บทที่ 1354 เหนือกาลเวลา (ตอนจบ)
บทที่ 1354 เหนือกาลเวลา (ตอนจบ)
กาลเวลาล่วงเลย
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ผ่านมา 300 ปีแล้ว
ใน 300 ปีนี้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สงบสุข กลางฟ้าดินไม่มีไอพลังประหลาดอีก ตั้งแต่สวี่ชิงกลับมาเมื่อ 300 ปีก่อน เทพบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ส่วนใหญ่เลือกจากไป
เหลือไม่มากนัก
ทั้งระบบดาวที่ 9 หลังจากราชาเทพหายสาบสูญ ระบบเทพเลือนหายไป
มีเพียงซ่างฮวงยังอยู่
องค์ท่านยังลอยเด่นเหนือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ใบหน้าสมบูรณ์นั้นหลับตาตลอด
เหล่าสหายเก่าที่สวี่ชิงคุ้นเคย ใน 300 ปีนี้ต่างมีวาสนาและโอกาสของตน ด้วยลักษณะเฉพาะของวิชาบำเพ็ญตน นายท่านเจ็ดถึงปลายทางการฝึกบำเพ็ญแล้ว เขาจึงเลือกเส้นทางเหมือนที่ผ่านมา…
กลับเข้าสู่วัฏจักร
ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้ก้าวสู่วัฏจักรแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เขาไปพสุธาแดนดิน เกิดใหม่ที่นั่น
นี่คือมรรคาของเขา
หลังจากตัดสินใจเช่นนี้ เขาบอกสวี่ชิงว่า “อนาคตพวกเราย่อมพบกันอีก”
แน่นอนว่าสวี่ชิงไม่คัดค้าน หลังจากพยักหน้าเงียบๆ เขาส่งนายท่านเจ็ดไปพสุธาแดนดินด้วยตัวเอง มองอีกฝ่ายหายไปในระบบดาวพสุธาแดนดิน คารวะอย่างนอบน้อม
จากนั้นสวี่ชิงค่อยไปนภาเจิดจรัส
ที่นั่นเขามองศิษย์พี่ใหญ่ที่ยังหลับใหล
“ไม่เกี่ยวกับดาวแม่ดั้งเดิม ศิษย์พี่ใหญ่…น่าจะเกี่ยวข้องกับทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ”
สวี่ชิงเอ่ยเบาๆ หันหลังออกจากนภาเจิดจรัส กลับเขาประกายอรุณ
จากนั้นเขาพัฒนาเพื่อเลื่อนขั้นอีก 300 ปี
สำหรับสวี่ชิงแล้ว ระดับราชาเซียนถือว่าเอื้อมถึง
การหลอมรวมของดาวแฝดเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง ทั้งเป็นหนทางของราชาเซียนด้วย
แต่ระยะเวลาที่ต้องใช้เนิ่นนานยิ่ง
ทว่าสวี่ชิงไม่รีบร้อน
ถึงขั้นไม่หมกมุ่นกับการฝึกบำเพ็ญเช่นนี้ แต่ดื่มด่ำกับชีวิตอย่างสงบใจ ผ่านกาลเวลาผันเปลี่ยน ก้าวผ่านฤดูกาลพร้อมจื่อเสวียน
ปีแล้วปีเล่า
วันหนึ่งหลังจากผ่านไปหลายปี
บนเขาประกายอรุณ สวี่ชิงกำลังยิ้มฟังจื่อเสวียนเล่าสิ่งที่เจอเมื่อปีนั้น ในใจเขาพลันกระตุก เงยหน้ามองเวิ้งฟ้า
ครู่ต่อมาเขายังอยู่บนเขาประกายอรุณ แต่ตัวเขาอีกคนอยู่เหนือม่านนภา ปรากฏตัวเบื้องหน้าซ่างฮวงซึ่งลอยเด่น
สวี่ชิงมองซ่างฮวงที่ยังหลับตา ก่อนนั่งขัดสมาธิเฝ้ารอเงียบๆ
กระทั่งผ่านไปราว 10 อึดใจ…
ซ่างฮวงที่นิ่งไม่ขยับพันปี…ลืมตาขึ้นช้าๆ!
