บทที่ 1349 ข้าจะจำให้ขึ้นใจ ข้าไร้ซึ่งสหายอีกต่อไป
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1349 ข้าจะจำให้ขึ้นใจ ข้าไร้ซึ่งสหายอีกต่อไป
บทที่ 1349 ข้าจะจำให้ขึ้นใจ ข้าไร้ซึ่งสหายอีกต่อไป
แสงสีโลหิตสะท้อนอยู่ในดวงตาของข้า
ปรากฏพร้อมด้วยซากศพนับไม่ถ้วน
นั่นคือศพของหมื่นเผ่า!
หลังจากฟื้นพลังบำเพ็ญฟื้นคืน ข้าก็อยู่ในความบ้าคลั่ง ทำการฆ่าล้างสังหาร
เพียงแต่…ศัตรูของข้า ไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้ ข้ายืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของรัฐม่วงคราม ปล่อยให้เลือดเหนียวเหนอะติดอยู่บนใบหน้า กลิ่นคาวสนิมเหล็กแทบจะอุดตันช่องจมูก
ทุกครั้งที่หอบหายใจเข้าอย่างแรง ก็ดึงเอาความเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดในส่วนลึกของปอด แต่เปลวไฟที่มอดดับไปนานแล้วในทรวงอกกองนั้น ตอนนี้กำลังลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งอย่างอ่อนแอทว่ากลับดื้อรั้น
“องค์รัชทายาท…โปรดทำใจ!”
“แต่พวกเราไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ ที่เขตปกครองผนึกสมุทรทางนั้นมีไป๋เซียวจั๋ว ซึ่งสามารถเป็นที่พึ่งของฝ่าบาทได้” เสียงตะโกนแหบพร่าฉีกกระชากกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
นั่นคือ เหล่าหลัว หัวหน้าหน่วยองครักษ์ของข้า
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องลึกของความทุกข์ยากลำบากของเขา ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดที่ไม่รู้ว่าเป็นของตนเองหรือของศัตรู แขนซ้ายห้อยลงปวกเปียก เห็นได้ชัดว่ากระดูกหักแล้ว
แขนขวาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวของเขา ค้ำอยู่กับดาบศึกที่บิ่นแล้วเอาไว้แน่น ตัวดาบยังคงมีหยาดเลือดสีแดงเข้มหยดลงมา
ข้างหลังเขา มีเงาร่างหลายสิบคนติดตามมาอย่างห่างๆ แต่ละคนมีบาดแผลเต็มตัว ฝีเท้าโซซัดโซเซ ราวกับเพิ่งปีนออกมาจากบ่อโลหิต
ชุดเกราะของพวกเขาแตกหัก เสื้อชุ่มโชกไปด้วยเลือดแนบติดกับร่างกาย เผยให้เห็นโครงร่างที่อ่อนล้าจนถึงที่สุด แต่แววตากลับราวดาบที่ถูกเผาไฟ มองข้ามไหล่ของข้า จ้องเขม็งไปยังเส้นขอบฟ้าที่ฝุ่นควันไฟแห่งความอัปมลคลเดือดพล่านปั่นป่วนอยู่เบื้องหลังกลุ่มนั้น
นั่นคือสายลมคาวเลือดของหมื่นเผ่าอีกระลอกหนึ่งกำลังม้วนตัวมาบนพื้นดิน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อมองไปยังสายลมคาวเลือดที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังซากปรักหักพังที่ฝังตระกูลทั้งหมดของข้า สุดท้าย…ข้าก็มองไปยังองครักษ์ข้างกาย
“พวกเจ้าตามข้าไปที่ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ! จิ้งอวิ๋นจะเปิดค่ายกลส่งข้ามแดนใหญ่ที่นั่น และจะเชื่อมต่อกับเขตปกครองผนึกสมุทรและที่อื่นๆ ถึงตอนนั้น เขาก็จะมาด้วย!”
“จักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋น!”
