บทที่ 1338 จื่อเสวียนฟื้นตื่น
บทที่ 1338 จื่อเสวียนฟื้นตื่น
เวลาไหลผ่าน 20 ปีผ่านไป
ในช่วง 20 ปีนี้ รูปแบบของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน!
ภายใต้ชื่อเสียงของสวี่ชิง จักรพรรดินีได้ขยายอาณาเขต รุดหน้าไปอย่างฮึกเหิมราบรื่น ทำให้ดินแดนเผ่ามนุษย์กลับคืนสู่ระดับในยุคสมัยของจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง
นี่ยังเป็นพื้นที่ที่ปกครองดูแลโดยตรง หากเป็นการควบคุมทางอ้อม เผ่ามนุษย์ในตอนนี้ ในช่วง 20 ปีนี้ ก็ได้กลายเป็นเผ่าอันดับหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไปแล้ว
ครอบครองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไปกว่าครึ่ง!
ส่วนพื้นที่ที่เหลือเหล่านั้นล้วนเป็นศูนย์กลางอำนาจของเทพเจ้าและเผ่าพันธุ์เก่าแก่โบราณทั้งหลาย สำหรับเผ่ามนุษย์…ขั้วอำนาจเหล่านี้แม้จะกริ่งเกรง ไม่อยากหาเรื่อง แต่ก็ไม่ยอมที่จะก้มศีรษะให้ง่ายๆ
ในขณะที่ทั้ง 3 ฝ่ายอยู่ในภาวะชะงักงันในระดับหนึ่ง หลิงเอ๋อร์ก็ได้เดินทางออกจากแดนใหญ่เซ่นจันทรา ภายใต้การร่วมเดินทางมาด้วยของรัฐทายาทและคนอื่นๆ ด้วยฐานะสายเลือดวิญญาณบรรพกาล ก็ได้ให้ทางลงที่จะยอมจำนนให้กับเผ่าพันธุ์เก่าแก่โบราณทั้งหลายในพื้นที่เหล่านั้น
พวกมันเนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ ก็ยินดีที่จะยอมจำนนต่อเผ่ามนุษย์ แต่สำหรับสายเลือดวิญญาณบรรพกาล กลับแตกต่างออกไป
ในความรู้ความเข้าใจของเผ่าพันธุ์เก่าแก่โบราณเหล่านี้ แม้ว่าเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จะเรียกว่าหมื่นเผ่า แต่ความจริงแล้ว…หมื่นเผ่าที่เรียกนี้ ก็คือเผ่ามนุษย์รวมกับต่างเผ่า
เผ่าวิญญาณบรรพกาลที่เคยรวมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เป็นหนึ่งเดียวก่อนจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว จัดเป็นต่างเผ่า
ดังนั้น การยอมจำนนต่อสายเลือดวิญญาณบรรพกาล จึงสอดคล้องกับความต้องการของพวกมัน
ดังนั้น อุปสรรคในการรวมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เป็นหนึ่งเดียว ก็เหลือเพียงเทพเจ้าเท่านั้น
และเรื่องเทพเจ้า ทางที่ดีที่สุดคือให้เทพเจ้าเองเป็นผู้แก้ไข ดังนั้น จักรพรรดินีจึงเดินทางไปยังทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ขอเข้าพบสวี่ชิงอยู่ที่นอกเรือเวทที่สวี่ชิงปิดด่านอยู่ บอกถึงเจตนารมณ์ของนางอย่างชัดเจน
ผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ในยามที่เรือเวทโคลงเคลง สวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในนั้นก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา
แต่กลับยกมือขึ้น จากการสะบัดออกไปข้างนอก กลุ่มแสงทางหนึ่งก็พุ่งออกไปจากเรือเวท รวมตัวกันที่ท่าเรือ เบื้องหน้าจักรพรรดินี แสงนั้นรวมตัวกัน แปรเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาดินเหนียวตัวหนึ่ง
ตุ๊กตาดินเหนียวนี้ก็คือจิ้งจอก
จากการพัดผ่านมาของสายลม ตุ๊กตาดินเหนียวก็เปล่งแสงเจิดจรัส ดินเหนียวกลายเป็นเนื้อ สีสันก็สดใสยิ่งขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นกายเนื้อ
