงอยู่ กระจายไปพร้อมกับวิญญาณ บางทีอาจจะเป็นการกลับชาติมาเกิด หรือบางทีอาจจะเป็นการลงมือจากพลังภายนอก ทำให้เขาในวันหนึ่งหลังจากหลายปี กลับมาเกิดใหม่ที่มณฑลรับเสด็จราชัน
ในวัยเด็กประสบกับความยากลำบาก ประสบกับความแค้นชิงชัง สุดท้ายก็ถูกบ่าวรับใช้ส่งไปยังสำนัก 7 เนตรโลหิต
ฝากตัวเป็นศิษย์กับนายท่านเจ็ด
กลายเป็นศิษย์คนที่สามของนายท่านเจ็ด
แต่เห็นได้ชัดว่า ระหว่างชาติที่แล้วกับชาตินี้ มีร่องลึกไร้รูปร่าง หากต้องการกลับคืนสู่ร่างหลัก อยากจะหลอมผสาน คิดจะนำพลังในอดีตชาติกลับมา ไม่ใช่เรื่องง่าย
3 จิตไม่กลับ 7 วิญญาณไม่ขยับเคลื่อนไหว
แก่นวิญญาณ…ก็เป็นเพียงแก่นวิญญาณเท่านั้น
ดังนั้น ศิษย์พี่สามที่นั่งอยู่บนภูเขาจักรพรรดิภูตมาเกือบ 30 ปี จึงไม่ประสบความสำเร็จ
บางที หากสวี่ชิงไม่กลับมา เช่นนั้นภายใต้เคราะห์ของเซียนโบราณ เจดีย์สีดำแห่งระบบดาวที่ 9 ที่อยู่เบื้องหลังศิษย์พี่สาม อาจจะส่งความช่วยเหลือมา ทำให้เขาสามารถผสานกับชาติที่แล้วได้สำเร็จ
กลายเป็นหมากที่ดียิ่งขึ้นไปอีกของเจดีย์สีดำในการวางแผนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
แต่ในตอนนั้น เขาบางทีอาจจะไม่ใช่เขาอีกต่อไปแล้ว
แต่การกลับมาและการกำหนดขอบเขตของสวี่ชิง ได้ยุติเคราะห์เซียนโบราณ ขณะเดียวกัน เจดีย์สีดำแห่งระบบดาวที่ 9 ในบรรดาราชาเทพทั้ง 4 ก็เป็นเพียงคนเดียวที่เลือกที่จะตัดผลกรรมเวรทั้งหมด
ดังนั้น ศิษย์พี่สาม…เป็นอิสระแล้ว
ตอนนี้ จากเสียงดังสะท้อนก้องจากเสียงของสวี่ชิงดังก้อง ศิษย์พี่สามที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดภูเขาจักรพรรดิภูต ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และพูดเสียงแหบแห้ง “ศิษย์น้องสี่…”
ความสัมพันธ์ระหว่างสวี่ชิงกับศิษย์พี่สามผู้นี้ เทียบกับศิษย์พี่รองและศิษย์พี่ใหญ่แล้วจืดจางกว่ามาก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันก็น้อยมาก ภาพที่ประทับในความทรงจำลึกซึ้งที่สุดคือที่สำนัก 7 เนตรโลหิตในตอนนั้น องค์หญิงแห่งเผ่าเงือกองค์นั้น
องค์หญิงองค์นั้นเมื่อตอนนั้น ขณะที่หนีจากการไล่ล่าของเขาก็เข้าไปในเรือเวทของศิษย์พี่สาม จากนั้นศิษย์พี่สามก็หักคอนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ภาพฉากนั้นเคยนำมาซึ่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสวี่ชิง
