Skip to content

A Will Eternal 1060

บทที่ 1060 ปลามังกรก็คลั่งเหมือนกัน

ตอนที่กงซุนหว่านเอ๋อร์ถูกแลกตัวกลับไป คนทั้งราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งต่างก็ฮึกเหิมกันอย่างหนัก นักพรตและประชาชนจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนอารมณ์เบิกบานเปี่ยมสุข มีความรู้สึกราวกับหลุดพ้นจากสภาวะอันกดดัน

เพราะอย่างไรซะเพื่อรับตัวกงซุนหว่านเอ๋อร์กลับไป ครั้งนี้จักรพรรดิแสก็ต้องเอาเขตพื้นที่การปกครองถึงสามเขตมาแลกเปลี่ยน แม้ว่าเดิมทีเขตการปกครองทั้งสามก็เป็นของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งอยู่แล้ว แต่ท่ามกลางความขัดแย้งและการปะทะกันในขอบเขตเล็กๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ได้ค่อยๆ ถูกราชวงศ์จักรพรรดิแสกลืนกินไปหมด

ทว่าตอนนี้ราชวงศ์จักรพรรดิแสกลับจำต้องคายเขตการปกครองที่ฮุบกลืนไปออกมา สำหรับพวกนักพรตที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว เรื่องนี้ก็เหมือนการที่ฝ่ายตัวเองได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ภายใต้สถานการณ์ที่สองราชสำนักเริ่มเปิดศึกทำสงครามกัน

แต่ว่าในสายตาของจักรพรรดิเซิ่งและเหล่าชนชั้นสูงที่อยู่ในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง เรื่องนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แม้ว่าจะได้เขตการปกครองทั้งสามเขตมา ทว่าเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมานานปี เป็นเหตุให้เขตการปกครองทั้งสามกลายมาเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งยากแค้นอย่างถึงที่สุด

สำหรับราชวงศ์จักรพรรดิแสเป็นดั่งซี่โครงไก่ แต่สำหรับราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งกลับจำเป็นต้องนำเขตการปกครองทั้งสามที่แม้ได้มาก็ไม่มีประโยชน์อะไรมาสร้างความห้าวเหิมให้กับจิตใจผู้คน ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าตนเองไม่สามารถบีบอีกฝ่ายได้มากเกินไปนัก หาไม่แล้วจะเป็นเหตุให้ราชวงศ์จักรพรรดิแสยอมละทิ้งการแลกเปลี่ยนครั้งนี้แล้วเลือกฟื้นคืนชีพให้กับมารดาผีอย่างไม่เสียดายค่าตอบแทน

ขณะเดียวกัน เนื่องจากการละทิ้งครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความละโมบของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง จักรพรรดิแสเองก็จะมีคำอธิบายให้กับเทียนจุนคนอื่นๆ ที่เป็นลูกน้องของตัวเอง ซึ่งจะไม่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเอาใจออกห่าง

ดังนั้นการรู้หนักรู้เบาจึงเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ และในท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับได้ และถือว่าเป็นการคลี่คลายเรื่องนี้ไปในตัว

ทว่าทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับป๋ายเสี่ยวฉุนอีกแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ สองราชวงศ์ต่างก็ไม่เคยพูดถึงป๋ายเสี่ยวฉุนแม้แต่คำเดียว ราวกับว่าราชวงศ์จักรพรรดิแสลืมเขาไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น และราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งเองก็เป็นดุจเดียวกัน ภายใต้ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าความมีประโยชน์ของป๋ายเสี่ยวฉุนในเรื่องนี้จะมิอาจปกปิดได้ ทว่าก็ถูกพยายามทำให้เหลือน้อยนิดให้ได้มากที่สุด

ป๋ายเสี่ยวฉุนเองก็ไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขากำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในวิหารเซียนของตน ดวงตามีเส้นเลือดฝอยแดงก่ำ ความคิดจำนวนนับไม่ถ้วนแล่นวนอยู่ในสมอง และทุกความคิดก็ล้วนข้องเกี่ยวกับปลามังกรสวรรค์ทั้งสิ้น

