1812. เทียบแก่นแท้กับหวังหลิน
ตู้ฉิงบ่มเพาะมาหลายปีและเจออะไรมามาก อีกทั้งร่างกายยังสร้างขึ้นจากไม้ เขามองทะลุหลายอย่างในชีวิตออก มีแค่ไม่กี่อย่างที่ทำให้เขาหวาดกลัว แต่เซียน ผมขาวตรงหน้าทำให้เขารู้สึกตกตะลึง หนังศีรษะด้านชาอยู่หลายครั้งหลายครา
เรื่องแรกคือสายเพลิงปฐพีเหี่ยวแห้งทั้งหมด จากนั้นเมื่อเขาไล่ตามมาทันก็เป็นวิชาจากสำนักตงหลิน สำนักโลกาและสำนักสามเต๋า
ทั้งหมดนี้ทำให้ตู้ฉิงไม่สามารถตัดสินตัวตนหรือต้นกำเนิดของหวังหลินได้ จากมุมมองนี้ หวังหลินถูกห่อหุ้มด้วยม่านแห่งความลึกลับ หลังจากยกออกไปหนึ่งชั้นกลับเจอม่านอีกหลายชั้นเพิ่มขึ้นไปอีก
‘เขาอาจจะขโมยมาจริงๆ เหมือนกับเข้าไปยังสำนักพวกนั้นเพื่อเรียนรู้วิชาที่ ไม่ถ่ายทอดสู่คนภายนอก!’
‘หรือเขาอาจจะมีพื้นหลังลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง…เพื่อให้ได้วิชาจากสำนักเหล่านั้น…’ ตู้ฉิงสีหน้าเปลี่ยนไปพลางถอยไปหลายก้าวและคาดคะเนนับไม่ถ้วนในใจ
‘หากเป็นเรื่องแรก คนผู้นี้ต้องเจ้าเล่ห์และซ่อนตัวได้ยอดเยี่ยม ระดับบ่มเพาะน่าจะไม่เหมือนกับที่เห็นและต่อกรด้วยยากมาก…คนเช่นนี้ถึงแม้จะต่อกรยากแต่ การสังหารไม่ได้เป็นปัญหา…’
‘แต่หากเป็นอย่างหลัง…’ ตู้ฉิงหรี่สายตา
‘หากเป็นอย่างหลัง คนผู้นี้ไม่ควรไปล่วงเกิน! การทำให้สำนักตงหลินและสำนักโลกามอบวิชาพวกนั้นให้ก็ยากพอแล้ว แต่การทำให้ซ่งหยุนเต๋าจากสำนักสามเต๋าผู้ได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิเทพ มามอบวิชาร่มบรรพกาลเผาดินแดน นั่น…นั่นน่ากลัวเกินไปแล้ว…’
‘ต้องมีพื้นหลังแบบไหนถึงจะทำเรื่องแบบนี้ได้…’ ตู้ฉิงคิดถึงบางอย่างออกมา ใบหน้ายิ่งซีดเซียว
แม้ตู้ฉิงจะซ่อนความตกตะลึงเอาไว้ หวังหลินก็ยังมองออกอยู่บางส่วน เขายืนอยู่บนวิญญาณมังกรและกำลังดูดซับพลังแห่งเปลวเพลิง คงต้องใช้เวลาอยู่สักพักกว่าที่เขาจะเสร็จสิ้น แม้ไม่ได้กลัวว่าจะโดนขัดขวาง แต่การดูดซับในสถานที่สงบเงียบก็ยังดีกว่า
เดิมทีเขาคิดว่าต้องต่อสู้อย่างรุนแรงกับตู้ฉิง แต่พอดูตอนนี้แล้วดูเหมือนเขาเพียงต้องขู่เพื่อให้ตู้ฉิงจากไป
“เจ้ายังต้องการต่อสู้กับข้าหรือไม่…” หวังหลินมีท่าทีสงบนิ่งพลางยืนอยู่บน ศีรษะมังกร เขาเอ่ยปากพร้อมดูดซับเปลวเพลิงไปด้วย
น้ำเสียงทรงอำนาจของเขาดังกึกก้องไปทั่ว
‘มีโอกาสจะไม่เป็นอย่างหลัง เขาอาจจะรู้แค่สามวิชา บางทีคงใช้มันเพื่อข่มขู่ข้าให้หนีไป! แค่นี้ควรเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว!’ ตู้ฉิงบ่มเพาะมานาน เขาจะถูกหลอกโง่ๆ ได้อย่างไร? พอได้ยินคำพูดหวังหลินจึงหัวเราะ
เขาพุ่งทะยานไปหาหวังหลิน การบิดเบือนปรากฏขึ้นรอบตัวจนเผยร่างมนุษย์ไม้สีม่วง เปลวเพลิงพรั่งพรูออกมาจากร่างกายและห่อหุ้มเอาไว้
มองไกลๆ ช่างเป็นฉากน่าตกตะลึงยิ่งนัก!
