Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 326


บทที่ 326 ใครจะสู้กับกองทัพเพลิงโลกันตร์? (ต้น)

กลางป่า เยี่ยฉวนอุ้มลู่จิ้วเก๋อฝ่าความมืดมิดอย่างรวดเร็ว กองทัพเพลิงโลกันตร์! เพียงแค่ได้ยินเยี่ยฉวนยังถึงกับตะลึง

กองทัพเพลิงโลกันตร์เป็นไพ่ใบสุดท้ายของอาณาจักรต้าอวิ๋น เป็นกองกำลังที่อาณาจักรแห่งนี้ทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อการฝึก ทหารแต่ละคนเป็นพลรบที่ได้รับการคัดจากทหารฝีมือเยี่ยมจากค่ายต่างๆ ทุกคนผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากถูกคัดมาแล้ว พวกเขาจะถูกส่งเข้าค่ายฝึกในสถานที่อันเป็นความลับสุดยอดอีกแห่ง!

กองกำลังแห่งนี้มียุทธวิธีการรบที่แข็งแกร่งอันเป็นที่สุดของความน่าสะพรึงกลัว! ในแผ่นดินชิงถึงกับมีคำกล่าวกันว่า ใครจะสู้กับกองทัพเพลิงโลกันตร์? บัดนี้ อาณาจักรต้าอวิ๋นส่งกองทัพเพลิงโลกันตร์มาแล้ว ซึ่งหมายความว่า พวกเขาแสดงเจตนาว่าต้องทำลายแคว้นเจียงให้ได้อย่างชัดแจ้ง!

เยี่ยฉวนเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น จากนั้นเพียงไม่นาน เขาและลู่จิ้วเก๋อได้มาถึงสถานศึกษาฉางหลาน หลังจากส่งต่อลู่จิ้วเก๋อให้กับจี้อันซื่อแล้ว เยี่ยฉวนเรียกประชุมศิษย์ทั้งหมดทันที

หลังจากศิษย์มารวมตัวอยู่ต่อหน้าคนที่เป็นอาจารย์ใหญ่ ซึ่งนอกจากคนที่เป็นมนุษย์ 40 คน ยังมีศิษย์ซึ่งเป็นสัตว์อสูรอีก 30 ตัว เพิ่มเข้ามาด้วย! สัตว์อสูรทั้งหมด เยี่ยฉวนคัดเลือกมาด้วยตนเองและพามาจากภูเขาหมาง ซึ่งเวลานี้ พวกมันดูท่าว่าสามารถเข้ากับศิษย์ที่เป็นมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ภายใต้การดูแลของไป่เจ๋อ!.ยังไงเสียถึงจะเป็นสัตว์อสูร หากพวกมันก็มีจิตวิญญาณทางสติปัญญาไม่น้อยเช่นกัน

เมื่อทุกคนมารวมกับครบถ้วนแล้ว เสียงเยี่ยฉวนพูดดังชัดเจนมาจากด้านหน้า “การไปครั้งนี้พวกเราอาจจะไม่ได้กลับมาอีก พวกเจ้าเตรียมตัวพร้อมกันหรือยัง?”

“พร้อมแล้วขอรับ!” เสียงตอบรับจากคนมากกว่าสี่สิบชีวิตดังกระหึ่มทั้งลานกว้าง ชายหนุ่มพยักหน้า “ถ้างั้น ออกเดินทาง!” พักใหญ่ต่อมาเยี่ยฉวนจึงนำคณะติดตามมุ่งหน้าลงจากเทือกเขา ชั่วครู่เดียวกลุ่มคนก็ลับสายตาไปทางเหลี่ยมเขา

ภายในวังหลวงแห่งแคว้นเจียง

ฮ่องเต้เจียงหยวนประทับยืนอยู่ด้านหน้าโถงท้องพระโรง ในวันนี้ทรงสวมชุดเกราะทองคำ ที่เอวเหน็บดาบยาว ขณะประทับยืนอยู่ต่อหน้ากองทหารสามพัน ซึ่งหมายถึงกองทัพยูหลินอันเกรียงไกร!

