Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 562


ตอนที่ 562 เรือทางทะเลเทียนจิน

ตอนได้ยินเรือรบหลวงที่กวางตุ้ง 200 กว่าลำ เสิ่นหวั่งก็สีหน้าแปรเปลี่ยน แม่ทัพเรือก็คือเฉินหลิน ผู้นี้แม้อายุน้อย แต่ชื่อเสียงในหมู่โจรสลัดนั้นไม่ด้อยไปกว่าชีจี้กวงและอวี๋ต้าโหยว

ชีจี้กวงและอวี๋ต้าโหยวปราบโจรสลัดราบคาบ รบบนบกเป็นหลัก กำจัดรังโจรสลัดบนชายฝั่งแต่ละแห่งจนราบคาบ เฉินหลินเชี่ยวชาญการรบทางทะเล สำหรับพวกโจรสลัดแล้ว หากแหล่งกบดานบนบกถูกปราบราบคาบแล้ว ก็เหมือนก้อนเนื้อถูกตัด ไม่อาจปล้นแผ่นดินหมิงได้แล้ว หากว่าการรบทางทะเลสร้างความเสียหายหนักขึ้นมา ก็ย่อมเหมือนทำลายฐานกำลังตนเอง

แม่ทัพเรือกวางตุ้ง แม้ว่าไม่ใช่เฉินหลิน แต่ก็ยังมีคนอื่นอีก เฉินหลินเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ พวกโจรสลัดก็แอบยอมรับกันเองว่าห้ามเข้าก่อเรื่องริมทะเลแถบมาเก๊าเด็ดขาด เพื่อเลี่ยงการเผชิญกับความซวย

กองทัพเรือที่เหลียวโจวก็แค่กองเรือไว้ขนส่งเสบียงทางการทหาร แต่ทัพเรือกวางตุ้งเชี่ยวชาญการรบทางทะเลแท้จริง กองกำลังนี้มาประจำอยู่เทียนจิน การป้องกันทางทะเลย่อมไม่อาจมองข้ามได้

“ใต้เท้าหวังล้อเล่นแล้ว ทัพเรือกวางตุ้งตั้งฐานทัพที่มาเก๊าฮกเกี้ยน มาเทียนจินด้วยเหตุใดกัน ไม่ใช่ว่าต้องทิ้งพื้นที่ป้องกันมาหรอกหรือ……”

“ดูไม่ออกว่าเถ้าแก่เสิ่นเชี่ยวชาญวงการขุนนางกระจ่างเพียงนี้ กล่าวกับเถ้าแก่เสิ่นตามตรง การรบกวางตุ้งล้าหลังไม่อาจมีงบซ่อมแซมได้ เทียนจินสำคัญเช่นนี้กลับไม่มีแม่ทัพเรือมาป้องกัน ดังนั้นในวังและกรมทหารจึงมีคำสั่งว่า ให้เทียนจินส่งงบประมาณไปทางนั้น ให้ทางนั้นส่งเรือมาช่วยป้องกันทางนี้”

หวังทงยิ้มน้อยๆ อธิบาย เพื่อการต่อเรือ เขาจ่ายเงินไปเชิญไปจับช่างต่อเรือและลูกเรือมาไม่น้อย ซื้อไม้มาก็ราคาสูง แต่ที่กวางตุ้ง การต่อเรือคึกคัก ทัพเรือยังมีพวกชำนาญการรบทางเรือมาก ต้นทุนต่อเรือย่อมลดให้ถูกลงได้มาก ดังนั้นจึงขาดเพียงแค่เงินทองเท่านั้น

หลังเฉินหลินขึ้นนั่งตำแหน่งนี้ รายงานขึ้นไปตามขั้นตอน ขอให้ส่งงบประมาณมาต่อเรือใหม่ กลับถูกกรมทหารตีกลับไป งบประมาณนี้มีไว้สำหรับทหารชายแดนทางบกเท่านั้น ทหารเรือไว้ค่อยว่ากันคราหลัง

ครั้งนี้หวังทงทูลฮ่องเต้ว่านลี่ ขอให้ในวังให้เทียนจินส่งเงินไปช่วยต่อเรือให้ทัพเรือที่กวางตุ้ง และขณะเดียวกันก็ให้เรือ 200 ลำที่กวางตุ้งมาป้องกันทะเลเทียนจิน เบี้ยหวัดทหารทั้งหมดที่มาเทียนจินย่อมรีบภาระไว้เอง

ข้อเสนอไม่ใช้เงินราชสำนักแม้แต่แดงเดียว แลกเปลี่ยนสองพื้นที่ที่มีและขาดแคลนกัน ก็แค่ให้ในวังมีราชโองการมา ฮ่องเต้ว่านลี่ย่อมเห็นชอบ กรมทหารเห็นว่าไม่แตะต้องงบ ก็ย่อมตามน้ำไป

