บทที่ 1351 เส้นทางของจื่อชิง
บทที่ 1351 เส้นทางของจื่อชิง
องค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม สวรรคตแล้ว
แต่ไม่ได้สวรรคตด้วยน้ำมือของหมื่นเผ่าพันธุ์ ทว่าได้เซ่นสังเวยตัวเอง หลอมรวมเข้ากับสายตาของเสี้ยวหน้าซ่างฮวง
มีเพียงกะโหลกศีรษะเท่านั้น ที่ราวกับแฝงไว้ด้วยความไม่ยอมจำนนตลอดชีวิตของเขา ไม่ได้กลายเป็นเถ้าธุลี หากแต่ยังเหลืออยู่ในสนามรบ
สิ่งที่จากไปพร้อมกับเขา…
คือวิญญาณทั้งหมดของรัฐม่วงครามซึ่งรวมถึงไป๋เซียวจั๋วด้วย
ในวันที่พวกเขาจากไป…
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน
นภาเจิดจรัสก็มีหมอกทึบเดือดพล่านปั่นป่วนเป็นเวลา 1 เดือนเช่นกัน
ส่วนภายในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ จักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋นไม่ได้ออกว่าราชการ เขานั่งอยู่คนเดียวเป็นเวลาหลายวัน มองไปทางทิศใต้ นั่งเหม่อลอยอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งมีคนเดินทางไปยังทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ นำกะโหลกศีรษะขององค์รัชทายาทรัฐม่วงครามกลับมา เขามองดูกะโหลกศีรษะนั้น และถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและรู้สึกผิด
หลังจากนั้น เขาก็สร้างสุสานที่เป็นเกียรติสูงสุดให้แก่องค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม และทิ้งพระราชโองการไว้ว่า ในอนาคต ตัวเองก็จะฝังไว้ในสุสานเดียวกัน
เช่นนี้เอง ความรุ่งโรจน์ขององค์รัชทายาทรัฐม่วงครามก็สิ้นสุดลง
ส่วนรัฐม่วงครามก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ ภายใต้การปกปิดของหมื่นเผ่าพันธุ์ ก็ค่อยๆ กลายเป็นเพียงตำนาน สุดท้าย…ก็หายไปในประวัติศาสตร์
ซึ่งรวมถึงพระราชนิเวศน์ของรัฐม่วงครามที่กระจายอยู่ตามต่างๆ ก็กลายเป็นซากปรักหักพัง ถูกฝังอยู่ใต้ดิน
มีเพียงประชาชนของรัฐม่วงครามบางส่วนที่จากไปก่อนหน้านี้เท่านั้น ที่ได้สืบทอดสายเลือดของรัฐม่วงครามสืบมากระจัดกระจายไป
ในนั้นมีสายหนึ่งอยู่ในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ
เมื่อเวลาผ่านไป จักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋นสวรรคต จักรพรรดิมนุษย์คนใหม่ขึ้นครองราชย์…
สถานการณ์ของเผ่ามนุษย์ จากการผงาดขึ้นอย่างต่อเนื่องของต่างเผ่าก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
และประชาชนรัฐม่วงครามสายที่อยู่ในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ก็สืบเชื้อสายดำรงชีวิตสืบมา มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและก้าวหน้า หลังจากความพยายามและการดิ้นรนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ในที่สุดก็ก่อตั้งรัฐม่วงครามขึ้นมาใหม่
แต่น่าเสียดาย…ดูเหมือนจะมีคำสาปที่มองไม่เห็นอยู่ หลายปีหลังจากนั้น รัฐม่วงครามในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ก็ยังถูกโค่นล้มโดย 3 ตระกูลใหญ่ภายในนั้น และหายไปอย่างสิ้นเชิง
