Skip to content

Outside Of Time 1197


บทที่ 1197 น้องชายตัวดี เจ้าช่างร้ายนัก

เวลาค่อยๆ ผ่านไปเช่นนี้เอง

นภา 9 ฝั่ง เวลาจักรวาล 1 เดือนผ่านไป

1 เดือนนี้ เป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับจักรวาลเหล่านั้นของนภา 9 ฝั่ง ไม่ใช่แดนดารา คลื่นวนดาว หรือแม้แต่ดาราจักร

ความจริงแล้วนภา 9 ฝั่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ อัตราการไหลของเวลาในจักรวาลอันไม่มีที่สิ้นสุด ย่อมแตกต่างกันไปตามอารยธรรมของเผ่าพันธุ์ต่างๆ ซึ่งปรากฏให้เห็นในบันทึกที่แตกต่างกัน

แต่สิ่งนี้ไม่สำคัญ

เผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ตราบใดที่อยู่ในนภา 9 ฝั่ง เช่นนั้น วิธีการบันทึกเวลาของพวกเขาล้วนมีหลายแบบควบคู่กันไป

นอกจากเวลาของดาวที่ตนอาศัยอยู่แล้ว ยังมีการบันทึกการโคจรของดาราจักรที่ตนอยู่ด้วย

เผ่าพันธุ์ใหญ่ๆ บางเผ่าพันธุ์ ยังต้องเพิ่มเวลาของคลื่นวนดาวตลอดจนแดนดารา กระทั่งจักรวาลด้วย

ดังนั้น 1 เดือนของสวี่ชิงในแดนลับ บางที สำหรับต่างเผ่าที่อาศัยอยู่ในหมู่ดาวที่มากมายราวเม็ดทรายแล้วอาจเป็นเวลาหลายสิบปี และอาจเป็นเวลาหลายร้อยปีก็เป็นได้

ยิ่งยาวนานเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่าดาราจักรที่อยู่ยิ่งเล็ก ขณะเดียวกันก็ยังแสดงถึงความไม่สมบูรณ์ของกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ รวมถึงความหายากของพลังเซียนและพลังงานอื่นๆ ที่สามารถดูดซับได้

ขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่ช้า ก็มีความไม่สมบูรณ์บางอย่างในตัวเอง อาจเป็นวิญญาณ อาจเป็นสายเลือด หรืออาจเป็นผลกรรมเวร

นี่ทำให้แม้พวกเขาจะผ่านไปหลายร้อยปี การเติบโตโดยรวมของพวกเขาก็ยังคงช้ามาก

ในระดับหนึ่ง นี่คือความเสมอภาคและความสมดุล

เรื่องนี้สำหรับสวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่แดนลับ และเลือกที่จะไปตกปลาเหมือนคุนอู๋ ก็รู้สึกได้ชัดเจนมาก

ใน 1 เดือนนี้ เขาผ่านจากธรรมนูญแห่งกาลเวลา ก็เข้าใจการโคจรของจักรวาลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็เคยพยายามเข้าไปในหลุมดำ แต่ดิ่งลงไปไม่ถึงสิบจั้ง ภายใต้แรงต้านทานอันน่าสะพรึงกลัวภายใน ก็จำต้องหยุด

จากนั้นก็ไม่ได้ไปจากที่นี่ แต่กลับนั่งขัดสมาธิอยู่นอกหลุมดำ ตกปลาพลางศึกษาค้นคว้าไปด้วย

แม้จิตเทพจะไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปได้มากนัก แม้ว่าพลังต้นกำเนิดที่นี่ดูเหมือนจะพวยพุ่งออกมาได้ยาก ทำให้สวี่ชิงมีความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนภูเขาสมบัติแต่ก็ยากที่จะคว้าเอามา

แต่ก็ต้องบอกว่า การฝึกบำเพ็ญที่นี่ เขารู้สึกได้ว่าตัวอ่อนเซียนของเขา เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบกับการฝึกบำเพ็ญที่อื่นๆ ความเร็วในการเติบโตก็เร็วกว่าเล็กน้อย

“แม้ว่าพลังต้นกำเนิดจะพุ่งออกมาจากแดนลับได้ยาก แต่พลังที่ลอยกระจัดกระจายจำนวนหนึ่งก็ยังคงมีประสิทธิภาพ”