เห็นสีหน้ำตกใจของเสิ่นหวั่ง ท่าทีสบายๆ ไม่ยี่หระเมื่อครู่ไม่ปรากฏอีกต่อไป หวังทงยิ้มกล่าวว่า

“นับเวลาดูแล้ว ตอนนี้เรือก็น่าจะมาถึงชิงโจวแล้ว”

ปากเสิ่นหวั่งขยับ หากไม่กล่าวอันใด หวังทงกล่าวต่อว่า

“ข้าไม่ค่อยชำนาญการรบ หากแค่นับจำนวน เถ้าแก่เสิ่นมีเรือนับพัน ข้าอย่างมาก็ 300 ยังได้เปรียบเรื่องป้อมปืนใหญ่ เถ้าแก่เสิ่นหากมาโจมตี อย่างไรก็ต้องสูญเสียเรือราว 300 ลำกระมัง!”

สีหน้าเสิ่นหวั่งค่อยๆ เคร่งเครียด หวังทงทำเป็นไม่เห็น กล่าวต่อว่า

“เรือพันลำของเถ้าแก่เสิ่น คิดว่าขนสินค้าค้าขายทุกวันไม่น้อย พวกหัวหน้าระดับสองคลื่นสามคลื่นไม่น้อย จะมารวมตัวกันร่วมแรงสู้กันที่นี่ หรือว่าผู้ใดล้มหายตายเสียหายหนักค่อยหนีออกไป หรือว่าอำนาจหลักเสียหายหนัก ไม่มีกำลังบารมี ลูกน้องก็คิดจะแย่งชิง ก็ล้วนยากหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน!”

หวังทงกล่าวไปถอนหายใจไป สีหน้าเสิ่นหวั่งดำคล้ำ ราชาไตรธารายามรบสามารถรวมกำลังมาได้นับพันลำ โจรสลัดรวมกันหลายหมื่นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ว่าเป็นกำลังของคนผู้เดียว หากเป็นการรวมหลายกำลังเข้าด้วยกัน กำลังเช่นนี้ ย่อมไม่อาจเรียกได้ว่ารวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ยามทุกคนออกต่อสู้ ก็ต้องคอยระวังว่าหากกำลังตนอ่อนแอลงก็จะถูกกำลังอื่นกลืนกิน ราชาไตรธาราต้องระวังไม่ให้กำลังตนเองเสียหายหนัก แล้วถูกลูกน้องแย่งตำแหน่งไป นับประสาอันใดกับการวิเคราะห์ก่อหน้าที่ผ่านมาว่า เทียนจนไม่มีเรื่อง หากตอนนี้มีเรื่องแล้ว เกรงว่าต้องปะทะกับเรือรบเทียนจิน ทุกคนล้วนต้องคิดให้รอบคอบ

พวกโจรสลัดอยู่เหิมเกริมกันอยู่ที่ประเทศวัวและแถบทะเลใต้ แม้แต่เรือฟะรังคีก็ไร้ความยำเกรง แต่การต่อสู้กับกองทัพเรือหมิงนั้น ก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจเท่าไรนัก อย่างไรก็มีญาติพี่น้องอยู่ที่แผ่นดินหมิง และยังคิดว่าวันหน้าหากร่ำรวยแล้วก็จะกลับบ้านเกิดกัน

“ใต้เท้าหวังล้อเล่นแล้ว ข้าเป็นพ่อค้าสุจริต ยังมีหุ้นร้านประกันภัย ไยจะทำเรื่องไม่ดีต่อเทียนจินเล่า เช่นนั้นใช่ว่าเป็นการหาเรื่องเงินทองของตนเองหรอกหรือ?”

เสิ่นหวั่งยิ้มแห้งๆ กล่าวขึ้น หวังทงก็ไม่กล่าวถึงเรือทางทะเลอีก เพียงแค่ยิ้มกล่าวว่า

“เถ้าแก่เสิ่นลงหุ้นไว้ในที่ต่างๆ เปิดหน้าร้านด้วย ยังมีเรือเป็นของตนเอง หาได้ยากยิ่ง เดินทางไปมาแผ่นดินหมิง ประเทศวัว หรือแถบทะเลใต้ได้หมด เงินทองเพิ่มพูน ขอท่านรักษาตำแหน่งคหบดีนี้ไว้เถิด จะมีอันใดดีไปกว่านี้”

“ใต้เท้ากล่าวได้ถูกต้องๆ”

รอยยิ้มเสิ่นหวั่งยิ่งฝืนมากขึ้น หวังทงพยักหน้า ชี้ไปยังเรือรบปืนใหญ่สองลำริมท่าเทียบเรือกล่าวว่า

“เถ้าแก่เสิ่น รอปีหน้ามาดู เรือปืนใหญ่พวกนี้ก็จะมี่ 5-6 ลำแล้ว ถึงตอนนั้นเรือรบเหล่านี้ออกเดินทางป้องกันปกป้องเรือการค้าทางทะเล ย่อมไม่ธรรมดา!”

