บทที่ 692 สายธารปณิธานกระบี่!
เมื่อเห็นรูปปั้น เยี่ยฉวนก็ชะงักงันไป
เพราะรูปปั้นนั้นดูละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ที่ถ่ายทอดวิชากระบี่ให้เขา!
เขาคือผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่หรือ?
เยี่ยฉวนเดินไปหารูปปั้นนั่น เบื้องใต้รูปปั้นมีคำเป็นประโยคอยู่ เคราะห์ร้ายคำนั้นได้เลือนรางไปเสียแล้ว เขาจึงไม่สามารถตีความข้อความเหล่านั้นที่ถูกเขียนไว้ได้
ฉับพลันนั้นอาหลิงก็บินออกมา
เยี่ยฉวนมองไปที่อาหลิง ทว่าอาหลิงกลับเงยหน้ามองเจ้าตัวเล็กที่อยู่บนไหล่ของรูปปั้นนั่น ซึ่งการจ้องมองที่ว่ามาพร้อมกับความสงสัยบนดวงตาของนาง
“มีเหตุอันใดหรือ?” เยี่ยฉวนถามเสียงเบา
อาหลิงจ้องมองไปที่เจ้าตัวเล็กนั่นเป็นเวลานานและท้ายที่สุดนางก็ฉีกยิ้มออกมาและกลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ
เยี่ยฉวน “……”
ยามที่เยี่ยฉวนกำลังจะออกไป กระบี่ที่อยู่ตรงกลางของยอดหอคอยพลันสั่นเทิ้ม
เยี่ยฉวนหยุดเดินและจ้องมองไปที่รูปปั้นเบื้องหน้าเขา ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของรูปปั้นนี้เป็นเจ้าของกระบี่บนหอคอยเช่นกัน!
เยี่ยฉวนสงสัยเกี่ยวกับเจ้าของกระบี่อีกเล่มขึ้นมาทันที เขาเคยพบเจ้าของกระบี่เล่มกลางและเล่มที่อยู่ขวาสุดแล้ว แล้วบุคคลผู้ที่เป็นเจ้าของกระบี่ที่อยู่ซ้ายสุดนั้นเป็นเช่นไร?
โดยที่ไม่เก็บมาคิดให้มากความ เยี่ยฉวนกลับหลังและจากไป
คนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นผู้ฝึกฝนวิชากระบี่ขั้นสุดยอด พวกเขาแข็งแกร่งจนพลังของพวกเขานั้นอยู่ในขั้นที่เกินกว่าที่ชายหนุ่มจะหยั่งถึง
เขาควรเอาเวลาไปครุ่นคิดว่าวิธีการใดที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นมากกว่า!
เยี่ยฉวนเดินหน้าต่อ เขาเข้าไปข้างใน ระหว่างทางนั้นมีซากศพอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ช้าชายหนุ่มก็มาถึงโถงที่ดูชำรุดทรุดโทรม ฝุ่นในโถงนั้นหนาเขลอะและเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับอันยากจะทานทน
เบื้องหน้าโถงมีรูปปั้นที่คล้ายกับรูปปั้นที่อยู่ด้านนอก ทว่ารูปปั้นนี้สะอาดเอี่ยมอ่องไร้ซึ่งไรฝุ่น
เยี่ยฉวนเดินไปที่รูปปั้นนั่น จากนั้นเขาก็หันศีรษะไปในฉับพลัน ด้านขวาของเขามีชายชราหลังค่อมกำลังจ้องมองเขาอยู่!
ที่นี่มีมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่!
เยี่ยฉวนตกตะลึง ก่อนที่จากนั้นเขาจะจับกระบี่ที่มือซ้ายของตนมั่น
ชายชราหลังค่อมจับจ้องมาที่เยี่ยฉวนและจากนั้นก็เดินไปที่รูปปั้น อีกฝ่ายคำนับรูปปั้นนั่นแล้วก็เอาเศษผ้าออกมาเช็ดรูปปั้น
เยี่ยฉวนเอ่ยอย่างอ่อนน้อม “ท่านผู้อาวุโส?”
