Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 486


บทที่ 486 อยู่ด้วยกัน ตายด้วยกัน! (ปลาย)

บริเวณสถานศึกษาฉางหลาน

เยี่ยฉวนเข้าไปหาลู่ป้านจวงและทุกคนซึ่งมาหลบอยู่ภายในหอฝึกฝนใต้ติน ความจริงก็คือลู่ป้านจวงและทุกคนเดินทางมาถึงฉางหลานหลายวันแล้ว ทว่าเป็นความคิดของเยี่ยฉวนที่ไม่ต้องการให้ทุกคนเปิดเผยตัวต่อโลกภายนอก!

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องคุ้มครอง!

ด้วยทั้งลู่ป้านจวงและทุกคนล้วนมีครอบครัวอยู่ข้างหลัง ถ้าเปิดเผยตัวในตอนนี้เกรงว่าครอบครัวและคนข้างหลังจะตกเป็นเป้าหมายของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน

ภายในหอฝึกฝน เยี่ยฉวนโบกมือครั้งหนึ่ง ฉับพลันนั้นวงแหวนสัมภาระจำนวนเจ็ดชิ้นปรากฏออกต่อหน้าหลิงฮั่นและคนอื่นทันที ทำให้ทุกคนหันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาแสดงความฉงนสนเท่ห์ใจ เจ้าตัวจึงแจงให้ฟังพลางอมยิ้ม “วงแหวนสัมภาระเหล่านี้ภายในบรรจุสิ่งล้ำค่าขั้นแท้จริงระดับสูง จึงเหมาะสำหรับพวกเจ้าทุกคน”

หลิงฮั่นและคนอื่นต่างหันไปมองหน้ากันขณะที่ต่างยิ้มเก้อเขินหน่อยๆ ไม่มีใครปฏิเสธต่างคนต่างรับไปเก็บงำไว้ทันที

พวกเขาไม่อาจปฏิเสธน้ำใจที่เยี่ยฉวนมอบให้

เมื่อเห็นว่าหลิงฮั่นรวมทั้งคนอื่นเต็มใจที่จะรับโดยไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มผู้ให้จึงเปิดปากหัวเราะ ด้วยถ้าทุกคนมัวเกรงอกเกรงใจ จะกลายเป็นการทำลายความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน

ยามนี้เยี่ยฉวนไม่อาจปฏิเสธสหายจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งใจมาเพื่อช่วยเหลือ

เท่ากับว่าหลังจากที่หลิงฮั่นและคนอื่นมีอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับสูงครบถ้วนแล้ว ศักยภาพของทั้งเจ็ดคนเวลานี้สามารถสังหารคนขั้นผนึกยุทธ์ได้เลย!

ถ้าคนทั้งหมดบรรลุขั้นผนึกยุทธ์ ศักยภาพในการต่อสู้อาจสังหารคนพลังควบยุทธ์สะท้านภพได้อย่างแน่นอน!

ลู่ป้านจวงและหลิงฮั่นสองคนสำเร็จขั้นผนึกยุทธ์แล้ว ดังนั้นทั้งคู่จะสังหารคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพได้อย่างง่ายดาย!

พลันลู่ป้านจวงเอ่ยถามขั้นทันทีว่า “เมื่อไรเจ้าจะให้เราลงมือสักที?”

คำถามนั้นทำให้ทุกคนรวมทั้งหลิงฮั่นมองเยี่ยฉวนเป็นตาเดียวราวกำลังรอฟังคำตอบ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะลงมืออย่างเต็มที่แล้ว

คนถูกถามยิ้มกว้าง “อย่าห่วงเลย เอาไว้จะลงมือเมื่อไรข้าไม่ลืมพวกเจ้าแน่!”

ลู่ป้านจวงจึงพยักหน้าและพูดว่า “ถ้างั้นข้าของีบเอาแรงก่อน จะจู่โจมล่ะก็เรียกข้าด้วยก็แล้วกัน!”

โดยไม่รอฟังคำตอบ นางหันหลังเดินอ้าวไป

เยี่ยฉวนมิได้กลับไปทันทีเช่นกัน ชายหนุ่มเบนไปทางใบหน้าที่คุ้นเคยทีละคน ความรู้สึกลึกล้ำในใจเริ่มก่อตัวขยายใหญ่ขึ้น

พี่น้อง!