เสิ่นหวั่งแม้แต่จะฝืนยิ้มก็ไม่อาจฝืนได้อีกแล้ว

***********

“ใต้เท้า เสิ่นหวั่งขึ้นเรือก่อนฟ้ามืด ชักใบเรือออกจากท่าไปแล้ว”

หวังทงเพิ่งเดินสำรวจค่ายทหาร จางซื่อเฉียงก็ควบม้าเข้ามารายงานและถามว่า

“ใต้เท้า ถือโอกาสนี้จับเขาไว้ไม่ดีหรือ!”

“ไม่ดี ท้องทะเลหากไร้คนผู้นี้ โจรสลัดย่อมสังหารกันเอง แย่งชิงความเป็นใหญ่ ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อการเดินเรือทะเลมาทำการค้าที่เทียนจิน กลับเป็นการไม่ดี”

หวังทงกล่าวตอบ จางซื่อเฉียงพยักหน้าไม่กล่าวอันใด หวังทงค่อยๆ ผ่อนความเร็วม้า กล่าวว่า

“ตอนนี้พวกเราทำอันใดเขาไม่ได้ ก็แค่ให้พวกเขารู้ไว้ว่า คิดจะทำอันใดเทียนจิน พวกเขาต้องเตรียมตัวบาดเจ็บหนัก สองเราควรรักษาสัมพันธ์นี้ไว้เป็นดี รอเรือรบสร้างออกมาได้ทีละลำๆ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน……ส่วนการจับตาดูร้านหลูไห่กับร่องรอยเสิ่นหวั่งก็ดูต่อไป นอกจากขอพบข้าแล้ว เขาเข้ามาในแต่ละที่ในเทียนจินก็ย่อมไม่น้อย บอกลักษณะของเสิ่นหวั่งให้ทุกคนได้รู้ ให้คนของเจ้าจับตาดูที่ท่าเรือและด่านให้ดี ย่อมต้องสืบอันใดได้!”

จางซื่อเฉียงพยักหน้ารับ เขาเป็นหัวหน้าสายข่าวลับของหวังทง วางหูตาไว้ทั่วเทียนจิน

กลับถึงจวน ทหารก็เข้ามารับม้าไป หวังทงกล่าวเพียงว่า

“ตามซุนต้าไห่มา!”

หวังทงเดินเข้าไปในห้องโถง กำลังปลดเสื้อคลุมออก ซุนต้าไห่ก็มาถึง หวังทงถามทันทีว่า

“เสื้อผ้าและเสื้อหนังสำหรับกองทัพเรือกวางตุ้งใช้ ที่พักพวกเขา เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?”

ซุนต้าไห่รีบกล่าวตอบว่า

“เรียนใต้เท้า วันนี้ข้าน้อยกับพวกเถ้าแก่กู่ได้ไปตรวจนับแล้ว เตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ”

หวังทงพยักหน้า ทัพเรือกวางตุ้งมาป้องกันเทียนจิน คนใต้มาทางเหนือที่เป็นพื้นที่หนาวเย็น ย่อมไม่คุ้นชิน หวังทงมีเงินทองมากมายเตรียมการด้านนี้ให้ได้ จึงได้เตรียมการแต่เนิ่นๆ

“ฟืนสำหรับจุดให้ความอบอุ่น อาวุธและเสบียงอาหาร ก็ต้องเตรียมให้ดี อีกเรื่อง เตรียมเครื่องมือขุดเจาะน้ำแข็งด้วย หน้าหนาวเทียนจินไม่เดินเรือ ต้องขุดเจาะน้ำแข็งทิ้งทั้งวัน”

ซุนต้าไห่รับคำทีละเรื่อง ปกติหวังทงไม่ลงรายละเอียดเช่นนี้ แต่การโยกย้ายกำลังทัพเรือกวางตุ้งมาตอนเหนือ ก็เพราะป้องกันเทียนจิน เทียนจินดูแลดีหรือไม่ ก็เกี่ยวพันถึงทัพเรือกวางตุ้งจะป้องกันเทียนจินดีหรือไม่เช่นกัน และหวังทงยังคิดแผนการอื่นไว้อีก

