Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 824


บทที่ 824 : จัดให้หนัก! (ปลาย)

ด้านโม่เยี่ยมีร่างกายอมตะ ทั้งความแคล่วคล่องในการต่อสู้รวดเร็วเป็นเลิศ อีกทั้งสมรรถนะรองรับสถานการณ์ตึงเครียดยังมากมายอย่างน่าประหลาด อย่างไรก็ตามเพลงกระบี่ของเยี่ยฉวนก็ใช่ย่อยด้วยอานุภาพที่ล้ำเลิศ เคลื่อนไหวแต่ละทีมุ่งเน้นเป้าหมายจุดตายบนร่างโม่เยี่ยทุกครั้ง โดยเฉพาะฝูงกระบี่บิน ซึ่งปรากฏออกมาก่อนหายวูบไปอย่างน่าพิศวง จึงเป็นไปได้ยากที่โม่เยี่ยจะป้องกันกระบี่บินเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกครั้งที่มันเข้าโจมตี!

ขณะจับตามองดูกระบี่บินของเยี่ยฉวน ในใจทุกคนต่างอดสยดสยองอย่างช่วยไม่ได้!

ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครประมือกับเยี่ยฉวนได้นานเกินหนึ่งถ้วยชาเลย นอกจากโม่เยี่ยคนนี้ซึ่งสำเร็จวิชาอุบัติฟ้าดิน ในขณะเดียวกันเยี่ยฉวนสู้แบบระยะประชิดได้อย่างยอดเยี่ยมเสียด้วย!

ตูม!

ทันใดนั้น เสียงระเบิดเปรี้ยงดังมาจากลานประลองด้านล่าง เมื่อสิ้นเสียงปรากฏว่าทั้งเยี่ยฉวนและโม่เยี่ยถูกแรงปะทะ จนต่างคนต่างถอยไปอย่างต่อเนื่องไปเกือบสามร้อยจั้ง เมื่อชายหนุ่มกำลังผงะถอย จู่ๆ กระบี่บินทั้งฝูงกลายเป็นแสงกระบี่พุ่งเข้าฟาดฟันใส่โม่เยี่ยซึ่งอยู่ไม่ไกล!

โม่เยี่ยยกหมัดทั้งสองข้างขึ้นชกออกไปพร้อมกัน พลันบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นสะท้อนสะเทือนไม่มีวันจบสิ้น

โม่เยี่ยชะงักกึก เมื่อพบว่าแสงกระบี่ที่อยู่เบื้องหน้าแตกสลายลงจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าเยี่ยฉวนโผล่พรวดเข้ามาตรงหน้า โม่เยี่ยหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยพร้อมหายวาบไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นง้างกำปั้นพุ่งเข้าใส่หน้าอกชายหนุ่มทันที!

การออกหมัดรวดเร็วนัก!

ในขณะที่เขาผลักหมัดพุ่งออกไป เยี่ยฉวนฟาดอีกฝ่ายด้วยกระบี่แล้วจ้วงแทงเข้าที่คอหอย ครานี้เองที่ชายหนุ่มใช้ทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!

ทว่าโม่เยี่ยไม่ได้หลีกหลบ!

ไม่มีใครหลบเลี่ยง!

เขาทั้งสองยอมตายไปพร้อมกัน!

สำหรับโม่เยี่ย ถ้าเลี่ยงหลบโอกาสจะสังหารเยี่ยฉวนย่อมยากขึ้น ความจริงในข้อนี้ไม่แตกต่างกับเยี่ยฉวน ชายหนุ่มรู้ว่าถ้าหลบหมัดสวนกลับของโม่เยี่ย เขาจะถูกตรึงลงกับที่ ไม่แต่เพียงเท่านั้นพลังแรงผลักของตนจะถูกสกัดยับยั้งไปด้วย เมื่อถึงเวลานั้นคงมีแต่ตายกับตาย!

ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่อาจหดตัวหลบลี้หนีไปด้วยเช่นกัน!

ยามนี้ทุกคนที่เฝ้าดูแทบต้องกลั้นหายใจทีเดียว!

สถานการณ์ที่ปรากฏ บอกไม่ได้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!

ท่ามกลางสายตาทุกคู่ เยี่ยฉวนจ้วงปลายกระบี่เสือกแทงเข้าที่ลำคออีกฝ่าย ในตอนนั้นที่ร่างโม่เยี่ยกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลันตัวแข็งราวท่อนไม้ด้วยดวงวิญญาณยังติดตรึงอยู่กับกายเนื้อ จนไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย!

เวลาเดียวกันดวงวิญญาณค่อยแปรเปลี่ยนพร่าเลือนทีละน้อย……

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง โม่เยี่ยผลักหมัดลุ่นกระแทกใส่กลางลำตัวเยี่ยฉวน ส่งให้ร่างชายหนุ่มปลิวกระเด็นถอยหลังไปประดุจว่าวสายป่านขาดหลุดลอยในอากาศจนร่างค่อยปริแตกร้าวราวทีละน้อยๆ จู่ๆ โลหิตทะลักไหลออกมาแดงฉาน จนเป็นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!

ในที่สุดร่างเยี่ยฉวนลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับกำแพงเมืองด้านหลังอย่างรุนแรง

ตูม!

กำแพงเมืองสั่นสะเทือน ปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นมากมายในทันที

เยี่ยฉวนนอนฟุบจมกองเลือดอยู่บนพื้น โลหิตไหลนองไม่ขาดสาย กระทั่งพื้นดินในบริเวณถูกย้อมด้วยสีแดงโลหิต!

ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่า บัดนี้ร่างกายแตกร้าวไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่อวัยวะภายในทั้งห้า!

ยามนี้ เขาสิ้นไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับปลายนิ้วยังทำไม่ได้!