และชื่อผืนอินทนิลนับจากในเสี้ยวพริบตานั้น ก็ถือกำเนิดขึ้นที่ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ
สำหรับที่ราบเป็นเอกที่องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามสวรรคต ท่ามกลางการไหลผ่านไปของเวลา ก็ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับชะตากรรมของรัฐม่วงคราม…
ที่นั่นเคยมีเมือง แต่ก็กลายเป็นซากปรักหักพังในสงคราม
เคยมีฐานที่มั่นของคนเก็บขยะ แต่ก็อยู่ไม่นานเช่นกัน
จนกระทั่งศักราชเสวียนจั้นของเผ่ามนุษย์ ปีที่ 2871 ที่ราบเป็นเอกมีกลุ่มผู้บำเพ็ญไร้สังกัดได้มาถึง พวกเขาสร้างที่อยู่อาศัยแบบง่ายๆ ที่นั่น เพื่อเป็นสถานที่พักฟื้นของตนเอง
ในขณะเดียวกันก็มีจิตใจเมตตา รับผู้คนที่ถูกไอพลังประหลาดทรมานเข้ามาด้วย
ทำให้เมืองเรียบง่ายนั้น ค่อยๆ มีขนาดใหญ่ขึ้นในระดับหนึ่ง จนกลายเป็นเมือง
และได้ตั้งชื่อว่า เป็นเอก
……
ศักราชเสวียนจั้นเผ่ามนุษย์ ปีที่ 2918
ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ศักราชเทียนฉี ปีที่ 135
เมืองเป็นเอกที่พัฒนามาหลายสิบปี ในยุคโลกาวินาศนี้ ก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาเมืองต่างๆ บนที่ราบเป็นเอกทั้งหมด
และวันนี้ สำหรับเมืองเป็นเอกแห่งนี้ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง
จื่อชิงสวมเสื้อคลุมยาวผ้าหยาบ ผมมัดไว้ข้างหลัง เดินอยู่บนถนนที่คึกคักนี้
ถังหูลู่ที่ถืออยู่ในมือยังมีความอุ่นหลงเหลือจากเตา น้ำตาลเคลือบสีอำพันห่อหุ้มลูกซานจาแดงสดเอาไว้ ภายใต้แสงแดดเที่ยงวันก็สะท้อนประกายแสงหวานหยดย้อยหลอกตา
และในอากาศดูเหมือนจะมีกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลไหม้ กลิ่นควันจากการเผากระดาษเงินกระดาษทอง กลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ จากเหงื่อของผู้คน และยังมีกลิ่นหอมของธัญพืชจากแป้งนึ่ง ทุกสิ่งนี้ผสมผสานกันอย่างหนืดเหนียว ห่อหุ้มรอบตัวเขา และห่อหุ้มเมืองที่ชื่อเป็นเอกแห่งนี้
วันนี้คือเทศกาลอธิษฐานต่อเทพเจ้า
ทุกสิ่งในเทศกาลนี้ล้วนเป็นเหมือนน้ำแกงที่เดือดพล่านหม้อหนึ่ง พุ่งพล่านไปด้วยความวุ่นวายของตลาด
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ จื่อชิงสีหน้าสงบนิ่ง มองดูผู้คน สัมผัสถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยรอบๆ
“ถังหูลู่อย่างดี! ทั้งกรอบทั้งหวาน!”
เสียงตะโกนของพ่อค้าทะลุความเอะอะโหวกเหวกมาอย่างแหลมเสียดหู
“หวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดี…”
เสียงพึมพำของหญิงชราที่ถือตะกร้ากลืนหายไปในฝูงชน
“ทุกคนรักษาความเป็นระเบียบ อย่าเบียดกันเกินไป!”
เสียงตะโกนของทหารรักษาเมืองสกัดกั้นฝูงชนที่หลั่งไหลอย่างเปล่าประโยชน์
“พ่อแม่พี่น้องที่เดินผ่านมา เชิญแวะมาดูร้านข้า กระดาษเงินกระดาษทองควัน 3 สี! สื่อกับเทพเจ้าได้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด!”