แต่ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง ในใจของเขาจึงมีความระมัดระวัง และทำให้หลังจากนั้นเขาก็ไม่ค่อยติดต่อกับศิษย์พี่สาม
ตอนนี้ที่หวนย้อนคิดถึงอดีต มองดูปัจจุบันอีกครั้ง ในใจสวี่ชิงก็รู้สึกสะท้อนใจ
ดังนั้นจึงก้าวเดินไปก้าวหนึ่ง มาปรากฏตัวบนภูเขาจักรพรรดิภูต ยืนอยู่ข้างศิษย์พี่สาม
มองศิษย์พี่สามที่หน้าตาเซียวโทรม สวี่ชิงเอ่ยขึ้นเบาๆ “ศิษย์พี่สาม ต้องการให้ข้าช่วยท่านกลับคืนสู่ชาติก่อนหรือไม่”
ศิษย์พี่สามเงียบนิ่ง ดวงตาฉายความสับสนออกมา ครู่หนึ่งก็ส่ายหน้า “น้องสี่ เจ้าอยากฟังเรื่องราวของข้าไหม”
สวี่ชิงพยักหน้า
ศิษย์พี่สามยกมือขึ้น หยิบเหล้าเก่าออกมา 1 ขวด ดื่มลงไปอึกหนึ่ง เอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง
“ข้าเกิดที่มณฑลรับเสด็จราชันนี้…และหลังจากเกิด เดิมทีข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับจักรพรรดิภูต”
“แต่มีเสียงหนึ่ง ที่เรียกอยู่ตลอดเวลา…”
“ทิศทางที่ชี้ก็คือภูเขาลูกนี้”
“อีกทั้งจากการเติบโตขึ้นของข้า เสียงเรียกขานนี้ก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ข้ารู้สึกได้อย่างรางเลือน เหมือนว่า…ภูเขาลูกนี้ก็คือตัวข้า”
“จวบจนกระทั่งอาจารย์ปิดด่าน เสียงนี้ก็ยิ่งถี่ขึ้น ข้าจึงมาที่นี่”
“เจ้าหายตัวไป ศิษย์พี่ใหญ่ก็หายตัวไปเช่นกัน ข้าเดาได้ว่าพวกเจ้าออกไปหาทางช่วยอาจารย์ ข้าก็อยาก…”
“ดังนั้น ข้าจึงอยู่ที่นี่ คิดจะผสานกับภูเขาลูกนี้ ในกระบวนการนี้…ข้าเห็นเจดีย์สีดำองค์หนึ่ง”
“เจดีย์นั้นบอกข้าว่า หลายปีมานี้ เสียงที่เรียกข้าไม่ใช่ภูเขาจักรพรรดิภูต แต่เป็นองค์ท่าน องค์ท่านกำลังเรียกขาน องค์ท่านต้องการวิญญาณของข้า ร่างกายของข้า ทุกสิ่งของข้า และองค์ท่านสัญญาว่า จะปกป้องสำนัก 7 เนตรโลหิต”
“ข้าตกลงแล้ว”
ศิษย์พี่สามพึมพำ
“ความจริง ข้าก็ไม่รู้ว่า ระหว่างข้ากับภูเขาจักรพรรดิภูต เป็นชาติที่แล้วกับชาตินี้จริงๆ หรือไม่…”
“แต่ข้าอยากลองดู ดังนั้น ด้วยความช่วยเหลือจากเจดีย์สีดำ ข้าจึงเริ่มหลอมผสานกับภูเขาจักรพรรดิภูต กระบวนการนี้ยาวนานนัก จนกระทั่งสุดท้าย ข้าเห็นเจ้าอย่างรางเลือน ศิษย์น้องสี่ ข้าเห็นเจ้ากำหนดขอบเขตห้วงท้องฟ้าดารา”
“และยังเห็นเจดีย์สีดำนั่น ตัดขาดความสัมพันธ์กับข้า ให้อิสระแก่ข้า…”
“แต่ว่า…”
ศิษย์พี่สามเงยหน้าขึ้น มองไปยังสวี่ชิง
“ในเสี้ยวพริบตาที่ตัดขาด ข้าก็พบว่าเสียงที่ปรากฏตั้งแต่ข้ายังเด็ก คอยเรียกขานข้ามาครึ่งชีวิตนี้…กลับยังคงอยู่!”