เขาเองก็ไม่อยากเอาแต่คิดถึงปลามังกรสวรรค์เหมือนกัน

แต่เป็นเพราะหลายวันมานี้ที่ป๋ายเสี่ยวฉุนไปสืบความและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง เขากลับพบว่าการหลอมยาของที่นี่มีทิศทางเช่นเดียวกับของโลกทงเทียน ทว่าโครงสร้างกลับคนละทิศคนละทาง แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาล

ยิ่งเป็นยาระดับสูงที่ครึ่งเทพสามารถใช้ได้ซึ่งไม่เพียงแต่มีน้อยนิด ราคากลับยังเกินจริงเข้าไปใหญ่

ป๋ายเสี่ยวฉุนเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน อาจไม่ถึงขั้นกระเป๋าฟีบแบน แต่ก็แทบจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ แม้จะมีสมุนไพรอยู่ แต่กลับไม่มีตำรับยาอะไรให้อ้างอิง คิดจะสร้างตำรับยาขึ้นมาเองก็ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างน่าตกใจ

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะคิดหาวิธีมาสร้างรายได้รวบรวมหินวิเศษ หาไม่แล้ว เกรงว่าเขาก็คงเป็นเจ้าพระยาที่ยากจนที่สุดเลยทีเดียว

“วิธีที่ประหยัดที่สุดก็คือปลามังกรสวรรค์!” ป๋ายเสี่ยวฉุนตาแดงก่ำ เงยหน้ามองไปยังทิศทางของบ่อสวรรค์ เมื่อเห็นว่าเส้นทางการฝึกตนที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้มีเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว ป๋ายเสี่ยวฉุนก็กัดฟันกรอด

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าปลาพวกนั้นจะกล้าดูแคลนข้า ดูสิว่าข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร!” ป๋ายเสี่ยวฉุนลุกขึ้นและปราดไปหยิบคันเบ็ดขึ้นมา มุ่งหน้าไปยังริมขอบของดอกบัวอีกครั้ง คราวนี้เขาเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ จนกระทั่งผ่านไปได้อีกหลายวัน

ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ถอนหายใจยาวเหยียด จำต้องล้มเลิกความคิดที่จะตกปลา

เพราะเขาพบว่าปลาที่อยู่ที่นี่มีสติปัญญาลึกล้ำอย่างแท้จริง ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนตำแหน่งในการตกปลาอย่างไรก็ต้องได้เห็นสายตาเย้ยหยันดูแคลนของพวกปลามังกรสวรรค์ที่มาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่แถวคันเบ็ดเสมอ

เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน ต้องคอยทนรับสายตาเยาะเย้ยจากปลามังกรสวรรค์เกินหลายพันตัว ป๋ายเสี่ยวฉุนก็รู้สึกเพียงว่าฟ้าดินมืดดำ และข่าวเรื่องที่เขามาตกปลาก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วกลุ่มชนชั้นสูงของนครจักรพรรดิเซิ่ง

“เจ้าพระยาทงเทียนไปตกปลากับเขาด้วย?”

“สมกับเป็นพวกบ้านนอกป่าเถื่อนจริงๆ วันนั้นตอนอยู่ในที่ประชุม เห็นฝีปากของเขาก็ยังนึกไปว่าจะเป็นคนที่ร้ายกาจอะไร ตอนนี้มาลองดูอีกทีก็เป็นแค่คนโง่เง่าคนหนึ่งเท่านั้น แค่นี้ก็มองไม่ออกถึงกลยุทธิ์ของจักรพรรดิเซิ่ง หากเขาตกปลาขึ้นมาได้จริง ข้าผู้อาวุโสจะเปลี่ยนไปใช้แซ่ตามเขาเลย!”