ไม่ดวงตาแดงก่ำข้างหนึ่ง ว่างเปล่าข้างหนึ่งเหมือนปีนั้นอีก
ดวงตาคู่นั้นแจ่มชัด มองมาทางสวี่ชิง
“เจ้าตื่นแล้ว” สวี่ชิงกล่าวราบเรียบ
ซ่างฮวงเงียบไป สักพักทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีเสียงดังสนั่น
ตอนนี้หากมองลงมาจากฟ้าดารานอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ย่อมเห็นว่ากระดูกสันหลังพันรอบแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่เหมือนตะขาบของซ่างฮวงกำลังคลายออกอย่างชัดเจน!
เหยียดออกชั่วพริบตา ไม่พันรอบอีก นอกจากคลายออกแล้วยังหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
รวมถึงใบหน้าสมบูรณ์ของซ่างฮวงด้วย!
ทุกอย่างเหมือนหายไปในชั่วพริบตา!
วันนี้ เวลานี้ ในใจสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ปั่นป่วนถึงขีดสุด
ด้วยเสี้ยวหน้าลอยเด่นตรงขอบฟ้า ตามความทรงจำหลายชั่วคนของพวกเขาหายไปแล้ว!
บนเวิ้งฟ้า ตรงหน้าสวี่ชิงมีเงาร่างหนึ่งปรากฏ
สวมชุดคลุมยาวสีดำ ผมยาวสีดำทั้งศีรษะ นั่งขัดสมาธิหน้าสวี่ชิง เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเผยให้เห็นหน้าตาคล้ายกับสวี่ชิง
“ช่วงเวลาที่ผ่านมา การปรากฏตัวของข้าทำให้เจ้ารวมถึงโลกของเจ้าเดือดร้อนแล้ว นี่คือเพลิงกรรมของดวงชะตาข้า ทั้งติดตามดวงชะตาข้ามาตลอด”
“ในวันที่ข้าสำเร็จเทพจึงสาบานว่า…สิ่งมีชีวิตที่ดับสิ้นเพราะข้า อนาคตย่อมเจิดจรัสพร้อมข้า!”
เงาร่างนี้กล่าวเสียงแผ่วเบา
สวี่ชิงมองเงาร่างเบื้องหน้าอย่างลึกล้ำ
“ข้าควรเรียกเจ้าว่าจื่อชิงหรือซ่างฮวงเล่า”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร อาจเป็นซ่างฮวง อาจเป็นจื่อชิง หรือเป็นจิตสำนึกทั้ง 2 รวมกัน แต่ข้าชอบชื่อจื่อชิงมากกว่า”
จื่อชิงมองสวี่ชิงแล้วยิ้มเล็กน้อย
“ตอนนี้เจ้าบอกความเป็นมาของข้าได้หรือไม่” สวี่ชิงเอ่ยถามราบเรียบ
“เจ้าอยากรู้จริงหรือ”
สวี่ชิงพยักหน้า
จื่อชิงเงียบไป สักพักค่อยเงยหน้ามองความว่างเปล่าห่างไกล
เสียงเหมือนผ่านกาลเวลา ดังก้องข้างหูสวี่ชิง
“การหลอมรวมของเจ้าถึงจุดสิ้นสุดแล้ว บรรลุก้าวสุดท้ายของระบบดาวชั้นบนได้ทุกเมื่อ”
“ไม่ว่าเป็นราชาเทพหรือวิถีราชาเซียนที่เจ้าก้าวเดิน ความจริงไม่มีการแบ่งระดับขั้นอีก มีเพียงความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของการหยั่งรู้…เมื่อมาถึงก็บรรลุแล้ว”
“นี่คือขีดจำกัดชั้นบน”
“ไม่ใช่ขีดจำกัดของพวกเราหรือเหล่าผู้มาก่อน ตามบันทึกดั้งเดิมของโลกสิ่งประหลาด เหนือระดับพวกเราขึ้นไปยังมีระดับที่สูงกว่า”
“โลกสิ่งประหลาดเรียกว่า…วิสุทธิ์เร้น”
“ตอนนี้ชั้นบนเรียกว่าวิสุทธิ์เทพ”
“ส่วนผู้บำเพ็ญอย่างพวกเจ้า อนาคตก็มีคำเรียกเฉพาะว่าสุญตา หรือก็คือแก่นแห่งมรรคา”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จื่อชิงถอนสายตากลับ เหลือบมองสวี่ชิง
สวี่ชิงมองจื่อชิง ครุ่นคิดก่อนกล่าวเนิบช้า “หวังบรรลุระดับที่เจ้าเอ่ยถึง มีเพียงออกจากระบบดาวชั้นบน ก้าวเข้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ!”
