บทที่ 1239 กองเก็บกวาด
สงครามแนวหน้าปีกซ้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้งยิ่งกว่าเดิม
มีการปะทะต่างสถานที่ตลอดเวลา คล้ายประกายไฟวาววาบมากมาย
แม้ว่าขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนมากจำนวนหลักพันคน แต่พิจารณาจากขอบเขตแล้วมีแนวโน้มบานปลาย
สงครามคือภาพรวม มันคือสิ่งที่ทำโดยมีเป้าหมาย
ดังนั้นไม่ว่าเป็นสงครามขนาดใหญ่หรือสงครามขนาดเล็กที่เกิดขึ้นตรงแนวหน้าปีกซ้าย ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมาย
หากเป้าหมายเหล่านี้สำเร็จเป็นส่วนใหญ่ นั่นย่อมก่อตัวเป็นทิศทางสุดท้าย ทำให้เป้าหมายใหญ่สำเร็จด้วยเหตุนี้
นี่คือแก่นสำคัญ ทั้งเป็นการเดิมพัน
คล้ายคำตอบจากการคาดเดาหลังรวบรวมข้อมูลของพวกสวี่ชิง
‘การวางแผนตรงกลางปีกซ้ายเสร็จสิ้นแล้ว’
เมื่อการวางแผนตรงแนวรบกลางปีกซ้ายสิ้นสุด แนวหน้ากลับเกิดสงครามขนาดเล็กของเทพกับผู้บำเพ็ญบ่อยกว่าเดิม เป้าหมายแอบแฝง…ความจริงแล้วชัดเจนยิ่ง
ไม่ว่าเป็นเทพเจ้าหรือผู้บำเพ็ญ ทั้งหมดล้วนปิดบังด้วยการทำสงครามขนาดย่อมบ่อยครั้ง!
เหมือนอย่างตอนนี้ บรรดาชนวนสงครามมากมายระหว่างวงแหวนที่ 4 กับวงแหวนที่ 5 สถานที่หนึ่งในนั้นคือเขตแดนอบอวลด้วยหินอุกกาบาต
ที่นั่นมีสงคราม 2 ฝ่ายกำลังนองเลือด
เมื่อมองจากไกลๆ ที่นี่เกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท พังทลายแหลกละเอียด ไอพลังประหลาดกับกลิ่นอายวิญญาณเซียนปะทะกันตลอดเวลา
ฝ่ายหนึ่งคิดบุกรุก
ฝ่ายหนึ่งกำลังขัดขวาง
ดุเดือดอย่างยิ่ง
บนหินอุกกาบาตมากมายซึ่งกระจายอยู่รอบนอก มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจ้องมองสมรภูมิจากไกลๆ
พวกเขาส่วนใหญ่สวมชุดเทาดำ จำนวนคนเกือบร้อย แต่ละคนเหมือนนกแร้ง แววตาเป็นประกาย จับตามองทั่วทิศ เน้นทิศทางสมรภูมิเป็นสำคัญ คล้ายเตรียมตัวล่าถอยหากท่าไม่ดี
ในนั้นมีชายชราคนหนึ่งกำลังกล่าวเสียงต่ำกับผู้บำเพ็ญข้างกาย
“ข้ากล่าวไม่ผิดใช่หรือไม่ สงครามตรงหน้าไม่มีทางจบเร็วเช่นนั้น จากการคาดเดาของข้า อย่างน้อยย่อมยืดเยื้ออีกครึ่งชั่วยาม”
“หากไม่ใช่ว่า 2-3 เดือนก่อนเคยเจอพวกเจ้า รู้ความเป็นมาของพวกเจ้า ทั้งก่อนหน้านี้สัมผัสป้ายของพวกเจ้าได้ ข้าย่อมไม่มีทางเรียกพวกเจ้าตั้งแต่มาถึง”
ขณะกล่าวชายชรากวาดมองพวกเขา 10 กว่าคนตรงหน้า สัมผัสถึงปราณพิฆาตบนตัวคนเหล่านี้ เขาตกตะลึงในใจ โดยเฉพาะยามเหลือบมองผู้นำคนเหล่านี้ ความรู้สึกจากปราณพิฆาตนั่นยิ่งเด่นชัด
“ว่าไปแล้วตอนนี้พวกเจ้ามีชื่อเสียงมาก ถึงกับข้ามแนวรบส่วนกลางมาถึงแนวหน้า แต่เมื่อเลือกเข้าร่วมกองรวบรวม นั่นย่อมมีบางเรื่องที่พวกเจ้าต้องเข้าใจ”
ทั้ง 10 กว่าคนนี้ แน่นอนว่าคือพวกสวี่ชิง
หลังจากพวกเขาเสนอตัวรับภารกิจ มาถึงที่นี่ใน 2 ชั่วยามตามกำหนด แต่ยังไม่เข้าใกล้สมรภูมิก็ถูกชายชราซึ่งคุ้มกันรอบนอกคนนี้ขวางไว้
ต่างฝ่ายต่างมองฐานะอีกคนออก ทั้งหมดล้วนเป็นกองเก็บกวาด
ชายชรายังทราบความเป็นมาของพวกสวี่ชิงด้วย ดังนั้นเลยแสดงความปรารถนาดี เชิญมาร่วมทาง
ตอนนี้เมื่อฟังคำชายชรา สวี่ชิงกับพวกซิงหวนจื่อมองหน้ากัน ก่อนประสานหมัดให้ชายชรา ขอคำชี้แนะอย่างถ่อมตัว
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “แม้ว่าหน้าที่พวกเราคือการรวบรวม แต่เมื่อพวกเจ้าเลือกเข้าร่วม คิดว่าคงเข้าใจบ้างแล้ว ถ้ากล่าวให้น่าฟังคือพวกเรามาเก็บกวาดสนามรบ ถ้ากล่าวไม่น่าฟังคือแท้จริงแล้วพวกเรามาเก็บศพ!”