เจ้าของร้านกระดาษโบกสะบัดตัวอย่างในมือ
เสียงนับไม่ถ้วนรวมกันเป็นกระแสอุ่นที่ขุ่นมัว พัดผ่านแก้วหูของจื่อชิง
ปลายนิ้วของเขาสัมผัสได้ถึงความแข็งและเย็นของไม้เสียบถังหูลู่ในมือ สายตามองทะลุผ่านศีรษะที่รวมกันอย่างหนาแน่นจับไปที่เงาร่างคุ้นเคยเหล่านั้นที่อยู่ไกลออกไป
พ่อแม่ในชาตินี้ของเขา และน้องชายที่แม่โอบกอดไว้ด้วยความอ่อนโยน
ร่างเล็กๆ ของฝ่ายนั้นซบอยู่ในอ้อมแขนของแม่ เหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
มองดูพวกเขา ดวงตาของจื่อชิงฉายแววระลึกย้อนความทรงจำ
เพียงแต่ย้อนความทรงจำนี้ ราวกับควันไฟของโลกมนุษย์ เพิ่งลอยขึ้นสู่ฟ้า ก็ถูกลมพัดปลิวหายไป
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว”! รีบวิ่งไปเร็ว!” เด็กๆ หลายคนอุ้มเทวรูปไม้แกะสลักไม้หยาบๆ วิ่งผ่านจื่อชิงไปราวกับสายลม พุ่งตรงไปยังแท่นบูชาที่สูงตระหง่านราวกับโลงศพกลางเมืองนั่น
ดังนั้นจื่อชิงจึงหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แม่ของเขาที่อยู่ไกลออกไป ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงการมองมาของเขา
นางอุ้มน้องชายอายุเยาว์เอาไว้ หมุนตัวกลับมา สายตาทะลุผ่านช่องว่างของฝูงชน หยุดมาที่ลูกชายคนโตที่ถือถังหูลู่ ใบหน้าสงบนิ่งจนเกือบจะแปลกประหลาด
ใบหน้าของนางผลิรอยยิ้มที่อ่อนโยน พยักหน้าให้จื่อชิงเล็กน้อย
ลูกชายคนเล็กในอ้อมแขนก็หันหน้ามาเช่นกัน ใบหน้าของเด็ก 7 ขวบนั้นอ่อนเยาว์และสะอาดสะอ้าน ดวงตาเป็นประกายสุกใส สะท้อนประกายแสงของถังหูลู่และความรู้สึกน้อยใจที่ยากจะสังเกตได้
เมื่อเขาเห็นพี่ชาย เห็นถังหูลู่ไม้นั้น ดวงตาก็วาววาบขึ้น
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ขอบตาที่เป็นประกายสุกใสก็ค่อยๆ มีหยดน้ำเอ่อขึ้นมา ขอบตาแดงก่ำ ปากเล็กๆ เบะลง
“เด็กคนนี้ ทำไมขอบตาถึงแดงอีกแล้ว” เสียงจนใจของพ่อที่อยู่ข้างๆ ดังมาพร้อมรอยขบขัน
ส่วนเสียงของแม่ก็ดังก้องเช่นกัน
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นลูกผู้ชายนะ พอเห็นพี่ชายจากไปก็จะร้องไห้ทันทีไม่ได้”
“ดูนั่นสิ การเซ่นสังเวยกำลังจะเริ่มแล้ว”
ประโยคนี้ ในเสี้ยวขณะที่ดังเข้ามาในหูของจื่อชิงที่อยู่ไกลๆ สายตาของเขาก็มองข้ามใบหน้าด้านข้างที่อ่อนโยนของแม่ มองข้ามไหล่กว้างของพ่อ มองข้ามสายตาที่คาดหวังและมีน้ำตาของน้องชายวัยเยาว์ และสุดท้ายก็จับจ้องอยู่บนแท่นบูชา จับจ้องอยู่ที่เสี้ยวหน้าที่ไม่สมบูรณ์ เย็นชา และแข็งค้างชั่วนิรันดร์บนชั้นฟ้า
“ถึงเวลาแล้ว”
จื่อชิงเอ่ยอย่างแผ่วเบา
เขาถือถังหูลู่เอาไว้ ราวกับผู้สังเกตการณ์ที่เงียบนิ่งที่สุด เดินไปข้างหน้า
เดินไปยังครอบครัวในชาตินี้ของเขา เดินไปยังแท่นบูชา…ที่เขาเลือกด้วยมือของตนเอง