พลันเปลือกตาค่อยขยับปิด จากนั้น ภาพในหัวปรากฏไล่เลียงเข้ามา……

น้องหลิง อันหลานซิ่ว โม่อวิ๋นฉี เจียงจิ่ว ไป่เจ๋อ……

เมื่อคิดถึงใบหน้าคนพวกนี้ เยี่ยฉวนซึ่งอยู่ในอาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงพลันมือสองข้างขยับกำหมัดแน่น บนอกเสื้อปรากฏอัญมณีเพชรน้ำค้างกองพะเนิน ชายหนุ่มเริ่มกลืนยาพวกนี้เข้าสู่ร่างไม่รีรอ!

ไม่อยากตาย!

เขาไม่อยากตาย!

ต้องมีชีวิตอยู่!

ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่บังคับให้เยี่ยฉวนฝืนความง่วงงุนอยากหลับไว้อย่างเต็มที่!

ด้วยรู้แน่แก่ใจว่าทันทีที่หลับตาลง ตนจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย!

เยี่ยฉวนขบกรามจนเป็นสันนูน ขณะที่มือสองข้างกำเข้าหากัน นี่เป็นแรงฮึดเฮือกสุดท้าย!

มีชีวิตอยู่!

เพื่อตัวเองและเพื่อน้อง!

ห่างออกไปอีกด้าน บัดนี้ดวงวิญญาณโม่เยี่ยซึ่งมีทั้งจริงและจอมปลอม วูบวาบสลับไปมาอยู่ภายในร่างกาย เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้นกำลังพยายามที่จะรักษาดวงวิญญาณของตนอย่างเต็มที่เช่นกัน เหมือนว่าดวงวิญญาณของเขาจะพร่าเลือนลงไปทุกทีๆ ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ดวงวิญญาณของโม่เยี่ยมีอันหายสูญไปอย่างสิ้นเชิง!

บัดนี้ทั้งกายเนื้อและวิญญาณเขาถูกทำลายลงพร้อมกัน!

บรรยากาศโดยรอบมีแต่ความสงัดเงียบ!

ทุกคนกำลังพุ่งความสนใจไปที่โม่เยี่ยและเยี่ยฉวน ด้วยสองคนจัดว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะในโลกยุคนี้ก็ว่าได้

บนอากาศ ท่านไป่ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับชายชราหลังโก่ง “เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่าการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองจบลงแล้วสินะ?”

อีกฝ่ายไม่ตอบในทันที ขณะทอดสายตามองดูโม่เยี่ยกับได้แต่นิ่งเงียบ

ชั่วขณะหนึ่งชายชราหลังโก่งหันมาพยักหน้ากับอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้โม่เยี่ยต้องมาตายที่นี่!

ทว่าทันใดนั้น วิญญาณโม่เยี่ยที่อยู่ด้านล่างเอ่ยขัดจังหวะขึ้นเบาๆ “มันยังไม่จบ!”

เสียงนั้นเรียกความสนใจให้ทุกคนมองไปที่คนพูด โม่เยี่ยมองไปยังเยี่ยฉวนซึ่งซบนิ่งอยู่บนพื้นไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “การต่อสู้ยังไม่จบแค่นี้!”

หลังจากสิ้นเสียง ช่องอากาศรอบตัวบังเกิดรอยแยกแตกออก ขณะต่อมาร่างสัตว์อสูรตัวหนึ่งทะยานออกมาจากรอยแตก!

กิเลนอสูร!

เมื่อเห็นเช่นนั้น ท่านไป่รวมทั้งคนอื่นต่างพากันตื่นตะลึง!

โม่เยี่ยพูดเสียงเหี้ยมเกรียม “นี่คือสัตว์อสูรของข้า ไม่ได้ขอให้ใครช่วยเหลือ”

ว่าแล้วคนพูดเหลือบมองไปยังเยี่ยฉวนอีกด้านหนึ่งไกลออกไป “การต่อสู้เราจึงจะจบกันตอนนี้!”

จากนั้น กิเลนอสูรพุ่งปราดเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างฉับพลันทันที

ทันทีที่เห็นเช่นนั้น ท่านไป่และทุกคนต่างสีหน้าเคร่งเครียด พากันทำท่าจะขยับออกไป คนของสำนักแมวดำกรูเข้ามาขวางทางพวกเขาอย่างรวดเร็วเช่นกัน!

ด้านเว่ยหยางเทียน มีแววตาเขม็งของชายชราหลังค่อมจับจ้องมองไม่ให้คลาดสายตาเช่นกัน ทันทีที่นางเคลื่อนไหวเขาจะตรงเข้าสกัดกั้นอย่างไม่ต้องสงสัย!

ถึงกระนั้นเว่ยหยางเทียนไม่จำเป็นต้องทำอะไร!

ที่ข้างล่าง ขณะที่เจ้ากิเลนอสูรทะยานตรงเข้าหมายขย้ำร่างเยี่ยฉวน จู่ๆ แสงสีดำประหลาดพุ่งออกมาจากร่างชายหนุ่มในทันที ในตอนนั้นมีบางสิ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน ปรากฏเป็นร่างของสัตว์อสูรอีกตัว!

สุนัขอสูร!

เสียงแผ่วมาจากพื้นดินเป็นเสียงของเยี่ยฉวน “พี่ชาย จัดให้หนักเลย!”

สุนัขอสูรส่ายหัวไปมา ขณะจ้องเขม็งไปยังกิเลนอสูรตรงหน้าพลางบิดมุมปากยิ้มอย่างมีเลศนัย “เป็นตัวเมียนี่ ข้าน่าจะ……ฮี่ฮี่”

เยี่ยฉวน “……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version