บทที่ 823 : จัดให้หนัก! (ต้น)
เห็นสายตาแน่นิ่ง ฝ่ายหลังจึงพูดด้วยเสียงแหบห้าว “พวกเราดูอยู่เฉยๆ ดีกว่าปล่อยให้คนรุ่นใหม่สู้กันไป”
เว่ยหยางเทียนนิ่วหน้าเล็กน้อย ทันใดนั้น สตรีมองลงไปที่เยี่ยฉวนด้านล่างพร้อมกันกับชายชราหลังค่อมหันมองดูทันทีเช่นกัน
ด้านล่าง อากาศว่างเปล่ารอบๆ ตัวเยี่ยฉวนบิดม้วนอย่างน่าประหลาด ทว่าชายหนุ่ม ซึ่งขณะอยู่ที่จุดศูนย์กลางช่องอากาศมิได้สะดุ้งสะเทือน!
ไม่เพียงเท่านั้น ช่องอากาศรอบตัวค่อยกลับคืนสู่สภาพปกติทีละน้อย!
เมื่อเห็นดังนั้น ชายชราหลังโก่งถึงกับขมวดคิ้วนิ่วหน้า “เป็นไปได้อย่างไร?”
แววตาเว่ยหยางเทียนแสดงว่าแปลกใจเหมือนกัน
สุญญากาศ!
เวลานี้เยี่ยฉวนไม่ได้ใช้กฎเต๋าแห่งสุญญากาศ ทว่าใช้พลังอากาศธาตุธรรมดาๆ เท่านั้น!
ภายหลังจากที่เฝ้าฝึกฝนด้วยความลำบากยากเข็ญ ชายหนุ่มจับจุดสำคัญใจความสำคัญ จนเกิดความเข้าใจในพลังอากาศธาตุอย่างถ่องแท้กว่าแต่ก่อน เวลานี้ จึงใช้พลังอากาศที่มีอยู่รอบตัวต้านทานพลังโม่เยี่ย!
ดังนั้น การควบคุมพลังของชายหนุ่ม ทำให้ช่องอากาศรอบตัวเริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติทีละนิดๆ
คนตรงข้ามมองดูจากที่ไกลๆ โม่เยี่ยนิ่วหน้าเล็กน้อย
อากาศโดยรอบเยี่ยฉวนกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วอย่างสิ้นเชิง
เสียงโม่เยี่ยเอ่ยกับคนตรงข้ามว่า “ข้าแปลกใจนักที่เวลานี้เจ้าแสดงพลังสุญญากาศออกมาจนได้”
เยี่ยฉวนฉวยกระบี่ขณะก้าวตรงไปยังคนพูด “อย่ามัวเยิ่นเย้อ ลงมือต่อ!”
ว่าแล้วชายหนุ่มกระแทกเท้าลงบนพื้นทันที
ตูม!
ส่งผลให้ช่องอากาศใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน ปรากฏลำแสงกระบี่จากร่างเยี่ยฉวนพุ่งออกไปในอากาศอย่างรุนแรงน่ากลัว
ห่างออกไป โม่เยี่ยกำหมัดขวาก่อนจะผลักออกไปข้างหน้า
ตูม!
แรงปะทะส่งให้ทั้งสวรรค์ทั้งปฐพีสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
พลังหมัดที่พุ่งตรงมาทำให้เยี่ยฉวนถึงกับชะงักงัน ทว่าในทันทีที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ดวงวิญญาณละออกจากกายเนื้อโดยเฉียบพลัน จากนั้น ปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาแทงใส่ร่างโม่เยี่ย!
เห็นเช่นนั้นสีหน้าโม่เยี่ยเปลี่ยนวูบ ขณะออกต้านทานการจู่โจมแบบประสานงาของเยี่ยฉวน ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนผงะถอยไปนับหลายสิบจั้ง!
พลังปะทะแห่งหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ ยามนี้โม่เยี่ยเลือกที่จะไม่ต้านโดยตรงแบบประสานงาแลกหมัด ด้วยพลังปะทะมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ดวงวิญญาณของเขา ซึ่งวิชาอุบัติฟ้าดินก็ช่วยต้านทานไม่ได้!
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาร่นถอยห่าง เยี่ยฉวนเป็นฝ่ายฉกฉวยโอกาส!