และบนแท่นบูชานั้น นักบวชที่สวมชุดนักบวชสีแดงเลือดหมูก็พลันกางแขนออก ใช้จังหวะที่แปลกประหลาดบาดลึกถึงกระดูกสันหลัง เย็นชาเสียดกระดูก ราวกับแตรที่ประกาศวันสิ้นโลก ฉีกทึ้งความโหวกเหวกวุ่นวายของตลาดทั้งหมดทันที
“ปีเทียนฉีที่ 135 ปีอยู่ที่ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ดวงจันทร์เข้าสู่ดาวกุ่ย ราตรีกำลังมาเยือน”
“พวกเรามดปลวก คลานอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งเมืองเป็นเอก กล้าที่จะใช้พิธีอันโสมมนี้ แจ้งต่อเทพแห่งเสี้ยวหน้า”
ท่ามกลางเสียงนั้น จื่อชิงเดินไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่ง เงยหน้าขึ้นอย่างสงบนิ่ง
สายตาของเขามองผ่านเสื้อคลุมยาวสีแดงที่นักบวชกำลังร่ายรำ มองทะลุความหวาดกลัวของนักโทษหลายร้อยคนที่รอการสังหารบนแท่นบูชา ตรงไปยังใบมหึมาที่เฉยชาบนท้องฟ้า
ใบหน้าดวงนั้น…ยังคงเย็นชา ยังคงไม่สมบูรณ์
แต่เขารู้ว่า โซ่ตรวนแห่งสัญญา ได้ขึงตึงแล้ว
ตอนนั้นเขาเซ่นสังเวยตัวเอง แลกกับอนาคตจากเสี้ยวหน้า เคยกล่าวไว้ว่าในวันที่กลับมา จะเซ่นสังเวยทุกสิ่งที่มองเห็น
ประโยคนี้ ทุกคำ ล้วนมีเสียงสะท้อนจากผลกรรมเวร
“ในอดีต เมื่อผืนนภาร่วงหล่นสู่พื้น เต่าดำขาหัก เมื่อดวงตาของท่านเปิดขึ้นครั้งแรก อาทิตย์แดงฉานหลอมละลายกลายเป็นเหล็กเหลว 5 ทะเลสาบเดือดพล่าน หมู่ดาวก็แตกสลายกลายเป็นลูกศร พุ่งทะลวง 9 ดินแดน!”
บทสวดของนักบวช ในเสียงสะท้อนของผลกรรมเวรนี้ ก็สูงขึ้นและบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นสายตาของจื่อชิงจึงดึงกลับมา มองไปที่พ่อแม่และน้องชายวัยเยาว์ของเขา
เขาเห็นพ่อของเขา ดูเหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันข้างพยายามจะบังภรรยาและลูกชายไว้ด้านหลังไปตามสัญชาตญาณ
เขาเห็นแม่ที่กำลังกอดน้องชายวัยเยาว์ บนใบหน้ายังคงมีความอ่อนโยนต่อบุตรชายหลงเหลือและความเป็นกังวลไม่สบายใจต่อเสียงของนักบวช
น้องชายวัยเยาวว์ก็เหมือนจะตกใจกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายนี้ ใบหน้าเล็กๆ ซุกไปที่ซอกคอของแม่
มองดูภาพเหล่านี้ จิตใจของจื่อชิงเงียบสงัดราวผนึกแช่แข็ง ไม่มีระลอกคลื่นอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก มีเพียงสติที่เยือกเย็นในการทำตามพันธสัญญาเท่านั้น
ส่วนไออุ่นของถังหูลู่ไม้นั้นในมือก็กำลังจางหายไปเป็นกลุ่มๆ เปลี่ยนมาเย็นเฉียบเช่นเดียวกับฝ่ามือของเขา
“บัดนี้ ซากกำแพงยังคงมีไฟวิญญาณคุกรุ่น มนุษย์ผู้มีชีวิตล้วนกินดินจากหลุมศพ และระหว่างขนตาของท่านโลหิตจับตัวยังคงสะท้อนถึงการดิ้นรนสุดท้ายของปวงชน”
เสียงของนักบวชแทบจะตะโกนกรีดร้อง
“โอ้ เทพเจ้า!”
“ขออธิษฐานให้ลมหายใจที่รั่วไหลจากซอกฟันของท่าน เป็นฟืนสำหรับการมีชีวิตรอดของพวกเรา ขออธิษฐานให้เงามืดที่ร่วงหล่นจากโหนกคิ้วของท่าน เป็นกระท่อมที่ชนชั้นล่างใช้หลบภัย”
2 แขนของนักบวชราวกับมีดประหารบนแท่นประหาร พลันสะบัดลงมา ชี้ไปยังนักโทษบนแท่นบูชา!