ขณะนั้น ฮ่องเต้กวาดตามองบรรดาทหารที่ยืนตัวตรงอยู่กลางลาน “ข้าได้รับรายงานว่า บัดนี้ กองทัพเพลิงโลกันตร์แห่งอาณาจักรต้าอวิ๋นยกทัพมาประชิดเมืองไค่หยาง พวกเจ้ามีใครนึกหวาดกลัวบ้างไหม?”

กองทัพเพลิงโลกันตร์! เพียงคำไม่กี่คำนั้น ทหารที่ยืนอยู่ในลานเริ่มหันมองหน้ากันไปมา ทุนคนบนแผ่นดินชิงต่างได้ยินกิตติศัพท์ของกองทัพดังกล่าวเป็นอย่างดี ในอดีตกองทัพนั้น เพียงร้อยนายสามารถถล่มแคว้นจนย่อยยับอับปางมาแล้ว! ต่อมาฮ่องเต้เจียงหยวนพูดขึ้นมาว่า “และเวลานี้ผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นเยี่ยฉวน ได้นำกำลังศิษย์ฉางหลานมุ่งหน้าไปที่เมืองไค่หยางแล้ว!”

เยี่ยฉวนผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้น! ทันทีที่ได้ยินคำบอกกล่าวสองสามคำ ทหารทุกคนเริ่มส่งเสียงดังกระหึ่ม! ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า “ถ้าได้ร่วมรบเคียงข้างกับผู้เยี่ยมยุทธ์เยี่ยฉวน พวกเราไม่กลัวกองทัพเพลิงโลกันตร์ เราจะไปไค่หยาง ไปต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้เยี่ยมยุทธ์เยี่ยฉวน!”

“พวกเราจะไปไค่หยาง!” กองทหารยู่หลินนับพันในลานโห่ร้องกึกก้อง เสียงกระหึ่มดังสะเทือนลั่นท้องฟ้าสะท้านทั้งแผ่นดิน จากนั้น ปรากฏเรือเหาะลำใหญ่ขึ้นเหนือน่านฟ้าทิศทางกำลังมุ่งหน้ามาทางวังหลวงแคว้นเจียง ก่อนจะค่อยลดเพดานลงและจอดสนิทในลานกว้าง

ฮ่องเต้เจียงหยวนซึ่งดึงดาบออกจากที่เหน็บพลันออกคำสั่ง “ขึ้นเรือเหาะ!” จากนั้น ทหารสามพันทยอยเดินขึ้นเรือเหาะพร้อมกับฮ่องเต้ของตน หลังจากนั้น เรือเหาะเริ่มขยับทะยานขึ้นสู่อากาศเพียงไม่นาน ขณะนั้น ผู้เป็นฮ่องเต้ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือเหาะ สายตาแน่วนิ่งของพระองค์ทอดมองไปยังที่ตั้งของวังหลวงเบื้องล่าง แววตาครุ่นคิดลึกล้ำ ด้วยหนนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นวังหลวงที่เคยทรงประทับมานานหลายทศวรรษ……เพียงไม่นานนัก เรือเหาะก็แล่นหายไปในความมืดมิดแห่งราตรีกาล

ณ ตำหนักบำเพ็ญเพียร ภายในวังหลวงแคว้นเจียง

อดีตฮ่องเต้เจียงเยว่เทียนนั่งอยู่บนพื้นตำหนัก มีลูกสุนัขน้อยสีดำปลอดนอนหมอบนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง คนผู้หนึ่งนั่งอยู่ต่อหน้าเขาคือจ้าวหอชั้นห้าแห่งสำนักอัปสรเมรัย อดีตฮ่องเต้เอื้อมมือไปลูบลูกสุนัขสีดำเบาๆ “การศึกครั้งนี้เราโอกาสสักเท่าไร?” จ้าวหอชั้นห้าหุบปากนิ่ง ไม่ตอบคำถาม