เสียงหัวเราะที่อ่อนหวานดังออกมา ตุ๊กตาจิ้งจอกที่งดงามทรงเสน่ห์เย้ายวนใจ ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในโลก
“พี่สาว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ต้องขอบคุณพี่สาวที่ตามมาให้ ไม่เช่นนั้นเจ้าคนไร้หัวใจคนนี้คงลืมข้าไปแล้ว”
ดวงตาของตุ๊กตาจิ้งจอกแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ยั่วเย้า ปิดปากหัวเราะเบาๆ
จักรพรรดินีขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก หลังจากโค้งคารวะไปทางเรือเวทที่สวี่ชิงอยู่ ก็หันหลังจากไป
เสียงหัวเราะของตุ๊กตาจิ้งจอกดังสะท้อนก้อง หันมองไปทางของเผ่านภาคิมหันต์ที่อยู่ไกลออกไป
ดวงตาเผยความคาดหวังอย่างแรงกล้า
“ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว…ต้องเปลี่ยนลำดับกันแล้ว”
พูดจบ ตุ๊กตาจิ้งจอกก็ก้าวเดินไป
กลับสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
สถานีแรกย่อมเป็นเผ่านภาคิมหันต์
ในทันทีที่ลงมาเยือน ภูเขาเทพของเผ่านภาคิมหันต์ก็พลันสั่นไหว บนท้องฟ้ามีฝนดินเหนียวโปรยปรายลงมา
จากการโปรยลงมาของน้ำฝน สมาชิกเผ่านภาคิมหันต์ทุกคนล้วนในใจเกิดความหวาดกลัวผุดขึ้นมา ขณะเดียวกัน พลังอำนาจเทพท่วมฟ้า ท่ามกลางฝนดินเหนียวนี้ ก็โปรยปรายลงมายังภูเขาเทพ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงเทพดังสะท้อน
“เยวี่ยเหยียน รื่อเหยียนจงมาพบข้า!”
ภูเขาเทพคำรามเลื่อนลั่น เงาร่างของเทพจันทราและเทพสุริยันก็ปรากฏขึ้นในนั้น สีหน้าของแต่ละองค์ต่างก็มีระลอกคลื่นอารมณ์ พุ่งไปยังท้องฟ้า
แต่กลับเดินไปไม่ถึงสุดปลายทางได้
เทพจันทราเดินได้ 7 ก้าวก็เงียบนิ่งไปกลางอากาศ จากนั้นก็ก้มศีรษะลง
ส่วนเทพสุริยันทั่วร่างส่องแสงเจิดจรัส แล้วแปลงเป็นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ คิดจะฝืนพุ่งออกไป แต่ก็ทำได้เพียงแค่ก้าวเดินได้มากกว่าเทพจันทราไม่กี่ก้าวเท่านั้น…
ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่องค์ท่านแปลงมา กลายเป็นดวงอาทิตย์ดินเหนียวไปทันที
ตัวองค์ท่านเองก็เงียบนิ่งไปเช่นกัน มองไปยังตุ๊กตาจิ้งจอกที่ยืนตระหง่านอยู่บนม่านฟ้าด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ก้มศีรษะลง
เสียงหัวเราะของตุ๊กตาจิ้งจอก ดังก้องไปทั่วทุกทิศ
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว เปลี่ยนเป็น ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
จากนั้น กายเทพขององค์ท่านก็ลงไปเยือนยังสถานที่ต่างๆ ของฝ่ายเทพเจ้า ใช้มาตรการที่แข็งกร้าว วาง 2 เส้นทางไว้เบื้องหน้าเทพเจ้าทั้งหมด
ไม่ถูกทำลายจนสิ้นซากและดึงเอาพลังงานต้นกำเนิดไป ก็เลือกที่จะเป็นเทพเจ้าใต้บัญชาการ
เช่นนี้เอง ฝ่ายเทพเจ้าก็เสร็จสิ้นการรวมเป็นหนึ่ง
แม้ว่าจะมีเทพเจ้าแข็งแกร่งบางองค์ที่ซ่อนตัวลึกมาก อยู่ในห้วงนิทราลึก ด้านพลังแท้จริงมีพลังเหนือกว่าตุ๊กตาจิ้งจอก แต่นายท่านเจ็ดก็ยังคงอยู่
20 ปีที่สวี่ชิงปิดด่าน นายท่านเจ็ดอาศัยอยู่ในนภาเจิดจรัส และออกมา 2 ครั้ง
ครั้งแรก สังหารเฒ่าหลงยุคที่รอดชีวิตมาได้ด้วยวิชาพิเศษในหมื่นเผ่าไปคนหนึ่ง
ครั้งที่ 2 กำราบปราบครึ่งก้าวสู่เทพแท้จริง 3 องค์
