บทที่ 182 ปลายทางก็เป็นจุดเริ่มต้น
อากาศเริ่มเย็นลง ได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เส้นทางไปซีเชวียแม้จะยาวไกล แต่เพื่อที่จะไม่รบกวนปลุกหลานเยี่ยให้ตื่น หลานเฟิงจึงอุ้มเขาไว้ใช้พลังกระแสวิญญาณในการเดินทาง อีกทั้งยังใช้พลังกระแสวิญญาณในการกีดกั้นเสียงลมจากรอบข้าง
กำลังแขนของหลานเฟิงมั่นคงเป็นอย่างมาก ต่อให้กำลังเร่งเดินทาง หลานเยี่ยเองก็ไม่ได้มีทีท่าจะตื่นขึ้นมา คำพูดของหลานเฟิงน่าจะเป็นการให้ยาสงบใจเม็ดหนึ่งแก่หลานเยี่ย ในความฝันบางทียังคงต่อสู้ แต่ก็น่าจะกำชัยชนะแล้ว
มีบางครั้งที่ไม่ได้ฝันเป็นเรื่องโศกสลด สร้างรังกระต่ายน้อยหนึ่งรังไว้ที่เขาหลานวั่งกับหลานเฟิง ทุกวันยามพระอาทิตย์ขึ้นจะนำหญ้าเขียวไปวางไว้หนึ่งกำ ยามอาทิตย์ตกนำเอาหญ้าแห้งไปวางไว้หนึ่งกำ ตกดึกก็ไม่หนาวเย็นจนเกินไป
หลานเฟิงก้มมองหลานเยี่ยที่อยู่ในอ้อมกอด ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู ต้นเฟิงสองข้างทางกลายเป็นสีแดงหมดแล้ว หากหลานเยี่ยตื่นขึ้นมาจะต้องเอ่ยชื่นชมเป็นอย่างแน่ หลังจากนี้ไปจะต้องดูเจ้าสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง เหยียบย่ำเดินกรายอยู่ท่ามกลางป่าต้นเฟิง เพลิดเพลินไปกับสายลมและแสงอาทิตย์ในทุกๆ วันเป็นแน่
ยามที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างหลานเฟิงพาหลานเยี่ยมาถึงขอบชายแดนซีเชวีย
ทหารพลังบริเวณชายขอบเห็นหลานเฟิงมาถึงก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม จากนั้นก็ไปเรียกเจียงหลิง ตอนแรกที่เจียงหลิงถูกจับไปเป็นเชลย หลานเฟิงถูกกักบริเวณ หลานเยี่ยหายสาบสูญ สิทธิ์สั่งการล้วนอยู่ในมือของหลานเม่ยและหลานอี แต่เจียงหลิงรู้สำนึกผิดจากใจจริง จึงไม่ได้เอาเรื่องลงโทษเขา ให้เขาเฝ้าดูชายขอบซีเชวียอยู่เช่นเดิม
เจียงหลิงได้ยินคำรายงานของลูกน้องก็รีบเร่งมาพบหลานเฟิง หลานเฟิงเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าจุดพักพอดี เห็นหลานเยี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของหลานเฟิง เจียงหลิงเพียงทำความเคารพ ไม่ได้ส่งเสียงดัง จากนั้นก็พาพวกเขาไปยังจุดพื้นที่พักผ่อน
หลานเฟิงวางหลานเยี่ยลงบนเตียง จากนั้นก็ออกไปปรึกษาหารือกับเจียงหลิงข้างนอก ไม่นึกคิดว่ามือของหลานเยี่ยจะจับอกเสื้อของหลานเฟิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“มีข้าอยู่ ไม่ต้องกลัว อีกครู่ข้าจะกลับมา” หลานเฟิงกระซิบเบาๆ ข้างหูหลานเยี่ย มือของหลานเยี่ยถึงได้ปล่อยออก เจียงหลิงมองเห็นภาพนี้ในดวงตามีความอิจฉาสะท้อนอยู่
รอจนหลานเฟิงมั่นใจว่าหลานเยี่ยหลับแล้ว ถึงได้ออกไปพูดคุยกับเจียงหลิง
“นายท่าน เตรียมพร้อมหมดแล้วขอรับ”
“ดี นี่คือแผนการ” หลานเฟิงมอบม้วนหนังหนึ่งม้วนให้เขา เจียงหลิงเปิดออกดู ตื่นตะลึงไปกับแผนการที่สมบูรณ์และมีกำลังคุกคามอย่างเต็มที่
“หลังจากนี้ครึ่งชั่วยาม บุกโจมตี”
“ขอรับ”
ตอนนี้เจียงหลิงลดความหยิ่งทะนงและใจร้อนลงไปมาก มีความสุขุมเพิ่มขึ้น มีท่าทางกระทำการใหญ่สำเร็จ ทำให้หลานเฟิงวางใจเป็นอย่างมาก
หลานเฟิงกลับเข้ามาในห้อง มองดูหลานเยี่ย ไม่นานก็ออกจากห้องไปอีกครั้ง ตอนที่กลับมาในมือมีกล่องใส่อาหารเพิ่มขึ้นสองสามอย่าง แล้วยังมีขนมอบสับปะรดอีกหนึ่งจาน บริเวณชายแดนขาดแคลนวัตถุดิบทำขนมอบสับปะรด หลานเฟิงนั้นเตรียมติดตัวมาโดยตลอด เพราะหลานเยี่ยชอบกิน ฉะนั้นไม่เวลาเมื่อไรก็ไม่อาจขาดได้
ประสบพบพานเรื่องมากมายเช่นนี้ หลานเฟิงเองก็เติบโตขึ้น ทำให้เขายิ่งมีความต้องการที่จะปกป้องหลานเยี่ยให้ดี ความใจร้อนคึกคะนองก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถูกย่อยสลายกลายเป็นความรักที่มีต่อหลานเยี่ยและท่าทางสุขุมนุ่มลึก และพละกำลังที่พลิกฟื้นกลับคืนมา
“เสี่ยวเยี่ย ตื่นได้แล้ว” หลานเฟิงนำขนมอบสับปะรดวางไว้หัวเตียง หลานเยี่ยที่ได้กลิ่นหอมค่อยๆ ตื่นขึ้นมา ดวงตายังคงบวมแดง หลานเฟิงหยิบผ้าเปียกผืนหนึ่งขึ้นมา ช่วยประคบให้หลานเยี่ย
“หลานเฟิง” หลานเยี่ยลุกขึ้นกอดหลานเฟิงไว้ ความรู้สึกที่ทำให้คนรู้สึกสบายใจดี ทำให้รู้สึกหลงใหลยิ่งนัก
“หลานเฟิง อ้อมกอดของเจ้ามักทำให้สบายใจนัก”
“เช่นนั้นก็อย่าได้ออกมาตลอดชีวิต” หลานเฟิงหัวเราะพลางพูด
“เอาเถิด ชีวิตนี้เจ้าไม่อนุญาตให้ปล่อยข้า แม้เกิดไม่พร้อมกันแต่ตายหลุมเดียวกัน รับปากข้าซิ”
“อืม ไม่ปล่อยไปตลอดชีวิต”
เมื่อปล่อยหลานเฟิง หลานเยี่ยกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบข้างทีหนึ่ง ยิ้มน้อยๆ ให้หลานเฟิง
ที่นี่ปลายทางก็เป็นจุดเริ่มต้น
