บทที่ 623 เขามาแล้ว! (ปลาย)
ด้านนอกสำนักชางเจี้ยน บนท้องฟ้า ณ ที่ใดสักแห่งพลันปรากฏร่างของชายชราขึ้นทางด้านหลังของผู้ทรงเกียรติลู่ “ผู้ทรงเกียรติขอรับ เกิดเรื่องแล้ว!”
อีกฝ่ายเผยอเปลือกตาเปิดขึ้นทันควัน “เกิดอะไรขึ้น?”
คนที่โผล่เข้ามารีบรายงานเสียงเครียด “คนของเราถูกลอบสังหารไปสี่คน!”
ลอบสังหาร!
ผู้ทรงเกียรติลู่หรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด “เจ้าไปกับข้า ไปดูให้เห็นกับตา!”
ไม่ช้าไม่นานทั้งสองทะยานลงไปยังพื้นดินบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่และชายชราปรากฏร่างไร้วิญญาณทั้งสิ้นสี่ร่าง บริเวณลำคอของแต่ละคนถูกเฉือนด้วยของมีคมเพียงครั้งเดียวและร่องรอยนั้นบ่งชัดถึงความประณีต
ผู้ทรงเกียรติลู่พิจารณาขณะมือข้างขวากำแน่น “ฝีมือของผู้ฝึกกระบี่!”
คนทางเบื้องหลังพยักหน้าคล้อยตาม “น่าจะจริง บางทีอาจเป็นฝีมือของคนสำนักชางเจี้ยนก็เป็นได้!”
อีกฝ่ายกล่าวเสียงเข้ม “พบอะไรอีกไหม?”
ชายชราสั่นศรีษะเป็นเชิงปฏิเสธ “ตอนที่ข้ามาเจอ พวกมันถูกสังหารแล้ว! ส่วนก่อนหน้านั้นไม่มีความเคลื่อนไหวใดทั้งสิ้น”
ผู้ทรงเกียรติลู่จึงนิ่งไปขณะใช้ความคิดใคร่ครวญ จากนั้นจึงสั่งการกับอีกคนว่า “แจ้งคำสั่งข้าให้ทุกคนระมัดระวังตัวอย่างอยู่ตามลำพังเด็ดขาด ทุกคน……”
ฉับพลันนั้นเสียงของผู้พูดหยุดชะงักอย่างกะทันหันพร้อมหันขวับทันที ราวสิบกว่าชุ่นจากที่ทั้งสองคนยืน ร่างของคนยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพค่อยๆ ทะยานลงจากท้องฟ้ามาเบื้องล่างอย่างช้าๆ นัยน์ตาของคนกำลังพูดเบิกโพลงราวกับเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อก็ไม่ปาน
และสีหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่เปลี่ยนเป็นหมองคล้ำเย็นชาทันที!
ใครบางคนลงมือสังหารคนควบยุทธ์สะท้านภพแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนต่อหน้าต่อตา ทว่าตนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!
คนที่อยู่รอบข้างยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพต่างใบหน้าถมึงทึงแทบไม่ต่างกัน!
ด้วยผู้ทรงเกียรติลู่อยู่ตรงนี้ ทว่าไม่พบร่องรอยอะไรเลย……
ปฏิบัติการลอบสังหารที่แม้แต่ผู้ทรงเกียรติลู่ก็ไม่พบร่องรอย จึงยิ่งเป็นไม่ได้เลยสำหรับพวกตน… เมื่อคิดแล้วแต่ละคนหันมองหน้ากันไปมา
“ช้าก่อน!”
ทันใดนั้นผู้ทรงเกียรติลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เป็นแค่พวกมือสังหาร!”
ว่าแล้วก็สอดส่ายสายตามองไปรอบบริเวณ “เจ้าเป็นใคร? ทำได้แค่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในความมืดสินะ……”
ฉัวะ!
ฉับพลันนั้นเองไม่ไกลจากที่ที่ผู้ทรงเกียรติลู่ยืนถัดไปทางด้านซ้าย ยอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงผู้เคราะห์ร้ายถูกตัดศีรษะจนขาดกระเด็น!
โลหิตแดงฉานสาดกระจาย!
ในเวลาเดียวกันผู้ทรงเกียรติลู่หายวับและปรากฏกลับมาใหม่ต่อหน้าคนยอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพ พร้อมกันนั้นก็ประกบฝ่ามือและกดลงเบาๆ ขณะนั้นลมหายใจหนักหน่วงพุ่งวาบออกจากร่างกายกระจายครอบคลุมผืนฟ้าจนบังเกิดการสั่นหวั่นไหว!
ถึงกระนั้นกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ!
ครู่ต่อมาลมหายใจที่ผู้ทรงเกียรติลู่ปลดปล่อยออกมาจึงค่อยๆ สร่างซาและสิ่งรอบตัวก็กลับสู่สภาพปกติ!