ชายชราหลังค่อมเอ่ยถามเป็นการโต้ตอบ “เจ้าเป็นผู้ฝึกวิชากระบี่หรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ
ชายชราหลังค่อมหยุดมือและหันมาหาเยี่ยฉวนพร้อมกล่าว “ไม่มีผู้ใดมาที่นี่หลายปีแล้ว!”
เยี่ยฉวนกดเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส เกิดเหตุอันใดขึ้นที่นี่หรือขอรับ?”
ชายชราหลังค่อมกล่าวอย่างแผ่วเบา “เจ้าได้เห็นบทสรุปของมันแล้วไม่ใช่หรือ?”
เยี่ยฉวนจ้องมองไปที่รูปปั้นนั่นและเอ่ย “เขานั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เหตุใดสำนักของเขาจึงพบจุดจบเช่นนี้ ให้ข้า…”
ชายชราหลังค่อมพลันยิ้มเยาะ “หากเขายังอยู่ที่นี่ สำนักของพวกเราจะพบกับจุดจบเช่นนี้หรือ?”
เยี่ยฉวนกดเสียงต่ำ “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ชายชราหลังค่อมพูดเสียงเบา “ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่แห่งหนใดมาเป็นเวลานานแล้ว……”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เยี่ยฉวนก็ตระหนักในทันที!
เจ้าของรูปปั้นนี่ออกจากโลกใบนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว หากเขายังอยู่ที่นี่สำนักนี้คงไม่กลายเป็นเช่นนี้
ชราหลังค่อมพลันจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าหนุ่ม เจ้ามาทำอันใดในที่แห่งนี้?”
เยี่ยฉวนตอบ “เพื่อตามล่าสมบัติ!”
ชายชราหลังค่อมประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะตรงไปตรงมาเช่นนี้ เขามองไปที่เยี่ยฉวนหัวจรดเท้าและเงียบงันไปครู่หนึ่ง
เยี่ยฉวนกล่าว “ท่านผู้อาวุโส ในเมื่อท่านยังอยู่ที่นี่ ข้าจะขอออกไปเอง!”
พร้อมกันนั้นเขาก็หันกลับและจากไป
หากไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่ เขาคงตรวจตราพื้นที่ให้เรียบร้อยเพื่อที่จะตามหาว่ามีสมบัติอยู่บ้างหรือไม่ ทว่าในเมื่อมีคนอยู่ที่นี่ เขาคงทำได้เพียงยอมรามือ!
ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังจะจากไป ชายชราหลังค่อมอยู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น “ช้าก่อน!”
เยี่ยฉวนหยุดเท้าและหันไปมองเขา “ขอรับ?”
ชายชราหลังค่อมเงียบงันไปครู่หนึ่ง เวลาต่อมาเขาก็ชี้นิ้วออกไป ฉับพลันมีลำแสงของกระบี่แห่งแสงพุ่งตรงไปที่เยี่ยฉวน!
เห็นเช่นนั้นสีหน้าของเยี่ยฉวนก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยที่ไม่ต้องครุ่นคิดให้มาก เขาชักกระบี่ออกมาแล้วฟาดฟันลงไปทันที
ตู้ม!
กระบี่แห่งแสงแตกละเอียดไปในฉับพลัน ชายชราหลังค่อมจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนอย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้า……ที่เจ้าชักกระบี่ของเจ้าออกมาเมื่อครู่นี้ นี่เจ้ารู้จักวิชากระบี่นี้หรือ?”
เยี่ยฉวนกล่าว “ท่านผู้อาวุโสถ่ายทอดมันให้ข้าขอรับ!”
ชายชราหลังค่อมจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนอย่างไม่วางตา “เป็นเขาเช่นนั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า
ชายชราหลังค่อมต้องมองไปที่เยี่ยฉวนเป็นเวลานาน ท้ายที่สุดเขาก็หัวเราะออกมา “โชคชะตา เป็นโชคชะตาโดยแท้!”
เยี่ยฉวน “……”
ชายชราหลังค่อมมองไปที่เยี่ยฉวน “จงตามข้ามา!”