เจียงเยว่เทียนเหยียดมุมปาก “พูดมาตรงๆ เถอะ!” คนตรงหน้าจำต้องตอบให้ว่า “ไม่เกินสองในสิบส่วนขอรับ” อดีตฮ่องเต้ถอนหายใจแผ่วเบา “ถ้ามีเซียนกระบี่มาช่วยด้วยอีกแรง จะเป็นอย่างไร?” จ้าวหอเบนสายตาไปทางศาลเจ้า แววตาปรากฏรอยครุ่นคิดหนัก “ถ้านางออกมาช่วย ข้าว่าจะยิ่งยุ่งยากกันไปใหญ่”

ตอนนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นเรื่องของคนรุ่นนี้ ถึงแม้ว่าจะขยายวงกว้างกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ทว่ายอดยุทธ์ขั้นผนึกยุทธ์ต่างไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว! ถ้าเซียนกระบี่ออกมาร่วมต่อสู้ จะไม่ใช่การปะทะระหว่างคนรุ่นใหม่อีกต่อไป และเมื่อถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ผู้คนสามัญที่ต้องตาย แม้ยอดยุทธ์ผนึกยุทธ์ก็จะต้องล้มตายไปด้วย

แผ่นดินชิงจะลุกเป็นไฟ! ถ้าเซียนกระบี่ไม่เข้าช่วยเหลือ เยี่ยฉวนและคนอื่นจะต้านทานไหวหรือ? คำตอบคือยากมาก! แววตาของคู่สนทนามีร่องรอยเศร้าสลดอยู่ลึกๆ

.

ศิษย์ฉางหลาน ฮ่องเต้เจียงหยวนและทหารทั้งเมืองหลวงต่างมุ่งหน้าไปยังเมืองไค่หยาง ข่าวลือนี้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้นเจียงอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง! แม้แต่ฮ่องเต้ยังเข้าสู่สนามรบด้วยพระองค์เอง! ถึงตอนนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแคว้นเจียงต่างรับรู้ต่อสถานการณ์ตึงเครียดอย่างแท้จริง

ถ้าเมื่อไค่หยางแตกพ่าย แคว้นเจียงต้องล่มสลายในไม่ช้า! ช่วงนั้นจึงมีจอมยุทธ์ผู้ฝึกพลังปราณหลายต่อหลายคนในแคว้นเจียง ต่างสมัครใจที่จะมุ่งหน้าสู่เมืองไค่หยางโดยพร้อมเพรียง บ้างยังมีความกลัวตาย หากบ้างก็ไม่กลัว บ้างเป็นพวกรักชาติทว่าบ้างก็มิใช่

.

บนเส้นทางอันสลับซับซ้อนท่ามกลางขุนเขา ทหารม้ากลุ่มหนึ่งกำลังเร่งรุดควบตะบึง กระทั่งตลอดระยะทางที่เคลื่อนผ่านปรากฏเปลวเพลิงสีดำลุกโชติช่วง! ทั้งที่มิใช่กองทัพม้าขนาดใหญ่ด้วยคะเนได้เพียงหนึ่งร้อยเท่านั้น ทหารทุกคนห่อหุ้มร่างกายด้วยเกราะเหล็กสีดำและศีรษะปิดบังด้วยหมวกเหล็ก ปกปิดใบหน้ามิดชิดไว้ด้วยหน้ากากที่มีหน้าตาขึ้งเคียดดุดัน

ในมือถืออาวุธทวนยาวสีทองซึ่งยาวกว่าทวนปกติ ส่วนปลายเป็นใบมีดทั้งคมกริบและบางเฉียบ ประกายยะเยือกสาดกระจายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ บนบ่าสะพายเกาทัณฑ์คันยาวและมีกระบอกบรรจุลูกธนูอยู่ทางข้างหลัง ถึงแม้จะมีลูกศรเพียงสิบดอกทว่าทุกดอกมียาวเป็นพิเศษ อีกทั้ง ส่วนปลายสีสันราวกับเศษเนื้อหนังของอะไรบางอย่างหลงเหลือให้เห็น

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ด้วยที่เอวสองข้างเหน็บดาบสั้นข้างละเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มสั้นกว่าดาบทั่วไป แต่ยาวกว่ามีดสั้นเล็กน้อย ล้วนเป็นศาสตราวุธขั้นประกายแสงระดับต้น! ศาสตราวุธระดับต้นทั้งหมด!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version