“แน่นอนว่าการเก็บกวาดสนามรบต้องรอสงครามสิ้นสุดถึงเข้าไปได้”
“ไม่อย่างนั้นย่อมไม่ใช่การเก็บกวาด แต่ป็นการร่วมทำสงคราม”
“พวกเจ้าต้องจำไว้ การสู้รบเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญทหารต้องทำ พวกเราไม่อาจเข้าร่วมโดยง่าย สิ่งที่พวกเราต้องทำคือเข้าไปหลังจากพวกเขารบเสร็จ!”
“เนื่องจาก…การแทรกแซงของพวกเราอาจส่งผลต่อค่ายกลของผู้บำเพ็ญทหารฝ่ายเรา ขณะเดียวกันพวกเรายังมีภารกิจอย่างหนึ่ง นั่นคือเหลือทางถอยให้ผู้บำเพ็ญทหารข้างหน้าเผื่อพ่ายแพ้!”
ชายชรากล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าคร่ำเคร่งขึ้นมาก
พวกสวี่ชิงได้ยินแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ทั้งหมดท่าทางเคร่งขรึม
ความจริงพวกเขาไม่คิดเข้าร่วมสงคราม แค่อยากเข้าใกล้อีกหน่อย สะดวกต่อการเก็บแก่นตั้งต้นได้ทันที
ถึงอย่างไรสำหรับการรวบรวมแก่นตั้งต้น พวกเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่เชี่ยวชาญ
ตั้งแต่เป็นสมาชิกหน่วยรวบรวมทรัพยากรตอนนั้น เรื่องเช่นนี้ย่อมทำมาไม่น้อย ไม่เพียงแต่ทำภารกิจรวบรวมสำเร็จ ทุกคนยังแอบเก็บไว้ไม่น้อย
ทว่าการรวบรวมเมื่อก่อนล้วนเก็บเกี่ยวทั้งเป็น การเก็บเกี่ยวจากศพเทพเจ้าถือเป็นครั้งแรก
เมื่อเห็นพวกสวี่ชิงฟังคำพูดของตน ชายชราเลิกทำหน้าเคร่งขรึม ก่อนกระแอมคราหนึ่ง
“คำพูดก่อนหน้านี้ พวกเจ้าฟังไว้ก็พอ ความจริงแล้วทางถอยไม่ต้องให้พวกเราคอยเฝ้า การเข้าสนามรบไม่ค่อยส่งผลต่อกระบวนทัพมากนัก”
“คำพวกนี้มีไว้กล่าวกับคนนอก ต่อจากนี้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องทราบ พวกเจ้าจงจำไว้ ห้ามเข้าไปเร็วนัก ด้วยถ้าเข้าไปเร็วเกินไป เป็นตายยากคาดเดา”
“รอการต่อสู้สิ้นสุดค่อยเข้าไป แบบนี้ถึงปลอดภัย อีกอย่างคือสงครามแพ้ชนะยากคาดเดา ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมตัวเผื่อผู้บำเพ็ญทหารพ่ายแพ้ พวกเราต้องถอนตัวอย่างรวดเร็ว”
“พวกเจ้ายังหนุ่มสาว เมื่อครู่ถ้าข้าไม่ห้ามพวกเจ้า หากพวกเจ้าเข้าใกล้เกินไป ไม่แน่ว่าตอนนี้บางคนอาจตายแล้ว”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง พวกเจ้าต้องรู้ไว้ นั่นคืออย่าขัดแย้งกับผู้บำเพ็ญทหาร…”
ชายชราพูดไม่ทันจบ สีหน้าสวี่ชิงพลันเปลี่ยนไป ทยอยเงยหน้ามองสนามรบห่างไกลพร้อมพวกซิงหวนจื่อ ชายชราชะงักไป ก่อนหันมองฉับพลัน
เห็นเพียงสนามรบห่างไกล ตอนนี้กลิ่นอายวิญญาณเซียนพลันเพิ่มขึ้น ทั้งมีเสียงโห่ร้องยินดีดังเป็นระลอกทั่วทิศ
เห็นธงวิถีเด่นตระหง่านตรงนั้นรางๆ
“ชนะแล้ว!”
