บทที่ 1196 ข้าขอใช้ที่นี่ 300 ปี
คำว่าผู้รักษาการแทน จากชื่อก็เห็นภาพแล้ว
ทำหน้าที่ดูแลแทน
ฐานะเผ่ามนุษย์ พลังบำเพ็ญขั้นกึ่งเซียน ทำให้หน้าที่นี้เหมาะกับเขา
“นายท่าน ฐานะท่าน พวกเราเดาได้โดยคร่าว วังเซียน 9 ฝั่งให้มาเยือนจักรวาลนี้ ทั้งวิวัฒน์เป็นจักรวาลส่วนตัว…”
หน้าตำหนักเซียน ชายชราคล้ายมนุษย์แต่หน้าผากมีดวงตาที่ 3 คนหนึ่งคารวะสวี่ชิง ก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม
“เรื่องเช่นนี้ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีเพียงสายตรงของเผ่ามนุษย์ซึ่งท่องเหินมาจากนครเซียน ถึงจะมีสิทธิ์และได้รับเกียรติเช่นนี้”
“คิดว่านายท่านคงเป็นหนึ่งในผู้ท่องเหินจากนครเซียนครั้งนี้”
“ส่วนใต้เท้าคุนอู๋…เขาเหมือนนายท่าน ได้ยินว่าเป็นหนึ่งในผู้ท่องเหินจากนครเซียนก่อนหน้านี้ ทั้งมีจักรวาลของตน แต่เหมือนว่าที่นี่เหมาะแก่การฝึกบำเพ็ญของเขา”
“ดังนั้นหลังจากเขามาเมื่อพันปีก่อนก็ยังไม่จากไป…”
“เขาเป็นเผ่ามนุษย์ ทั้งนภา 9 ฝั่งกว้างขวางนัก…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ชายชรามองสวี่ชิงที่ยืนตรงตำหนักเซียนอุกกาบาต
“ในนภา 9 ฝั่ง จักรวาลซึ่งไม่มีเจ้าตำหนักเซียนคือจักรวาลไร้เจ้าของ ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็นเช่นนี้ มีผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ฝึกตนในนั้น”
“อย่างจักรวาลตะวันมืด ก่อนใต้เท้าคุนอู๋ก็มีผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์คนอื่นด้วย ทว่าพันปีนี้ถูกใต้เท้าคุนอู๋ขับไล่ไปแล้ว”
ชายชรากล่าวอย่างระวัง ในใจเขาไม่ว่าเป็นคุนอู๋หรือคนตรงหน้า เขาล้วนไม่อยากล่วงเกิน ดังนั้นเลยแค่กล่าวเป็นนัย
สวี่ชิงฟังแล้วครุ่นคิด “กล่าวคือผู้รักษาการแทนเป็นเพียงคำเรียก ไม่ได้รับผิดชอบแทนอย่างแท้จริง?”
ชายชราลังเล สุดท้ายค่อยพยักหน้า “ขอรับ”
“จักรวาลตะวันมืดไม่มีเจ้าตำหนักเซียนหลายปีแล้ว เมื่อตำแหน่งว่างก็มีคนทยอยมามากขึ้น…เป็นเช่นนี้แต่โบราณ ดังนั้นพันปีนี้ทุกคนจึงเชื่อฟังตามการจัดแจงของใต้เท้าคุนอู๋”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ชายชราเผยรอยยิ้มขื่น
“ความจริงแล้ว…จักรวาลของนภา 9 ฝั่งมีจำนวนมาก ดังนั้นต่อให้ผู้ท่องเหินแต่ละสมัยล้วนได้รับจักรวาลเป็นรางวัล ทว่าโอกาสเลือกจักรวาลตะวันมืดไม่มากนัก”
“ครั้งนี้นายท่านมาเยือน พวกเราหลายคนต่างผิดคาด คิดว่าใต้เท้าคุนอู๋คงคาดไม่ถึงเช่นกัน”
สายตาสวี่ชิงเริ่มเย็นชา
ตอนนี้เขาเข้าใจระเบียบแฝงซ่อนบางส่วนของนภา 9 ฝั่งแล้ว
ถึงอย่างไรนภา 9 ฝั่งก็กว้างใหญ่ มีจักรวาลจำนวนมาก ไม่มีทางที่แต่ละจักรวาลจะถูกจัดเตรียม ดังนั้นเลยมีจักรวาลไร้เจ้าของบางส่วน
จักรวาลไร้เจ้าของเหล่านี้ แน่นอนว่าถูกคนจับจ้อง หลังจากบุกเข้าไป อาศัยฐานะของเผ่ามนุษย์ย่อมแผลงฤทธิ์ได้
‘นี่อาจเป็นการปล่อยผ่านของวังเซียน 9 ฝั่ง ถ้าตามวิธีดั้งเดิมของวงแหวนที่ 5 คงเลือกผู้แข็งแกร่งจากการแข่งขัน!’