ที่เมืองชิงเขาเป็นคนตระกูลเยี่ย แม้จะมีความสัมพันธ์กับตระกูลเยี่ยทว่าไร้ซึ่งความผูกพัน ตระกูลใหญ่ก็เฉกเช่นเดียวกันกันราชวงศ์ทั้งหลายทั่วไป เกี่ยวข้องกันทว่าไร้ซึ่งความเสน่หาต่ออย่างสิ้นเชิง

ภายหลังออกจากเมืองชิง เขาก็ได้พบกับโม่อวิ๋นฉี ไป๋เจ๋อ จี้อันซื่อ ลู่ป้านจวง หลิงฮั่น เหยี่ยลี่……

การที่ได้พบกับพวกเขา ทำให้เยี่ยฉวนตระหนักว่าอันที่จริงเขามิได้มีแต่น้องสาวคนเดียวในโลกใบนี้ ทว่ายังมีพี่น้องและมิตรสหายเป็นเพื่อนคู่คิดอีกหลายคน!

ต่อให้ผู้ฝึกกระบี่สำเร็จกระบี่แห่งเต๋าระดับสูงสุด หากชีวิตนี้ปราศจากมิตรแท้ก็ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างได้เช่นกัน!

เยี่ยฉวนหยุดอารมณ์ความคิดไว้เพียงเท่านี้ พลันหันไปพูดยิ้มๆ กับทุกคน “วันนี้พวกเรามาดื่มกันสักหน่อยดีกว่า!”

“พวกเจ้าจะดื่มกันโดยไม่มีข้าได้ยังไง?”

ทันใดนั้นไป๋เจ๋อและโม่อวิ๋นฉีวิ่งถลันพรวดเข้ามา เมื่อเห็นหน้าหลิงฮั่นและคนอื่นในที่นั้น จึงตรงเข้าสวมกอดทักทายอย่างถ้วนหน้า

หลังจากนั้นไม่นานเสียงหัวเราะ เสียงภาชนะกระทบกันก็ดังเล็ดรอดออกมาจากหอฝึกฝนแห่งนั้น

ไม่แน่ชัดว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด หลิงฮั่นล้มคว่ำใส่เยี่ยฉวนพลางพูดเสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมาว่า “พี่เยี่ยบอกความจริงมา ตอนที่เรากลับไป เจ้านึกโกรธพวกข้าไหม?”

คำถามนั้นเรียกสายตาของทุกคนมองมาทางคนถามและเยี่ยฉวนทันที พลันหอฝึกฝนก็ตกอยู่ในความเงียบราวกับพวกเขาไม่เคยตกอยู่ในอาการมึนเมาเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มกระแทกชามสุราลงบนโต๊ะเสียงดังและตอบว่า “โกรธสิ โกรธมากเลยล่ะ มาเถอะข้าจะลงโทษให้เจ้าทุกคนต้องดื่มคนละสามชาม ถ้าใครไม่ดื่มข้าไม่ยอมยกโทษให้แน่”

ได้ยินเช่นนั้นทำเอาทุกคนถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปคว้าชามใส่สุราขึ้นเทใส่ปากอย่างรวดเร็ว

ภายหลังจากที่ทุกคนดื่มครบสามชามแล้ว หลิงฮั่นโผเข้าสวมกอดเยี่ยฉวนอย่างแรง จนร่างของคนทั้งสองเอนราบลงไปบนม้านั่ง เสียงหลิงฮั่นพึมพำอ้อแอ้ขึ้นว่า “พี่เยี่ย ครั้งนี้ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปเฉยๆ อีกแล้ว พวกเราต้องอยู่ด้วยกัน ตายด้วยกันที่นี่!”

“อยู่ด้วยกัน ตายด้วยกัน……”

พักใหญ่ต่อมา ทั่วหอฝึกฝนเหลือไว้แต่เสียงกรนดังสนั่น

ทว่าเยี่ยฉวนผุดลุกขึ้นและเดินออกไปนอกหอฝึกฝนแห่งนั้น ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งอยู่ภายนอก

ด้วยเวลานี้เขาไม่กล้าดื่มจนเมามาย มิเช่นนั้นหากถูกสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีฉวยโอกาสจู่โจม พวกเขาคงมีแต่ตายกับตาย

ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าไร้แสงดาวกระทั่งแสงจันทร์ก็ไม่ปรากฏ อีกทั้งยังเงียบสงบไปทั้งบริเวณ

ชายหนุ่มเดินไปทรุดนั่งลงบนขั้นบันไดหิน ขณะนั้นในมือมีวัตถุชนิดหนึ่งเป็นไม้แกะสลักรูปคน ซึ่งเหมือนเยี่ยหลิงเป็นที่สุด!