“ขณะเดียวกัน…วิธีการตกปลาของคุนอู๋ ก็น่าจะมีคุณค่าให้ใช้เป็นแนวทางอ้างอิงได้เช่นกัน”

สวี่ชิงครุ่นคิด ก้มหน้ามองคันเบ็ดในมือ

1 เดือนนี้ เขาเรียนรู้วิธีการตกปลาแบบคุนอู๋ แม้ว่าจะไม่สามารถตกพลังต้นกำเนิดออกมาได้เลย แต่สวี่ชิงก็รู้สึกว่า การกระทำนี้ไม่น่าจะไร้ประโยชน์

“อาจเป็นเพราะเวลายังไม่พอ การตกปลาต้องใช้ความอดทน…”

สวี่ชิงครุ่นคิด สายตาเคลื่อนจากคันเบ็ดไปยังหลุมดำเบื้องหน้า

“จักรวาลตะวันดับทำให้ชายชราจากวังเซียนเรียกว่าทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ได้ จะต้องมีคุณค่าพิเศษบางอย่างเป็นแน่…”

เดิมที สวี่ชิงคิดว่าความพิเศษของจักรวาลตะวันดับ อยู่ที่ที่นี่มีพลังต้นกำเนิด

แต่จากการต่อสู้กับคุนอู๋เมื่อ 1 เดือนก่อน จากคำพูดและปฏิกิริยาของอีกฝ่าย สวี่ชิงก็เห็นเค้าลางบางอย่าง

อันดับแรก อีกฝ่ายเคยบอกว่าจักรวาลแห่งนี้เคยรุ่งโรจน์ แต่บัดนี้กลับเสื่อมโทรมกลายเป็นสามัญ

อันดับ 2 ดูเหมือนว่าเขาจะสับสนกับการจัดอันดับในครั้งนี้เล็กน้อย

ไม่รู้ลำดับที่ชัดเจน

แม้ว่าข้อหลังสามารถอธิบายได้ว่าคุนอู๋จมอยู่ในการฝึกบำเพ็ญ ไม่ได้สืบข้อมูลภายนอกมากนัก

แต่หากเพิ่มข้อสันนิษฐานที่ว่าอีกฝ่ายเคยเป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์แล้ว เช่นนั้นเขาก็ไม่น่าจะไม่รู้ว่าอันดับ 1 ในแต่ละครั้งจะได้รับรางวัลเป็นจักรวาลทรัพยากรเชิงกลยุทธ์

ดังนั้น จากเงื่อนไขเหล่านี้ สวี่ชิงจึงได้คำตอบ

คุนอู๋ไม่คิดว่าจักรวาลตะวันดับแห่งนี้เป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ แม้จะมีพลังต้นกำเนิด ความคิดของเขาก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

ดังนั้น เขาจึงไม่เคยคิดว่าผู้ที่สามารถได้รับจักรวาลนี้ จะเป็นอันดับ 1 ในหมู่ผู้โบยบินสู่สวรรค์ในคราวนี้!

“เขาไม่เข้าใจในจักรวาลนี้”

“ถ้าอย่างนั้น ความพิเศษของจักรวาลตะวันดับคืออะไรกันแน่?”

สวี่ชิงมองหลุมดำในแดนลับ ในใจมีข้อสันนิษฐานเลือนรางข้อหนึ่ง

“บางที คำตอบอาจอยู่ในหลุมดำนี้!”

“นอกจากพลังต้นกำเนิดแล้ว ในหลุมดำอาจมีสิ่งอื่นๆ ที่ทำให้ข้าประหลาดใจได้…”

“แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ข้าลงไปได้เพียง 10 จั้งเท่านั้น นอกเสียจากว่าข้างกายข้าจะมีผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนอีกคนหนึ่ง ร่วมมือกัน บางทีอาจมีความสามารถในการสำรวจได้มากขึ้น”

สวี่ชิงตกปลาพลางครุ่นคิด ขณะเดียวกันก็จัดระเบียบเส้นทางในอนาคตของตนเอง

“อันดับแรก เป้าหมายระยะสั้นคือ 1 ปีข้างหน้าจะต้องไปที่จักรวาลเชื่อมต่อ เพื่อรับตำแหน่งในนภา 9 ฝั่งนี้”

“ส่วนเป้าหมายระยะยาวคือ ต้องการพลังต้นกำเนิดจำนวนมาก ใช้มันเพื่อให้ตัวอ่อนเซียนของข้าก่อร่างขึ้น ก้าวเข้าสู่ระดับเตรียมเซียน และหลังจากระดับเตรียมเซียนก็ยังคงต้องการพลังต้นกำเนิด ทำให้ตัวอ่อนเซียนบริบูรณ์อย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็ทำความเข้าใจวิถีสุดยอดที่ 10 เพื่อสำเร็จเซียน!”