“ขอเทพเจ้าหลับตา!”
“ขอเทพเจ้าหลับใหลยาวนาน!”
“ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา!”
“ไม่ลืมตา!!!”
คลื่นเสียงในเสี้ยวขณะนี้พลันปะทุขึ้น และในพริบตาที่ทั่วทั้งเมืองเอ่ยพร้อมกัน ในฝูงชน จื่อชิงเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ข้ากลับมาแล้ว”
“ใช้ทุกสิ่งที่เห็นทำตามพันธะสัญญาเมื่อชาติที่แล้ว”
ทันทีที่เขาพูด 2 ประโยคนี้ออกมา…
บนท้องฟ้า ดวงตาที่หลับอยู่ชั่วนิรันดร์ ราวกับรอยแยกในหุบเหวลึกก็พลันขยับ!
เปิดไปข้างบน…เป็นรอยแยกทางหนึ่ง!
ไม่มีแสง ไม่มีอารมณ์ มีเพียงความว่าเปล่าที่บริสุทธิ์ เย็นชา เฉยชา ไหลทะลักออกมาจากในรอยแยกนั้น
สัญญา…เสร็จสิ้นสมบูรณ์
ตูม!!
เสียงแห่งการทำลายล้างอันเงียบงัน พลันสะท้อนก้องมาจากส่วนลึกของวิญญาณจื่อชิง
นั่นคือเสียงตอบรับอันเย็นชาขของการทำตามพันธะสัญญา
โลกข้างหน้าเริ่มเข้าสู่หายนะตามชะตาที่กำหนดไว้แล้ว
สลายไปตามลม!
ในสายตานี้ อิฐ คานไม้ ถนนที่สร้างเป็นเมืองเป็นเอก…วัตถุที่แข็งแรงทุกอย่าง ภายใต้การจับจ้องของเสี้ยวหน้า ก็สูญเสียรากฐานไปในทันที
การพังทลายอันไร้เสียงแปรเปลี่ยนเป็นผงฝุ่นสีเทาขาวนับล้านล้าน ราวกับถูกลมพายุไร้รูปร่าง พัดทวนย้อนขึ้นท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งเมืองกำลังถูกมือที่มองไม่เห็นลบไปทีละนิด…ทีละนิด จากบนพื้น
“นี่…นี่…”
“เทพเจ้าลืมตาแล้ว!”
“ไม่…”
เสียงโหยไห้คร่ำครวญน่าเวทนานับไม่ถ้วนเข้าแทนที่ความเงียบสงัดในทันที พัดหอบไปทั่วทั้งเมืองเป็นเอก
ชีวิตแต่ละชีวิต…แต่ละชีวิต รอบๆ จื่อชิงมาพร้อมด้วนเสียงสะท้อนกรีดร้องโหยไห้ เริ่มเปลี่ยนรูป!
มีผู้หญิงผิวปริแตก กระดูกระเบิดลั่น!
มีเด็กตัวขยายใหญ่ขึ้นเป็นภูเขาก้อนเนื้อที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองกรงเล็บคม
มีชายชราศีรษะแยกออกมีตาประกอบงอกขึ้นมา!
มีชายกำยำกล้ามเนื้อมีเกล็ดปกคลุมอย่างรวดเร็ว มีเขี้ยวงอกออกมา!
เมืองเป็นเอกที่สุขสงบ ในเสี้ยวพริบตาที่จื่อชิงทำตามสัญญา ก็กลายเป็นโม่หินบดเลือดเนื้อ!
ผู้ที่ไม่ได้กลายพันธุ์ยิ่งน่าสมเพชเวทนา ร่างแหลกสลายกลายเป็นหมอกเลือดทันที ลอยขึ้นฟ้ากลายเป็นฝนเลือด!
