Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 8


บทที่ 8 ความทรงจำอันโหดร้าย

และในตอนนี้ ภายในห้องอีกด้านหนึ่ง หลานเยี่ยและมู่หลีนอนติดกันอยู่บนเตียง

รอบกายหลานเยี่ยปรากฏพลังวิญญาณสีฟ้าอ่อนอยู่ตลอด อีกทั้งยังเหงื่อไหลท่วมศีรษะ พูดจาละเมอเพ้อพก มู่หลีที่อยู่ด้านข้างจู่ๆ ก็เริ่มฉีกทำลายเสื้อผ้าตนเองมั่วซั่ว ยื่นมือยื่นไม้ตีหลานเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ไม่หยุด ตอนที่มู่หลีพยายามดื้นรนลุกขึ้นนั่งถึงได้สังเกตมองคนข้างๆ

‘เสี่ยวเยี่ย?’

มู่หลีไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เท่าไรนัก เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาตามหลานเยี่ยมาจากด้านหลัง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าโดนตีเข้าที่หลังอย่างแรง จากนั้นก็หมดสติไป แต่พลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายนี่มันอะไรกัน เขาถูกวางยาอย่างนั้นหรือ

มู่หลีพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะของตน คิดจะใช้พลังวิญญาณขับดันให้ยาคลายออกมา แต่เพียงเพิ่งจะขับพลังฤทธิ์ยากลับยิ่งแรงมากขึ้น สุดท้ายตอนที่สติสัมปชัญญะกำลังจะถูกกลืนกิน มู่หลีก็ตบหน้าตัวเองเข้าอย่างแรง เลือดสดๆ ถูกสำรอกออกมา มู่หลีได้สติขึ้นมาไม่น้อย เขาพยายามที่จะลงจากเตียงแต่ก็ต้องทรุดลงบนพื้นเพราะร่างกายไร้เรี่ยวแรง

หลานเยี่ยที่รู้สึกถึงพลังวิญญาณที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงรอบกายลืมตาขึ้นมาในทันใด มองดูคนที่อยู่ข้างหน้า หลานเยี่ยพยายามจะดูว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร แต่สายตานั้นกลับขุ่นมัวอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นสติสัมปชัญญะของเขาก็เริ่มจะยุ่งเหยิง เขาเหมือนได้เห็นฝันร้ายน่ารังเกียจของตนที่ไม่เคยหนีพ้น แต่ครั้งนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ภายในความฝันเขาถูกคนกลุ่มหนึ่งล้อมเอาไว้ อาวุธแหลมคมมากมายพุ่งแทงเข้ามาในร่างกายของตน จากนั้นก็ใช้ยารักษาที่มีฤทธิ์แรงเพื่อให้แผลสมานตัวโดยเร็ว วันเวลาผ่านไปอย่างนี้ทุกวัน ตราบจนวันหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งนามชิวเย่ว์ถูกพามาข้างกายตน ชีวิตอันน่าเวทนาของตนจึงเปลี่ยนแปลงไป

เริ่มแรกชายหนุ่มรับมือเรื่องนี้ด้วยความเย็นชา เพราะชายหนุ่มคนนั้นก็ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน คนพวกนั้นทำไปเพราะอยากให้พวกเขามอบของสิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน นั่นคือมุกหลิววั่ง

จากนั้นมีอยู่วันหนึ่ง คนพวกนั้นถือมีดวนไปมาอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของตนอยู่นาน ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะทำอะไร และก็ไม่รู้ว่าพวกเขาพูดอะไร คิดเพียงว่าพวกนั้นน่าจะสร้างรอยแผลมากมายนับไม่ถ้วนเหมือนแต่ก่อน ตัวเขาหมดอาลัยตายอยากแล้ว ไม่แสดงอาการดิ้นรนอะไรออกมาอีก

แต่จู่ๆ ชายหนุ่มคนนั้นก็พุ่งเข้ามา ใช้พลังอันอ่อนแรงของเขาต่อต้านขัดขวางคนเหล่านั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ในที่สุดเขาก็แสดงความรู้สึกออกมาบนใบหน้า มองเห็นชายหนุ่มคนนั้นสู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องตัวเองอยู่ตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าเขาทำเช่นนั้นไปทำไม