‘ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด’
สวี่ชิงเหลือบสายตามองเขตแดนทมิฬประหลาดแห่งนั้น
‘แต่การมาของข้า พวกต่างเผ่ายังทราบได้ โอกาสที่คนผู้นี้จะไม่ทราบไม่มากนัก’
‘หลังจากทราบแล้ว ไม่เลือกจากไป แต่กลับบดขยี้จิตเทพเสี้ยวนั้นของข้า ต้องการทำตัวเป็นแขกน่ารังเกียจ’
‘ในเมื่อเป็นแขกน่ารังเกียจ แค่ขับไล่ไปก็พอ’
ในใจสวี่ชิงนิ่งสงบ ไม่สนผู้บำเพ็ญซึ่งคุกเข่าคารวะทั่วทิศ แต่เยื้องย่างออกจากตำหนักเซียน ก้าวออกจากอุกกาบาต เดินกลางฟ้าดารา
กาลอวกาศเคลื่อนตัวล่างฝ่าเท้า เกิดคลื่นอากาศรายรอบเขา
สวี่ชิงเหยียบกาลเวลาและความว่างเปล่า ยามผู้นำต่างเผ่าแต่ละฝ่ายที่นี่ตื่นตระหนกในใจ จิตเทพของเขาเป็นสื่อนำ กระหวัดเส้นเวลาจักรวาลตะวันมืดเหมือนบรรเลงพิณ…
เสียงวู้มดังขึ้น
ก่อนหายไปชั่วพริบตา
แม้ว่าเขาจากไป แต่ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าซึ่งคุกเข่าคารวะโดยรอบ คลื่นในใจแต่ละคนเด่นชัดถึงขีดสุด คล้ายพายุล้นฟ้า
โดยเฉพาะเหล่าผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวขั้นสูงสุด ในใจยิ่งดังกึกก้อง
พวกเขาไม่ใช่พวกธรรมดา ความจริงหากไม่ใช่ว่ามีข้อจำกัดของวงแหวนที่ 5 ซึ่งส่งผลต่อพวกเขา พวกเขาคงบรรลุเซียนนานแล้ว ดังนั้นประสบการณ์แต่ละคนย่อมไม่ธรรมดา
ยิ่งประสบการณ์ไม่ธรรมดา แรงสั่นสะเทือนในใจตอนนี้ก็ยิ่งปั่นป่วน
“กาลอวกาศ?”
“บัญญัติของนายท่านคนนี้คือ…กาลอวกาศ!”
“แม้ว่าเขามีพลังบำเพ็ญเพียงระดับเจ้าเหนือหัว ทั้งตัวอ่อนเซียนยังเป็นแค่ภาพมายา แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้เมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ระดับเจ้าเหนือหัวแน่!”