ชื่อนี้ราวกับสายฟ้าที่ไร้เสียง ฟาดผ่าทะลุเมฆหมอกแห่งความตายที่ปกคลุมอยู่ในทันที
ดวงตานับสิบคู่พลันฉายประกายวาววาบขึ้น แสงนั้นไม่ใช่ความปิติยินดี แต่เป็นความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อย่างบ้าคลั่งของคนจมน้ำที่คว้าท่อนไม้สุดท้ายได้
ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ คือเส้นทางถอยที่ข้ากับจิ้งอวิ๋นได้ตกลงกันไว้!
จิ้งอวิ๋นคือสหายสนิทเพียงคนเดียวในชีวิตของข้าชีวิตนี้ เขาเคยสาบานอย่างหนักแน่นกับข้าว่าจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อฟื้นฟูเผ่ามนุษย์!
แม้ว่าในตอนนี้ขั้วอำนาจหมื่นเผ่าพันธุ์จะแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ กองทัพภายใต้การบัญชาการของเขาไม่สามารถมาช่วยเหลืออย่างเปิดเผยได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการนำภัยมาสู่ตนเองได้ แต่เขาก็ได้วางแผนล่วงหน้า ในมุมลับแห่งหนึ่งของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ได้ติดวางค่ายกลส่งข้ามที่เชื่อมต่อตรงไปยังเผ่ามนุษย์เอาไว้!
ข้าเชื่อมั่นในตัวเขา!
ราวกับเชื่อมั่นในเสียงหัวใจของตัวเอง
ความเชื่อมั่นนี้ ผ่านการหลอมด้วยกาลเวลาและไฟสงคราม แข็งแกร่งยิ่งกว่าทองแท้มานานแล้ว
ข้าเข้าใจข้อจำกัดของเขา เข้าใจว่าเขาในฐานะจักรพรรดิมนุษย์ ก็แบกภาระหนักอึ้งในการดำรงอยู่ของเผ่ามนุษย์นับพันล้านชีวิต
พวกเราคนหนึ่งอยู่ทางใต้ คนหนึ่งอยู่ทางเหนือ ต่างคนต่างปกป้องพื้นที่ของตนเอง ราวกับเสา 2 ต้นที่ค้ำยันท้องฟ้าของเผ่ามนุษย์ไว้ ต่างคนต่างเผาผลาญตัวเอง ตอบรับกันจากระยะไกล
ค่ายกลส่งข้ามลับนั่น คือคำมั่นสัญญาที่พวกเราข้ามน้ำข้ามเขามา เป็นพิกัดเดียวที่ชี้ไปยังชีวิตท่ามกลางความมืด และนอกจากพวกเราแล้ว หมื่นเผ่าพันธุ์ไม่รู้เรื่องนี้!
“ไป!”
ข้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลันเอ่ยขึ้น เสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้งได้ แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงที่มืดมัวก่อนใคร มุ่งหน้าไปทางทิศใต้
เหล่าหลัวและผู้ใต้บังคับบัญชาที่เหลือรอดหลายสิบคนนั้น ปะทุพลังเฮือกสุดท้ายตามมาติดๆ ข้างหลัง
เสียงแหวกอากาศหวีดแหลม ฉีกทึ้งอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและไหม้เกรียม ราวกับลูกธนูหลายสิบดอกที่พุ่งเข้าใส่ชีวิต
ข้างหลัง ระลอกคลื่นพลังงานน่าสะพรึงกลัวที่โหดเหี้ยมและน่าหวาดกลัวจากทหารไล่ล่าหมื่นเผ่าพันธุ์ราวกับหนอนที่เกาะกินกระดูก กัดตามมาไม่ปล่อย พื้นดินสั่นสะท้านเล็กน้อยภายใต้การไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของพวกมัน
พุ่งโจมตีตลอดทาง เลือดอาบย้อมเส้นทาง ข้ามทะเลต้องห้าม ก้าวเข้าสู่ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ
ทุกครั้งที่หยุดพักเพียงชั่วครู่ ล้วนหมายถึงว่ามีเงาร่างที่คุ้นเคยอีกหลายคนล้มลงในการต่อสู้แนวหลัง ถูกกระแสคลื่นแห่งความตายที่เดือดพล่านปั่นป่วนอยู่ข้างหลังผืนนั้นกลืนกินไปโดยสมบูรณ์
เพียงแต่ ในยามโพล้เพล้ ในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ณ ที่ราบเป็นเอกซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางได้ปรากฏขึ้นที่สุดสายตา ในเสี้ยวพริบตาที่เปลวไฟแห่งความหวังจุดประกายแสงริบหรี่ขึ้นในอก
สัญญาณเตือนภัยที่เย็นยะเยือกจนถึงกระดูกสันหลังอย่างไม่เคยมีมาก่อน ไร้ซึ่งสัญญาณใดๆ ราวกับสว่านน้ำแข็งที่ร้ายกาจที่สุดก็พุ่งเข้ามาในทะเลความรู้สึกของข้า!
