38. สละ
38. สละ
ที่ประตูโรงงานเหล็ก หลงเยว่หงถือวิทยุสื่อสารตอบคำถามของเจี่ยงไป๋เหมียน
“จิ้งฝ่า! เขาบอกว่าชื่อจิ้งฝ่า!”
คู่สนทนาอีกด้านของเครื่องวิทยุสื่อสารเงียบไปสองวินาที เสียงคลื่นแทรกดังซ่าๆ เป็นระยะ
ทันใดนั้นเจี่ยงไป๋เหมียนก็รีบพูดด้วยน้ำเสียงตระหนก
“ถอนกำลังกลับมาเดี๋ยวนี้!”
พอพูดจบเธอก็รีบปิดสวิทช์วิทยุสื่อสารทันที
ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมหัวหน้าทีมถึงมีปฏิกิริยารุนแรงนัก ไม่แม้แต่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่าหลังจากที่เจอกับจิ้งฝ่า หรือพวกเขาเป็น “ผู้ถูกลิขิต” หรือเปล่า แต่กลับให้ถอนกำลังทันที
แม้ว่าจะยังงงๆ อยู่บ้างแต่ทั้งคู่ก็ไม่คิดจะขัดคำสั่งของเจี่ยงไป๋เหมียน ด้านหนึ่งก็คือทำตามขั้นตอนปฏิบัติการมาตรฐานของแผนกความมั่นคง เมื่อออกภาคสนามต้องเชื่อมั่นในประสบการณ์และการตัดสินใจของหัวหน้าทีม อีกด้านหนึ่งก็เพราะว่ารู้สึกกลัวหลวงจีนจักรกลที่พูดแต่ทฤษฎีประหลาด
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกัน ถือปืนไรเฟิลจู่โจม ก้มตัวเล็กน้อย ก้าวยาวขึ้น รีบวิ่งออกจากโรงงานเหล็กทันที
ด้วยร่างกายที่ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมควบคู่ไปกับการฝึกหนักอย่างต่อเนื่องจึงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะรักษาสภาพการวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งออกจากถนนที่ถูกทิ้งร้างและเลี้ยวกลับมายังตำแหน่งที่รถจี๊ปซ่อนอยู่ พวกเขาเพียงแค่ชะลอฝีเท้าแล้วสูดหายใจไม่กี่ครั้ง
รถจี๊ปได้แล่นออกมาจากจุดซ่อนตัวแล้ว และแวะรับพวกเขาขึ้นรถ
ครั้งนี้ไป๋เฉินนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับอีกครั้ง
ปัง! ปัง!
ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงกระโดดขึ้นเบาะหลังแล้วปิดประตู
แฮ่ก! แฮ่ก!
ทั้งสองผ่อนลมหายใจอย่างแรง
“เร่งความเร็วเต็มที่!” เจี่ยงไป๋เหมียนสั่งไป๋เฉินแล้วหันมาถามซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หง “ตอนใช้วิทยุสื่อสาร อยู่ห่างจากจิ้งฝ่าไกลแค่ไหน?”