ทันที่ที่โม่เยี่ยหยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงปรากฏกระบี่บินกลุ่มหนึ่งพุ่งแทงเข้าใส่ ในเวลาเดียวกัน เยี่ยฉวนโผล่เข้ามาต่อหน้าแล้วเสือกปลายกระบี่ในมือแทงโม่เยี่ยอย่างแรงซ้ำอีกหน!
กระบี่นี้มีเป้าหมายบริเวณกลางแสกหน้าของอีกฝ่าย!
ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!
ครานี้โม่เยี่ยไม่ถอยหนีเป็นคำรบสอง ก่อนดึงฝ่ามือเข้าประกบกันพร้อมกับใช้อุ้งมือฉวยปลายกระบี่นั่นยึดจนแน่นหนา เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายแล้วตอกเข้าไปซึ่งๆ หน้าอย่างจัง
เปรี้ยง!
ชายหนุ่มถูกพลังปะทะหนักหน่วง กระทั่งถอยกรูดไปอย่างต่อเนื่อง!
โม่เยี่ยทำท่าจะจู่โจมเยี่ยฉวนซ้ำอีก ทว่าจู่ๆ ปรากฏลำแสงกระบี่สองลำแสงวูบเข้ามาใกล้บริเวณศีรษะ
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
พลันลำแสงกระบี่ทั้งสองแตกกระจัดกระจาย!
โม่เยี่ยโดนแรงปะทะเป็นเหตุให้ถอยห่างไปหลายสิบจั้ง!
ทันใดนั้น เยี่ยฉวนพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามด้วยความเร็วเต็มพิกัดอีกคำรบ ชั่วกะพริบตา ชายหนุ่มปรากฏออกต่อหน้าโม่เยี่ยแล้วยกกระบี่เซียนหลิงพร้อมตวัดตัดเข้าที่คอหอย
ซึ่งฝ่ายหลังมิได้หลบหลีกแต่อย่างใด กลับปล่อยให้กระบี่พุ่งเข้าสู่จุดหมายที่ลำคอ ทว่าในเวลาเดียวกัน ผลักหมัดกระแทกเข้ากลางลำตัวชายหนุ่มอย่างถนัดถนี่!
เปรี้ยง!
ร่างเยี่ยฉวนพลันผงะหงายหลังไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งไปสิ้นสุดที่บริเวณเชิงกำแพงเมือง
โม่เยี่ยตั้งท่าพุ่งเข้าหาอย่างเร่งร้อน ปรากฏกระบี่บินจำนวนหนึ่งโถมกระหน่ำแทงเข้ามาไม่มียั้ง เป็นเหตุให้อีกฝ่ายจำต้องชะงักหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมนั่นเอง!
โม่เยี่ยจ้องมองเยี่ยฉวนขณะนั้นอยู่ที่เชิงกำแพง นัยน์ตาไม่กะพริบ ต่อมาหายวับไปก่อนจะพุ่งวาบกระทั่งมองเห็นเพียงริ้วแสงสว่างผ่านเข้ามา
ไกลออกไป ขณะมองดูพลางสีหน้าชายหนุ่มแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลันกดปลายเท้าลงบนพื้นแล้วเบี่ยงตัวไปในทิศทางตรงข้าม ฝ่าเท้าโม่เยี่ยที่กำลังจะหวดเข้ามาเต็มแรงมุ่งหมายบริเวณกลางลำตัวเยี่ฉวน ทว่าเตะเอากำแพงเมืองเข้าอย่างจัง
เปรี้ยง!
กำแพงเมืองไหวโยกอย่างแรงวูบหนึ่ง ปรากฏรอยแตกร้าวทั่วไป แต่ไม่นานนักก็กลับสู่สภาพเดิม
ณ เชิงกำแพงเมือง เมื่อโม่เยี่ยพลาดเป้าหมายแล้ว เยี่ยฉวนซึ่งเวลานั้นอยู่เยื้องไปทางด้านหน้าชายหนุ่ม เหวี่ยงกระบี่ตัดขวางแนวนอนใส่ฝ่ายตรงข้ามปะทะเข้ากลางลำตัวโม่เยี่ยอย่างจัง
เปรี้ยง!