จื่อชิงได้ยินแล้วพยักหน้า
“ชื่อทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ มีต้นกำเนิดจากโลกสิ่งประหลาด ช่วงที่โลกสิ่งประหลาดยึดครอง ที่นั่นเรียกว่าทางหล่อเลี้ยงสิ่งประหลาด”
“ถือเป็นเส้นทางออกจากระบบดาวชั้นบนเพียงแห่งเดียว ก้าวเดินบนหนทางนี้ ถึงจะแสวงหาระดับสูงกว่าได้”
“ในทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพเมื่อปีนั้น ข้าก้าวเดินถึงส่วนลึกสุด…”
“ระหว่างนั้นคือการเลื่อนขั้นของข้า กล่าวคือผู้ก้าวสู่ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ เมื่อก้าวเข้าไป ถือว่าเริ่มเลื่อนขั้นแล้ว”
“ถ้ามีคนก้าวออกไปได้ย่อมกลายเป็นวิสุทธิ์เทพ”
“ส่วนข้าขาดเพียงก้าวเดียว”
จื่อชิงทอดถอนใจ
“เกี่ยวข้องกับข้าหรือ” สวี่ชิงพลันเอ่ยปาก
สายตาจื่อชิงยิ่งล้ำลึก พยักหน้าช้าๆ
“ตรงส่วนลึกของทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ ข้าเห็นทางระเบียงทอดยาว ที่นั่นมีประตูมากมาย ทุกบานเป็นตัวแทนของราชาเทพหรือราชาสิ่งประหลาดคนหนึ่ง!”
“ทุกครั้งที่เพิ่มจำนวนบนโลกนี้ ที่นั่นจะมีประตูเพิ่มขึ้น 1 บาน”
สวี่ชิงฟังถึงตรงนี้ สายตาพลันจดจ่อ
จื่อชิงกล่าวต่อ
“บนประตูสลักชื่อตัวเองไว้ เมื่อเปิดแล้วก้าวออกไป…จะเลื่อนขั้นอย่างแท้จริง”
“ปลายทางระเบียงนั้นยังมีเก้าอี้ตัวหนึ่ง บนนั้น…มีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ ในมือเขาถือผลึกวารีสีม่วง ที่อยู่ข้างกายคือโครงกระดูกหญิงสาว รวมถึงหนอนสีน้ำเงินแห้งเหี่ยวที่ตายมานานแล้ว”
“เขานั่งอยู่ตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยว บนตัวแผ่กลิ่นอายเก่าแก่ คล้ายย้อนถึงโลกสิ่งประหลาดได้…ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เมื่อข้าเห็นเขา ในสมองนึกถึง 2 คำ นายด่าน!”
“เขาจวนสิ้นชีพแล้ว ส่วนข้ายังสภาพสมบูรณ์ เขาขวางไม่ให้ข้าสลักชื่อ ข้าจึงเปิดศึกแบ่งเป็นตายกับเขา!”