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะรู้วิชาอื่นจากสุดยอดสำนักพวกนั้น!”
ขณะที่ตู้ฉิงพูดและเข้ามาใกล้ หวังหลินจึงหัวเราะ ซึ่งพอตู้ฉิงได้ยินเสียงหัวเราะ จิตใจเขาจึงสั่นไหว
หวังหลินนั่งควบคุมโซ่มังกรเพลิงสิบหกตัว สะบัดแขนขวาไปยังท้องฟ้า
โลกถูกห่อหุ้มด้วยสายลมทมิฬ สายลมเกิดความปั่นป่วนและมีเสียงคำรามดังออกมา มังกรดำสิบสามตัวเคลื่อนร่างอยู่ในสายลมทมิฬ
ขณะเดียวกันมังกรทั้งสิบสามตัวได้อ้าปากและปล่อยสายลมแห่งการสูญสิ้น หยาดฝนนับไม่ถ้วนเคลื่อนอยู่ในสายลม ราวกับราชามังกรกำลังอัญเชิญสายฝน!
หากแค่นั้นคงไม่น่าประหลาดใจ แต่สายฝนทุกหยดตกลงมาเป็นแสงสีทองแพรวพราว แต่ละหยดเปลี่ยนกลายเป็นวิญญาณหนึ่งดวงส่งเสียงร้องแหลมพุ่งเข้าหาตู้ฉิง
“เรียกขานสายลม อัญเชิญสายฝน ไสยเวทย์…ป่นขุนเขา แผ่นดินทลาย…” หวังหลินเอ่ยเสียงเย็นเยียบ พื้นดินเกิดรอยแตกร้าวมหาศาล ภาพภูเขาไฟปรากฏขึ้นบนพื้นดินเหนือสายเพลิงปฐพี เหล่าภูเขาไฟทั้งหมดเกิดการระเบิดพร้อมหมอกควันและมีลาวาไหลผ่าน
“ฟ้ากระจ่าง จันทรามืด!” หวังหลินชี้ไปยังท้องฟ้า จันทราส่องสว่างพลันปรากฏขึ้นในท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยสายลมสีดำ
ตอนนี้เป็นกลางวัน ดังนั้นดวงจันทร์จึงดูแปลกประหลาดยิ่ง!
เมื่อดวงจันทราปรากฏ หวังหลินจึงชี้ไปที่ตู้ฉิง อักขระรูปพระจันทร์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าตู้ฉิงและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
“แล้ววิชานี่เล่า?” หวังหลินสะบัดแขนเสื้อพลางยืนอยู่บนศีรษะมังกรเพลิง มองลงมายังตู้ฉิงผู้ที่ตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม!
“ส…สำนักจันทรามืด…วิชาแรกของเคล็ดจันทรามืด…” สายฟ้าดังกึกก้องในใจตู้ฉิง สำนักจันทรามืดเป็นหนึ่งในเก้าสำนักสิบสามกองกำลังของแผ่นดินทิศตะวันออก!
ตู้ฉิงพลันเงยศีรษะ ดวงตาแดงฉาน เขาตกตะลึงกับวิชาที่หวังหลินแสดงออกมา แต่เขาไล่ตามหวังหลินมานานแล้วจึงไม่มีหน้าให้ถอย!
แม้แต่ตอนนี้ก็ต้องโจมตีสักครั้ง!
“เจ้ามีวิชามากมายของสำนักอื่นแล้วอย่างไร!? ระดับบ่มเพาะของเจ้าต้อง น้อยกว่าข้าแน่ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ใช้วิธีพวกนี้มาหยุดข้า!”