กระบี่สะท้านรุนแรง ขณะที่โม่เยี่ยขมวดคิ้ว ก่อนยกท่อนแขนฟาดลงบนศีรษะเยี่ยฉวนเต็มแรง ชายหนุ่มเอนตัวหลบเข้าไปใต้เชิงสะพานเพื่อหลีกแรงฟาดที่กระหน่ำลงมา ในเวลาเดียวกัน ลำคอและกลางแสกหน้าของโม่เยี่ยถูกฝูงกระบี่บินจู่โจมทันควัน
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง…
เสียงที่ปรากฏตามด้วยแสงกระบี่แตกกระจัดกระจาย ร่างโม่เยี่ยผงะถอยหลังไปไกลกว่าสามสิบจั้ง พลันต่อมาร่างนั้นวูบหายไปทันที
ห่างออกไปเยี่ยฉวนเห็นเช่นนั้น ส่งให้สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับกระบี่ก่อนจะฟาดลงไปตรงๆ!
หนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!
พลัน=เหลือบเห็นกระบี่ โม่เยี่ยซึ่งขณะที่เพิ่งจะพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวนถึงหน้าถอดสีหน้า จึงรีบกระถดถอยหลังหลีกหลบไปอย่างรวดเร็ว จนออกห่างไกลไปกว่าเก้าสิบจั้งในรวดเดียว!
เขาไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆ กับเพลงหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!
ทว่าสามารถหลีกหลบได้!
ไกลออกไปเยี่ยฉวนเดินหน้าตรงมาทางโม่เยี่ย โดยมือถือกระบี่ไว้มั่น ท่าทีผึ่งผายเต็มภาคภูมิ
ชายหนุ่มยอมรับว่าโม่เยี่ยแข็งแกร่งที่สุดในกระบวนคนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน! แม้คนผู้นั้นจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับพลังหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณโดยตรง ทว่าความคล่องแคล่วและปฏิกิริยาในเชิงทักษะการต่อสู้ที่รวดเร็วเยี่ยมยอดนั้น ทำให้เขาเล็ดลอดจากคมกระบี่ของตนไปได้!
ทว่าหากมิใช่ทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณแล้วล่ะก็……โม่เยี่ยย่อมกล้าประจันหน้าต้านทานได้อย่างไม่สะทกสะท้าน!
ถึงกระนั้น มีข้อจำกัดที่ทำให้เยี่ยฉวนไม่อาจใช้เพลงกระบี่หนึ่งกระบี่ฆาตวิญญาณได้ตลอดเวลา ด้วยเป็นทักษะที่สิ้นเปลืองอย่างมาก!
เยี่ยฉวนตระหนักดีว่าไม่มีทางลัดที่จะเอาชนะคนตรงหน้าได้เลย นอกจากสู้อย่างสุดกำลังเท่านั้น!
เมื่อเดินเข้าใกล้ จนอีกราวสี่สิบจั้งจะถึงโม่เยี่ย เยี่ยฉวนเร่งรัดกดฝ่าเท้าลงบนพื้น จากนั้นร่างแปรเปลี่ยนเป็นแสงแห่งกระบี่พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที
ขณะเดียวกัน โม่เยี่ยได้หายวาบไป
ทันใดนั้น สรรพสำเนียงจากการต่อสู้ปะทุขึ้นอีกครั้ง!
บนอากาศ เว่ยหยางเทียนและชายชราหลังโก่งต่างจับตามองลงมาเงียบๆ สีหน้าฝ่ายสตรีเรียบนิ่งไม่ส่อความรู้สึก ขณะที่สีหน้าชายชราหลังโก่งปรากฏริ้วรอยหม่นหมอง
เขาไม่เคยคิดว่าเยี่ยฉวนจะอึดขนาดนี้ เจ้าหนุ่มต่อกรกับโม่เยี่ยได้อย่างสวยงาม!
ยิ่งไปกว่านั้น สังเกตเห็นว่ายิ่งสู้กันนานเข้า พละกำลังเจ้าหนุ่มกลับยิ่งแกร่งกล้าขึ้นอย่างน่าแปลกใจ!
จากภาพเหตุการณ์เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนที่เฝ้าจับตาดูอยู่บนกำแพงเมือง คนทั้งสองปะทะกันมานานเกือบล่วงเข้าหนึ่งถ้วยชาแล้ว…