************

ใกล้เดือนสิบ พ่อค้าฟะรังคีอาปาก้งนำเรือมาเทียนจินอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ชักธงขึ้นเสาตามระเบียบเคร่งคัด ก่อนเข้ารัศมียิงของปืนใหญ่ ก็ส่งเรือเล็กเข้ามารายงานก่อน

แต่ขบวนเรือครานี้ใหญ่กว่าเดิมไม่น้อย มีเรือฟะรังคีถึง 20 กว่าลำ ยังมีเรือกวางตุ้งอีก 30 กว่าลำ ทหารริมทะเลไม่อาจไม่ตั้งรับให้ดี แม้แต่ทหารทัพเรือกวางตุ้งก็ระดมกำลังมารวมกันพร้อม

เดิมอาปาก้งคิดว่าครั้งนี้จะเหมือนกับเรือการค้าอื่นที่มา เข้าเทียบท่าได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่เป็นดังที่คิด ยังคงมีเรือบรรทุกฟืนเตรียมจุดไฟขนาบแล่นเข้าท่า ส่งทหารขึ้นเรือมาสำรวจตรวจตรา

พอถึงเขตการค้าริมแม่น้ำทะเล ก็ให้คนบนเรือทั้งหมดลงจากเรือ เหลือสองคนไว้เฝ้า นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะเรือฟะรังคีติดอาวุธปืนไฟมามากเกินไปจริงๆ

อาปาก้งทำการค้าครั้งก่อนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ พ่อค้าตะวันตกที่มาเก๊าและทะเลใต้ต่างก็ได้ยินเรื่องราวนี้กันมา ตอนนี้เห็นตัวอย่างด้วยตาตนเอง ล้วนเตรียมการว่าก่อนปีใหม่จะมากันสักครา ส่วนเรือกวางตุ้งพวกนั้นล้วนเป็นเรือพ่อค้ามาจากวางตุ้ง

พ่อค้ากวางตุ้งปกติขายของให้พวกแถบทะเลใต้และคนในพื้นที่กับพวกคนขาวที่อพยพมาอยู่ในพื้นที่ก็กำไรมากแล้ว มาเทียนจินครั้งนี้ก็มาดูลาดเลา ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ ทัพเรือกวางตุ้ง 200 ลำกับทหาร 3,000 กว่านายมาที่ เทียนจิน ทัพเรือกวางตุ้งต่อเรือใหม่ที่กวางเจา ข่าวนี้ทำให้พ่อค้ากวางตุ้งรู้สึกแปลกใจ กอปรกับข่าวที่ได้ยินมานี้ หลังจากทัพเรือออกเดินทางมาได้ไม่กี่วัน พวกเขาก็เตรียมสินค้าตามมาด้วย

ไม่ว่าพ่อค้าทางทะเลกวางตุ้ง หรือพ่อค้าฟะรังคี มาถึงเทียนจินก็ย่อมพอใจ ไม่เพียงแต่ขายสินค้าได้เร็ว หากตลาดการค้าที่เทียนจินยังมีสินค้ามากมายให้ขนกลับไปขายทำกำไรได้อีก แต่ที่ทำให้พวกเขาตกใจมากก็คือร้านประกันภัย หลังวางเงินประกัน ความเสี่ยงก็น้อยลงไปมาก

แต่ก็ยังคงมีเรื่องยุ่งยากใจอยู่ เช่นสถานที่พักลูกเรือ ทั้งวันมีแต่เสียงคนร้องตะโกนว่าให้มาทำงานที่เรือตน ค่าแรงเพิ่มขึ้นมากมาย

พ่อค้ากวางตุ้งก็โดน แม้แต่พ่อค้าฟะรังคีก็ยังโดน ลูกเรือไปทั่วทิศ คนไม่น้อยที่ไม่ได้สนใจกับแผ่นดินเกิดนัก เทียนจินรุ่งเรือง ยังมีเงินเดือนสูง ในใจก็ย่อมหวั่นไหวไม่น้อย

************

“พวกเรามาถึงเทียนจิน ขอใต้เท้าช่วยดูแล ขอขอบคุณอย่างหาที่สุดมิได้!”

“นายกองม่าย ไยจึงเกรงใจเช่นนี้ เดินทางมาไกลกัน ก็เพื่อปกป้องเทียนจินให้สงบสุข เทียนจินเราตอบแทนย่อมสมควร”

ณ ที่ทำการของหวังทง นายกองเรือทัพเรือกวางตุ้ง ม่ายเต๋อเจิ้น กำลังกล่าวแสดงมารยาทกับหวังทง ตอนยังมาไม่ถึงเทียนจิน เดิมก็คิดว่าเป็นงานลำบาก คิดไม่ถึงว่าที่นี่เตรียมการไว้รับรองพร้อมสรรพ ที่แท้เป็นงานสบาย

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version