“หยุด!”
ข้าบังคับหยุดร่างกลางอากาศ และแทบจะในเสี้ยวขณะเดียวกัน ความว่างเปล่าที่ดูเหมือนสงบนิ่งข้างหน้า ก็พลันบิดเบี้ยวและฉีกขาดออกทันที!
เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าเป็นระลอก…ระลอก ฉีกทึ้งความเงียบสงบในยามโพล้เพล้
มิติถูกกรงเล็บยักษ์ไร้รูปร่างฉีกขาดอย่างรุนแรง เงาร่างขนาดมหึมาหลายร้อยร่าง แผ่กลิ่นอายดุร้ายท่วมท้นก็ลงมาเยือนอย่างดุดัน!
ผู้ที่เป็นผู้นำร่างสูงเกือบ 3 จั้ง ทั่วร่างกายปกคลุมด้วยเปลือกสีดำมะเมื่อม ข้อต่อมีหนามกระดูกแหลมคมยื่นออกมา ศีรษะเรียวยาว ตาประกอบกะพริบวูบวาบด้วยประกายแสงสีแดงฉานที่โหดเหี้ยม
เป็นจักรพรรดิเผ่ากีฏ*ฉีกนภาที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและเจ้าเล่ห์ในบรรดาหมื่นเผ่าพันธุ์นั่นเอง!
(กีฏ อ่านว่า กี-ตะ แปลว่าแมลง)
ข้างตัวมันคือยักษ์ที่ประกอบขึ้นจากหินภูเขาหยาบๆ ทั่วร่างไหลทะลักไปด้วยหินหนืด เดินย่ำลงบนพื้นดินอย่างหนักแน่น พื้นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที หินหนืดไหลทะลักไปทั่ว เป็นจักรพรรดิเผ่ายักษ์หินหนืดนั่นเอง!
ที่ไกลออกไป ยังมีเงาร่างอีกมากมายที่ปกคลุมด้วยแสงบิดเบือน ปรากฏตัวออกมาทีละตน…ทีละตน แผ่พลังกดดันที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้านออกมา ล้อมรอบที่นี่เอาไว้
กลิ่นอายของพวกมันราวกับโซ่ตรวนที่เป็นวัตถุจริง จับเป้าหมายไปที่พื้นที่ข้างหลังข้าเอาไว้อย่างแน่นหนาทันที
จิตสังหารเย็นยะเยือก เสียดกระดูกยิ่งกว่าลมยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วงที่พัดมาจากส่วนลึกของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณเสียอีก
“องค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม เส้นทางของเจ้า…สิ้นสุดที่นี่แล้ว”
ระลอกคลื่นจิตที่บาดแก้วหูของจักรพรรดิเผ่ากีฏฉีกนภา พุ่งตรงเข้ามาในสมองของข้าทันที แฝงด้วยความเยาะเย้ยและความโลภที่ไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
เส้นทางถอยถูกตัดขาด ศัตรูที่ไล่ตามมากำลังจะมาถึงแล้ว!