“คนผู้นี้…ได้อันดับเท่าไรของผู้ท่องเหินครั้งนี้กันแน่”
ยามผู้บำเพ็ญต่างเผ่าแต่ละฝ่ายสะท้านใจ ในจักรวาลตะวันมืดบริเวณหัวปลา ขอบเขตพื้นที่คล้ายหลุมดำเหมือนดวงตะวันซึ่งจิตเทพไม่อาจสำรวจ…
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนกำลังนั่งขัดสมาธิ
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนนี้ท่าทางเฉยชา สวมชุดผ้าไหม ผมยาวสีน้ำเงินพลิ้วไหว ตอนนี้กำลังหลับตา
ในมือถือคันเบ็ดหนึ่ง!
สายเบ็ดผลุบเข้าหลุมดำตรงหน้า เขากำลังตกปลา!
ครู่ต่อมาเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ลืมตาขึ้นฉับพลัน มองฟ้าดาราห่างไกล
ชั่วพริบตายามเขามองไป ฟ้าดาราแถบนั้นพลันเกิดรอยย่น!
คล้ายกระดาษแผ่นหนึ่ง พับทบนับครั้งไม่ถ้วน จากนั้นค่อยเป็นประตูบานหนึ่ง เงาร่างสวี่ชิงก้าวออกมาจากในนั้น
เมื่อปรากฏตัว ใบหน้าสวี่ชิงไร้ความรู้สึก เหลือบสายตามองผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่กำลังตกปลา จากนั้นค่อยมองหลุมดำแดนทมิฬที่มีสายเบ็ดหย่อนอยู่
ส่วนฟ้าดาราด้านหลัง ตอนนี้ไม่เป็นรอยอีก กลับมาเป็นปกติ
สวี่ชิงนัยน์ตาหดรัด
ก่อนหน้านี้เขาส่งจิตเทพเสี้ยวหนึ่งมา ไม่นานก็ถูกบดขยี้ ดังนั้นเลยเพ่งเล็งเพียงแขกน่ารังเกียจ ยากสังเกตเห็นความอัศจรรย์ของหลุมดำแดนทมิฬ
ตอนนี้เมื่อมาเยือนด้วยตัวเอง เขาสัมผัสถึงพลังตั้งต้นในหลุมดำแดนทมิฬได้ทันที
แต่อาจเพราะความพิเศษของแดนทมิฬ หรืออาจเพราะพลังดึงดูดจากหลุมดำ แก่นตั้งต้นในนั้นจึงไม่เอ่อล้นออกมา ได้แค่อาศัยวิธีเหมือนตกปลาชักนำมัน
แต่ก็ยังทำให้สวี่ชิงอึ้งงัน
แม้ว่ากลิ่นอายแก่นตั้งต้นซ่อนแฝง คล้ายไม่อาจนำออกมาโดยง่าย แต่ต้องรู้ว่าแก่นตั้งต้นคือต้นกำเนิดวงแหวนชั้นบน ถึงขั้นกล่าวได้ว่าเป็นแกนหลักของธารดาราชั้นบน
ขณะเดียวกันยังเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของตัวอ่อนเซียน!
พลังเช่นนี้มีค่าอย่างยิ่ง!
‘นี่คือสาเหตุที่จักรวาลตะวันมืดถูกจัดว่าเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์หรือ’
ต่อจากนี้สวี่ชิงคิดเตรียมค้นคว้าสักหน่อย จากนั้นค่อยถอนสายตากลับจากหลุมดำแดนทมิฬ มองผู้บำเพ็ญวัยกลางคนที่ตอนนี้กำลังจ้องมองตน
สวี่ชิงส่งเสียงทุ้มต่ำ “ไปจากที่นี่”
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนคือคุนอู๋
เขามองสวี่ชิง สีหน้าเคร่งขรึม ก่อนกล่าวเรียบๆ “เจ้าคือผู้ท่องเหินครั้งนี้หรือ”
สวี่ชิงไม่เอ่ยวาจา แค่มองคุนอู๋ซึ่งอยู่ตรงหน้าเงียบๆ
คุนอู๋หรี่ตา สำรวจมองสวี่ชิงอย่างละเอียด ดูไม่ออกอยู่บ้าง ทั้งสัมผัสได้ว่าถึงแม้อีกฝ่ายไม่ใช่ระดับกึ่งเซียน แต่มีพลังต่อสู้กับกึ่งเซียน ทั้งเขายังสังเกตเห็นคลื่นกาลอวกาศรอบตัวสวี่ชิงด้วย
นี่ทำให้เขาระวังตัวอยู่บ้าง หลังจากครุ่นคิดแล้วค่อยกล่าวช้าๆ “ข้ามาจากสำนักมหาเซียน แม้ว่าจักรวาลนี้เคยพิเศษ แต่ปัจจุบันกลับธรรมดา…ดังนั้นข้าขอยืมใช้อีกหน่อย”
“ไม่มากนัก 300 ปี”
“ส่วนค่าตอบแทน…”
ไม่รอคุนอู๋กล่าวจบ สวี่ชิงยกมือขวาขึ้น บัญญัติกาลอวกาศในตัวพลันแผ่ออกมา
คุมกาลเวลาของสรรพชีวิตบนจักรวาลตะวันมืด!