ภายใต้การลงมือของเขา ระหว่างต่างเผ่า เทพเจ้า และเผ่ามนุษย์ อย่างน้อยก็ในที่แจ้ง ก็ไม่มีความขัดแย้งที่ร้ายแรง อีกทั้งภายใต้การควบคุมของหลิงเอ๋อร์และตุ๊กตาจิ้งจอก ก็ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเผ่ามนุษย์
ยอมรับตำแหน่งของเผ่ามนุษย์
ทำให้เผ่ามนุษย์…ในที่สุดก็บรรลุการรวมเป็นหนึ่งเดียว
จากนั้น จักรพรรดินีก็เป็นตัวแทนเผ่ามนุษย์ หลิงเอ๋อร์เป็นตัวแทนหมื่นเผ่า ตุ๊กตาจิ้งจอกเป็นตัวแทนเทพเจ้า
ทั้ง 3 ฝ่ายร่วมกัน จัดตั้งข้อตกลงที่ชื่อว่าเก็บกวาดแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ขึ้นมา
ร่วมกันกวาดล้างสถานที่ลับทั้งหมดในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ตามหาเบาะแสและผู้อยู่เบื้องหลังที่แผ่ขยายเข้ามาโดยผ่านจากวิธีต่างๆ จากภายนอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เช่นนี้เอง เวลาจึงไหลผ่านไปอีกครั้ง
ผ่านไปอีก 20 ปี
สวี่ชิงปิดด่านมา 40 ปีแล้ว
ในช่วง 20 ปีหลังนี้ ตำแหน่งของเผ่ามนุษย์มั่นคงอย่างสมบูรณ์แล้ว จักรพรรดิมนุษย์หลีเซี่ยก็ได้เป็นกลายเป็นจักรพรรดิโบราณหลีเซี่ย
การพัฒนาของเผ่ามนุษย์ก็เช่นกัน
หากไม่ใช่ว่าบนท้องฟ้าเสี้ยวหน้ายังคงอยู่ ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์รู้สึกไม่สงบสุขสบายใจตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็สามารถใช้คำว่ายุครุ่งเรืองมาบรรยายได้แล้ว
และหนิงเหยียนในช่วงหลายปีนี้ก็เติบโตอย่างโดดเด่น ภายใต้การสอนอย่างทุ่มเทเอาใจใส่ของจักรพรรดินี ตอนนี้ก็ได้มีคุณสมบัติขององค์รัชทายาทอย่างแท้จริงแล้ว
นอกจากหนิงเหยียนแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ในช่วงเวลาเหล่านี้ ก็ได้แสดงความสามารถที่เป็นของตัวเองออกมา
อย่างเช่น อู๋เจี้ยนอู เขาได้สร้างวิถีของตัวเองขึ้นมา โดยเน้นไปที่การฟักสัตว์เป็นหลัก พลังบำเพ็ญของเขาแม้จะจำกัด แต่สัตว์เหล่านั้นที่ติดตามเขามาตลอดในคราวนั้น ก็ไม่ธรรมดาแล้ว
ยังมีข่งเสียงหลง ผู้สืบทอดของเจ้าวังครองกระบี่ชราแห่งเขตปกครองผนึกสมุทร ก็สืบทอดเจตจำนงของข่งเลี่ยงซิวอย่างสมบูรณ์ ถือกระบี่เพื่อเผ่ามนุษย์ กลายเป็นว่าที่เจ้าวังครองกระบี่ของเผ่ามนุษย์
รอเพียงพลังบำเพ็ญเพียงพอก็จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้
ทุกคนล้วนกำลังเดินตามเส้นทางของตัวเอง กางใบเรือของตัวเอง
แนวโน้มของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ภายใต้การปกป้องร่วมกันของมนุษย์ เทพเจ้า และต่างเผ่า ทั้ง 3 ฝ่าย เบาะแสโลกภายนอกแต่ละเบาะแสที่ซ่อนอยู่ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ส่วนใหญ่ก็สืบจนกระจ่างและบันทึกไว้ทั้งหมดแล้ว
ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ดูเหมือนจะไม่มีสถานที่ลับอะไรอีกแล้ว
ยกเว้น…ที่แห่งหนึ่ง!
ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นต่างเผ่า เทพเจ้า หรือเผ่ามนุษย์ ล้วนก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปแม้เพียงครึ่งก้าว
แม้แต่นายท่านเจ็ด ก็ทำได้เพียงมองดูอยู่ภายนอก สุดท้ายก็เลือกที่จะจากไป
ดังนั้นสถานที่นั้น จึงกลายเป็นความพิเศษเดียวบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในตอนนี้!