พร้อมกันนั้นเขาก็หันอีกด้านและเดินออกไปด้านนอก
เยี่ยฉวนไม่เสียเวลาคิดให้มาก เขาตามอีกฝ่ายไป
ไม่ช้าเขาก็ติดตามชายชราหลังค่อมมาถึงลำธารสายเล็ก ลำธารนั้นใสสะอาดและมีก้อนกรวดขนาดเท่ากำปั้นนับไม่ถ้วนใต้ผืนน้ำ
เยี่ยฉวนมองไปที่ชายชราหลังค่อมด้วยความสับสน ชายชรากล่าวเสียงค่อย “สายธารปณิธานกระบี่เป็นที่ที่ผู้แข็งแกร่งของสำนักกระบี่ของพวกเรามาบำเพ็ญเพียรรุ่นต่อรุ่น และสายธารนี้ได้รวบรวมปณิธานกระบี่ของผู้แข็งแกร่งของสำนักกระบี่ของพวกเราไว้”
จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “ขอรับ! ขอบพระคุณยิ่งนักท่านผู้อาวุโส!”
บัดนั้นเองเขาหยุดพูดไปแล้วจึงค่อยเอ่ยออกมา “เหตุใดกัน?”
ชายชราหลังค่อมกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม “ในเมื่อเขาผู้นั้นถ่ายทอดวิชากระบี่ให้แก่เจ้า มันก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าเจ้าเป็นผู้ที่ถูกลิขิตให้มีสายสัมพันธ์กับสำนักกระบี่ของพวกเรา ในตอนนี้สำนักกระบี่ของพวกเราในโลกนี้กำลังตกต่ำ หากไม่มีผู้ใดสืบทอดสิ่งเหล่านี้ พวกมันคงจะต้องหายไปหมดสิ้น ทว่าเจ้าถูกยอมรับให้สืบทอดมัน”
เยี่ยฉวนนิ่งงันไปชั่วขณะ จากนั้นจึงเอ่ย “อย่างไรก็ตาม ขอบคุณยิ่งนักขอรับ!”
ชายชราหลังค่อมแย้มยิ้มและเดินออกไป
เยี่ยวนเดินไปที่ริมลำธารและจากนั้นก็นั่งขัดสมาธิ ไม่ช้าสองปณิธานกระบี่ก็ปรากฏเบื้องหน้าเขา
ปณิธานกระบี่คุณธรรมและมาร!
ยามที่ปณิธานกระบี่ทั้งสองปรากฏขึ้นสายธาร พลันมีฟองผุดขึ้นมา ในเวลาเดียวกันปณิธานกระบี่นับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนชะงักงัน เกิดเหตุอันใดขึ้น?
บัดนั้นเขาประหลาดใจอย่างมาก เหตุเพราะเขาพบว่าปณิธานกระบี่ในลำธารนี้ต้องการที่จะกลืนกินปณิธานกระบี่ของเขา!
พวกมันเป็นปฏิปักษ์ต่อปณิธานกระบี่ของเขา!
หลังจากนั้นปณิธานกระบี่ของเขาก็ปรากฏขึ้น ทำให้ปณิธานกระบี่ในลำธารเหล่านั้นดูท่าจะรู้สึกได้ถึงการคุกคาม!
ยามที่เยี่ยฉวนกำลังจะถอดถอนปณิธานกระบี่ของเขา พลังปณิธานกระบี่มารพุ่งลงไปในลำธารนั่น ไม่ช้ามันก็เริ่มกลืนกินปณิธานกระบี่อื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง……
และปณิธานกระบี่เหล่านั้นในลำธารก็เริ่มโต้ตอบอย่างบ้าระห่ำ!
พวกมันต่อสู้กันในทันที!
เยี่ยฉวนเริ่มงุนงง
ไม่ช้าเยี่ยฉวนก็พบว่าพลังปณิธานกระบี่มารดูเหมือนว่าจะไม่สามารถต่อต้านไปได้มากกว่านี้! เหตุเพราะมีปณิธานกระบี่อยู่มากในลำธาร และพวกมันแข็งแกร่งทั้งหมด พลังปณิธานกระบี่มารดูจะไม่สามารถต้านทานได้
เคราะห์ดีปณิธานกระบี่เหล่านั้นอยู่ในสถานะที่ไร้เจ้าของ มิเช่นนั้นพลังปณิธานกระบี่มารคงถูกกำราบไปในทันที!