“เสียงนี้ ไม่ได้มาจากเจดีย์สีดำเลย กระทั่งว่าข้านั่งอยู่ที่นี่ ก็ยืนยันได้ว่าไม่ได้มาจากภูเขาจักรพรรดิภูต…ก่อนหน้านั้น เจดีย์สีดำหลอกข้า”
“เสียงนั่น…มาจากทิศทางนั้น…”
ศิษย์พี่สามยกมือขึ้น ชี้ไปทางทิศเหนือ
“มีคนคนหนึ่ง อยู่ที่นั่น รอข้า…มาเนิ่นนานหลายปี…”
สวี่ชิงมองไปตามที่ศิษย์พี่สามชี้ มองไปยังทิศเหนือ ในใจในเสี้ยวขณะนี้เกิดระลอกคลื่นปั่นป่วน
นั่นคือทิศทางของเสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะ นั่นคือ…ที่ตั้งของอุโมงค์ภูต!
“เจ้าถามข้าว่าอยากหลอมผสานกับจักรพรรดิภูตไหม ข้าไม่อยาก ศิษย์น้องสี่ ข้าอยากไปที่นั่น อยากไปหาต้นกำเนิดของเสียงเรียก…ไปพบคนที่เรียกข้า”
ศิษย์พี่สามมองสวี่ชิง
“ได้”
สวี่ชิงยกมือขึ้นสะบัดไปทันที ฟ้าดินบิดเบี้ยวทันใด มิติก็พร่าเลือน เสี้ยวพริบตาต่อมา…ร่างของเขากับศิษย์พี่สามก็หายไปจากภูเขาจักรพรรดิภูตแล้ว
ในยามที่ปรากฏตัวขึ้น ก็อยู่บนที่ราบน้ำแข็งทางตอนเหนือของมณฑลรับเสด็จราชันแล้ว
ยืนอยู่บนท้องฟ้า
และจากการปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิงและศิษย์พี่สาม เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะขนาดมหึมาต้นนี้ ก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมา อักขระตราประทับที่แต่เดิมหมองหม่นแต่ละตัว…แต่ละตัว บนนั้น สว่างขึ้นพร้อมกันในทันที
สุดท้าย เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะทั้งต้นก็กะพริบแสงเจิดจ้าพร่างพรายออกมา
แต่ศิษย์พี่สามไม่ได้สนใจความผิดปกติของเสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะ สายตาของเขาตอนนี้ ไม่วอกแวกเลย จับจ้องไปที่พื้นดิน
พูดให้ชัดคือ สายตาที่เขามองไป…คือจุดที่เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะเชื่อมต่อกับพื้นดิน!
ซึ่งก็คือทางเข้าอุโมงค์ภูต!
“หลายปีมานี้ เสียงที่เรียกข้ามาโดยตลอด ที่แท้อยู่ที่นี่…”
เสียงของศิษย์พี่สามสั่นเล็กน้อย ขณะที่พึมพำ เขาก็ยกมือขึ้นไปตามสัญชาตญาณ กดไปที่เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะ
จากการยกมือขวาขึ้นของเขา บางทีอาจเป็นเพราะการผสานอย่างต่อเนื่องกับภูเขาจักรพรรดิภูตมา 30 ปี หรือบางทีอาจเป็นเพราะไม่มีอิทธิพลภายนอกจากเจดีย์สีดำของราชาเทพ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะนี้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป
ดังนั้น เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะจึงคำรามกึกก้องขึ้นทันที
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้บำเพ็ญในกระโจมรอบๆ เสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะต้นนั้น ภายใต้เสียงเลื่อนลั่นนี้ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมา
ในกระบวนการนี้ ที่ราบน้ำแข็งสั่นสะเทือน!