ชื่อของมันคือ แดนใหญ่กลืนนภา!
สถานที่ตั้งของรัฐม่วงครามที่หวนกลับคืนมา!
ไม่มีใครเข้าไป และสิ่งมีชีวิตในแดนใหญ่กลืนนภาก็ไม่เคยย่างก้าวออกมา
ดูเหมือนว่าทุกคนล้วนกำลังรอคอย
จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา…ที่ท่าเรือของสำนัก 7 เนตรโลหิต ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ เรือเวทที่จอดอยู่ที่นั่นมา 42 ปี ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นน้ำทะเล
และในโลกนภาเจิดจรัส ในพริบตาที่เรือเวทหายไป ข้างร่างเอ้อร์หนิวที่หลับใหลก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏเพิ่มขึ้นมา
นายท่านเจ็ดที่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าหลุมศพของอาจารย์เขา ก็ไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อย
เงาร่างนั้นก็ไม่ได้ไปรบกวน เพียงแต่มองไปยังเอ้อร์หนิว
จากนั้นก็หายตัวไป
เสี้ยวพริบตาต่อมา นอกเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ หน้ารูปสลักมหาจักรพรรดิครองกระบี่ เงาร่างนี้ก็ปรากฏขึ้น
ไม่มีใครเห็น และไม่มีใครสัมผัสรับรู้ได้เช่นกัน
สวี่ชิงยืนอยู่หน้ามหาจักรพรรดิครองกระบี่ เงยหน้ามองไปยังรูปสลักเบื้องหน้า
เขาในตอนนี้ สวมชุดสีดำ ผมสีม่วง ดูเหมือนจะไม่แตกต่างอะไรจาก 42 ปีที่แล้ว เว้นแต่อารมณ์ในดวงตาทั้ง 2 ที่ดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้น
เขาจ้องมองรูปสลักเป็นเวลานานมาก โค้งคารวะ 1 ครั้ง
จากนั้นก็หันหลังกลับ มองไปยังเขตปกครองผนึกสมุทร
“นางกำลังจะตื่นแล้ว…” สวี่ชิงพูดเบาๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ก้าวเดินไปทางเขตปกครองผนึกสมุทร
ขณะเดียวกัน ใต้เขตปกครองผนึกสมุทร ในวังใต้ดินขนาดใหญ่แห่งนั้น ในตำหนักหงส์แห่งหนึ่ง
แสงตะเกียงน้ำมัน ค่อยๆ ลุกโชนขึ้น
นั่นคือเปลวไฟจากตะเกียงดำจื่อเสวียน
และภายใต้การสาดส่องจากแสงไฟ ก็จะเห็นได้ว่าภายในตำหนักที่เงียบสงบ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่
หญิงสาวผู้นี้สวมชุดกระโปรงผ้าไหมบางสีม่วง ชายกระโปรงราวกับเมฆบางเบาแผ่กระจายรอบตัว จากสายลมแผ่วเบาที่เหมือนมีเหมือนไม่มีในห้องก็สะบัดปลิวเบาๆ ราวกับมีกลิ่นหอมซ่อนเร้นลอยอยู่
ใบหน้าสง่างาม ผิวขาวราวหิมะ
คิ้วที่โค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับซ่อนความรู้สึกที่ไม่มีที่สิ้นสุดเอาไว้ ทั้งยังเผยให้เห็นเสน่ห์ที่เยือกเย็นและบริสุทธิ์
นางนั่งขัดสมาธิเงียบๆ บนเบาะรองนั่ง มือทั้ง 2 วางอยู่บนเข่าอย่างเป็นธรรมชาติ นิ้วเรียวยาว ขาวผ่องราวต้นหอม
มองไปไกลๆ ภาพรวมราวกับม้วนภาพวาดที่งดงามเลิศล้ำ
ราวกับว่าก่อนหน้านี้ เวลาได้หยุดนิ่งเพื่อนาง ต้องการจะตรึงภาพที่งดงามนี้ไว้ตลอดกาล
จนกระทั่ง…เสี้ยวพริบตาต่อมา
ขนตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังประตูตำหนัก
ราวกับมีดวงดาวกะพริบอยู่ในดวงตาของนาง ในขณะเดียวกับที่มีชีวิตชีวาและลึกซึ้ง ก็ส่องสว่างโลก
และประตูตำหนัก จากภายนอกในเสี้ยวขณะนี้ ก็ผลักออกอย่างแผ่วเบา
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1338 จื่อเสวียนฟื้นตื่น"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com