“ศึกนั้นข้าพ่ายแพ้ หอบร่างที่เหลือหนีกลับมา ส่วนเขาไม่ได้ชนะอย่างแท้จริง…”
“ด้วยเขาหมดลมในท่านั่งสมาธิตรงส่วนลึกของทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ”
“ก่อนสิ้นลมยังฝากความเป็นไปได้อย่างหนึ่งผ่านพลังคืนชีพของข้า”
“ถึงขั้นว่าเมื่อข้านึกย้อนตอนนี้ เขาอาจขวางข้า เนื่องจากถึงปลายทางก่อนข้าแล้ว การปรากฏตัวของข้าให้ความหวังกับเขา ดังนั้นหลังจากข้าพ่ายแพ้ เขาไม่ได้สังหาร แต่เจตนาปล่อยข้าไปเพื่อ…นำความเป็นไปได้อย่างหนึ่งของเขาไปด้วย”
“ความเป็นไปได้นั้นหลอมรวมกับข้า ครั้นแล้วจึงไปดาวแม่ดั้งเดิมของนภาเจิดจรัสพร้อมกัน”
“จากนั้นค่อยกลายเป็นเจ้า”
จื่อชิงมองสวี่ชิง
สวี่ชิงเงียบไป คำพูดนี้ก่อเกิดคลื่นลมในใจเขา
เขานึกถึงผนึกวารีสีม่วงของตน นึกถึงทางระเบียงตรงส่วนลึกจิตวิญญาณ นึกถึงเก้าอี้ตัวนั้น…
สิ่งสำคัญยิ่งคือโครงกระดูกหญิงสาวกับหนอนสีน้ำเงินที่จื่อชิงเอ่ยถึง…
ผ่านไปเนิ่นนาน…
จื่อชิงหยัดร่างขึ้น
“ในเมื่อข้าตื่นแล้วก็ต้องก้าวสู่ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพต่อ”
“ครั้งนี้ไม่มีคนขวางข้าแล้ว เจ้า…จะไปส่งข้าหรือไม่”
จื่อชิงยิ้มเอ่ยปาก
สวี่ชิงได้ยินแล้วพยักหน้าช้าๆ
…
ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ในระบบดาวชั้นบน
แต่ถ้าจะเปิดมันต้องให้เจตจำนงชั้นบนเปิดรับ
การเปิดรับเช่นนี้ มักเป็นสิ่งที่เจตจำนงชั้นบนไม่ยินดี
แต่สำหรับจื่อชิงแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหา ยามเขาเลือกก้าวสู่ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพบนระบบดาวที่ 8 เจตจำนงระบบดาวที่ 8 สั่นสะท้าน เปิดรับองค์ท่านด้วยตัวเอง
ปลดปล่อยวังวนมหึมาหนึ่งออกมา
นั่นคือทางเข้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ
เรื่องที่จื่อชิงจากไป องค์ท่านไม่ได้ปิดบัง ดังนั้นวันที่จากไป…เหล่าราชาเทพทั่วระบบดาวชั้นบนล้วนปรากฏตัว
รวมถึงอสูรยักษ์กับเจดีย์ทมิฬด้วย
เหล่าองค์ท่านรู้ว่าหากซ่างฮวงจะลงมือ เหล่าองค์ท่านมาหรือไม่ล้วนมีฉากจบเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้…มิสู้เผชิญหน้าอย่างเปิดเผยดีกว่า
ในนั้นยังมีราชาเซียนจากระบบดาวที่ 5 รวมถึงปรมาจารย์ไป่ข้างกายเขา
พวกเขา 2 คนเหมือนราชาเทพคนอื่น จ้องมองจื่อชิง จ้องมองสวี่ชิง
เมื่อเห็นเหล่าองค์ท่าน จื่อชิงที่เดินถึงปากทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพพลันเอ่ยกล่าว
“พวกเจ้า มีผู้ยินดีร่วมทางกับข้าหรือไม่”
เมื่อเสียงองค์ท่านดังขึ้น เหล่าราชาเทพโดยรอบ ไม่มีใครไม่จิตใจปั่นป่วน
ความอันตรายของทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ เหล่าองค์ท่านรู้อยู่แก่ใจ แต่นี่คือเส้นทางก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น
ผู้มาถึงระดับราชาเทพล้วนมีสิ่งที่แสวงหาและความทะเยอทะยานของตน
หากเป็นไปได้ แน่นอนว่าไม่อยากหยุดแค่ระดับนี้
ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสครั้งหนึ่ง!
