Skip to content

Outside Of Time 1240


บทที่ 1240 ซุ่มเก็บ

แสงประหลาดวาบผ่านนัยน์ตาพวกสวี่ชิง

การเก็บกวาดสนามรบครั้งนี้ พวกเขาเก็บเกี่ยวได้น้อยจริงๆ ทั้งยึดตามหน้าที่กองเก็บกวาดยังต้องส่งมอบบางส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้ สุดท้ายสิ่งที่เหลือย่อมเรียกได้ว่ามีเพียงน้อยนิด

ไม่เพียงพอต่อความต้องการเพื่อฝึกบำเพ็ญ

ดังนั้นเหล่าผู้ท่องเหินที่นี่จึงทยอยเหลือบสายตามองสวี่ชิง

รอคำตัดสินสุดท้ายของสวี่ชิง

สวี่ชิงมองสนามรบที่ถูกเก็บกวาดเกลี้ยงเกลาโดยรอบ ทั้งมองฟ้าดาราห่างไกล สักพักค่อยกล่าวเนิบช้า “เข้าสนามรบล่วงหน้าถือเป็นวิธีหนึ่ง แต่ต้องหาจังหวะ ทั้งต้องพิจารณาพลังต่อสู้ฝ่ายศัตรูกับฝ่ายเรา”

“สมรภูมิแปรเปลี่ยนหลายหลาก หากระหว่างนั้นพวกเราตัดสินใจผิดพลาดย่อมเจอวิกฤติเป็นตาย”

“อย่างไรพลังต่อสู้ของพวกเราก็ยังไม่ถึงขั้นกำเริบเสิบสานได้”

สวี่ชิงข่มความคิดในใจ ผสานกับความเป็นจริง สุดท้ายก็เห็นว่าเรื่องนี้รีบตัดสินใจไม่ได้

เมื่อเขาเอ่ยวาจา ทุกคนต่างเงียบไป แสงประหลาดตรงนัยน์ตาซ่านสลายช้าๆ

แต่เวลานี้เสียหลิงจื่อเลียริมฝีปาก ก่อนกล่าวฉับพลัน

“หัวหน้ากลุ่ม…ความจริงเทียบกับการเก็บซากแล้ว พวกเราเชี่ยวชาญการเก็บเกี่ยวทั้งเป็นมากกว่า”

“แก่นตั้งต้นจากการเก็บเกี่ยวทั้งเป็นมากกว่าด้วย…”

เมื่อเสียหลิงจื่อเอ่ยวาจา แววประหลาดที่เกือบซ่านสลายตรงนัยน์ตาทุกคนเกิดคลื่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาฟังความหมายจากคำพูดเสียหลิงจื่อออก นี่คือการเสนอให้ล่าอย่างอิสระ

ขณะเดียวกันยังนึกถึงคุกเทพเจ้า 2-3 แห่งซึ่งเคยไปเยือน

คำว่าหัวหน้ากลุ่มทำให้สวี่ชิงเหม่อลอย

ตลอดทางเขาเพิ่งเคยได้ยินคนรอบข้างเรียกตนเช่นนี้เป็นครั้งแรก

‘ไม่รู้ว่าตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง…’ สวี่ชิงพึมพำในใจ

ขณะเดียวกันซิงหวนจื่อที่อยู่ด้านข้างกล่าวเรียบๆ “ไม่มีสิ่งใดสำเร็จหากปราศจากกฎเกณฑ์ ตอนนี้หน้าที่พวกเราไม่ใช่ผู้รวบรวมทรัพยากร แต่เป็นฝ่ายเก็บกวาด”

นัยน์ตาเสียหลิงจื่อฉายแวววาบ กล่าวเสียงเย็นชา “เจ้าเก็บทันกลุ่มรวบรวมนั่นหรือไม่ ศพเทพ 6 ส่วนล้วนถูกพวกเขาเก็บไป! ระเบียบของเจ้าซิงหวนจื่อ เมื่อต้องมาเก็บกวาดกลับไร้ประโยชน์!”