ขณะที่ครุ่นคิดถึงบางสิ่ง เยี่ยฉวนจับปลายหนึ่งของพลังปณิธานกระบี่คุณธรรมแล้วกล่าวอย่างเดือดดาล “จงไปช่วยมันสิเร็วเข้า!”
เหตุเพราะตั้งแต่ต้นนั้นพลังปณิธานกระบี่คุณธรรมทำเพียงอยู่นิ่งที่เดิมและจ้องมองพวกมันต่อสู้กัน มันไม่มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพลังปณิธานกระบี่มารเลยแม้แต่น้อย!
ไร้จิตสำนึกยิ่งนัก!
เมื่อได้ยินคำว่ากล่าวของเยี่ยฉวน พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมก็เร่งรุดเข้าไปช่วย อย่างไรเสียเยี่ยฉวนก็คือเจ้าของมัน มันไม่อาจหาญพอที่จะปฏิเสธคำสั่งของเขา
หลังจากที่พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมเข้าร่วมการต่อสู้สถานการณ์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ทว่ามันยังคงเป็นการยากสำหรับปณิธานกระบี่คุณธรรม เหตุเพราะมีปณิธานกระบี่ในลำธารอยู่มากมาย
ราวกับคำนึงถึงบางสิ่งได้ เยี่ยฉวนเร่งรีบกล่าวออกไป “จงกลืนกินเจ้าตัวที่อ่อนแอก่อน เริ่มจากตัวที่อ่อนแอที่สุด……”
หลังจากได้ยินคำของเยี่ยฉวน พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมก็เริ่มเฟ้นหาปณิธานกระบี่ที่อ่อนแอกว่ามันเพื่อที่จะกลืนกิน ด้วยเหตุนี้เวลาสองวันผ่านไป กระบี่ในสายธารนั้นน้อยและน้อยลงไป เยี่ยฉวนประหลาดใจที่พบว่าปณิธานกระบี่ของเขาทั้งสองแท้จริงแล้วแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่กลืนกินปณิธานกระบี่เหล่านั้นไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนก็ค่อนข้างตกตะลึง
ด้วยการนี้สามวันต่อมาก็มีเพียงสองปณิธานกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ในสายธาร นั่นคือปณิธานกระบี่คุณธรรมและมารของเยี่ยฉวน
บัดนั้นเองหลังจากที่ปณิธานกระบี่ของเขากลืนกินปณิธานกระบี่ไปนับไม่ถ้วน เยี่ยฉวนก็พบว่าอย่างน้อยที่สุดพวกมันก็แข็งแกร่งขึ้นมาหลายเท่าตัวจากก่อนหน้านี้!
การค้นพบนี้ทำให้เยี่ยฉวนประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ต้องเข้าใจว่าเซียนกระบี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันยังมีมหาเซียนกระบี่และสูงกว่า ซึ่งในเวลานี้เขาคงนับได้ว่าเป็นมหาเซียนกระบี่แล้ว!
บัดนั้นหากเขาใช้กระบี่เซียนหลิงและใช้ออกวิชาหนึ่งกระบี่ชี้ชะตาด้วยสองปณิธานกระบี่นี้ ผู้แข็งแกร่งทั่วไปในขั้นพลังจุดกำเนิดคงไม่สามารถต่อกรกับเขาได้แม้แต่น้อย!
ณ เวลานั้นชายชราหลังค่อมได้มาหาเยี่ยฉวน เขาจ้องมองไปที่อีกฝ่ายและยิ้ม “บัดนี้เจ้าคงบรรลุเป็นมหาเซียนกระบี่แล้วใช่หรือไม่?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “ข้าคิดว่าข้าเป็นเช่นนั้น!”
ชายชราหลังค่อมกล่าวอย่างนุ่มนวล “ข้าต้องการขอให้เจ้าทำบางสิ่งให้ข้าเสียหน่อย”
เยี่ยฉวนกล่าวท่าน “ผู้อาวุโส โปรดว่ามาได้เลยขอรับ!”