ถ้าเปลี่ยนเป็นจักรวาลอื่น ด้วยพลังบำเพ็ญปัจจุบันของสวี่ชิง แน่นอนว่าไม่อาจทำได้ถึงขั้นนี้ ถึงอย่างไรจักรวาลหนึ่งก็กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
แต่จักรวาลตะวันมืดต่างออกไป
เมื่อเขามาเยือนก็เป็นเจ้าตำหนักเซียนของจักรวาลนี้แล้ว ตนกับจักรวาลตะวันมืดผูกพันกันด้วยกฎกรรมแบบนายบ่าว ที่นี่…กลายเป็นจักรวาลส่วนตัวของเขา
คล้ายอาณาจักรเหล่าเทพตามระบบเทพเจ้า
ดังนั้นเมื่อก่อนจิตเทพเขาจึงยืมกฎกรรมนี้ครอบคลุมทั่วจักรวาลได้
ปัจจุบันบัญญัติกาลอวกาศของเขาก็เช่นกัน
เพียงพริบตากาลเวลาทั่วจักรวาลตะวันมืดปั่นป่วนพร้อมกัน ถูกบัญญัติสวี่ชิงยึดครอง ดึงออกมาจากความว่างเปล่า
เสียงกระแสน้ำดังกึกก้อง
เสียงฟองคลื่นดังออกมา
สายน้ำกว้างใหญ่ ไหลบ่าคดเคี้ยว นานเข้ายิ่งใหญ่ขึ้น สุดท้ายค่อยก่อตัวเป็นธารเวลาสั่นคลอนจักรวาล แค่ชั่วขณะ…พลันปรากฏบนมือขวาที่สวี่ชิงเงื้อขึ้น!
แม่น้ำสะเทือนใต้หล้า แฝงเงาสรรพชีวิต แฝงวิญญาณสรรพสิ่ง คล้ายแหล่งกำเนิดอารยธรรมตั้งแต่โบราณ หล่อเลี้ยงฟ้าดารากว้างใหญ่และสรรพชีวิตนับไม่ถ้วน
ตอนนี้ถูกบัญญัติของสวี่ชิงควบคุมให้มาเยือน
เมื่อสวี่ชิงลดมือขวาลง มันพลันกำราบลงมา
ฟ้าดาราสั่นสะเทือน ห้วงอากาศบิดเบี้ยว
ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าที่เห็นภาพนี้พากันหวาดหวั่น ชายวัยกลางคนที่นั่งขัดสมาธิตกปลาหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่
ความรู้สึกอันตรายเด่นชัดพลันผุดขึ้นในใจเขา ไม่ทันอธิบาย พลังบำเพ็ญระดับกึ่งเซียนของคุนอู๋พลันปะทุถ้วนทั่ว เพียงพริบตารอบตัวเขามีบุปผามากมาย ต้นหญ้าเติบโต ต้นไม้จำนวนมากปรากฏ
พืชพรรณนับไม่ถ้วนพลันปรากฏ ทั้งเติบโตอย่างรวดเร็ว แผ่กระจายทั่วห้วงอากาศ
คล้ายร่างภาพผืนป่าดึกดำบรรพ์ปราศจากขอบเขตบนฟ้าดารา
ทั้งแผ่คลุมธารกาลเวลาที่หลั่งรินลงมา
แผ่ขยายบนธารกาลเวลา เติบโตกลางสายธาร คล้ายต้องการเปลี่ยนสายน้ำกว้างใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่า!