แต่นาทีต่อไปเขาก็ได้รู้ว่าคนเหล่านั้นจะทำอะไรกับตัวเอง พวกเขาคิดจะผ่าเอาหัวใจของตนไป ชายหนุ่มคนนั้นรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนเขา ชายหนุ่มผู้นั้นเจ็บปวดจนกรีดร้องออกมา ไม่นานตำแหน่งหัวใจก็มีเลือดไหลทะลักออกมา ใจของเขาจึงถูกลากกลับมาเสียที

เขาพุ่งไปยังชายหนุ่มคนนั้น ไม่สนใจว่าจะมีแส้โบยตีลงมาไม่ขาดสาย เขาเอาตัวบังชายหนุ่มไว้ เตรียมพร้อมจะระเบิดพลังออกมา

จู่ๆ ก็มีคนมาลากเขาไป กดตัวเขาไว้กับพื้น บีบบังคับกระชากมือที่บังอยู่ตรงหัวใจของตนเองออก ตอนที่ปลายมีดแหลมของคนคนนั้นกำลังจะแทงเข้าในร่างกายของตน พลังเขาก็ระเบิดออกมา พลังวิญญาณบ้าคลั่งรอบกายนั้นระเบิดโดนกลุ่มคนเหล่านั้นจนกระเด็นออกไป เขาโจมตีคนเหล่านั้นอย่างคลุ้มคลั่งเหมือนคนบ้า เลือดสดๆ กระจายไปเต็มห้อง กระเด็นโดนทั่วตัวเขา

เขาพาชายหนุ่มที่สลบสิ้นสติไปนานแล้วออกมาจากห้อง ไม่ว่าเป็นใคร เมื่อพบก็จัดการฆ่าให้สิ้น ไม่มีใครขวางทางเขาได้ เขาเหมือนปีศาจ ทำให้โลกมนุษย์กลายเป็นสนามรบอันเลวร้ายในบัดดล เลือดอุ่นร้อนไหลลงข้างล่างตามร่างกายของชายหนุ่มคนนั้น ใจของเขามีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น นั่นคือกลับบ้าน ไม่รู้ว่าเขาเดินมานานเพียงใด สุดท้ายก็สิ้นสติสัมปชัญญะไป

ในตอนนี้เพราะฤทธิ์ยาทำให้ภาพในความฝันกลายเป็นเรื่องจริง เขาเหมือนมองเห็นตนเองที่เต็มไปด้วยบาดแผล

“ไม่ ออกไป ไม่!” หลานเยี่ยใกล้จะร้องไห้ออกมาแล้ว เขาตะโกนอย่างไร้ความหวัง

มู่หลีอยากเข้าไปดูอาการ แต่ตอนนี้ตัวเขาเองก็ยากจะดูแลตัวเอง

“หลานเฟิง ช่วยข้า” จู่ๆ ประตูก็ถูกถีบออก ร่างเงาสองร่างพุ่งเข้ามา

“นายน้อย”

“เสี่ยวหลี”

สองคนแยกกันไปประคองคนละด้าน หลานเฟิงควบคุมพลังของหลานเยี่ย ชิวลั่วป้อนยาให้มู่หลี ผ่านไปเค่อหนึ่งหลานเฟิงก็หันไปบีบคอมู่หลี มู่หลีฟื้นตัวได้สติแล้ว แต่กลับไม่ต่อต้าน

“เขาแค่โดนวางยา” ชิวลั่วที่อยู่ข้างๆ เขยิบมาบังตัวมู่หลีเอาไว้ พลางเอ่ยกับหลานเฟิง

“อย่าให้ข้าเห็นเจ้าอีก” มู่หลีไม่ได้ตอบ เหม่อลอยมองหลานเยี่ย หลานเฟิงอุ้มหลานเยี่ยขึ้นมา แล้วหมุนตัวเดินออกไป

แต่ชายชุดแดงคงไม่คิดจะปล่อยพวกเขาจากไป ประตูใหญ่ของหอเย่ว์เยี่ยนั้นมีทหารยามยืนล้อมรอบหลายชั้น แม้แต่น้ำก็ยังระบายออกไปไม่ได้ ด้านหลังสุดคือชายชุดแดงผู้นั้น

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version