“เจ้าทำไปเพราะไม่กล้าโจมตี!” ตู้ฉิงร้องคำราม เขาไม่เคยเจอสถานการณ์ที่ยากจะถอนตัวเช่นนี้ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทุ่มสุดตัวพลางระงับความตื่นตระหนกในใจและพุ่งออกไป สะบัดแขนขวาให้เพลิงจำนวนมากควบแน่นในฝ่ามือ ควันสีม่วงจำนวนมากยังออกมาจากร่างมนุษย์ไม้และทะยานเข้าหาหวังหลิน
“ข้ามีระดับบ่มเพาะทั้งหมดนี้มาด้วยตัวเอง แม้จะไม่ได้มีวิชาหลากหลายเหมือนเจ้า แต่ข้ามีสามแก่นแท้! ข้าเผชิญกับด่านวิบากแก่นแท้ด้วยสามแก่นแท้ของข้า ข้าจะกลัวเจ้าที่มีแค่แก่นแท้เพลิงได้อย่างไร!?”
“ข้าอยากเห็นเสียจริงว่าเจ้ามีแก่นแท้มากแค่ไหนถึงได้ทำตัวโอหัง!” ตู้ฉิงร้องคำรามใส่ท้องฟ้า เปลวเพลิงในแขนขวาผสานเข้ากับควันสีม่วงและกลายเป็นทะเลเพลิงม่วง เปลวเพลิงสีม่วงคือคลื่นความร้อนห่อหุ้มตู้ฉิงขณะที่เดินเข้าไปหาหวังหลิน
“มหาแก่นแท้ปฐพี!” ตู้ฉิงก้าวเข้าหา แขนซ้ายยื่นลงไปยังพื้นดินด้านล่าง พื้นดินเกิดรอยแตกร้าวทำให้ทุกอย่างสั่นสะเทือน ละอองสีเหลืองเป็นผลึกคล้ายทรายได้ลอยออกมารวมกันเบื้องหน้าแขนซ้ายของตู้ฉิงจนเหมือนเมฆหมอกสีเหลือง
ข้างในหมอกคือ แก่นแท้ปฐพีอันหนาแน่น กลิ่นอายแผ่กระจายออกมาทำให้พื้นดินบิดเบี้ยว พื้นที่บริเวณรอบด้านดูเหมือนเปลี่ยนกลายเป็นทะเลทราย!
“แก่นแท้น้ำหนัก!” ตู้ฉิงมองไปบนท้องฟ้าและร้องคำราม เหตุผลที่เขาสามารถกลายเป็นเซียนขั้นแก่นแท้ดับสูญและผ่านด่านวิบากแก่นแท้ไปหลายด่านแล้ว นอกจากเรื่องร่างกายก็มาจากแก่นแท้น้ำหนักนี่ด้วย
เหตุผลที่เขาอยู่ใต้ร่มสำนักมหาวิญญาณนั้นเกี่ยวข้องกับแก่นแท้นี้!
แก่นแท้น้ำหนัก เป็นความรู้แจ้งน้ำหนักทั้งหมดในโลกนี้ ตั้งแต่เล็กน้อยเท่าเม็ดทรายไปจนใหญ่เท่าผืนแผ่นดิน เมื่อมันขยายตัวยังรวมไปถึงความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในน้ำหนัก และเขาสามารถเปลี่ยนน้ำหนักได้เพียงแค่คิด
แก่นแท้น้ำหนักนี้ไม่ใช่สิ่งที่พบได้ทั่วไปบนแผ่นดินเซียนดารา มันต้องมีพรสวรรค์พิเศษถึงจะเข้าใจ เดิมทีตู้ฉิงไม่มีคุณสมบัติพอจะครอบครองแต่ด้วยร่างมนุษย์ไม้ที่มีร่องรอยแก่นแท้น้ำหนักจึงทำให้เขาได้เข้าใจมันอย่างช้าๆ
หลังจากแก่นแท้ปรากฏขึ้นมา มันจึงได้มอบน้ำหนักให้กับทะเลเพลิงม่วงของตู้ฉิง!
นับตั้งแต่ยุคโบราณกาล มีความเข้าใจเรื่องเปลวเพลิงอยู่สองแบบที่แตกต่างกัน จุดแตกต่างสำคัญระหว่างทั้งสองคือเปลวเพลิงมีน้ำหนักหรือไม่มี!