คิดครอบคลุมมัน!
นี่ก็คือบัญญัติของคุนอู๋!
เจ้าแห่งพืชพรรณ
ใบหน้าสวี่ชิงปราศจากความรู้สึก มือขวาที่ทิ้งตัวลงมาทำมุทราทันที
ในจักรวาลตะวันมืด ดวงดาวนับไม่ถ้วนสั่นสะเทือน กาลเวลาของพวกมันถูกดึงออกมาเป็น…ทรายกลางธารเวลา!
ทรายแต่ละเม็ดคือดาวดวงหนึ่ง
ใช้ดวงดาวแทนเม็ดทราย ทำให้สายธารมี ‘รากฐาน’ และ ‘น้ำหนัก’
กำราบลงมาอีกครั้ง
พืชพรรณกลางสายน้ำล้มครืนทันที ผืนป่านอกสายธารเริ่มแห้งเหี่ยว
ทว่าคุนอู๋ซึ่งเป็นระดับกึ่งเซียนย่อมไม่ธรรมดา
การพังทลายนั้นกำลังฟื้นคืน ความแห้งเหี่ยวกำลังพลิกผันเช่นกัน
ตอนนี้ตัวเขาไม่นั่งขัดสมาธิอีก แต่พลันถอยหลัง นัยน์ตาฉายแววเยียบเย็น
เขามองออกว่าสวี่ชิงไม่ธรรมดา
“พลังบำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว แต่กลับมีพลังต่อสู้ขั้นกึ่งเซียน”
“มิน่าถึงไม่ยอมให้ข้ายืมที่นี่ ทว่า…สุดท้ายเจ้าก็ไม่ใช่กึ่งเซียน!”
ขณะกล่าวนัยน์ตาคุนอู๋ฉายแววดุดัน ยกมือเหวี่ยงฉับพลัน “ย้อนทวนฟ้าดิน!”
เมื่อเอ่ยวาจาออกมา พืชพรรณทั้งหมดที่นี่ ที่ล้มครืนไม่ฟื้นอีก ที่แห้งเหี่ยวไม่พลิกผันกลับมา แต่…พินาศแห้งตายเอง
พืชพรรณไร้ขอบเขตล้มตายหมดทันที
การตายของพวกมันก่อปราณมรณะเข้มข้น รวมตัวฉับพลันพร้อมกับเสียงคุนอู๋
“ขอยืมบัญญัติมรณะ ใช้ความตายพรากชีวิต!”
ปราณมรณะควบรวมเป็นม่านสีเทา ในนั้นร่างสวี่ชิงกำลังถูกวาดเค้าโครง
ภาพนี้เหมือนประทับมรณะ ผู้ถูกวาดย่อมโดนพรากชีวิต
นี่คือไพ่ตายของคุนอู๋ ถือเป็นการพัฒนาและเบิกทางต่อจากบัญญัติพืชพรรณของเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับบัญญัตินี้ นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น เขาสัมผัสได้ถึงความอันตราย ก่อนยกมือเหวี่ยงคราหนึ่ง
ธารกาลเวลาดังกึกก้องทันที เปลี่ยนรูปลักษณ์จากสายธารเป็นวังวน ยามเคลื่อนตัวดังครั่นครื้นยังชักนำสายลมมา…ก่อตัวเป็นพายุกาลอวกาศ!