ซิงหวนจื่อได้ยินดังนี้ เขามองเสียหลิงจื่อคราหนึ่ง นัยน์ตาฉายแววเยียบเย็น

เสียหลิงจื่อไม่ยอมอ่อนข้อ ปราณพิฆาตบนตัวม้วนตลบ ในความรางเลือนถึงขั้นแผ่คลื่นระดับกึ่งเซียนออกมา

ช่วงนี้พวกเขาพัฒนาต่างกันไป เสียหลิงจื่อก็เช่นกัน ตั้งแต่ออกมาจากดาวทดแทนวิญญาณก่อนหน้านี้ เขาเลื่อนระดับพลังบำเพ็ญ ก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน

เมื่อเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายค่อนข้างสถานการณ์ตึงเครียด สวี่ชิงเหลือบสายตามองโจวเจิ้งลี่

โจวเจิ้งลี่กระแอมคราหนึ่ง ก้าวมาข้างหน้า ยืนระหว่างซิงหวนจื่อกับเสียหลิงจื่อ ค้อมตัวให้สวี่ชิง

“นายท่าน พวกเราทราบว่าท่านห่วงความเป็นตายของทุกคน ช่วยพิจารณาแทนพวกเรา แต่เมื่อพวกเรามาสนามรบ ทั้งผ่านเรื่องราวมามากมาย ใครบ้างไม่เข้าใจหลักการที่ว่าความมั่งคั่งต้องเสี่ยงดวง”

“ขอแค่ผลเก็บเกี่ยวเพียงพอ ไม่มีอะไรทุ่มเทไม่ได้ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด”

“ดังนั้นคำว่าเชี่ยวชาญการเก็บเกี่ยวทั้งเป็นที่สหายเต๋าเสียหลิงจื่อกล่าวถึงนับว่าไม่ผิด กฎเกณฑ์ซึ่งสหายเต๋าซิงหวนจื่อเอ่ยถึงก็มีเหตุผล”

“ความจริงพวกเราสามารถหาทางร่วมได้”

โจงเจิ้งลี่เลียริมฝีปาก ก่อนกล่าวเสียงเบา

“พวกเราเป็นกองเก็บกวาดก็จริง แต่การออกล่าเก็บเกี่ยวทั้งเป็นทำให้เหล่าเทพสิ้นชีพ เมื่อกลายเป็นศพแล้วพวกเราค่อยเก็บกวาด นี่ถือว่า…ไม่ขัดแย้ง”

“ไม่มีสนามรบ พวกเราก็สร้างสมรภูมิเอง ไม่มีซากศพ พวกเราก็สร้างศพขึ้นมาเอง”

เมื่อกล่าวจบโจวเจิ้งลี่ค่อยคารวะสวี่ชิง

ฝ่ายเสียหลิงจื่อนัยน์ตาฉายแววล้ำลึก ทำการคารวะเช่นกัน

ผู้ท่องเหินคนอื่นต่างเงียบไป จากนั้นแววประหลาดตรงนัยน์ตาเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ทั้งหมดคารวะมาทางสวี่ชิง

แม้แต่ซิงหวนจื่อ หลังจากครุ่นคิดแล้ว เขาก็พยักหน้ามองมาทางสวี่ชิง

สวี่ชิงมองเหล่าคนตรงหน้า รู้ว่าความจริงพวกเขาแต่ละคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่พวกดอกไม้เรือนกระจก แต่เป็นพวกฝ่าพายุโลหิตตลอดทาง

ตอนนี้การขาดแคลนแก่นตั้งต้น ทำให้พวกเขาอยากเลือกเทพมากลืนกินนัก

ในเมื่อเป็นเช่นนี้…

นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเด็ดเดี่ยว พยักหน้าเล็กน้อย

ชั่วพริบตายามเขาพยักหน้า เหล่าผู้ท่องเหินแต่ละคนต่างแย้มยิ้ม คล้ายฝูงหมาป่าออกจากกรง ท่องเหินแยกย้ายกันไปตามการจัดเตรียมของโจวเจิ้งลี่