ด้านหนึ่งบอกว่ามันมีน้ำหนัก อีกด้านคิดว่าเปลวเพลิงเป็นแค่ปรากฎการณ์จึงไม่มีน้ำหนัก!
แม้แต่ตอนนี้ผู้คนยังถกเถียง แต่มันไม่มีผลกระทบต่อวิชาอันใด ด้วยแก่นแท้ น้ำหนักจึงทำให้ตู้ฉิงมอบน้ำหนักให้กับเปลวเพลิงได้!
ทำให้พลังอำนาจของเปลวเพลิงเพิ่มขึ้นมหาศาล!
ขณะเดียวกันหมอกแก่นแท้ปฐพีในมือซ้ายได้เปลี่ยนไปภายใต้ผลลัพธ์ของแก่นแท้น้ำหนัก เหมือนตู้ฉิงกำลังถือแผ่นดินไว้ในมือ!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา หลังจากแสดงแก่นแท้ทั้งสามออกไป ตู้ฉิงจึงพุ่งเข้าหาหวังหลินดุจเทพสงคราม
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร! จงตายซะ!”
หวังหลินยังคงยืนอยู่บนศีรษะวิญญาณมังกรเพลิง รูม่านตาหรี่แคบลง เพียงแค่คิดเจ้ามังกรเพลิงก็ร้องคำรามและล่าถอย ขณะเดียวกันวิชาที่หวังหลินใช้ก่อนหน้านี้ได้พุ่งเข้าหาตู้ฉิงทั้งหมด
หอกสีรุ้ง ประทับวิญญาณสงคราม ร่มบรรพกาลที่เปิดออก ฟ้ากระจ่างจันทรามืดในสายลมทมิฬ ทั้งหมดที่พุ่งออกไปล้วนเป็นวิชาที่มีชื่อเสียงบนแผ่นดินเซียนดารา และนี่คือพลังเต็มที่ของหวังหลิน!
ด้วยตัวตนของมังกรเพลิง หวังหลินได้เชื่อมต่อกับมันเพื่อหักล้างพลังตีกลับ ส่วนใหญ่ได้ หวังหลินจึงสามารถต่อสู้กับตู้ฉิง!
เขายังเคยผนึกราชันย์ กล้าต่อสู้กับผีเฒ่าจางและเซียนเต๋าสีรุ้งมาแล้ว จะมากลัวอะไรแค่ตู้ฉิงตัวน้อยๆ แค่นี้?
ถ้าไม่ใช่เพราะหวังหลินไม่สามารถเปิดมิติเก็บของได้ ตู้ฉิงคงพ่ายแพ้แน่นอน เมื่อหุ่นเชิดเย่ซื่อออกมา!
แต่ระดับบ่มเพาะของตู้ฉิงทรงพลังเกินไป แม้จะไม่ได้ใช้วิชามากนัก สามแก่นแท้ของเขานั้นคือการโจมตีที่ทรงพลังที่สุด
เสียงดังสนั่นกึกก้อง สี่วิชาของหวังหลินพังทลายแต่พลังอำนาจในแก่นแท้ของ ตู้ฉิงก็ยังสร้างคลื่นกระแทกมาถึงหวังหลิน วิญญาณมังกรเพลิงใต้หวังหลินไม่สามารถต้านทานไหวได้อีกต่อไป มันจึงส่งเสียงร้องพร้อมกับพังทลายทันที
เจ้ามังกรเพลิงเปลี่ยนกลายเป็นก้อนเพลิงขนาดยักษ์ล้อมรอบหวังหลิน
ตู้ฉิงพุ่งทะยานผ่านแรงกระแทกของสี่วิชาที่พังทลายไป เขากำลังจะเข้าไปใกล้เพื่อใช้กระบวนท่ารุนแรงแก่หวังหลิน
แต่เพียงจังหวะนั้นเอง หวังหลินเอ่ยเสียงออกมาจากก้อนเปลวเพลิง
“เจ้าคิดว่าข้ามีแก่นแท้เดียวใช่หรือไม่…เจ้าคิดว่าสามแก่นแท้นั้นมากมายใช่หรือไม่…”
หากมีคนพูดแบบนี้ตู้ฉิงคงเมินเฉยไปได้ แต่พอเป็นหวังหลินเอ่ยขึ้นมา ตู้ฉิงรู้สึกจิตใจสั่นไหวโดยไม่รู้เหตุผล