ชีวิต ด้วยรูปแบบของพันธะสัญญาที่กำหนดไว้โรยราไปทั่วทั้งแถบ
และสายตาของจื่อชิงก็มองทะลุผ่านฝุ่นผงสีเทาขาวที่ปลิวว่อนทั่วฟ้าและหมอกเลือดแดงฉาน จับจ้องไปยังพ่อแม่และน้องชายวัยเยาว์ที่อยู่ที่ไกล
เขาเห็นพ่อพลันหันมา พยายามจะปกป้องแม่และน้องชายวัยเยาว์เอาไว้ เพียงแต่แผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของเขาเพิ่งจะเอนไปข้างหน้า ความตื่นกลัวและความเด็ดเดี่ยวบนใบหน้ายังไม่ปรากฏชัดโดยสมบูรณ์…ร่างของเขาก็ราวกับรูปปั้นทรายที่ถูกลมพัดปลิว เริ่มจากปลายนิ้ว ค่อยๆ กลายเป็นผงฝุ่นปลิวสลายไป!
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีกระบวนการ ถูกกระแสฝุ่นผงที่ถูกหอบม้วนขึ้นสู่ฟ้ากลืนกินในทันที หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเห็นแม่ที่กอดน้องชายวัยเยาว์เอาไว้ ความอ่อนโยนบนใบหน้าถูกความสับสนงุนงงและความหวาดกลัวอย่างมหาศาลเข้าแทนที่ในทันที นางกระทั่งว่ายังไม่ทันจะได้มองไปยังทิศทางที่สามีหายไป ทั้งร่างก็แข็งทื่อ…
ราวกับเทียนที่ถูกโยนไปในเตาหลอม เริ่มจากศีรษะ ละลาย…อย่างรวดเร็วและเงียบงัน!
เส้นผมดำขลับ ผิวขาวเนียน คิ้วและดวงตาที่อ่อนโยน…ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็น “แม่” ภายใต้สายตาที่ทำตามสัญญาของจื่อชิง ก็ละลายกลายเป็นของเหลวสีแดงเข้มที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลลงมาตามร่างเล็กๆ ของน้องชายวัยเยาว์ที่อยู่ในอ้อมแขนของนาง!
“ฮึก…”
เขาเห็นน้องชายวัยเยาว์ส่งเสียงสะอื้นสั้นกระชั้นและหวาดกลัวถึงขีดสุดออกมา ร่วงลงมาจากแอ่งเลือดสีแดงเข้มที่แม่ละลายและอุ่นร้อน กระแทกลงบนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยเลือดเหนียวข้นเช่นกันอย่างรุนแรง
ร่างเล็กๆ ของอีกฝ่ายขดตัวอยู่ในแอ่งเลือด เนื้อตัวสั่นสะท้าน เปื้อนไปด้วยเลือดของผู้เป็นของแม่
ในเสี้ยวขณะนี้ ฝุ่นผงสีเทาขาวที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าราวกับเงินกระดาษสำหรับไว้อาลัย ผสมกับฝนเลือดเหนียวเหนอะหนะ โปรยลงมาอย่างแผ่วเบา
ความตายลงมาเยือนโดยสมบูรณ์ แม้แต่การกลายพันธุ์…ส่วนใหญ่ในเสี้ยวพริบตาที่เปลี่ยนรูปก็แตกสลายไปทันที
และฝนเลือดก็ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลางสายฝน จื่อชิงย่ำไปบนเลือดที่อุ่นร้อนเหนียวข้น ทีละก้าว…ทีละก้าว เดินไปยังเงาร่างเล็กๆ ที่ขดตัวอยู่ในแอ่งโลหิต
สุดท้าย เขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย
ก้มหน้าลงมองน้องชายที่อยู่ตรงหน้า
ไหล่เล็กๆ ของอีกฝ่ายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงฝนโลหิตเปียกชุ่มเสื้อบาง ราวกับสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งในทะเลเลือด เหลือเพียงความหวาดกลัว ความสับสนงุนงงที่ไร้เสียงและรุนแรงที่สุด
ตอนนี้ ภายใต้การจ้องมองของเขา ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเนิบช้าเป็นอย่างยิ่ง
ใบหน้าเล็กๆ ที่เปื้อนไปด้วยเลือด รอยน้ำตา และฝุ่นผงโดยสมบูรณ์ก็สะท้อนอยู่ในสายตาของเขา
