บทที่ 128 ร่วมมือ
หลานเฟิงมาถึงหอบุปผาบานอีกครั้ง เมื่อแม่เล้าคนนั้นเห็นเขาทุกครั้งก็จะดีใจเป็นอย่างมาก เพราะทุกครั้งหลานเฟิงจะเอาของที่นางคิดไม่ถึงมาให้ อีกทั้งเมื่อมาก็ต้องการเพียงคนเดียว ไม่มีเรื่องอื่นอีก ดูแลง่าย
“คุณชายท่านมาแล้ว นี่จะให้ชิวลั่วไปพบท่าน ท่านไปนั่งพักดื่มชาก่อนเถิด”
แม่เล้าคนนั้นถือผ้าเช็ดหน้าแสดงท่าทีเขินอาย ทำให้หลานเฟิงรู้สึกสะอิดสะเอียน หลายครั้งแล้วก็ยังคงรับไม่ได้
หลานเฟิงมาที่นี่จนเคยชินแล้ว ชิวลั่วเองก็เคยชินที่หลานเฟิงมาหาเรื่องทำให้เขารำคาญอยู่ทุกวัน
แน่นอนว่าชิวลั่วเองก็รู้ว่าหลานเฟิงเห็นตนเองเป็นโล่กำบัง ทำให้มู่หลีคิดว่าเขาเป็นคนของตน
“ท่านช่างมีเงินเสียจริง มาที่นี่อยู่ทุกวันร่ำไป ว่าอย่างไร หลายวันมานี้ท่านก็น่าจะค้นพบแล้วกระมัง จะยอมแพ้หรือไม่” ชิวลั่วพูดเย้ยหยันหลานเฟิง
“ความทรงจำของหลานเยี่ยถูกเปลี่ยน ความทรงจำที่เกี่ยวกับข้าถูกเปลี่ยนกลายเป็นมู่หลีทั้งหมด เกรงว่าคงไม่ใช่เท่านั้นกระมัง”
“ชาติกำเนิดต้นตระกูล ชีวิตความเป็นอยู่ คนข้างกาย ล้วนถูกเปลี่ยนทั้งหมด นอกจากมู่หลี”
“ชิวอวี้ทำหรือ”
“อืม เขาใช้มุกหลิววั่ง เขาสืบเจอสิ่งมากมายที่แม้แต่คนในสามปีก่อนก็ยังไม่รู้ เจ้าสนใจหรือไม่”
“ลองพูดให้ฟังซิ”
“มุกหลิววั่งที่จริงแล้วไม่ใช่ตบะบำเพ็ญทั้งหมดของสองยอดฝีมือ เป็นเพียงก้อนหินพิเศษสองก้อนเท่านั้นเอง แต่เพราะสามารถหลอมบริสุทธิ์และติดตามวิญญาณ สามารถรองรับกระแสพลัง พลังของมุกหลิววั่งเป็นเพียงกระแสพลังของสองยอดฝีมือเท่านั้นเอง”
“สิ่งเหล่านี้เขาบอกเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“อือ”
ชิวลั่วตอบออกมาเรียบๆ ประโยคหนึ่ง
“เจ้าเชื่อเขาขนาดนั้นเชียวหรือ”
“เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกข้า”
“พวกเราร่วมมือกันสักหน่อย เจ้าได้มู่หลี ข้าได้หลานเยี่ย ว่าอย่างไร”
“ไม่ว่าอย่างไร”
น้ำเสียงยังคงเรียบนิ่ง
“ใจคอกว้างขวางเช่นนี้เชียว ทำให้ความหวังของคนใต้หล้าสำเร็จลุล่วง ละเลยตนเอง”
“ไม่มีความต้องการ ก็ไม่มีซึ่งความหวัง”
“หากไม่มีสิ่งต้องการแล้วทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่”
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมสุดท้ายแล้วข้าถึงอยู่ที่นี่ แค่เพียงรู้สึกอยากมาก็เท่านั้นเอง”
“เจ้ารักมู่หลีหรือไม่”
“รักคืออะไร แล้วอะไรถือว่ารัก หากข้ารักเขา ข้าจะทำอะไร หากข้าไม่รักเขาแล้วจะเป็นอย่างไร”
“รักเขาก็จะอยากครอบครองเขาทุกเสี้ยววินาที ไม่อยากให้เขาห่างไกลจากตัวเอง อยากจะกักขังเขาเอาไว้ข้างกายตน อยากจุมพิตเขา กอดเขา”
“หลานเฟิง เจ้าค้นพบเรื่องหนึ่งหรือไม่”
ชิวลั่วมองหลานเฟิง แต่หลานเฟิงกลับไม่มองเขา เพียงแค่ดื่มเหล้าเท่านั้น ตั้งแต่มาครั้งที่สองเหล้าที่นี่ชิวลั่วก็เป็นคนนำมาเอง สะอาดเป็นอย่างมาก และวางใจได้ คิดว่าชิวลั่วเองก็คงจะไม่ทำอะไรกับเขาที่ดื่มเหล้ากระมัง
“เจ้า พังหมดแล้ว!”
จู่ๆ หลานเฟิงก็นิ่งไป ไม่นานก็ดื่มต่อ
“หากไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะไม่ได้สิ่งที่ต้องการตลอดไป” นี่คือคำพูดที่มู่หลีพูดให้หลานเยี่ยฟังจากปากตนเอง
“ดังนั้นจึงยอมให้พังลง เช่นนี้ก็จะได้สิ่งที่ตนเองต้องการอย่างนั้นหรือ”
“นั่นเป็นเพียงความคิดของเจ้าเท่านั้น อีกทั้งทำไมทั้งๆ ที่รักมู่หลีแต่กลับทำเป็นไม่เข้าใจความรัก เจ้ากำลังหลอกข้าหรืออย่างอื่นกัน”
ชิวลั่วหยิบแก้วเหล้าเล่น เหมือนกำลังย้อนคิดเรื่องบางอย่าง
“ข้าสัญญากับมู่หลีไว้แล้ว หากมีวันใดที่เขาคิดอยากยอมแพ้จริง ข้าจะไปหาเขาอีกครั้ง เขาในตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด ในช่วงเวลาที่ไม่ถึงครึ่งเดือนนี้”
“หากข้าให้เขายอมแพ้ เจ้าจะถือว่าผิดสัญญาหรือไม่”
ชิวลั่วไม่พูด หลานเฟิงรู้สึกว่าเขาเริ่มใจหวั่นไหวแล้ว
“ดังนั้นช่วยข้าสักอย่าง”
“ได้”