“ไกลอยู่นะ เราอยู่ที่ประตูทางเข้า แฮ่ก… โรงงานเหล็ก ส่วนจิ้งฝ่า แฮ่ก… ตอนนั้นน่าจะอยู่หลังปล่องไฟ มองกันไม่เห็นแล้ว” หลงเยว่หงหอบขณะตอบ
เขาไม่เห็นจิ้งฝ่าจึงทำได้เพียงแค่คาดคะเนแบบคร่าวๆ
เจี่ยงไป๋เหมียนมีระดับความเข้าใจเกี่ยวกับบริเวณพื้นที่ซากปรักโรงงานเหล็กอย่างเห็นได้ชัด เธอนึกทวนจากความทรงจำก่อนพูด
“ระยะห่างเท่านั้นยังไม่น่าจะปลอดภัย… ระบบฟังเสียงของหลวงจีนจักรกลนั้นสามารถจับเสียงได้ค่อนข้างไกล
“ไป๋เฉิน ไม่ต้องห่วงเรื่องแบตรถหรือรถคว่ำ รักษาความเร็วระดับนี้เอาไว้”
หลงเยว่หงสังเกตเห็นว่าหัวหน้าทีมของพวกเขานั้นหยิบเครื่องยิงระเบิดหนักออกมาแล้วแทนที่ด้วยลูกระเบิดจำนวนมาก
“หัวหน้า จิ้งฝ่าบอกว่าพวกเราไม่มีวาสนากับชุมนุมหลวงจีน ไม่ต้องกังวลก็ได้” เขารีบแจ้งข้อมูลสำคัญเพื่อไม่ให้เจี่ยงไป๋เหมียนมีตระหนกเกินไป
เจี่ยงไป๋เหมียนมองกระจกหลังพร้อมสั่นศีรษะอย่างแรง
“ไม่ใช่เรื่องนั้น
“พวกนายเคยเรียนมาแล้วว่าเทคโนโลยีของ ‘นิรันดร์กาล’ นั้นมีข้อบกพร่องอยู่ หลวงจีนจักรกลทุกคนมีปัญหาสภาวะจิตบางอย่าง
“ปัญหาพวกนี้แต่ละคนก็ต่างกันไป ตามข้อมูลที่บริษัทได้รวบรวมไว้ จิ้งฝ่า ฮื่อ… เขาเป็นหนึ่งในหลวงจีนจักรกลที่ออกจาริกบนแดนธุลีบ่อยมาก ปัญหาที่สำคัญของเขาก็คือ…”
เจี่ยงไป๋เหมียนหยุดชั่วอึดใจก่อนพูดต่อ
“เกลียด-ผู้-หญิง-มาก!”
“หือ?” ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงเข้าใจความหมายของทั้งสี่คำ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนว่าหมายถึงอะไรหรือร้ายแรงขนาดไหน
เจี่ยงไป๋เหมียนเหลือบมองไป๋เฉินก่อนพูด
“เมื่อจิ้งฝ่าได้พบผู้หญิง หรือเพียงแค่ได้ยินเสียงก็ตาม เขาจะคุ้มคลั่งแล้วทำร้ายคนรอบข้างไม่เลือกหน้า
“และจากร่องรอยที่หลงเหลือบนศพ เขามีแนวโน้มว่าล่วงละเมิดศพด้วย…”
“เฮ้ย เขาเป็นแค่หุ่นจักรกลเองนะ…” หลงเยว่หงนึกภาพไม่ออก
เจี่ยงไป๋เหมียนถอนใจ
“น่าสยองใช่ไหมล่ะ… อ่อ ใช่ พวกนายคนไหนจะเป็นคนสวมเกราะเสริมแรง?”
ยังไม่ทันที่ซางเจี้ยนเย่าหรือหลงเยว่หงจะได้ตอบ สีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วก็พลันเคร่งเครียดเพิ่มขึ้นอีก
“เงียบก่อน”
ซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่หงเข้าใจทันที ต่างพากันหันหน้าไปนอกหน้าต่างมองหาร่างของหลวงจีนจักรกลห่มจีวรแดง
แต่พวกเขาก็เห็นเพียงแค่ป่าโปร่ง ดินชื้นแฉะสีเทา หนองน้ำสีดำ ก้อนหินขนาดน้อยใหญ่ ไม่มีอย่างอื่นอีก
ในตอนนี้มีหลุมบ่อและก้อนหินมากมายอยู่ด้านหน้า ไป๋เฉินจึงต้องชะลอรถ
เพราะถ้าหากรถพลิกคว่ำ มันจะกลายเป็นปัญหาร้ายแรงแน่นอน
มือซ้ายเจี่ยงไป๋เหมียนที่ถือเครื่องยิงระเบิดเอาไว้ เลื่อนลงไปแตะข้อศอกขวาของไป๋เฉินเงียบๆ
ไป๋เฉินไม่ได้หันหน้ามา ขณะที่หักพวงมาลัยไปทางซ้ายก็ลดความเร็วรถลงจนเกือบจะเท่ากับความเร็วตามปกติ
ช่วงเวลาระหว่างนี้หน้าต่างสองด้านของรถก็เลื่อนเปิดออก
ทันใดนั้นร่างสีดำสวมชุดหลวงจีนขาดๆ ห่มจีวรสีแดงก็พลันกระโดดลงมาจากต้นไม้ข้างทางแล้วพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเจี่ยงไป๋เหมียนที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ร่างนั่นก็คือหลวงจีนจักรกลที่บอกว่าตนเองเป็นพระ จิ้งฝ่า!