เจ้าตัวค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ขณะที่ยอดฝีมือคนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกตื่นตัวเตรียมระวังอย่างเต็มที่
ณ เวลานี้สองผู้พิทักษ์แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนปรากฏตัวออกมาพร้อมคนยอดฝีมือสวมผ้าคลุมสีทองอีกราวแปดคน คนที่เพิ่งมาทั้งแปดรวมทั้งผู้พิทักษ์สองคนมองสำรวจไปรอบด้านท่าทีขณะคอยคุ้มกัน
ชั่วครู่ต่อมาผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายจึงหันไปถามกับผู้ทรงเกียรติลู่ว่า “ปราศจากลมหายใจงั้นหรือ?”
ผู้ที่ถามพยักหน้าพลางตอบว่า “คนผู้นั้นมันเคลื่อนไหวอยู่ต่อหน้า ทว่าข้าไม่อาจสัมผัสได้กระทั่งลมหายใจ แม้แต่ระดับจ้าวทมิฬยังทำไม่ได้ มันต้องไม่ใช่มือสังหารในโลกชิงฉาง”
คนฟังขมวดคิ้วแววตาสังสัย “สำนักชางเจี้ยนจ้างมือสังหารจากดินแดนภายนอกงั้นหรือขอรับ?”
คราวนี้ผู้ทรงเกียรติลู่ได้แต่ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้”
ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายจึงว่า “เราจะปล่อยไว้ไม่ได้นะขอรับ มิเช่นนั้นฝ่ายเราจะเกิดความระส่ำระสาย”
ขณะที่พูด เขาหันหน้าไปยังทิศที่ตั้งของสำนักชางเจี้ยนเบื้องล่าง “ลงมือเลยดีไหมขอรับ?”
ผู้ทรงเกียรตลู่ส่ายหน้าทันที “ถ้าเราจู่โจมตอนนี้ก็จะเข้าแผนของมัน เราจะมีคนจะตายมากกว่านี้ ข้า……”
ทันใดนั้นไกลออกไปราวสิบกว่าชุ่น สีหน้าของคนยอดฝีมือสวมผ้าคลุมสีทองคนหนึ่งแปรเปลี่ยนฉับพลัน ขณะนั้นเขาเผยฝ่ามือทั้งสองข้างพร้อมกับผลักออกไปตรงๆ
ตูม!!!
หลังจากเสียงระเบิดสนั่นสงบลง เงาดำวูบขึ้นสู่อากาศ และทันใดนั้นตามบริเวณลำคอของคนสวมผ้าคลุมสีทองก็ปรากฏโลหิตจำนวนมากพุ่งกระฉูดเป็นน้ำพุ
ร่างของผู้ทรงเกียรติลู่สั่นน้อยๆ จากนั้นเขาได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้ายอดฝีมือคนชะตาขาดเมื่อครู่ ซึ่งอีกฝ่ายขณะนั้นกำลังจ้องตรงหน้าด้วยสายตาแน่นิ่ง ฉับพลันร่างกายของมันเกิดการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
คนที่เข้ามาสอดสายตากวาดมองไปทั่ว เบื้องหน้ายังคงมีแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม!
ขณะนั้นผู้ทรงเกียรติลู่ดูลนลานเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น!
ยอดฝีมือสวมผ้าคลุมสีทองคนนี้มีขั้นพลังทลายสุญตา!
ยอดฝีมือที่มีพลังขั้นนี้ถูกลอบสังหาร……
มันเป็นใครกันแน่!
ผู้ทรงเกียรติลู่เขม้นสายตาเย็นเยียบมองรอบข้างสีหน้าถมึงทึงดุดัน “ใคร! มาขวางทางพวกข้าทำไม!”
บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบ
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง ถัดไปราว 40 ชุ่นทางซ้ายมือ ศีรษะของคนควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงอีกคนขาดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ!
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา ทำให้หลายคนในที่นั้นหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่กและถอยกลับไปรวมกลุ่มกันทีละคนๆ
คนแฝงกายอยู่ในความมืดขณะเยี่ยฉวนทำท่าจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง พลันบนท้องฟ้าบังเกิดพลังที่มองไม่เห็นแต่มีอำนาจบีบคั้นปรากฏขึ้นทันใด หลังจากที่พลังนั้นปรากฏออกมาไม่นานทั่วผืนฟ้าก็กลับกลายพร่าเลือน
พลังอำนาจบีบบดซึ่งปรากฏบนท้องฟ้าค่อยๆ ลดต่ำลงทีละชั้นๆ ในขณะที่เกิดปรากฏการณ์ฟ้าร้องสนั่นครั่นครื้นราวกับกำลังจะแตกสลาย อีกทั้งพื้นผิวโลกกำลังจะถล่มทลายลงในบัดดล!
เขามาแล้ว!
องค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนกำลังมาแล้ว!
ในบริเวณสำนักชางเจี้ยน หลินฉงอวิ่นเห็นเข้าถึงกับถอนใจเฮือกพร้อมรำพึงออกมาว่า “พวกเราแย่แน่!”
