บทที่ 720 ชอบนางก็รั้งนางไว้
แต่กู้ซีจิ่วไม่มีเลย เธอเพียงเบิกตามอง ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและสงบนิ่งมาก มองเขากลับอยู่เช่นนี้ จากนั้นนางก็แย้มยิ้ม “ท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายล้อซีจิ่วเล่นอีกแล้ว เอาเถิดในเมื่อผลไม้ลูกนี้มีประโยชน์ เช่นนั้นข้าก็จะรับเอาไว้ ขอบพระคุณท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายยิ่งนัก”
ตี้ฝูอีนิ่งงัน
นางยิ้มแล้วชัดๆ ต้องการผลไม้ของเขาแล้วชัดๆ เหตุใดเขายังคงรู้สึกห่อเหี่ยวอยู่เล่า?
เหตุใดยังรู้สึกว่านางห่างออกไปเรื่อยๆ?
ตี้ฝูอีเงียบไปชั่วขณะ แต่ก็ไม่ได้ยืดกายขึ้น
กู้ซีจิ่วที่อยู่ในผ้าห่มถูกเขาโอบไว้กรายๆ เธอจึงรู้สึกร้อนอยู่บ้าง…
เธอหดเข้าไปในผ้าห่มอย่างเงียบเชียบ “รบกวนท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายออกไปแล้วปิดประตูให้ข้าด้วย ข้าอยากพักผ่อน”
นี่คือการไล่แขกแล้ว
ตี้ฝูอีไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่จากไป
กู้ซีจิ่วก็ไม่สนใจเขาแล้ว
ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเขาก็เปิดปากเอ่ย “เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัย มิสู้ย้ายไปอยู่ที่พักของข้าดีกว่า? ข้ามีเรือนส่วนตัวที่สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์แห่งนี้…”
กู้ซีจิ่วพูดไม่ออก เธอรู้สึกว่าเธอเข้าไม่ถึงทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายผู้นี้จริงๆ
เธอรู้ว่าโลกนี้มีคนประหลาดอยู่ไม่น้อย นิสัยแปลกประประหลาดเช่นใดล้วนมีทั้งสิ้น แต่ประเภทที่ทำให้ผู้อื่นสับสนงุนงง ทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้กลับเป็นที่สุดแล้ว
เดี๋ยวอบอุ่น เดี๋ยวเย็นชา เดี๋ยวใกล้ชิด เดี๋ยวห่างเหิน
เธอรู้สึกว่าตนอ่านใจผู้อื่นออกเสมอ ทว่ากลับอ่านความคิดของทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายผู้นี้ไม่ออกเลย
โชคยังดี เธอไม่ต้องคบค้าสมาคมกับเขามากนัก และระหว่างเธอกับเขาก็ไม่มีความเกี่ยวพันอื่นๆ แล้ว ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องพินิจพิจารณาว่าสรุปแล้วเขาคิดจะทำอะไร
“ที่นี่ก็ดีมากแล้ว ซีจิ่วไม่คิดจะย้ายที่อีก ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาของท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้าย” กู้ซีจิ่วปฏิเสธอย่างเกรงใจ
ความเงียบเริ่มเข้าครอบคลุมภายในห้องอีกครั้ง ยามนี้ความเงียบในอากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง ราวกับถูกอะไรบ้างอย่างโอบรัดเข้ามาทีละชุ่นๆ
ในที่สุดตี้ฝูอีก็ปล่อยเธอ ถอยหลังไปสองก้าว มองเธอนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก แล้วหันหลังเดินออกไป
ภายในห้องเงียบสงบลงอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็นความเงียบที่แท้จริง ไม่มีบุคคลที่สองอยู่แล้ว
อากาศที่แทบจะอึมครึมก็จากไปพร้อมคนผู้นั้น อากาศเริ่มไหลเวียนขึ้นใหม่อีกครา
กู้ซีจิ่วผ่อนลมหายใจออกมานิดๆ เช่นนี้แหละ ไม่ว่าสรุปแล้วคนผู้นี้จะเห็นเธอเป็นกุหลาบแดงหรือว่ากุหลาบขาว ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอทั้งนั้น
ตอนนี้คนที่เธอสมควรนึกถึงคือหลงซือเย่ เธอกับเขาถึงจะเป็นเนื้อคู่กัน จะมีสักกี่คู่กันที่ทะลุมิติมาทั้งคู่แบบเธอกับเขา?
เห็นทีว่านี่คงเป็นเจตนารมณ์ของสวรรค์ ในเมื่อสวรรค์จัดสรรให้เธอกับเขาได้พบกันอีกครั้ง ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าต้องการให้เธอได้คู่กับเขา
ต่อให้หลงซือเย่รับปากตี้ฝูอีว่าจะไม่แต่งกับเธอชั่วชีวิต เช่นนั้นเธอก็จะอยู่กับเขา ถึงแม้จะต้องเป็นแค่คนรักไปชั่วชั่วชีวิตก็ไม่เป็นไร ชดเชยให้ความเสียใจในชาติก่อน
….
ในห้องมืดสนิท ไม่มีตะเกียง มุกราตรีก็ไม่ส่องแสงเช่นกัน
ไม่รู้ว่าตี้ฝูอีนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดมานานเพียงใดแล้ว เขาเงียบงันอยู่ตลอด
มู่เหล่ยถูกทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายส่งออกไปตรวจตอบคดีบางอย่างแล้ว และไม่รู้ว่ามู่เฟิงตามเข้ามายืนอยู่เงียบๆ เป็นเพื่อนเขาท่ามกลางความมืดนานเท่าไหร่แล้ว ในที่สุดก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากขึ้น “นายท่าน ต้องการกินอะไรหน่อยไหมขอรับ? ท่านเสียกำลังไปมหาศาล ต้องบำรุงสักหน่อย”
ตี้ฝูอียังคงนิ่งเหมือนเก่า ประหนึ่งรูปปั้นก็มิปาน
มู่เฟิงค่อนข้างกังวลยิ่งนัก เขาเพิ่งเคยเห็นเจ้านายเป็นแบบนี้ครั้งแรก
มิใช่ว่าเมื่อก่อนนายท่านจะไม่มีช่วงเวลาที่ครุ่นคิดตรึกตรอง แต่ตอนนั้นทุกคนล้วนทราบว่าเขากำลังใคร่ครวญเรื่องราวอยู่ ส่วนจะใคร่ครวญเรื่องราวใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเขาใคร่ครวญเสร็จแล้วผู้ใดจะเริ่มซวย…
และหนนี้เขาก็เงียบงันอีกครั้ง แค่การเงียบหนนี้แตกต่างจากที่เคยเป็นมา