บทที่ 838 : กระบี่แมวดำ! (ปลาย)
โม่เยี่ยบิดมุมปากยกยิ้ม “ตอนสำนักแมวดำมาถึงที่นี่ครั้งแรก พวกเขากระหายชัยชนะเหนือดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง ปรารถนาจะครอบครองแต่เพียงผู้เดียว……แน่นอนว่ากองกำลังแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางย่อมขัดขวาง ไม่ให้ไปมีส่วนร่วมในผลประโยชน์……ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงไม่เคยบรรลุข้อตกลงในการที่จะอยู่ร่วมกัน……ทีนี้เข้าใจหรือยัง?”
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบ
โม่เยี่ยหันมามองเยี่ยฉวนตรงๆ “ถ้าตัดสินใจในนามของสำนักแมวดำ ข้าจะให้คนของตัวเองเข้ามาอยู่ในดินแดนจักรวาลดาวแห่งนี้และจะอยู่ร่วมกับทุกคนอย่างสันติสุข……เจ้าเห็นด้วยไหมล่ะ?”
ชายหนุ่มฝืนยิ้มแหง “เจ้าอาจได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักแมวดำ ทว่าคนอย่างข้าไม่มีทางได้เป็นเจ้าสำนักดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางอยู่แล้วนี่สิ!”
คนตรงข้ามนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันมาพูดกับอีกฝ่ายว่า “เอาเถอะถึงตอนนั้นค่อยคุยเรื่องนี้แล้วกัน ตอนนี้ตามมา ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง!”
ทันทีที่พูดจบ คนพูดหันขวับ เดินตัวตรงนำหน้าไป
จั่วชิงแสดงท่าทางเป็นสัญญาณ เยี่ยฉวนเห็นแล้วพยักหน้าแล้วเดินตามหลังไป
พักใหญ่ต่อมาโม่เยี่ยเดินนำเยี่ยฉวนเข้าไปยังถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วยามโม่เยี่ยจึงหยุดเดิน ที่ตรงข้ามกับพวกเขาไม่ไกลออกไปนักมีแท่นหิน เหนือแท่นหินมีร่างร่างหนึ่งกำลังทำท่านั่งขัดสมาธิ คนผู้นั้นรูปลักษณ์เป็นบุรุษวัยกลางคน ผมเผ้ารุงรังกระเซอะกระเซิง มือสองข้างวางอยู่บนหัวเข่า ที่สำคัญสัมผัสพลังลมหายใจจากร่างร่างนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
เยี่ยฉวนเอ่ยถามออกไปลอยๆ “ท่านผู้นี้คือ?”
โม่เยี่ยอธิบายว่า “เขาคือบรรพบุรุษของสำนักแมวดำ ท่านผู้นี้ขึ้นชื่อว่ามีฝีมือทางการใช้กระบี่ เป็นอาจารย์เชิงกระบี่ที่เก่งที่สุดเพียงคนเดียวของสำนักแมวดำ ภายหลังจากที่มาอยู่กับสำนักแมวดำก็ไม่มีใครควบคุมกระบี่ได้อีกเลย”
ชายหนุ่มถามออกไปว่า “พาข้ามาที่นี่ทำไม?”
อีกฝ่ายไม่ตอบในทันทีแต่เดินนำเยี่ยฉวนเข้าไปหยุดลงตรงหน้าชายวัยกลางคน ชายหนุ่มจึงพบว่าเบื้องหน้าชายวัยกลางคนมีคัมภีร์เก่าแก่โบราณวางอยู่เล่มหนึ่ง ด้านบนของคัมภีร์ปรากฏตัวหนังสืออ่านว่า ‘กระบี่แมวดำ!’
เสียงบอกมาจากข้างๆ ว่า “เพลงกระบี่อยู่ที่นี่คงไม่ได้รับการชื่นชม ยิ่งกว่านั้น……นี่เป็นหนทางเดียวที่จะควบคุมพลังแมวดำ! เจ้านำไปใช้น่าจะเกิดประโยชน์ที่สุด”
ว่าแล้วเอื้อมมือไปหยิบคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าขึ้นมา ก่อนจะส่งให้กับเยี่ยฉวน “ข้ายกให้”
น้ำเสียงที่พูดออกไปของเยี่ยฉวนบ่งบอกความฉงนไม่หาย “ข้าไม่เข้าใจอยู่ดี”
คนตรงหน้ายิ้มน้อยๆ “ไม่เข้าใจว่าเหตุใดข้าถึงมอบกระบี่ให้เจ้า แล้วยังมอบคัมภีร์เพลงกระบี่ให้อีกงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะแทนคำตอบ
โม่เยี่ยตอบตามตรง “ที่ทำไปก็เพื่อสำนักแมวดำด้วยเหมือนกัน”
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรขณะจับตามองโม่เยี่ยนิ่งเฉย ฝ่ายหลังพูดยิ้มๆ ต่อไปว่า “ข้าอยากขอร้องอย่างหนึ่ง ถ้าเจ้ามีอำนาจตัดสินใจแทนดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางขึ้นมาวันใด……ก่อนจะทำอะไรให้มาคุยกันดีๆ อย่าใช้กำลัง อย่าถึงกับฆ่าแกง……ได้ไหม?”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดชั่วขณะ ก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับ “ตกลง!”
อีกฝ่ายยิ้มอย่างพอใจแล้วหมุนตัวกลับออกไป
จั่วชิงเหลือบมองเยี่ยฉวนแวบหนึ่งและตามอีกฝ่ายกลับไป
ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองดูคัมภีร์โบราณในมือนิ่งโดยไม่พูดไม่จา
จากคำพูดที่โม่เยี่ยกล่าวไว้ก่อนหน้า พบว่าโม่เยี่ยไม่ได้อยากให้เกิดสงคราม ถ้าขืนยังต่อสู้กันต่อไป……จะมีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ!