จนตรอก!
“จัดกระบวนทัพ!” เสียงคำรามของเหล่าหลัวมาพร้อมกับฟองเลือด เขาพลันก้าวไปข้างหน้า แขนขวาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวเหวี่ยงดาบศึกขวางไว้ข้างหน้า
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เหลืออยู่หลายสิบคนไม่มีลังเลแม้แต่น้อย ราวกับเป็นสัญชาตญาณจัดกระบวนทัพที่ไม่สมบูรณ์แต่เด็ดเดี่ยวขึ้นทันที โอบล้อมข้าไว้ตรงกลาง
ในแววตาของพวกเขาไม่มีความกลัว มีเพียงจิตต่อสู้บ้าคลั่งที่ลุกไหม้จนถึงขีดสุด ราวกับคบเพลิงที่ใกล้จะมอดดับ ปลดปล่อยแสงสว่างและความร้อนสุดท้ายออกมา
ข้ามองภาพเหล่านี้ สายตาทะลุผ่านเงาร่างเหี้ยมเกรียมของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์ มองไปยังที่ราบแห่งนี้
ที่นี่ คือจุดที่ข้ากับจิ้งอวิ๋นได้นัดกันไว้!
ค่ายกลส่งข้ามลับนั่นอยู่ที่นี่
แต่ทำไม…ผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์เหล่านี้ ถึงมารออยู่ที่นี่อย่างแม่นยำ…
“จิ้งอวิ๋น…” ใจข้าขมขื่น แฝงด้วยความยากที่จะเชื่อ ในสายตาที่เยาะเย้ยของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์เหล่านั้น ข้าหยิบหยกประดับที่อบอุ่นชิ้นหนึ่งออกมา
นี่คือสิ่งที่ตอนนั้นจิ้งอวิ๋นมอบให้ด้วยตัวเอง ในนั้นบรรจุกลิ่นอายพลังรากฐานกลุ่มหนึ่งของเขาเอาไว้ และยังเป็นกุญแจในการเปิดค่ายกลส่งข้ามด้วย
ขอเพียงเหยียบย่างลงบนที่ราบเป็นเอก และเปิดใช้งาน ก็จะเปิดการส่งข้ามได้
ข้าไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไป!
วู้ม!
หยกประดับก็สว่างวาบขึ้นทันที!
เส้นแสงสีน้ำเงินเข้มที่อ่อนแอราวกับใยแมงมุมช่วยชีวิตบางเฉียบ พุ่งขึ้นจากหยกประดับทันที จะเชื่อมต่อกับค่ายกลส่งข้ามที่ซ่อนอยู่ในพื้นดิน
แต่ในตอนนี้เอง…เส้นแสงนั้นกะพริบวาบเพียงชั่วขณะเท่านั้น จากนั้นก็ราวกับเปลวเทียนริบหรี่ท่ามกลางสายลม ส่ายไหวรุนแรงครู่หนึ่ง จากนั้นก็หมองหม่นลงอย่างรวดเร็ว!
ภายในหยกประดับ กลิ่นอายพลังรากฐานของจิ้งอวิ๋นที่ข้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี สลายตัวและมอดดับไปอย่างรวดเร็ว!
เฉกเช่นเดียวกับใจของข้า
“เจ้าลองพยายามต่อดูก็ได้ ดูว่าจิ้งอวิ๋นแห่งเผ่ามนุษย์จะเปิดค่ายกลส่งข้ามให้เจ้าหรือไม่”
ในผู้แข็งแกร่งต่างเผ่ามีเสียงดังมา
“องค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม เจ้า…ถูกทิ้งแล้ว หรือพูดได้ว่า สหายสนิทคนนั้นของเจ้าอาจจะหวังให้เจ้าตาย…ยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก!”