และการลอยขึ้นของเสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะก็สูงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ถูกถอนออกจากพื้นดินทันที!
ทะยานขึ้นฟ้าฉวัดเฉวียน!
บนพื้น ลมพายุคลั่งพัดหอบ กระหน่ำกวาดไปทั่วทุกทิศ กระโจมนับไม่ถ้วนถูกพัดปลิวไป ผู้บำเพ็ญจากเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่ฝึกฝน ก็ต่างถอยหลังไปด้วยความตกตะลึง
ยิ่งมีผู้ครองกระบี่บางคนในที่นี้ ในเสี้ยวขณะนี้ต่างสีหน้าเปลี่ยนไป พากันพุ่งขึ้นไปบนฟ้า จะดูว่าเกิดอะไรขึ้น
และบนพื้นดิน จากการลอยขึ้นของเสามรรคาสวรรค์พ้นพันธะ หลุมขนาดมหึมาอีกทั้งยังมืดมิดก็พลันปรากฏขึ้น!
หลุมนั้นก็คือ…อุโมงค์ภูตนั่นเอง!
ในขณะเดียวกับที่มีกลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมามาจากในนั้นเป็นระลอก…ระลอก ก็มีเสียงผู้หญิงร้องเพลงงิ้ว ดังสะท้อนเย็นเยือกออกมาจากอุโมงค์ภูต
“อดีตชาติไม่มา เดินทางสู่ภพภูมิใหม่เช่นเดิม ตัดความคะนึงหาวาดเป็นฝุ่นผง…”
“ชาตินี้เฝ้าวนเวียน ชีวิตที่เหลือฝังกลบชั่วนิรันดร์ ใครกันเฝ้ารออยู่ในวัฏสงสาร…”
เสียงนั้นเศร้าโศกและไพเราะ ราวกับร้องไห้ ราวกับบอกเล่า
ราวกับว่ามีความเสียใจและความอาลัยนับไม่ถ้วนในชาติภพก่อน ความรู้สึกลึกซึ้งแทรกซึม ผสมความสับสนของชาตินี้ ความเหงาเดียวดายของชีวิตที่เหลือเข้าไปในทำนองนี้
ทุกคำล้วนเหมือนกับถูกบดด้วยความรักความคิดถึงและความโดดเดี่ยวนับไม่ถ้วน หมุนวนไปในลมและหิมะ ลากปลายเสียงยาว ราวกับเส้นใยแห่งความรักที่ตัดไม่ขาด คลี่ไม่ออก ถักทอเป็นม้วนภาพวาดที่งดงามเศร้าโศกและหม่นหมองว่างเปล่าไปในฟ้ากับดิน
ทำให้ผู้คนราวกับเรื่องราวต่างๆ ที่พลาดไปในอดีต ความรักที่ถูกปิดผนึกไว้ในกาลเวลา ทำได้เพียงแปรเปลี่ยนเป็นฝุ่นผงอย่างจนปัญญา สลายไปในสายลมแห่งกาลเวลา ทิ้งไว้เพียงความโศกอาลัยยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงหัวใจจางๆ
ขึ้นๆ ลงๆ…
ชาติที่ 3 นอกความฝัน ความทรงจำเก่ายากจะเปลี่ยน เหลือเพียงความอาลัยที่แกว่งไกวในสายลม
ชาติที่ 4 โศกโศกา ความมุ่งมั่นพังทลาย น้ำตาหลั่งข้างสะพานไน่เหอ
ชาติที่ 5 ว่างเปล่า วาสนายากจะหวนกลับมาอีก ยืนพิงถ้ำหนาวเหน็บบอกเล่าความรู้สึกที่อัดอั้น
ชาติที่ 6 โดดเดี่ยว ความฝันเก่ากลายเป็นหมอก ความงดงามสลายสิ้นยากหวนคืน…
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1328 การรอคอยทั้ง 6 ชาติ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com