“ทุกท่าน เริ่มทำงาน!”
เมื่อเสียงดังก้อง ชายชราพุ่งตัวไปก่อน บริวารเขาต่างท่องเหินออกมา แต่ละคนเลียริมฝีปาก ห้อตะบึงไปข้างหน้าเหมือนแร้งกระพือปีก
พวกสวี่ชิงมุ่งหน้าไปพร้อมกันทันที
ในเวลาอันสั้นพวกเขาเหมือนคมศาสตรา พุ่งเข้าเขตแดนกลางอุกกาบาต เห็นสนามรบจากระยะประชิด
เห็นเพียงอาณาเขตกว้างใหญ่แห่งนี้ ศพเทพกลาดเกลื่อน โลหิตเทวะกระจายถ้วนทั่ว แขนขาขาดวิ่น ของวิเศษเวทแตกหักเห็นได้ทั่วไป
ศพผู้บำเพ็ญก็มีไม่น้อย
กองทัพผู้บำเพ็ญจากไปแล้ว แต่กลับเหลือผู้บำเพ็ญทหารบางส่วนไว้ เก็บกวาดสนามรบ รวบรวมแก่นตั้งต้นที่นั่น
สำหรับเรื่องนี้ชายชรากับบริวารเขาเหมือนเห็นจนชินตา แต่ละคนไม่แม้แต่จะมอง มุ่งตรงไปหาศพที่ยังไม่มีคนเก็บ
บ้างเฉือนตัด บ้างรวบรวม บ้างจัดเก็บ…
ร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทั้งความเร็วยังน่าอัศจรรย์
เชี่ยวชาญถึงขีดสุด
ชั่วเวลา 10 กว่าลมหายใจ ถึงขั้นเก็บกวาดไปไม่น้อย ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่านสะอาดหมดจด
ในนั้นเทพถูกเก็บกวาด ส่วนศพผู้บำเพ็ญถูกวางไว้ ไม่ถูกดูหมิ่นแม้แต่น้อย
พวกสวี่ชิงเห็นเช่นนี้ นัยน์ตาพลันหดรัด โดยเฉพาะพวกโจวเจิ้งลี่ยิ่งครัดเคร่งในใจ
ด้านการเก็บกวาด ชายชรากับบริวารล้วนเก่งกาจกว่าพวกเขา!
โดยเฉพาะความเร็ว ยิ่งเร็วจนน่าอัศจรรย์
“คนพวกนี้เชี่ยวชาญการเก็บซาก ต่างจากพวกเรา!”