ใช้ทุกวิถีทางตามหาเป้าหมาย ทั้งส่งข้อมูลกลับมา ขณะเดียวกันโจวเจิ้งลี่กับซิงหวนจื่อก็ทำการตรวจสอบ

สวี่ชิงเลือกหินอุกกาบาตหนึ่ง นั่งสมาธิรอการสืบข่าวจากทุกคน

เวลาผันผ่านไปเช่นนี้ครึ่งเดือน

ข้อมูลมากมายส่งมาจากเหล่าผู้ท่องเหินที่แยกย้ายกันไป

ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของเทพเจ้า

แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ สวี่ชิงพิจารณาแล้วคิดว่าไม่เหมาะสม บ้างจำนวนมากเกินไป บ้าง อันตรายมากขึ้น

กระทั่งผ่านไปอีก 7-8 วัน สุดท้ายมีผู้ท่องเหินนามนักพรตเสี่ยอวิ๋นส่งข้อมูลที่สวี่ชิงคิดว่าเหมาะสมมา

“หัวหน้ากลุ่ม ข้าสืบพบหน่วยสอดแนมเทพเจ้ากลุ่มหนึ่ง จำนวนราว 30 คน ระดับสูงสุดคือแท่นเทวะขั้นกลาง คล้ายว่าเป็นเผ่าเทพหนึ่ง ข้าแอบติดตาม 2 วัน ลักษณะของคนกลุ่มนี้เหมาะแก่การล่าเพื่อเก็บเกี่ยวทั้งเป็นของพวกเรานัก!”

สิ่งที่มาพร้อมข่าวนี้มีการตรวจสอบของซิงหวนจื่อกับโจวเจิ้งลี่ด้วย

ทั้งหมดเห็นว่าข่าวนี้เป็นความจริง

ดังนั้นหลังจากสวี่ชิงครุ่นคิด ปราณพิฆาตบนตัวม้วนตลบ ออกคำสั่งทันที จากนั้นร่างวาบไหว ย่างเหยียบห้วงอากาศ

ขณะเดียวกันเมื่อสวี่ชิงออกคำสั่ง ผู้ท่องเหินซึ่งกระจายไปทั่วทิศล้วนได้รับภารกิจ นัยน์ตาแต่ละคนฉายแววประหลาด คล้ายนักล่า ทั้งเหมือนหมาป่าชั่วร้าย ห้อตะบึงไปยังสถานที่ซึ่งกำหนดเต็มกำลัง

2-3 วันต่อมา นอกดวงดาวนามเหนือละออง พวกสวี่ชิงรวมตัวกันอีกครั้ง

เมื่อมาถึงนักพรตเสี่ยอวิ๋นซึ่งรออยู่ที่นี่ คารวะสวี่ชิงซึ่งขนาบด้วยซิงหวนจื่อกับโจวเจิ้งลี่ทันที

“หัวหน้ากลุ่ม เทพพวกนั้นซ่อนตัวเก่งนัก ด้วยข้ามีวิชาเฉพาะจึงสัมผัสถึงเหล่าองค์ท่านได้ ทั้งติดตามมาตลอดทาง สุดท้ายเหล่าองค์ท่านเลือกซ่อนตัวตรงดาวนี้ ตอนนี้ผ่านมา 2-3 วันแล้ว”

“เพื่อไม่ให้เหล่าองค์ท่านสังเกตเห็น ข้าจึงไม่เข้าไปในดาวนี้ แต่มั่นใจได้ว่าเหล่าองค์ท่านยังอยู่”

ซิงหวนจื่อพยักหน้าเล็กน้อย “ที่นี่อลหม่านจริงๆ”

โจวเจิ้งลี่เลียริมฝีปาก ยิ้มกล่าวกับสวี่ชิง “นายท่าน บัญญัติข้าสัมผัสได้ว่าเหล่าองค์ท่านยังอยู่”