“สุดท้ายก็กลับไปยังแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!”

“เวลายังเหลืออีก 20 ปี…ไม่รู้ว่าจะทันไหม”

สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น มองไปที่ที่ไกลออกไป

“ไม่ทันรู้ตัว ก็อยู่ที่ระบบดาวที่ 5 เกือบ 10 ปีแล้ว”

แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อยู่ไกลจากที่นี่โขนัก สวี่ชิงไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ ทำได้เพียงผ่านจากการรับรู้อันรางเลือนมาวิเคราะห์ทิศทางคร่าวๆ อย่างพร่าเลือนเท่านั้น

“ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อถึงเวลา ก็จะต้องกลับไป ถ้าสามารถเป็นเซียนได้ย่อมดีที่สุด ถ้าไม่ได้…ก็สามารถยืมพลังภายนอกได้บ้าง!”

สวี่ชิงครุ่นคิด

“ดังนั้น หอคอยดาราของข้า ก็ต้องได้รับการซ่อมแซมด้วย พอดีเลย ใช้โอกาสจากรางวัลที่ได้ในครั้งนี้”

คิดถึงตรงนี้ สวี่ชิงก็วางแผนในใจ จากนั้นความคิดก็ยังคงอยู่ที่พลังต้นกำเนิด

พลังต้นกำเนิด จะกำหนดระดับพลังบำเพ็ญในอนาคตของเขา

“อันที่จริงวิธีที่จะคว้าเอาพลังต้นกำเนิดมา ยังมีอีกวิธีหนึ่ง…”

สวี่ชิงหรี่ตา ดวงตาเผยประกายแสงเย็นเยือก

“นั่นก็คือเทพเจ้า…เทพเจ้าเดิมคือแก่นหลักของระบบดาวชั้นสูง และเป็นชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากพลังต้นกำเนิด และกระบวนการเติบโตของเหล่าองค์ท่านก็คือการดูดซับพลังต้นกำเนิด”

“อีกทั้งเนื่องจากเป็นสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นของระบบดาวชั้นบน ดังนั้นในการดูดซับพลังต้นกำเนิด จึงเหมาะสมกว่าและง่ายกว่าผู้บำเพ็ญ”

“ในร่างกายของเหล่าองค์ท่าน เดิมก็แฝงไว้ด้วยพลังต้นกำเนิดอยู่แล้ว!”

“ดังนั้น การกลืนกินเทพเจ้าก็เป็นวิธีหนึ่ง เพียงแต่ไม่บริสุทธิ์นัก ด้านหนึ่งการกลืนกินจะต้องใช้ปริมาณที่มากขึ้นและอันตราย อีกด้านหนึ่งคืออาจได้รับผลกระทบจากเหล่าองค์ท่านด้วย”

“แต่นี่ก็เป็นหนทางที่เร็วที่สุด”

“โดยเฉพาะข้ามีร่างแยกเทพเจ้า ดังนั้นผลกระทบนี้…สำหรับข้าแล้ว ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้”

สวี่ชิงครุ่นคิด ในสมองมีคุกเทพเจ้านั่นในตอนที่เพิ่งมาถึงระบบดาวที่ 5 ปรากฏขึ้น

“เทพเจ้าในคุก ถูกบีบคั้นและแปลงสภาพอย่างต่อเนื่องด้วยค่ายกล ทำให้เหล่าองค์ท่านส่งพลังวิญญาณออกมา นี่เป็นวิธีการใช้ประโยชน์อย่างหนึ่ง จุดประสงค์คือเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของพลังวิญญาณ สะดวกแก่การให้ผู้บำเพ็ญระดับต่ำฝึกบำเพ็ญ”