สุดท้าย…ด้วยความต้องการและความคิดแตกต่างกัน มีราชาเทพบางส่วนเลือกก้าวเข้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพพร้อมจื่อชิง
แต่ราชาเทพส่วนใหญ่ไม่ทำเช่นนั้น เหล่าองค์ท่านมองส่งการจากลาครั้งนี้พร้อมสวี่ชิง
สวี่ชิงมองจนวังวนทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพหายไป จากนั้นค่อยถอนสายตากลับช้าๆ
เขาไม่เห็นทางระเบียงที่จื่อชิงเอ่ยถึง
เหล่าองค์ท่านต่างแยกย้ายจากไป
เมื่อถึงระดับราชาเทพและราชาเซียนแล้ว ไม่มีทางลงมือง่ายๆ เส้นทางของเทพเจ้ากับผู้บำเพ็ญ เมื่ออยู่ต่อหน้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ คล้ายไม่นับว่าเป็นอะไร
ก่อนราชาเซียนของระบบดาวที่ 5 กับปรมาจารย์ไป่จากไป ได้สนทนารำลึกวันเก่ากับสวี่ชิง
จากนั้นค่อยกลับระบบดาวของตน
ส่วนสวี่ชิงก็กลับเขาประกายอรุณ ฟังจื่อเสวียนเล่าเรื่องที่พวกเขาเจอกันเมื่อปีนั้นต่อ ทั้งยิ้มอย่างอ่อนโยน
…
กาลเวลาเคลื่อนคล้อยต่อเนื่อง
เวลาผันผ่านโดยไร้สุ้มเสียง
เรื่องราวของกาลเวลายังสืบเนื่อง ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ มีผู้บำเพ็ญคนใหม่เด่นผงาด มีผู้บำเพ็ญคนเก่ากล้ำกลืนความแค้น
เทพเจ้าก็เช่นกัน
หมุนเวียนเป็นวัฏจักร คล้ายอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยเปลี่ยนวงจร
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพเปิดออกหลายครั้ง
ทุกครั้งล้วนมีราชาเทพเลือกจากไป แสวงหาวิสุทธิ์เทพ!
แต่กลับไม่มีคนรู้ว่าเมื่อปีนั้นพวกจื่อชิงทำสำเร็จหรือไม่ ทั้งไม่รู้ว่าเหล่าราชาเทพที่ก้าวเข้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพต่อจากนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เหนือระบบดาวชั้นบน คล้ายเหนือกาลเวลา ไม่อาจสืบค้น
กระทั่งปีนี้
เดือน 3 ช่วงออกจากการจำศีล
เอ้อร์หนิวตื่นแล้ว
เมื่อเขาตื่นขึ้น ทั่วนภาเจิดจรัสสั่นสะเทือน ดังก้องทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ พร้อมเสียงหัวเราะฮึกเหิมของเขา
“อาชิงน้อย ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าตื่นแล้ว ตอนนี้ข้าเก่งกาจกว่าแต่ก่อน จื่อชิงอะไรนั่น ข้าช่วยเจ้าจัดการเขาเอง!”