หากมีเพียงเสี่ยอวิ๋นคนเดียว ข่าวจากเขาน่าเชื่อถือหรือไม่ยังต้องพิสูจน์ แต่ผ่านการตรวจสอบและวิเคราะห์จากซิงหวนจื่อกับโจวเจิ้งลี่แล้ว ความน่าเชื่อถือของเรื่องนี้ย่อมสูงขึ้น

สวี่ชิงได้ยินแล้วทอดมองดาวตรงหน้า โคจรพลังตัวอ่อนเซียนของตน บัญญัติกาลอวกาศอบอวล สุดท้ายค่อยมั่นใจว่าเป็นความจริง

ดังนั้นเลยกล่าวเสียงเยียบเย็น “รวบรวมแก่นตั้งต้นให้เร็วที่สุด ทุกท่าน…ลงมือ!”

เมื่อเขาเอ่ยกล่าว ผู้ท่องเหินโดยรอบแต่ละคนแผ่ปราณพิฆาตสะท้านฟ้า มุ่งทะยานไปทางดวงดาวเบื้องล่าง

รวดเร็วจนเปลี่ยนเป็นรุ้งยาว 10 กว่าสายชั่วพริบตา บุกเข้าดาวนี้ ทะลวงหมอกเมฆ แหวกผ่านปราการ เข้าใกล้สถานที่ซึ่งเทพเหล่านั้นอยู่อย่างรวดเร็ว

สวี่ชิงคือหนึ่งในนั้น ตอนนี้เร่งความเร็วเต็มที่ ก้าวผ่านแกนสวรรค์ เข้าใกล้ที่หมายแล้ว

เพียงพริบตาก็เห็นเทพ 30 กว่าองค์นั่น เห็นแท่นเทวะในนั้น ทั้งเห็นเรื่องที่เหล่าองค์ท่านทำ

เหล่าองค์ท่านกำลังสร้างแท่นบูชา 8 เหลี่ยมแห่งหนึ่ง การจัดวางโดยรอบเหมือนกำลังทำพิธี

ตรงกลางพิธี บนจุดสูงสุดของแท่นบูชา 8 เหลี่ยมนั่น มีชามสีดำใบหนึ่งวางอยู่

ในชามมีเลือดกำลังพลุ่งพล่าน

ไอพลังประหลาดเข้มข้นม้วนตลบตามโลหิต ก่อตัวในชามนั้น แต่ไม่กระจายออกมา ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสะสม คล้ายกำลังรอเวลาปะทุ

สำหรับการปรากฏตัวของพวกสวี่ชิง เหล่าเทพที่นี่ต่างเงยหน้าฉับพลัน คล้ายเกินคาดหมาย ระดับแท่นเทวะในนั้นยิ่งนัยน์ตาหดรัด

“แท่นบวงสรวงยังสร้างไม่เสร็จ พิธียังไม่เริ่ม ไอพลังประหลาดยังไม่ปะทุ รากฐานยังไม่ก่อตัว ทำไมฝ่ายผู้บำเพ็ญถึงมาเร็วเช่นนี้!”

ระดับแท่นเทวะคนนี้ตื่นตระหนก แต่ยังเด็ดเดี่ยว กระตุ้นอำนาจเทพทันที ทำให้แท่นบูชาซึ่งยังสร้างไม่เสร็จลุกโชน ดำเนินพิธีก่อนล่วงหน้า ชามเลือดสีดำแตกละเอียดทันที

ไอพลังประหลาดจำนวนมากระเบิดออกมา คล้ายหมอกดำโหมกระหน่ำทะยานฟ้า

หวังก่อมลพิษโดยรอบ

ทว่าตอนนี้ความเข้มข้นยังไม่พอ ผลของมลภาวะไม่เป็นตามคาด สร้างสนามรบใหม่ที่นี่ได้หรือไม่ยังไม่แน่นอน…

แต่องค์ท่านไม่มีทางเลือกอื่น

เกือบชั่วพริบตายามกลิ่นอายทวยเทพปั่นป่วน บนเวิ้งฟ้าเหล่าผู้ท่องเหินที่มาเยือน แต่ละคนระเบิดความโลภโมโทสันซึ่งข่มกลั้นมานานออกมา