ไม่มีสิ้นสุด
ม่านฉากสั่นสะเทือน ปั่นป่วนกลางความไร้ขอบเขต เงาร่างสวี่ชิงพร่าเลือนอย่างรวดเร็ว ไม่อาจร่างภาพออกมาได้
ตอนนี้พายุไร้สิ้นสุดมุ่งตรงมาทางคุนอู๋
เมื่อเห็นท่าไม้ตายตนถูกคลี่คลาย คุนอู๋หน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง ร่างกายถอยร่นอย่างรวดเร็ว ในใจเกิดคลื่นสะเทือนรุนแรง ก่อนเอ่ยปากฉับพลัน “สามารถครองบัญญัติถึงขั้นนี้ เจ้าคืออันดับเท่าไหร่ของผู้ท่องเหินครั้งนี้”
สวี่ชิงไม่ตอบ แม้ว่าเขาต่อสู้กับกึ่งเซียนไม่มาก แต่ทราบดีว่ากึ่งเซียนคนใดก็ตาม ทั้งหมดย่อมมีจุดแข็งของตัวเอง โดยเฉพาะคนตรงหน้า ถือเป็นผู้ท่องเหินครั้งก่อนๆ ตัวเขาคืออัจฉริยะฟ้าประทานเช่นกัน
ระดับกึ่งเซียนเช่นนี้ แน่นอนว่าแข็งแกร่งกว่า
ในตัวจึงขับเคลื่อนบัญญัติขนาน
กาลอวกาศหลายชั้นทับซ้อนกันดังสนั่นทันที
คล้ายเปิดกล้องสลับลาย!
ทั้งมีหลักการสวรรค์ปรากฏ!
นัยน์ตาคุนอู๋หดรัด ความรู้สึกอันตรายเด่นชัดปะทุขึ้นในใจเขา เขาหยิบป้ายเซียนกลับจักรวาลเขาออกมาโดยไม่ลังเล ทำการเคลื่อนย้ายฉับพลัน
เขาไม่อยากสู้แล้ว!
เดิมเขาเลือกทำตัวเป็นแขกน่ารังเกียจ คิดอยู่ที่นี่ต่อ อาศัยพลังบำเพ็ญตน ขณะเดียวกันยังรู้ว่าผู้ท่องเหินที่ขึ้นมาใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเพียงระดับเจ้าเหนือหัวเท่านั้น
ด้วยพลังบำเพ็ญของเขา แม้ว่าปีนั้นเป็นแค่อันดับ 60 กว่าในบรรดาผู้ท่องเหิน แต่ตอนนี้เป็นระดับกึ่งเซียนแล้ว รังแกผู้มาใหม่ถือว่าปกติ
ปีนั้นตนก็ผ่านมาเช่นนี้
ดังนั้นเลยเตรียมข่มกำราบ
ถึงอย่างไรในความเข้าใจของเขา แม้ว่าจักรวาลตะวันมืดนี้เคยรุ่งเรือง แต่ตอนนี้กลับธรรมดานัก
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าผู้รับช่วงต่อจักรวาลนี้ ยากรับมือและพลังต่อสู้ชวนตะลึงเช่นนี้
โดยเฉพาะภาพกล้องสลับลาย ทำให้ความรู้สึกถึงวิกฤติเป็นตายของเขาเด่นชัดถึงขีดสุดทันที
คล้ายว่าช้าเพียงก้าวย่อมถึงตาย
ทำให้เขาตื่นตระหนกหาใดเปรียบ ตอนนี้ร่างพร่าเลือนส่งข้ามทันที
หายลับชั่วพริบตา!