“ทั้งมีเสี้ยวหน้านั่น ข้า…”
เอ้อร์หนิวท่าทางหยิ่งผยอง กล่าวพลางพุ่งตัวทะลวงนภาเจิดจรัส ปรากฏตัวบนท้องฟ้าเหนือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ยกมือชี้เวิ้งฟ้า…ตำแหน่งที่เดิมเสี้ยวหน้าเคยอยู่
แต่ครู่ต่อมาเขาเบิกตากว้าง เสียงพลันชะงัก มองม่านนภากว้างใหญ่อย่างอึ้งงัน
สักพักเขาหันกลับอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาหาบนท้องฟ้าหลายรอบ…
“เอ่อ… เกิดอะไรขึ้น เสี้ยวหน้าเล่า”
ยามเอ้อร์หนิวกำลังสับสน เสียงสวี่ชิงดังมาจากความว่างเปล่า “ศิษย์พี่ใหญ่…”
จากนั้นท้องฟ้าเกิดคลื่นสะเทือน สวี่ชิงจูงมือจื่อเสวียน ยิ้มพลางมองเอ้อร์หนิว
เอ้อร์หนิวมองสวี่ชิงอย่างอึ้งงัน จากนั้นค่อยสูดหายใจลึก
เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายที่เหนือกว่านายแห่งเทพจากตัวสวี่ชิง กลิ่นอายนั้น…
“ราชาเทพ? ราชาเซียน?”
“นะ… นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมข้าหลับเพียงงีบเดียว ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปแล้ว…เสี้ยวหน้าบนท้องฟ้าหายไปแล้ว? จื่อชิงก็หายไปด้วย? ทำไมอาชิงน้อยถึงเปลี่ยนเป็นระดับราชา”
เอ้อร์หนิวตกตะลึง
สวี่ชิงแย้มยิ้ม กล่าวเสียงอบอุ่น “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้ารอท่านนานมากแล้ว ข้าจะไปทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ ท่าน…ยินดีร่วมทางกับข้าหรือไม่”
…
ในช่วงกาลเวลาไร้สิ้นสุดนี้ หลังจื่อชิงจากไปเมื่อปีนั้น ทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพเปิดออกเป็นครั้งที่ 7 แล้ว
ครั้งนี้เปิดช่องทางบนระบบดาวที่ 9
ราชาเซียนกับปรมาจารย์ไป่มาส่ง พวกเขาไม่ได้เลือกจากไป
แต่ตัดสินใจอยู่ระบบดาวชั้นบน
นอกวังวนปากทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ สวี่ชิง จื่อเสวียน เอ้อร์หนิวยืนอยู่ตรงนั้น มองราชาเซียนกับปรมาจารย์ไป่
ปรมาจารย์ไป่พยักหน้าเล็กน้อย
“ยังจำคำข้าเมื่อปีนั้นได้หรือไม่ ฟ้าดินคือแหล่งพำนักของสรรพชีวิต เวลาคือผู้ผ่านทางนับแต่อดีตจนปัจจุบัน…ปีนั้นเจ้าส่งข้า วันนี้ข้าส่งเจ้า”
“ขอเพียงไม่ตาย สุดท้ายย่อมพบกัน”
สวี่ชิงได้ยินแล้วคารวะปรมาจารย์ไป่อย่างนอบน้อม
จากนั้นเขาค่อยหันมองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เอื้อมมือคว้าแก่นวิญญาณของคนนับไม่ถ้วนในความทรงจำออกมา รวมถึงบิดามารดาตนด้วย
เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ นัยน์ตาเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว มองจื่อเสวียนกับเอ้อร์หนิว
จื่อเสวียนพยักหน้าเบาๆ ถูกสวี่ชิงคุ้มครองอยู่ภายใน
เอ้อร์หนิวเปลี่ยนเป็นหนอนสีน้ำเงินตัวหนึ่ง เกาะบนบ่าสวี่ชิง ส่งเสียงเอ็ดตะโร
“ไปล่ะ แค่ทางหล่อเลี้ยงคร่ำคร่า เข้าไปดูข้างในกันว่ามีของอร่อยหรือไม่!”
สวี่ชิงได้ยินแล้วยิ้มรับ ไม่ลังเลอีก เยื้องย่างก้าวสุดท้ายไปทางวังวนเบื้องหน้า
ก้าวเข้าทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพ
ตามหาระดับที่สูงกว่า…สุญตา!
‘ข้าไม่รู้ว่านี่คือครั้งที่เท่าไร แต่ครั้งนี้ ข้าต้องทำสำเร็จ!’
(จบบริบูรณ์)
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1354 เหนือกาลเวลา (ตอนจบ)"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com