Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 59


บทที่ 59 เรื่องในกาลก่อน

แต่นางยังคงรอ รอให้เขากลับมาตนอีกครั้ง ในที่สุดนางก็รอจนถึงการผลัดเปลี่ยนอีกครั้งของเขา แต่ภายในรอยยิ้มของเขานั้นมีความโศกเศร้าและผิดหวังเพิ่มขึ้นมา

เขามาอีกแล้ว ครั้งนี้เขามาขอร้องให้ท่านพ่อยอมมอบป้ายวิญญาณของท่านป้ากลับตระกูลหลาน ท่านพ่อไม่ได้รับปาก แล้วยังด่าเขาด้วยซ้ำไป

เป็นครั้งแรกที่นางเห็นท่านพ่อด่าเขา เขามีท่าทีเศร้าโศกเป็นอย่างมากอีกทั้งองครักษ์ที่อยู่ข้างกายเขาตลอดยังมีท่าทีเย็นชา ไม่พูดอะไรออกมาเลยทั้งวัน และไม่มีสีหน้าอารมณ์อะไร จนทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้

ท่านพ่อมอบเรื่องส่วนใหญ่ให้กับตน ตนเองเองก็รับตำแหน่งเทพธิดาแห่งเขาเทียนปี้อย่างราบรื่น ตนพยายามอย่างมาก ยึดถือเอาท่านป้าเป็นแบบอย่าง พยายามที่จะเข้าใกล้นางอีกขั้นหนึ่ง

แต่สายตาของเขากลับไม่เคยหยุดมองตนมาเลย ในสายตาของเขามีเพียงองครักษ์ของเขาเท่านั้น สายตาที่เขาใช้มองนั้นคือสิ่งที่นางอยากได้มาตลอด สุดท้ายแล้วนางก็กลายเป็นญาติผู้น้องของเขาโดยสมบูรณ์ แต่ไม่เป็นไรนางเรียกเขาว่าท่านพี่ก็ดีแล้ว

เขามาอีกครั้ง ครั้งนี้ตอนที่เขากำลังปรึกษาเรื่องแผนการกับท่านพ่อก็ได้พูดเป็นนัยขอร้องท่านพ่อให้อนุญาตนำป้ายวิญญาณท่านป้ากลับไป ท่านพ่อไม่สนใจเขา ท่านพ่อยังคงปล่อยวางไม่ได้ ก็ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านพ่อและท่านป้าดีเสียขนาดนั้น

หลานเฟิงที่ไม่เคยเข้ามาในโถงบรรพชนมาก่อนครั้งนี้ก็บุกเข้ามา ท่านพ่อไม่ชอบเขาเพราะการตายของท่านป้ามีความเกี่ยวข้องกับเขา นางลนลานเป็นอย่างมาก ไม่ต่างจากที่คิดไว้ ท่านพ่อสูญเสียการควบคุมทำร้ายร่างกายเขา

แต่น่ามหัศจรรย์อย่างมาก เขาพูดไม่กี่ประโยคกลับทำให้ท่านพ่อสามารถปล่อยวางเรื่องราวที่อัดอั้นอยู่ภายในใจมาหลายปีลงไปได้

เขาเก่งกาจมากจริงๆ คนคนเดียวก็สามารถจัดการทหารพลังตระกูลเยี่ยบริเวณนอกด่านให้ล้มลงได้หมด แต่การเข้าคู่ของทั้งสองคนบนหอประตูเมืองนั้นทิ่มแทงสายตานาง นางไม่พอใจอย่างมาก

การศึกจบลงไปแล้ว นางเห็นเขาจากไป นางเองก็ตามออกไป นางพูดคุยกับเขาโดยแสร้งทำเป็นไม่เห็นหลานเฟิงที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ เขาลูบศีรษะนางเหมือนกับตอนเด็กๆ

นางหลบหลีกโดยแกล้งทำเป็นโกรธ แต่กลับระลึกหาความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่บนหัว เขาเอ่ยถึงเรื่องงานแต่งของตนโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้ใจของนางรู้สึกทรมานอย่างมาก แต่กลับต้องแสดงสีหน้าอีกอย่างออกมาให้เห็น

นางโมโหตนเอง หากว่าตนสามารถแสร้งทำได้เหมือนตอนเด็กๆ นางก็จะสามารถอยู่ข้างกายเขาได้นานอีกหน่อย นางสามารถดูดซับความอบอุ่นของเขาได้มากอีกหน่อย

เขาจะไปแล้ว ไม่ได้มีการบอกลานางก่อน นางควบม้าไล่ตามไปแต่กลับต้องเห็นท่าทีสนิทสนมของทั้งสองคนที่อยู่บนหลังม้าตัวเดียวกัน เขาถูกหลานเฟิงโอบเอาไว้ พอคิดว่าหลังจากนี้เขาจะต้องเสพสุขอยู่ใต้ร่างหลานเฟิง นางก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา

แต่นางก็ยังมอบถุงหอมให้เขา เพื่อที่จะปิดหูปิดตาผู้อื่นนางยังตั้งใจทำถุงหอมที่เหมือนกันสองอัน ภายในถุงหอมที่ให้เขานั้นเต็มไปด้วยหัวใจของนาง

เขายังคงยิ้มเหมือนเดิม ยิ้มไม่มีหยุด เหมือนกับคุณชายเสเพลกับทุกคนโดยไม่รับผิดชอบ

เขาส่งถุงหอมให้หลานเฟิงอันหนึ่ง นางแอบทำอะไรบางอย่างลงบนถุงหอม อันที่เขาได้ไปนั้นเป็นอันที่นางตั้งใจทำให้เขา ส่วนอีกอันหนึ่งเป็นแค่ของเลียนแบบที่ผิงเอ๋อร์ทำตามนางเท่านั้นเอง

เขาที่อยู่ใต้แสงอาทิตย์นั้นดูเต็มไปด้วยพลัง แต่กลับมีความขมขื่นแอบแฝงอยู่ นางตกใจอย่างมาก นางไม่รู้ว่าทำไม อีกทั้งเขายังเข้าใจยากขึ้นเรื่อย

นางส่งม้าให้กับเขา นางไม่อยากเห็นภาพรื่นรมย์เช่นสองคนขี่ม้าตัวเดียวกัน แต่เขาไม่รับไป หลังจากยิ้มพูดคุยเล่นกับนางแล้วเขาก็หนีไป เหลือเพียงนางที่เต็มไปด้วยความริษยาจนแทบจะเป็นบ้า

นางทำให้ตัวเองดิ่งลงไปกับการงาน การทำเช่นนี้ทำให้นางไม่คิดถึงเขาไปสักพัก แต่ทำไมถึงได้มีจดหมายเช่นนี้ปรากฏขึ้นมา ทำให้นางเกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

นางแค้น

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version