ดวงตาที่เคยสุกใสเป็นประกายคู่นั้น ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขตและความหวาดกลัวอย่างมหาศาล ราวกับบ่อน้ำแห้งๆ 2 บ่อที่ถูกความสิ้นหวังถมจนเต็ม
เสียงแตกพร่ามาพร้อมด้วยเสียงสะอื้นที่เหมือนฟองโลหิต บีบเค้นออกมาจากลำคอของเขาอย่างยากลำบาก
“ท่านพี่…ท่านพ่อกับท่านแม่…”
ได้ยินเสียงของน้องชาย ริมฝีปากของจื่อชิงก็ขยับเล็กน้อย
ไม้เสียบถังหูลู่ในมือ ไม่รู้ว่าทิ่มแทงเข้าสู่ผิวหนังจนลึกตั้งแต่เมื่อใด
หยดโลหิตอุ่นๆ ไหลลงมาตามไม้เสียบ หยดลงบนพื้นดินที่เหนียวเหนอะหนะเช่นกัน ผสานไปกับเลือดของแม่ และเลือดของทั้งเมืองนี้
แต่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มีเพียงเสียงสะท้อนเย็นชาของการทำสัญญาเสร็จสิ้นที่ดังก้องอยู่ในทรวงอก
ดังนั้น เขาจึงไม่ตอบ
คำพูดใดๆ ต่อหน้าความพินาศที่เขาได้สร้างขึ้นด้วยมือของตนเองล้วนเป็นการดูหมิ่นที่เสแสร้งจอมปลอม
เขาทำตามสัญญาแล้ว เพียงแค่นี้เท่านั้น
สุดท้าย เขาก็แค่วางมือที่เปื้อนเลือดข้างนั้น ไปยังศีรษะเล็กๆ ของน้องชายวัยเยาว์ที่เย็นเยือก เปื้อนไปด้วยคราบเลือดเช่นกันอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ท่าทางแฝงด้วยความหนักอึ้งราวกับพิธีกรรม
ขณะเดียวกัน เขาก็ยื่นถังหูลู่ที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่งของเขาที่อาบย้อมไปด้วยเลือดของตัวเอง และสกปรกอย่างยิ่ง ไปข้างหน้าน้องชายวัยเยาว์
ริมฝีปากที่แตกแห้งเปิดออก เสียงที่เปล่งออกมานั้นสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับการอ่านคำสรุปสุดท้ายของบทเซ่นสังเวยทะลุผ่านสายฝนเลือดทั่วท้องฟ้าและเสียงสะอื้นของการผุกร่อนจากลมไปอย่างชัดเจน
“น้องพี่”
เมื่อมองไปยังดวงตาที่ถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวอย่างใหญ่หลวง เขากล่าวเบาๆ “…อย่าร้องไห้”
ฝ่ามือ…ซัดลงมา!
แต่ในเสี้ยวขณะที่ฝ่ามือของเขากำลังจะสัมผัสกะโหลกศีรษะของน้องชายวัยเยาว์ ท้องฟ้าในพริบตานี้ ก็มีเสียงเบิกฟ้าเบิกแผ่นดินดังท่วมท้นมา!
ภายใต้เสียงที่รุนแรงหาสิ่งใดเปรียบ ก็มีแสงฉีกทึ้งกาลอวกาศ ปรากฏขึ้นทันที!
ส่องสว่างท้องฟ้า ส่องสว่างพื้นดิน ส่องสว่างสายฝนเลือด!
นั่นคือแสงประกายอรุณ!
บดบังทุกสิ่ง ไร้ขอบเขตสิ้นสุด ราวกับทะเล แทนที่ทุกอย่างของโลกนี้
และปกคลุมจื่อชิงไว้ในนั้นด้วย
และในแสงประกายอรุณที่กว้างใหญ่ เจิดจ้าพร่างพรายจนถึงขีดสุดนี้ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมา…
จับแขนของจื่อชิงที่หมายจะซัดลงไปบนศีรษะของน้องชายวัยเยาว์ของเขาไว้
คว้าเอาไว้แน่น!
จากนั้นก็เหวี่ยงออกไปอย่างแรง!
ร่างของจื่อชิงพลันสะท้านเฮือก ภายใต้พลังอันน่ากลัวนี้ ก็ถูกเหวี่ยงออกไปทันที ร่วงไปยังที่ไกล
ในดวงตาของเขาฉายประกายแสงประหลาดรุนแรง จ้องมองไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นในแสงตอนนี้
“ในที่สุด…เจ้าก็มาถึงที่นี่”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1351 เส้นทางของจื่อชิง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com