พวกสวี่ชิงมองหน้ากัน พุ่งตัวเข้าสนามรบ เริ่มเก็บกวาดทันที
แต่จำต้องบอกว่าแม้พวกเขามาจากหน่วยรวบรวมทรัพยากร แต่เทียบกับชายชราแล้ว สุดท้ายความเร็วการเก็บกวาดกลับต่างกันไม่น้อย ทั้งไม่สะอาดหมดจดถึงขั้นนั้น
อีกอย่างการเก็บซาก ด้วยเทพเจ้าสิ้นชีพ ดังนั้นแก่นตั้งต้นที่เหลือจึงไม่มีชีวิตชีวา ทั้งปริมาณยังต่างจากตอนเป็นนัก ดังนั้นเลยเปลืองแรงกว่าจะเก็บเสร็จ ปริมาณแก่นตั้งต้นซึ่งได้รับยิ่งน้อยนัก
แต่ดีว่ามีศพมาก
ดังนั้นถ้าต้องการปริมาณเพียงพอก็ต้องจัดการศพเทพเจ้ามากขึ้น
กองเก็บกวาดเหมือนมีกฎเกณฑ์ของตน ถ้ามีศพเทพเจ้าถูกเก็บกวาด ต่อให้อยู่ระหว่างดำเนินการ คนอื่นก็ห้ามแย่งชิง
ประเด็นนี้พวกสวี่ชิงค้นพบอย่างรวดเร็ว ทั้งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นี้
แต่ยังมีคนแย่งชิง
ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญฝ่ายเก็บกวาด แต่เป็นเหล่าผู้บำเพ็ญทหารที่นี่
พวกเขามักทำตัวเผด็จการ ไม่ว่าศพถูกเก็บกวาดหรือไม่ ทั้งหมดก็ป่าเถื่อน การแสดงออกบ้างรังเกียจบ้างจนปัญญา
นี่สามารถเข้าใจได้ ถึงอย่างไรกองทัพพวกเขาก็เป็นฝ่ายสังหาร…
แต่สิ่งของรวมถึงทรัพย์หลังศึกล้วนมีการจัดสรร ดังนั้นพวกเขาเลยปราศจากคำพูด
แต่ด้วยใส่ใจความรู้สึก หลังจากจบสงคราม แม้ว่าทัพใหญ่จากไป แต่กองทัพจะเหลือคนบางส่วนไว้เก็บกวาด
สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกผ่อนปรน
กองเก็บกวาดซึ่งชายชราเป็นผู้นำ เห็นชัดว่าเคยชินนานแล้ว เมื่อเจอแล้วยอมถอยทันที อาศัยความเร็วของการเก็บกวาดหาเป้าหมายต่อไป
แต่พวกสวี่ชิงเพิ่งเก็บกวาดเป็นครั้งแรก ด้านความเร็วเห็นชัดว่าเทียบไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นเป้าหมายการแย่งชิงสำคัญของเหล่าผู้บำเพ็ญทหาร
ผ่านไปเช่นนี้ราว 2-3 ชั่วยาม เขตสงครามที่เดิมกว้างใหญ่แห่งนี้ เปลี่ยนไปจนแทบไม่เห็นร่องรอย
ศพผู้บำเพ็ญทั้งหมดถูกวางอย่างดี
ผู้บำเพ็ญทหารเป็นฝ่ายนำไป
ส่วนการรวบรวมศพเทพเจ้า กองเก็บกวาดที่มีชายชราเป็นผู้นำได้ไปเกือบ 6 ส่วน
ผู้บำเพ็ญทหารได้ไป 3 ส่วน
อีก 1 ส่วน…พวกสวี่ชิงได้ไป
ดังนั้นเมื่อเก็บกวาดเสร็จ ผู้บำเพ็ญทหารจากไป ในใจพวกสวี่ชิงต่างตรึกตรองไม่มากก็น้อย
เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ ชายชราซึ่งเก็บเกี่ยวได้เต็มเปี่ยมยิ้มเดินมา
“ทุกท่านย่อมจนปัญญาอยู่บ้าง โดยแย่งไปคงหงุดหงิดบ้างกระมัง พวกเจ้าต้องเคยชิน ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นคนฆ่า นำไปด้วยก็เป็นเรื่องปกติ”
“รอพวกเจ้าฝึกเก็บเกี่ยวเร็วขึ้นก็พอ”
เมื่อกล่าวจบชายชราขอตัว หันหลังกวักมือคราหนึ่ง ก่อนพาบริวารกลุ่มเก็บกวาดออกจากเขตสนามรบแห่งนี้
กระทั่งพวกเขาจากไป ในเขตแดนกลางอุกกาบาตนี้ ความเงียบของพวกสวี่ชิงยังสืบเนื่อง
เห็นชัดว่าการวิเคราะห์ของชายชราผิดพลาด
ความเงียบของพวกสวี่ชิง ใช่ว่าเพราะจนปัญญา ใช่ว่าเพราะเดือดดาล
ถึงอย่างไรเทพที่นี่ก็ถูกผู้บำเพ็ญทหารเหล่านั้นสังหาร นำไปด้วยถือว่าเป็นสัจธรรม ถึงขั้นว่าคิดกลับกัน หากเทพเจ้าที่พวกเขาสังหาร มีคนอื่นมาเก็บกวาด พวกเขาย่อมไม่เห็นด้วย
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาคิดคือ…
‘ความเร็วสู้กองเก็บกวาดไม่ได้ ทั้งไม่มีเหตุสนับสนุนการแย่งชิงกับผู้บำเพ็ญทหาร…’
‘ในเมื่อกองเก็บกวาดล้วนเข้าไปหลังสงครามสิ้นสุด’
‘หากพวกเราเข้าสมรภูมิก่อน…’
ยามพวกสวี่ชิงครุ่นคิด ต่างฝ่ายต่างเงยหน้ามองกัน
ทั้งหมดล้วนเห็นแววประหลาดจากนัยน์ตาอีกฝ่าย
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