แสงของหยกประดับดับลงโดยสมบูรณ์ เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้ชีวิตชีวา ราวกับหินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่ง
เส้นแสงที่เชื่อมต่อกับทางเหนือ ถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์แล้ว
ไม่ใช่ถูกรบกวนจากพลังภายนอก แต่…ถูกปิดอย่างเด็ดขาดจากอีกฝั่งฝ่ายเดียว และอำนาจการควบคุมค่ายกลก็ถูกหมื่นเผ่าพันธุ์เข้ารับช่วงต่อ
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งในเสี้ยวขณะนี้
เสียงหอบหายใจอย่างหนักของผู้ใต้บัญชาที่อยู่ด้านหลัง เสียงหัวเราะที่ต่ำทุ้มเหี้ยมเกรียมที่ดังออกมาจากผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์ โครงร่างที่เงียบงันราวกับความตายของที่ราบเป็นเอก…ทุกสิ่งกลายเป็นพร่ามัวและไกลออกไป
มีเพียงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่หัวใจถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างบีบคั้นและขยี้อย่างรุนแรงเท่านั้น ที่ชัดเจนและเป็นจริงถึงปานนั้น พัดหอบเข้าใส่ทั่วทั้งร่างของข้า
“…ฮ่าๆ…ฮ่าฮ่าฮ่า…”
เสียงหัวเราะที่น่าสังเวชหลุดออกมาจากลำคอของข้าอย่างควบคุมไม่ได้ แห้งผาก แหบแห้ง มาพร้อมด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น
เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ ก้องกังวานไปทั่วทุ่งเวิ้งว้างที่เงียบสงัดในยามโพล้เพล้
ข้าเงยหน้าขึ้น สายตาเหมือนมองทะลุผ่านภูเขาน้ำนับพัน มองไปยังทิศทางที่เป็นของจิ้งอวิ๋น ดินแดนที่เป็นของเผ่ามนุษย์
จิ้งอวิ๋น…
สหายสนิทเพียงคนเดียวในชีวิตของข้า…
หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะจำเอาไว้ให้ขึ้นในว่า ไร้ซึ่งสหายอีกต่อไป!
เสียงหัวเราะข้าดังยิ่งขึ้น
ในขณะนี้ ผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์ยกมือขึ้น เปิดค่ายกลส่งข้ามที่ที่ราบเป็นเอกนี้ มาพร้อมด้วยประกายแสงเจิดจ้าวูบวาบ ต่างเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนก็ถูกส่งข้ามออกมาจากภายในนั้น!
ทันใดนั้น กระแสพลังงานอันดุเดือดก็ฉีกทึ้งอากาศ ราวถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร สังหารประชิดเข้าใกล้มาทันที!
เสียงคำรามของเหล่าหลัวมาพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวที่จะพลีชีพ เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าใส่กระแสน้ำแห่งการทำลายล้างนั้น!
ผู้ใต้บัญชาที่เหลือรอดเหล่านั้นก็เช่นกัน ราวกับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ระเบิดปะทุแสงสุดท้ายในชีวิตออกมา คำรามอย่างกราดเกรี้ยว พุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้
ส่วนข้า บนใบหน้าที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก็ถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารที่เย็นชาในทันที
ทางข้างหน้าคือความตาย ทาข้างหลังก็คือความตาย
เช่นนั้น…ก็สู้เถิด!
พลังบำเพ็ญที่พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งในกายข้า ปะทุออกมาอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีการออมพลังอีกต่อไป!
เปลวเพลิงสีม่วงที่มืดมัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที ราวกับดวงดาวใกล้ตายปะทุแสงสุดท้ายออกมา!
แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีม่วงที่ลุกไหม้ พุ่งเข้าชนจุดศูนย์กลางของกระแสน้ำแห่งการทำลายล้างอย่างดุดัน!
ที่ราบเป็นเอก กลายโม่หินบดเลือดเนื้อไปในทันที!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1349 ข้าจะจำให้ขึ้นใจ ข้าไร้ซึ่งสหายอีกต่อไป"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com