แต่ก็ราวกับว่าเจี่ยงไป๋เหมียนคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว เธอยกเครื่องยิงระเบิดขึ้นมารอไว้แล้วเล็งไปที่ “นิรันดร์กาล”
ทั้งหมดนี้มองดูแล้วราวกับว่าจิ้งฝ่านั้นกำลังจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาระเบิดเอง
ลูกกระสุนระเบิดที่เต็มไปด้วยระเบิดพลังสูงนั้นรุนแรงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับหลวงจีนจักรกลได้
แต่ในขณะที่เจี่ยงไป๋เหมียนกำลังจะเหนี่ยวไกนั้นเอง ดวงตาสีแดงบนใบหน้าโลหะของจิ้งฝ่าก็กะพริบขึ้น
ทันใดนั้นจู่ๆ เจี่ยงไป๋เหมียนก็เห็นคนมากมาย
ร่างเหล่านั้นเป็นเหมือนภาพลวงตาจางๆ แต่ละคนนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นรอบตัวเธอ คว้าเอาดินหินและใบไม้ยัดใส่ปากตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
ท้อง “พวกเขา” บวมป่องราวกับจะแตกออกเพราะสิ่งที่กินเข้าไป แต่ “พวกเขา” กลับยังไม่รู้สึกอิ่ม กินทุกอย่างที่ขวางหน้า
เจี่ยงไป๋เหมียนเองก็เหมือนจะกลายเป็นหนึ่งในคนพวกนี้ ทางด้านสรีรร่างกายแล้วเธอไม่ได้รู้สึกหิว แต่ทว่ากลับรู้สึกว่าตัวเองหิวมาก รู้สึกว่าเจียนจะหิวตายจนต้องหาอะไรกิน
ด้วยแรงกระตุ้น ด้วยการรับรู้ในจิตนี้ ทำให้เจี่ยงไป๋เหมียนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เธอคลายนิ้วชี้มือขวาที่แตะไกปืนออกทันที วางเครื่องยิงระเบิดไว้บนตัก
แล้วเธอก็รีบหยิบถุงบิสกิตอัดออกมาฉีกซองอย่างบ้าคลั่งก่อนจะยัดอาหารใส่เข้าปาก
ในระหว่างนี้เธอไม่แม้แต่จะมีเวลาดื่มน้ำด้วยซ้ำ ทำให้สำลักจนตาเหลือก ไม่สามารถกลืนอาหารต่อไปได้อีก
ไม่ใช่เพียงแค่เธอคนเดียว ไป๋เฉินเองก็แตะเบรคแล้วกินธัญพืชอัดแท่งอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ซางเจี้ยนเย่ากับหลวเยว่หงก็หยิบอาหารออกมากิน เพลิดเพลินกับมื้อค่ำอย่างไม่มีเหตุผล
พวกเขาต่างก็ไม่ได้สนใจว่าศัตรูตัวฉกาจที่มีชื่อเสียงเลวร้ายกำลังพุ่งเข้าใส่
หลวงจีนจักรกลจิ้งฝ่า ลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา มาอยู่ข้างรถจี๊ป
จากนั้นเขาก็เปิดประตูฝั่งเบาะที่นั่งข้างคนขับด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวานั้นเล็งไปที่เจี่ยงไป๋เหมียนกับไป๋เฉิน ซึ่งทั้งซางเจี้ยนเย่ากับหลงเยว่เองก็อยู่ในรัศมีระเบิดเช่นกัน
แล้วจู่ๆ ในช่วงเวลาขณะนี้ เจี่ยงไป๋เหมียนก็หลุดพ้นออกจากภาพลวงตาแห่งความหิวโหยที่กำลังเผชิญ
ภาพลวงตาจางๆ ของร่างที่ท้องบวมป่องบนพื้นดินรอบตัวได้อันตรธานไปหมดสิ้น
ซางเจี้ยนเย่าก็ก้มศีรษะเอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเกือบจะในเวลาเดียวกัน
จิ้งฝ่าหยุดนิ่งไปสองวินาที เขาไม่ได้ใช้อาวุธเลเซอร์หรือเพลิงชำระล้างคนทั้งสี่ แสงสีแดงในดวงตาเขากะพริบสองสามทีก่อนจะพูดขึ้น
“ประสกคิดว่าหลวงจีนยากไร้ผู้นี้จะส่งพวกประสกไปสู่สุคติหรือ?