“และยิ่งผู้บำเพ็ญมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณที่ปล่อยออกมาก็ยิ่งมากเท่านั้น ค่อยๆ กลายเป็นวัฏจักรต่อเนื่อง”

“เมื่อพลังวิญญาณนี้เข้มข้นถึงระดับหนึ่ง ก็จะกลายเป็นพลังเซียน ท่าทางนี่ก็คือความหมายและคุณค่าของการมีอยู่ของเผ่าพันธุ์ต่างโลกในจักรวาล”

“อาศัยต่างเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนไม่มีจำกัดมาบำรุงหล่อเลี้ยงเส้นทางของผู้บำเพ็ญ”

“ขณะเดียวกัน เส้นทางของผู้บำเพ็ญสายนี้ ยิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์มากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแกร่งเกรียงไกรมากเท่านั้น”

สวี่ชิงย้อนนึกถึงสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน ในใจก็เข้าใจกระจ่าง

“แต่คุกเทพเจ้าใน 4 แดนดารา เทพเจ้าที่กักขังอยู่ระดับที่ไม่สูงนัก เช่นนั้นเทพเจ้าระดับสูง…ก็ย่อมต้องมีคุกของเหล่าองค์ท่านเอง วิธีการใช้ประโยชน์ของพวกเขาก็คงจะมีโอกาสสูงมากว่าคือการบีบคั้นพลังต้นกำเนิด”

“เส้นทางนี้ สามารถหาโอกาสลองดูได้”

“ส่วนตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับข้า ยังคงเป็นแดนลับ!”

สวี่ชิงก้มหน้าลง สายตาจับจ้องไปที่หลุมดำเบื้องหน้าอีกครั้ง

“พลังต้นกำเนิดที่นี่…”

ในดวงตาสวี่ชิงฉายความลังเล ในใจของเขามีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ค่อยๆ หลับตาลง

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว มือซ้ายยกขึ้นสะบัด ทันใดนั้นก็มีชามสีเขียวครามใบหนึ่งพุ่งออกมา

ในชาม มีดินขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่ง

สีแดงเข้ม

สิ่งนี้คือหนึ่งในสมบัติที่เสียหลิงจื่อมอบให้สวี่ชิงในตอนนั้น นั่นคือโคลนเทพ!

นี่เป็นหนึ่งในมากมายหลายวิธีที่ผู้บำเพ็ญระบบดาวที่ 5 ใช้ควบคุมเทพเจ้า สามารถปั้นเป็นรูปร่างหน้าตาของเทพเจ้าได้ ใช้ดินนี้ควบคุม

จ้องมองดินนี้ สวี่ชิงยกมือขึ้นคว้า ทันใดนั้นดินเลือดก็พุ่งออกมา ลอยอยู่ข้างหน้าสวี่ชิง ภายใต้การผสานหลอมรวมจิตเทพของเขา รูปร่างของดินนี้ก็เปลี่ยนไป

ค่อยๆ ถูกปั้นเป็นรูปร่างของจิ้งจอกตัวหนึ่ง!

เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่ชิงก็พลันเอ่ยขึ้นมา “ยังไม่ยอมออกมาอีก!”

ในขณะที่คำพูดของเขาดังก้องกังวาน เสียงหวานแหววก็สะท้อนก้องไปทั่วทิศ

“ฮึ เจ้าคนไร้หัวใจ เมื่อก่อนยังเรียกข้าว่าเทพสูงสุด ตอนนี้เล่าแม้แต่คำเรียกก็ไม่มีแล้ว!”

“คำเรียกไม่มีก็ช่างเถอะ ปราณพลังหยางก็ไม่ให้ข้า กระทั่งว่าจะใช้สิ่งนี้มาควบคุมข้าอีก เจ้าคนไร้หัวใจ ข้าทุ่มเทให้เจ้าไปตั้งมากขนาดนั้น ฮึ!”

“ข้าไม่ออก”

สีหน้าของสวี่ชิงเป็นปกติ แขนเสื้อเพียงสะบัด ทันใดนั้นก็มีขวดลูกกลอนขวดหนึ่งพุ่งออกมา ภายในมีเลือดสดๆ หยดหนึ่ง!