ชายชราหลังกวาดมองไปรอบๆ และตอบเสียงเบา “หากเจ้าได้พบคนผู้ที่ถ่ายทอดวิชากระบี่นี้ให้แก่เจ้าในภายภาคหน้า โปรดบอกเขาว่าสำนักที่ทำลายล้างสำนักกระบี่ของพวกเราคือสำนักโผซั่ว ซึ่งอยู่ในดินแดนจักรวาลดาวโผซั่ว……”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับน้อยๆ “หากข้าได้พบเขา ข้าจะบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้!”
ชายชราหลังค่อมยิ้ม “ในสงครามปีนั้น สิ่งล้ำค่าทุกสิ่งในสำนักของพวกเราถูกเอาไป ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ที่โถงนี่ มันคือศิลาวีรกระบี่ที่อาจเป็นประโยชน์แก่เจ้านัก เจ้าสามารถเอามันไปได้!”
ระหว่างที่เขาพูดไปร่างของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป
เยี่ยฉวนเงียบไป แท้จริงแล้วตั้งแต่ต้นเขารับรู้ว่าชายชรานั้นเป็นเพียงร่างวิญญาณ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิญญาณ!
พูดให้ถูกคือเขาได้สิ้นชีพไปแล้ว
ไม่ช้าชายชราหลังค่อมก็หายไปอย่างไร้ร่อยรอยเบื้องหน้าเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนคำนับน้อยๆ และจากนั้นก็หันกลับไป เขากลับไปที่โถงที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ก็พบศิลาวีรกระบี่ที่ชายชราหลังค่อมเคยกล่าวไว้!
ศิลาวีรกระบี่ขนาดเพียงฝ่ามือเท่านั้น ชายหนุ่มสามารถถือมันได้ด้วยมือเดียว!
เยี่ยฉวนพบว่ายามที่เขาถือศิลาวีรกระบี่ ปณิธานกระบี่อันแข็งแกร่งก็พวยพุ่งออกมาและบรรจบเข้าที่แขนของเขา
ปณิธานกระบี่นั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปณิธานกระบี่คุณธรรมและมารของเขาเลย!
ของชั้นเลิศ!
เยี่ยฉวนตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย เหตุเพราะศิลาวีรกระบี่จะทำให้วิชากระบี่ที่เขาสำแดงได้รับการหนุนจากสามปณิธานกระบี่!
การต่อสู้!
บัดนั้นเยี่ยฉวนกระตือรือร้นที่จะประมือกับใครสักคน!
เวลานี้เขากลับคำนึงถึงบางสิ่งได้ เขาพลันเอ่ยขึ้น “มารเจียน จงออกมา มาสู้ตัวต่อตัว!”
เจียนจื่อไจ้เอ่ยเสียงต่ำ “เหตุใดเจ้าจึงไม่เข้ามาแทนเล่า!”
เยี่ยฉวนส่งเสียงทางจมูก “ได้ตามที่เจ้าหวัง ท่านคิดว่าข้ากลัวท่านหรือ?”
จากนั้นตอนที่เขาก็กำลังจะเข้าไปนั่นเอง ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองอยู่ๆ ก็ปรากฏกายเบื้องหน้าเขา และจากนั้นก็โบกหัวเขา
เปรี้ยง!
เยี่ยฉวนกระเด็นออกไปทันที
เยี่ยฉวน “……”
ผู้เยี่ยมยุทธชั้นสองจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนที่นอนอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าต้องการจะเข้าไปหรือ? เจ้าโง่เขลาเช่นนี้เลยหรือ? หากเจ้าเข้าไปสตรีผู้นั้นจะสังหารเจ้าในชั่วอึดใจ!”
เยี่ยฉวนยังคงไม่โน้มน้าวตาม “ผู้ใดก็ได้ ข้าก็แข็งแกร่งมากแล้วในตอนนี้ ใช่หรือไม่?”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกดเสียงต่ำ “เช่นนั้นหรือ? อย่างนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าแข็งแกร่งเพียงไร”
หลังจากนั้นนางก็หายตัวไปในฉับพลัน
เยี่ยฉวนรู้สึกสับสนเล็กน้อย นั่นหมายความว่าอย่างไร? ในเวลาต่อมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เขาหันไปและยกมือทั้งสองขึ้นในชั่วพริบตา “ข้ายอมแพ้……”