ทว่าหลักการสวรรค์ตามเขาไปด้วย
สวี่ชิงมองตามอย่างเย็นชา สักพักค่อยเงื้อมือขึ้น หลักการสวรรค์กลับมา บนนั้นเปื้อนเลือด
ขณะเดียวกันผู้แข็งแกร่งต่างเผ่าแห่งจักรวาลตะวันมืดที่ติดตามศึกนี้ ตอนนี้ล้วนตกตะลึงในใจ ทยอยก้มศีรษะกราบไปยังทางที่สวี่ชิงอยู่
ในใจตั้งข้อสงสัยเดียวกับคุนอู๋ก่อนจากไป เหล่าผู้แข็งแกร่งต่างเผ่าตื่นตระหนก ในใจพอคาดเดาอันดับสวี่ชิงออก…
…
ขณะเดียวกันฟ้าดาราซึ่งห่างจากจักรวาลตะวันมืดไม่ไกลนัก เว้นช่วงเพียง 7 ถึง 8 จักรวาล มีจักรวาลหนึ่งชื่อว่าจักรวาลล้อมสวรรค์
ในตำหนักเซียนแห่งจักรวาลล้อมสวรรค์ ร่างคุนอู๋เผยออกมาจากการส่งข้าม
ยามปรากฏตัวเขากระอักเลือดคำโต แววตาเหลือร่องรอยความหวาดหวั่น
สีหน้ายิ่งซีดเผือด ผมเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเทา เผยความแห้งเหี่ยวเป็นระลอก
ถึงขั้นว่ากลิ่นอายยังไม่เสถียร ต่อให้เขานั่งสมาธิทันที ใช้พลังตัวอ่อนเซียนโดยไม่คำนึงถึงอะไร คิดสร้างความมั่นคง แต่ยามพลังบำเพ็ญกระเพื่อมไหว สุดท้ายกลับไม่อาจตรึงไว้กับระดับกึ่งเซียน
ทั้งตัวอ่อนกำลังลง
แต่ดีว่าไม่อ่อนกำลังนัก สุดท้ายชะงักตรงระดับเจ้าเหนือหัวขั้นสูงสุด
สักพักเขาค่อยลืมตา หัวเราะเจื่อนคราหนึ่ง
หวนนึกถึงขั้นตอนส่งข้าม ฝุ่นละอองที่ปรากฏกะทันหัน ทำให้เขายังหวาดหวั่น
“คนผู้นี้ย่อมไม่ใช่พวกธรรมดา ในบรรดาผู้ท่องเหินมาใหม่ เขาต้องเลื่องชื่อลือนามแน่!”
คุนอู๋สูดหายใจลึก นึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ตนเลือกอยู่บนจักรวาลตะวันมืดต่อ เขาทอดถอนใจ เริ่มสื่อจิตถามสหายสนิทเรื่องรายชื่อ 10 อันดับแรกของผู้ท่องเหินครั้งนี้
ครู่ใหญ่คุนอู๋ซึ่งได้รับการตอบกลับ ตัวสั่นสะท้าน เบิกตากว้าง
“อันดับ 1…”
คุนอู๋อึ้งงัน จากนั้นค่อยโล่งอก ลอบกล่าวว่า ซวยนัก…
“มิน่าถึงแข็งแกร่งเช่นนี้!”
ทว่าครู่ต่อมาเขากลับขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่สิ ตามปกติคนเช่นนี้น่าจะได้รับจักรวาลพิเศษถึงจะถูก แม้ว่าตะวันมืดเคยพิเศษ แต่ตอนนี้กลับธรรมดาทั่วไป หรือว่า…ในจักรวาลตะวันมืดมีเรื่องที่ข้าไม่รู้”
คุนอู๋ลังเล แต่สุดท้ายกลับส่ายศีรษะ ล้มเลิกความคิดสำรวจด้วยตัวเอง
หากสวี่ชิงเป็นเพียงผู้ท่องเหินทั่วไป เขาย่อมไม่ใส่ใจ ต่อให้เป็น 10 อันดับแรก เขาก็เรียกสหายเต๋ามาร่วมมือกันได้ อย่างไรเขาซึ่งมาจากเขามหาเซียน ในนภา 9 ฝั่งย่อมมีเส้นสาย
แต่ถ้าเป็นอันดับ 1 เขาทราบดีว่านั่นไม่ใช่คนที่ตัวเองหาเรื่องได้
“อันดับ 1 ของผู้ท่องเหินทุกสมัย มีผู้นำเซียนจิ่วอั้นจับตามอง…คนเช่นนี้ล่วงเกินไม่ได้”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