ทันทีที่ปรากฏออกมา ท้องฟ้าดาราคำรามกึกก้อง ในความว่างเปล่าราวกับมีเสียงฟ้าผ่าคำรามเป็นระลอกๆ

รอบๆ ก็บิดเบี้ยวไปในทันที พร่าเลือนไปหมด

นี่ก็คือโลหิตของผู้นำเทพที่ใกล้เคียงกับอำนาจเทพของตุ๊กตาจิ้งจอก!

ลมหายใจของตุ๊กตาจิ้งจอกหอบถี่ขึ้นมาทันที

เสียงของสวี่ชิงก็ดังออกมาในตอนนี้เอง “ในระบบดาวที่ 5 นี้ เทพเจ้าถูกห้ามเดินทาง ในยามที่เจ้าอยู่ในขอบเขตเพลิงเทวะก็ยังดี แต่ทันทีที่ดูดซับโลหิตนี้ ทะลวงระดับเข้าสู่แท่นเทวะ…เช่นนั้นข้าไม่แน่ใจว่าจะถูกจับตามองหรือไม่ กระทั่งว่ามีความเป็นไปได้ว่าในเสี้ยวขณะที่ทะลวงขั้นก็อาจมีอุปสรรคลงมา”

“แม้ในวังเซียนแสงเรืองรอง เจ้าจะได้รับฐานะ มีรากฐานแล้ว แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าฐานะนี้ของเจ้าจะได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่”

“ดังนั้น ข้าจึงใช้โคลนเทพนี้ปั้นรูปร่างเจ้าขึ้นมา ดูเหมือนเป็นการควบคุม แต่แท้จริงแล้วหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มันก็เป็นเพียงคำอธิบายกับภายนอกเท่านั้น”

“ด้วยวิธีนี้ ก็จะสามารถรับประกันได้มากที่สุดว่า การเลื่อนระดับของเจ้าจะไม่เกิดอันตราย”

“ลำบากเจ้าหน่อยนะ”

สวี่ชิงกล่าวอย่างสงบนิ่ง

ตุ๊กตาจิ้งจอกเห็นได้ชัดว่าหวั่นไหว แต่ก็ยังส่งเสียงฮึดฮัด “เรียกข้าว่าพี่สาว ข้าจะเชื่อฟังเจ้า”

สวี่ชิงเงียบไป คิดถึงการอยู่เคียงข้างคอยร่วมทางตลอดการเดินทางนี้ ตลอดจนการการช่วยเหลือในวังเซียนแสงเรืองรองของตุ๊กตาจิ้งจอก…ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ก็ถอนหายใจ “พี่สาว”

จาก 2 คำนี้ที่ดังออกมา ตุ๊กตาจิ้งจอกก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งเสียงหัวเราะอย่างมีเสน่ห์ออกมา

จากนั้นร่างก็แปลงออกมาเป็นแสงดาวเป็นกลุ่มๆ พุ่งตรงไปยังตุ๊กตาจิ้งจอกที่ปั้นจากโคลนเทพ พุ่งเข้าไปในเสี้ยวพริบตา

ตุ๊กตาจิ้งจอกนี้เมื่อครู่ยังคงไร้ชีวิต แต่ในพริบตาต่อมาก็ราวถูกปลุกให้มีชีวิต มีสีสัน และจากนั้นก็มีชีวิตขึ้นมา กลายเป็นหญิงสาวที่งดงามเย้ายวนน่าหลงใหล

เดินเข้าหาสวี่ชิง

หน้าอกอันอวบอิ่มพลิ้วไหวตามการเดินของนาง เอวที่เพรียวบางราวกับน้ำเต้าก็ยิ่งเล็กเรียวอย่างยิ่ง ผสมผสานกับบั้นท้ายที่งอนงาม ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งปวงอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกๆ หัวใจเต้นถี่รัว

เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ

ผิวที่เปล่งประกาย รูปร่างที่โค้งเว้าได้รูป ในการสั่นไหวนั้น เผยความรู้สึกที่อยากจะสัมผัสความหอมหวาน ราวกับสามารถปลูกฝังลงในใจผู้อื่น ให้หยั่งรากและแตกหน่อได้

ตอนนี้เข้ามาใกล้สวี่ชิง ส่งเสียงที่เกียจคร้านแต่แฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนออกมา “น้องชายตัวดี เจ้าช่างร้ายนัก…ตอนที่ปั้นร่างให้ข้า ทำไมไม่ปั้นเสื้อผ้าให้ข้าด้วยเล่า”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version