ชั่วชีวิตของเยี่ยฉวน น้องน้อยเยี่ยหลิงเป็นเพียงคนเดียวที่เขารักและห่วงใย สำหรับเขาไม่ว่าจะอย่างไรนางคงเป็นเด็กหญิงตัวน้อยอยู่วันยังค่ำ แม้รู้ดีว่าเวลานี้เยี่ยหลิงจะมีพลังเลิศล้ำ.บางทีพลังของนางอาจเหนือกว่าพลังของเขาก็เป็นได้!!

จู่ๆ มีชายสวมชุดดำผู้หนึ่งปรากฏกายออกมาเบื้องหน้าเยี่ยฉวน

เขาจึงเก็บตุ๊กตาไม้แกะสลักใส่กระเป๋า ขณะที่เสียงห้าวของอีกฝ่ายบอกว่า “ตามมา!”

ไม่รอช้าคนพูดหันหลังและนำหน้าไปก่อน

เยี่ยฉวนนิ่งคิดนิดหนึ่ง จากนั้นจึงเดินตามชายชุดดำไป

คนชุดดำนำพาเยี่ยฉวนผ่านป่ารกชัฏที่อยู่ด้านหลังหุบเขาฉางหลาน ซึ่งมีป่าดิบมืดสนิทแห่งหนึ่ง

ชายชุดดำหยุดเดินและหมุนกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะถอดผ้าคลุมศีรษะออก

คูหมิงสวี!

ชายชุดดำที่แท้คือ คูหมิงสวีเจ้าสำนักมารอสูร!

ก่อนจะเปิดฉากถามเยี่ยฉวน “เจ้าไม่แปลกใจเลยงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนไม่ตอบแต่สวนถามทันควัน “มีธุระอะไร เหตุใดจึงมาเสียค่ำมืดดึกดื่นเช่นนี้?”

คูหมิงสวีก้าวเข้าไปจนเกือบใกล้ สายตาจ้องแน่ว “ถ้าข้าจะลงมือ เป็นได้สังหารเจ้าแล้ว!”

เยี่ยฉวนยิ้มมุมปาก “พูดเหมือนจ้าวทมิฬแห่งดินแดนอันธการกับคนของตระกูลซือถูเมื่อวันนั้นเลย! ป่านนี้หญ้าบนปากหลุมฝังพวกมันคงจะขึ้นรกแล้ว”

คูหมิงสวีจ้องมองคนพูดด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพูดว่า “ข้าและคนสำนักมารอสูรจะถอยกลับ!”

เยี่ยฉวนไม่ตอบกลับ

อีกฝ่ายหรี่ตามอง ทั้งสีหน้าและแววตาฉายความเหี้ยมเกรียม ขณะเอ่ยถามว่า “ไม่ตกลงหรือไง?”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะและชี้แจงว่า “ข้าเองไม่ขัดข้อง แต่คนอื่นอาจไม่เห็นด้วย!”

คนตรงข้ามถามเสียงห้วน “เจ้าหมายถึงสำนักผู้ตรวจการเขตแดนงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะแทนคำตอบ

คูหมิงสวีกำมือเข้าหากันเกร็งกำปั้นแน่น พลันชายหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้นทันที “ข้ามีแผน!”

อีกฝ่ายสวนทันควัน “ว่ามา!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “ข้ากับเจ้าร่วมมือกันเล่นละครตบตาสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและจอมยุทธ์อื่น แต่ข้าขอสุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันล้านชิ้นเป็นค่าตอบแทน!”

คูหมิงสวีบิดมุมปาก หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น “เจ้านี่มันตะกละตะกลามสิ้นดี!”

ชายหนุ่มตรงข้ามปล่อยหัวเราะหึ พูดเสียงธรรมดา “ถ้างั้นไม่ต้องพูด! เจ้าสำนักคู พรุ่งนี้เจอกัน! ข้าจะไม่ออมมือให้ละนะ!”

ว่าแล้วเยี่ยฉวนหันหลังกลับออกไป

ทั้งกิริยาท่าทางแสดงความเด็ดขาดเฉียบแหลม!

ดังนั้นหลังจากเดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าว คูหมิงสวีได้ทะยานวาบออกขวางเบื้องหน้าเยี่ยฉวน พลางถามทันที “ข้าต้องทำอย่างไร?”

เยี่ยฉวนแบฝ่ามือยื่นออกไปตรงหน้าและว่า “เอาของมาก่อน!”

คูหมิงสวีเม้มปากแน่น พูดไม่ออก

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version