แน่ล่ะว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ไม่ว่าจะทำเพื่อสำนักแมวดำหรือดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง ทุกคนต้องเผชิญหน้ารับการบุกรุกจากต่างดินแดนกับดินแดนจักรวาลดาวเที่ยนเหอไปด้วยกัน!
ไม่ว่าการอยู่รอดของพวกเขาจะเป็นปัญหาหรือไม่ก็ตาม!
เยี่ยฉวนดึงความคิดกลับสู่ปัจจุบัน ฉวยคัมภีร์ไว้ก่อนจะหันกลับออกไป
ณ สถานที่เหนือหุบเขา มีสายตาจับจ้องมองดูร่างของเยี่ยฉวนที่ค่อยลับสายตาไปจากระยะไกล ชายชราหลังโก่งซึ่งยืนเยื้องไปทางด้านหลังโม่เยี่ยเอ่ยขึ้นว่า “คุ้มกันหรือ?”
โม่เยี่ยบิดมุมปากยิ้ม “บรรพบุรุษ ถ้ากระบี่แมวดำอยู่กับเราคงไม่เกิดความนิยมชมชอบแต่อย่างใด……มิใช่หรือขอรับ?”
ชายชราหลังโก่งแย้งเสียงขรึม “แต่นั่นเป็นของสำนักเรา”
คนตรงหน้าเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้เราต่างมีศัตรูตัวฉกาจ”
อีกฝ่ายอดแย้งมาอีกไม่ได้ “หลังจากนั้น?”
โม่เยี่ยบอกเรียบๆ “พวกเราอาจจะตายกันหมด!”
ชายชราหลังโก่งพูดอีก “อาจมีทางรอดก็ได้!”
โม่เยี่ยนิ่งไม่ตอบ
คนด้านหลังเอ่ยมาให้ได้ยินว่า “ถ้าเจ้าหนุ่มนั่นรอด……เขาจะกลายเป็นศัตรูของเจ้า ถ้าไม่รอด……คนรุ่นใหม่ในแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจะไม่ใช่ศัตรูเราอีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลดวงดาวแห่งนี้!”
โม่เยี่ยพูดยิ้มๆ “บรรพบุรุษ คนที่แข็งแกร่งที่สุดนี่ฟังสมเหตุสมผลแล้วหรือ?”
ชายชราหลังโก่งมองโม่เยี่ยจากข้างหลัง มีเสียงโม่เยี่ยพูดมาว่า “ถ้าพวกเราทั้งสองคนรอดชีวิต แล้วถ้าตอนหลังได้ประลองด้วยกันอีกครั้ง ข้าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อสังหารเขาให้จงได้”
หลังจากนั้นคนพูดหันหลังเดินกลับออกไปเงียบๆ
ชายชราหลังโก่งมองตามหลังโม่เยี่ยที่เดินจากไป พลันใบหน้าเหี่ยวย่นค่อยปรากฏรอยยิ้มขึ้นทีละน้อย “สำนักแมวดำจะไม่ฟื้นคืนชีพเพราะคนคนนี้ได้อย่างไร?”
สิ้นเสียงพูด ร่างนั้นได้หายวับไปทันที
…
เยี่ยฉวนกลับมาถึงยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน ภายในหอศิลาชายหนุ่มนิ่งพินิจพิจารณากระบี่แมวดำในมือ หลังจากที่ดูแล้วดูอีกหลายครั้ง พลันสีหน้าค่อยปรากฏแววเคร่งเครียดขึ้นมาเลือนราง
กระบี่แมวดำ……
กระบี่แมวดำสร้างขึ้นโดยรวบรวมเอาพลังแมวดำเข้าไว้ในกระบี่ จนกระทั่งเกิดเป็นกระบี่ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดเล่มหนึ่ง!
ปฏิกิริยาสะท้อนกลับเฉียบพลัน!
เมื่อคราวที่บรรพบุรุษแห่งสำนักแมวดำใช้กระบี่เล่มนี้ ไม่เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ทว่าในยามที่เขาใช้มันกลับเกิดปฏิกิริยาเฉียบพลัน!
เป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่หนักหน่วงยิ่ง ด้วยคนเป็นฝ่ายถูกอำนาจแห่งกระบี่ควบคุมจนกลายเป็นทาสของกระบี่!
ก่อนที่จะไปพบกับบรรพบุรุษแห่งสำนักแมวดำ มีคนจำนวนไม่น้อยพยายามฝึกฝนเพลงกระบี่ ทว่ากลับตกเป็นทาสของพลังกระบี่ซะได้!
ภายในหอศิลา เยี่ยฉวนนิ่งตรึกตรองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะฉวยกระบี่แล้วพาเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ พลันกระบี่แมวดำมีอาการสั่นสะเทือนประหนึ่งกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างในนั้น
ชายหนุ่มจับกระบี่แมวดำไว้มั่นพาทะยานขึ้นสู่ยอดหอคอย ทันใดนั้นกระบี่แมวดำสั่นเทิ้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เยี่ยฉวนจับตามองกระบี่สองเล่มเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “กระบี่แมวดำ ข้าไม่มีทางเลือกแต่อยากจะบอกว่า……ตัวข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับกระบี่สองเล่มที่อยู่เบื้องหน้านี้จริงๆ ถึงเจ้าจะโต้กลับ ทว่าพวกเขาไม่ทำอันตรายเจ้าอย่างแน่นอน……”