คล้ายคมศาสตรามากมายเสียบแทง

ยามสวี่ชิงเงื้อมือตัวอ่อนเซียนด้านหลังพลันแปรเปลี่ยน บดบังฟ้าคลุมตะวัน กดฝ่ามือหนึ่งลงมา

ฝ่ามือนี้อานุภาพดุจสายรุ้ง กลิ่นอายซ่อนแฝงทำให้เหล่าเทพที่นี่จิตวิญญาณสั่นสะเทือน ทั้งครอบลงบนชามเลือดแตกละเอียดทันที

ครอบควันดำจากไอพลังประหลาดที่แผ่ออกมา

ก่อนบดขยี้เต็มแรง

ไอพลังประหลาดสีดำเหมือนกลายเป็นจริง แตกละเอียดดังสนั่นทันที!

ขณะเดียวกันเนตรบัญญัติของโจวเจิ้งลี่พลันเบิกกว้างแดงก่ำ

ภูเขามหึมาของหย่วนซานซู่ทับลงมา

เสียหลิงจื่อหัวเราะชั่วร้าย เปี่ยมจิตสังหาร แฝงความร้ายกาจ มุ่งตรงมาที่นี่

ขณะเดียวกันพิษของหลี่เมิ่งถู่ห้อมล้อม เชียนจวินกับปี้อี้วาดแสงกระบี่ทั่วฟ้า

การเข่นฆ่าเปิดฉากเช่นนี้!

ขณะเดียวกันฟ้าดาราที่ห่างจากดาวเหนือละอองช่วงหนึ่ง มีผู้บำเพ็ญทหารทำภารกิจลาดตระเวนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามา

พวกเขาสังกัดกองทัพเกล็ดคำนึง 1 ใน 9 กองทัพใหญ่ของแนวหน้าปีกซ้าย ยามรบเป็นกองหน้า ยามปกติรับหน้าที่ลาดตระเวนอาณาเขต กวาดล้างเทพเจ้าที่ซ่อนตัว กำจัดฐานไอพลังประหลาดทั่วอาณาเขต

จำนวนคนนับพัน กองหนึ่งมีร้อยคน นั่งขัดสมาธิบนเรือเหาะสีครามขนาดมหึมา

เรือเหาะ 10 ลำปักธงกองทัพเกล็ดคำนึง โบกสะบัดกลางอากาศ ก่อคลื่นสะเทือนกว้างใหญ่เป็นชั้นๆ

บนดาวเหนือละออง เมื่อชามเลือดสีดำแตกละเอียด ในบรรดาเรือเหาะ 10 ลำ ลำหน้าสุดพลันรัวกลองดังอื้ออึง

เสียงดังกะทันหัน อึกทึกสนั่นหู ทำให้ฟ้าดาราเกิดคลื่นสะเทือน ทั้งดังก้องทั่วทิศ ทำให้ผู้บำเพ็ญซึ่งกำลังนั่งสมาธิทยอยลืมตา นัยน์ตาส่องประกาย

จากนั้นมีเสียงเคร่งขรึมดังก้อง

“มีเทพเจ้าตั้งแท่นพิธี สร้างฐานไอพลังประหลาดแห่งใหม่ ลั่นกลองสยบเทพ!”

“กองลับ ประจัน ทมิฬ วิญญาณ วายุ ขอสั่งพวกเจ้า 5 กอง ใช้เสียงกลองเป็นสื่อนำ ค้นอาณาเขตเบื้องหน้าให้ทั่ว ตามหาแหล่งตั้งแท่นพิธี กำจัดให้หมด!”

เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น มีเรือเหาะ 5 ลำเคลื่อนห่างจากขบวนทันที เร่งความเร็วไปข้างหน้า พุ่งทะยานไปต่างทิศทาง

ขณะเดียวกันค่อยมีเสียงทุ้มต่ำดังตามมา

“รับคำสั่ง!”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version