บทที่ 83 แข็งแกร่งขึ้น
“ท่านหัวหน้าแม่ทัพ ได้สืบที่มาที่ไปของคนที่ลอบบุกเขาเทียนปี้อย่างละเอียดแล้วหรือยัง”
อวิ๋นหรูเช็ดน้ำตาจนแห้ง แล้วเรียกหัวหน้าแม่ทัพของกองกำลังทหารเข้ามา
“คนตระกูลเยี่ยกลุ่มนั้นไม่ได้เข้ามาทางประตูใหญ่เขาเทียนปี้ แต่เหมือนปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศมากกว่า ตามที่นายทหารเฝ้าประตูเขาเทียนปี้บอก ประตูใหญ่เขาเทียนปี้นั้นมีเพียงขบวนทหารตระกูลหลานผ่านเข้ามาขอรับ
ตอนนั้นหลังจากที่ขบวนทหารตระกูลหลานเข้ามาท่านประมุขหลานบอกว่าท่านประมุขต้องการให้กำลังทหารทั้งสองฝ่ายประลองฝีมือกัน รอจนทหารเฝ้าประตูเข้ามารายงานก็พบว่าภายในเขาเทียนปี้เริ่มต่อสู้ขึ้นมาแล้ว
กำลังทหารของตระกูลหลานร่วมต่อสู้กับศัตรูกับทหารเขาเทียนปี้ แต่คนตระกูลเยี่ยกลับวางยาสลบ หลังจากนั้นตระกูลเยี่ยก็วางเพลิงเขาเทียนปี้ มีเพียงท่านประมุขหลานและหลานอีเซ่าจื๋อซือตระกูลหลานเท่านั้นที่หนีออกมาได้ หลังจากนั้นก็เหมือนกับที่ท่านเห็น”
ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ? อวิ๋นหรูพอจะรู้แล้วว่าคนตระกูลเยี่ยเข้ามาจากทางไหน
อวิ๋นหรูไปยังอุโมงค์ลับ เป็นไปตามที่คาดไว้ ม่านพลังของอุโมงค์ลับถูกทำลายลง กำแพงที่แต่เดิมไม่มีร่องรอยอะไร ตอนนี้ปรากฏรูโหว่รูหนึ่งให้เห็น
อวิ๋นหรูเดินเข้าไปก็พบว่าสภาพข้างในยังคงเหมือนที่ท่านพ่อเคยพามาตอนเด็กๆ นางไม่รู้ว่าท่านพ่อพาเข้ามาอย่างไร แต่ตัวหนังสือเหล่านั้น ภาพวาดที่แสดงตอนนี้ปรากฏขึ้นมาในหัวของนางอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
อวิ๋นซูธิดาศักดิ์สิทธิ์เขาเทียนปี้มีใจรักใครกับองค์ชายเจ็ดแห่งราชวงศ์ ไม่อาจรับได้กับการตัดสินใจเพื่อที่จะรักษาทรัพย์สินและเกียรติยศของประมุขวังด้วยการส่งนางให้กับชิวจือเว่ยหัวหน้าตระกูลเยี่ย ด้วยความช่วยเหลือจากหลานเซียวประมุขตระกูลหลานได้มีการส่งคนมาก่อสร้างอุโมงค์ลับที่ไม่อาจประเมินราคาได้ เพื่อส่งธิดาศักดิ์สิทธิ์อวิ๋นซูไปยังจวนขององค์ชายเจ็ดฉีฮวน ให้ทั้งสองกราบไหว้ฟ้าดิน แต่งงานกัน
จากนั้นทั้งสองคนหนีออกจากเมืองหลวง หลบซ่อนอยู่ในป่าเขา ไม่มีคนได้เห็นทั้งสองคนอีก ตำนานรักพันปีกลายเป็นตำนานอันสวยงามเป็นต้นมา
อวิ๋นหรูคิดถึงคำพูดของคนตระกูลเยี่ยที่ยอมตายเพื่อนางก็รู้สึกคล้อยตามไม่ได้ สตรีที่สวยล้ำล่มเมืองเช่นนี้แล้วยังได้พบกับโชคชะตาที่ดีเช่นนี้จะไม่ให้คนอิจฉา อยากเห็นหน้าได้อย่างไร
แม้ตนเองจะมีส่วนคล้ายอยู่บ้าง แต่ตนเองควรจะพัดลอยไปที่ใด แล้วใครคือคู่ครองของตน
อวิ๋นซูคิดเช่นนี้ พลันคิดเรื่องม่านพลังขึ้นมา ทางด้านเขาเทียนปี้ต้องใช้ตราคำสั่งของตระกูลเยี่ย ทางฝั่งเมืองหลวงต้องใช้หยกประจำตัวประมุขตระกูลหลาน ทางด้านเขาเทียนปี้สามารถเข้าใจได้ แต่ทางด้านเมืองหลวงพวกเขาเปิดออกได้อย่างไร
นางจะต้องไปสอบถามหลานเยี่ย
เมื่อกลับมาถึงเรือนอี้หรง นางเข้าไปในห้องหลานอี แต่พบว่ามีเพียงหลานอีอยู่เพียงลำพัง เหมือนกับเพิ่งตื่นมาเมื่อครู่นี้
“คุณหนูหลานอี ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านประมุขหลานไปไหน” อวิ๋นหรูสอบถาม
“ไม่รู้ซิ ท่านประมุขฟื้นแล้วหรือ? ข้าตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเขาแล้ว”
“เมื่อครู่หลังจากเขาตื่นขึ้นมาก็เข้ามาในห้องท่าน บางทีอาจจะมีเรื่องอะไรกระมัง”
อวิ๋นหรูออกมาจากห้องหลานอี ท่าทางมืดมน แม้แต่บอกลาก็ยังไม่คู่ควรหรืออย่างไร?
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ เพลิงไหม้ที่เขาเทียนปี้ถูกดับหมดแล้ว ต่อจากนี้ควรทำเช่นไรกับประชาชนทั่วไป?”
“หลานเยี่ยไม่อยู่ แต่เดิมข้าคิดจะนำเอาประชาชนทั่วไป ไปไว้ที่ตระกูลหลานก่อนช่วงเวลาหนึ่ง รอจนเขาเทียนปี้ถูกซ่อมแซมสร้างขึ้นใหม่แล้วจึงไปรับพวกเขากลับมา ดูท่าข้าต้องไปที่ตระกูลหลานด้วยตนเองสักครั้งแล้ว ก่อนที่ข้าจะกลับมาปกป้องดูแลพวกเขาให้ดี อย่าให้พวกเขาถูกสัตว์ป่าบนเขาทำร้ายเอา”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นท่านประมุข?”
ตอนที่หลานเยี่ยตื่นขึ้นมา ได้จัดการปลดม่านพลังรอบกายอวิ๋นอี้ออกหมดแล้ว
“รอจนข้ากลับมาจากการเจรจากับตระกูลหลานแล้ว ให้ทำพิธีฝังศพตามพิธีกรรมของเขาเทียนปี้เถิด” อวิ๋นหรูไม่อยากเสียน้ำตาอีก แต่น้ำตากลับไหลลงมาอย่างน่าผิดหวัง
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์…”
“ข้าไม่เป็นอะไร ช่วงเวลาที่ข้าไปตระกูลหลาน เขาเทียนปี้ต้องมอบให้เจ้าแล้ว ข้าไปแล้ว”
อวิ๋นหรูออกเดินทางไปยังตระกูลหลาน