“หลวงจีนยากไร้จะไม่ทำตามที่ประสกปรารถนา อาตมาจะจับประสกถ่วงหนองน้ำก่อน จากนั้นก็จะหาสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดรบกวนเพื่อให้ประสกได้เล่นสนุกกับตัวเอง”
ขณะที่พูดนั้นเขาให้ความสนใจเพียงเจี่ยงไป๋เหมียนกับไป๋เฉินเท่านั้น
สีหน้าเจี่ยงไป๋เหมียนเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร ราวกับว่ากำลังคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์อยู่
ในตอนนี้ซางเจี้ยนเย่ายืดตัวขึ้นมาแล้วถามเพื่อยืนยัน
“ท่านเป็นผู้ตื่นรู้หรือ?”
“ใช่” ถึงแม้จะเป็นศัตรูกันและกำลังคุ้มคลั่งเพราะเห็นผู้หญิง แต่จิ้งฝ่าก็ยังคงรักษาหลักการเรื่องบรรพชิตไม่กล่าวมุสา
ในขณะที่ยังคงเล็งเจี่ยงไป๋เหมียนกับไป๋เฉินด้วยอาวุธเลเซอร์กับเครื่องพ่นไฟในมือขวา เขาสังเกตดูที่นั่งของซางเจี้ยนเย่าไปด้วย จากนั้นเดินมายังเบาะด้านหลังแล้วเปิดประตู
“หลวงจีนยากไร้จะนั่งตรงกลาง” จิ้งฝ่าพูดอย่างเย็นชาและไร้อารมณ์
ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถตรวจตราทุกคนในรถได้ และให้รถจี๊ปขับไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่น
ซางเจี้ยนเย่ารีบลงจากรถจี๊ปและเว้นที่ให้จิ้งฝ่าราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นศัตรู
หลวงจีนจักรกลจิ้งฝ่าไม่ได้ลดการระวังป้องกันพวกเขา นั่งลงที่ตรงกลางของเบาะหลังดั่งม้าใหญ่มีดทอง
[ม้าใหญ่มีดทอง 大马金刀 – กล้าหาญไม่เกรงกลัว]
ซางเจี้ยนเย่านั่งด้านข้าง ราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ก่อนจะถามขึ้น
“เกลียดผู้หญิงคือข้อบกพร่องของท่าน?”
เขาไม่ได้ใช้คำว่า “สละ” แต่ใช้คำว่า “ข้อบกพร่อง” ตามที่คนทั่วไปใช้อธิบายเกี่ยวกับหลวงจีนจักรกล
จิ้งฝ่าไม่ได้โกหก ตอบกลับตามจริง
“ไม่ใช่ สิ่งที่อาตมาต้องชดใช้จากการสละก็คือ ความกระหายในกามารมณ์
“แต่เดิมอาตมาคิดว่าหลังจากย้ายจิตเข้าสู่ชิปหุ่นชีวจักรกลแล้วจะได้รับความสงบ ไม่ได้รับผลกระทบอีก แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่เช่นนั้น”
ซางเจี้ยนเย่าตระหนักได้ในทันที
“ตอนแรกผมยังคิดว่าสิ่งที่ท่านต้องชดใช้คือห้ามโกหกซะอีก”
“ไม่มุสาคือข้อบัญญัติของชุมนุมหลวงจีนอยู่แล้ว” จิ้งฝ่าตอบซางเจี้ยนเย่าทุกคำถาม “อย่างไรเสียพวกประสกก็ต้องถูกปลดเปลื้อง จะรู้หรือไม่รู้จึงไม่สำคัญ”
ซางเจี้ยนเย่าปิดประตูรถจี๊ป แล้วถามด้วยความสงสัย
“เมื่อครู่คือพลังอะไร?”
“เส้นทาง ‘เปรตหิวโหย’ ของสังสารวัฏหกทาง” ดวงตาสีแดงของจิ้งฝ่ามองไปที่ไป๋เฉิน “ออกรถ ขับตรงไป”
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างซางเจี้ยนเย่ากับจิ้งฝ่า ทำเอาหลงเยว่หงกับไป๋เฉินรู้สึกไร้สาระชอบกล
เห็นๆ อยู่ว่าหลวงจีนจักรกลต้องการจับตัวพวกเขาเพื่อพาไปทรมานที่ไหนสักแห่งก่อนจะฆ่าทิ้ง แต่ซางเจี้ยนเย่ากับเขาดันพูดคุยสนทนากันราวกับเป็นสหายที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีดีดัก
พอไป๋เฉินเหยียบคันเร่ง เจี่ยงไป๋เหมียนก็หัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า เข้าใจแล้ว!
“แกเกลียดผู้หญิงเพราะว่าร่างกายในตอนนี้ไม่สามารถปลดปล่อยเพื่อตอบสนองความต้องการได้สินะ ก่อนนี้แกต้องการหลีกหนีจากเรื่องนี้ถึงได้ทำการย้ายจิต แต่นั่นกลับกลายเป็นการขยายข้อบกพร่องไปตลอดกาล ไม่มีวันจบสิ้น! สภาวะจิตแกมันบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว มีเพียงการใช้ความรุนแรงทางกายภาพเท่านั้นถึงจะปลดปล่อยได้!
“ฮ่า ฮ่า คณะธรรมของพวกแกไม่ใช่ว่าสอนเรื่องอายตนะทั้งหกต้องสะอาดบริสุทธิ์หรอกเหรอ? แล้วทำไมจิตใจของหลวงจีนอย่างแกมันถึงได้สกปรกนักล่ะ!”
จิ้งฝ่าที่กำลังระงับความแปรปรวนของจิตสำนึกอยู่นั้นก็พลันสูญเสียการควบคุมตัวเองทันที ดวงตาสีแดงสว่างวาบ เอนตัวไปข้างหน้าเพื่อจะตะครุบเจี่ยงไป๋เหมียนที่เบาะข้างคนขับด้วยความรุนแรง
เจี่ยงไป๋เหมียนไม่ได้หลบแต่ตั้งใจเผชิญหน้า เธอสะบัดแขนซ้ายไปคว้าลำคอโลหะสีดำสนิท
เธอเหยียดนิ้วชี้มือซ้ายรอไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยกระแสไฟฟ้าสีเงินขนาดเล็กก็มีอะไรบางอย่างพุ่งลอดเข้าไปในรูที่ลำคอของหลวงจีนจักรกล
นั่นคือ “เครื่องมือ” ที่ติดอยู่กับแขนชีวจักรกลไฟฟ้า มันมีส่วนที่สามารถเชื่อมต่อกับชิป วงจร และเซ็นเซอร์ เพื่อใช้อ่านข้อมูลของวัตถุลักษณะแบบคอมพิวเตอร์และเจาะระบบป้องกัน!
นอกจากจะมีจิตสำนึกของมนุษย์แล้ว หลวงจีนจักรกลก็มีพื้นฐานโครงสร้างเป็นหุ่นสมองกลอีกด้วย
[หมายเหตุ]
สังสารวัฏหกทาง 六道轮回 คือ “หกเส้นทางของการเวียนว่ายตายเกิด” ที่กล่าวถึงในศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน ประกอบด้วย เส้นทางสวรรค์ (天人道) เส้นทางมนุษย์ (人道) เส้นทางเดรัจฉาน (畜牲道) เส้นทางอสุรกาย (阿修罗道) เส้นทางเปรต (饿鬼道) และเส้นทางนรก (地狱道)
อายตนะทั้งหก 六根 อายตนะคือสิ่งที่ใช้รับรู้และการรับรู้ อายตนะทั้งหกในที่นี้คือประสาทสัมผัสทั้งหกของร่างกาย ประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส และใจสัมผัส
Comments for chapter "38. สละ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com