“ดูท่านับแต่นี้ไปบนใบบัวของนครจักรพรรดิเซิ่งเราคงมีคนดึงดันอย่างไห่เฉินต้าจุนเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งแล้ว” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยแพร่ไปทั่วกลุ่มชนชั้นสูงของนครจักรพรรดิเซิ่ง ไม่มีเจตนาดี มีเพียงคำเสียดสีดูแคลนเท่านั้น

เดิมทีพวกเขาก็ดูถูกคนของโลกทงเทียนอยู่แล้ว ท่าทีของพวกเขาที่มีต่อป๋ายเสี่ยวฉุนจึงแทบไม่ต่างจากท่าทีที่กู่เทียนจวินมีต่อป๋ายเสี่ยวฉุนในคราวนั้น

ในความคิดของพวกเขา คนของโลกทงเทียนก็เป็นแค่พวกที่มาพึ่งพาพวกเขา และเป็นเพราะราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งสงสารพวกเขาถึงได้รับตัวเอาไว้ก็ท่านั้น

จักรพรรดิเซิ่งเองก็ย่อมรู้เรื่องที่ป๋ายเสี่ยวฉุนไปตกปลา พอได้ยินเรื่องนี้เขาก็ส่ายหน้าหัวเราะ

“ก็ดี ในเมื่อเจ้าพระยาทงเทียนผู้นี้ยอมตกปลาอยู่อย่างสงบก็จะได้ไม่ต้องให้ข้าผู้เป็นจักรพรรดิเปลืองแรงหาวิธีมาจัดการกับเขา”

ตลอดทั้งราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งมีเพียงหลิวหย่งคนเดียวเท่านั้นที่พอได้ยินเรื่องนี้ก็ถึงกับตื่นตระหนกอย่างหนัก สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รีบร้อนถวายฎีกาอีกครั้ง ถ้อยความในฎีกาคร่ำครวญว่าหากยังให้ป๋ายเสี่ยวฉุนตกปลาต่อไป เกรงว่าปลามังกรสวรรค์ของทั้งบ่อคงต้องเจอกับหายนะครั้งใหญ่

เพียงแต่เนื่องจากเดิมทีเขาเองก็เป็นคนของโลกทงเทียน คำพูดของเขาจึงไม่มีใครใส่ใจเท่าใดนัก ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซิ่งที่ได้อ่านฎีกาฉบับนั้นก็ยังโยนทิ้งไว้ด้านข้าง คิดว่าเป็นเพียงคำพูดปลุกระดมให้คนหวาดหวั่นเกินเหตุเท่านั้น

และขณะที่ไม่ว่าจะเป็นสายตาของปลามังกรสวรรค์ในบ่อสวรรค์ หรือพวกขุนนางทั้งราชสำนักนอกบ่อสวรรค์ล้วนมองมายังป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยความดูหมิ่นนั้นเอง ในที่สุดความอดทนของป๋ายเสี่ยวฉุนก็ถูกนำมาใช้จนหมดสิ้นไม่มีเหลือ

“ท่านย่าเจ้าเถอะ ข้าผู้อาวุโสไม่ตกมันแล้ว!” ป๋ายเสี่ยวฉุนโมโหแล้ว เขาจ้องปลามังกรสวรรค์ที่แหวกว่ายส่ายหางอยู่ในน้ำและคอยหันกลับมามองเย้ยตนเป็นระยะ ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆ แสยะยิ้มชั่วร้าย แผ่อำนาจจิตออกไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็รีบฉวยโอกาสหยิบเอายาหลอนประสาทเม็ดหนึ่งออกมาจากในถุงเก็บของแล้วโยนไปในบ่อสวรรค์

ยาหลอนประสาทเม็ดนี้แค่โดนน้ำก็หลอมละลายทันที ไร้สีไร้กลิ่น และยิ่งยากที่ใครจะจับได้ พริบตาเดียวก็แพร่กระจายออกไปในน้ำ ครั้งจึงถูกปลามังกรสวรรค์กินเข้าไป

มองปลามังกรสวรรค์ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็แค่นเสียงเย็นอยู่ในลำคอ ก่อนจะหมุนกายจากไป หลังจากวันนั้นเขาก็จะมาเดินอยู่ตรงริมขอบใบบัวเป็นประจำ พอไม่มีใครสนใจ ขากางเกงของเขาก็จะกางออกกว้าง ยาหลอนประสาทเม็ดหนึ่งกลิ้งหลุนๆ ไปตามกางเกง หล่นจ๋อมลงไปในน้ำ

เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจจากคนอื่น แต่ละวันป๋ายเสี่ยวฉุนจะไม่โยนยาทีละเยอะๆ แต่จะโยนไปแค่สามเม็ดเท่านั้น น้อยหน่อยก็แค่เม็ดเดียว เขารู้หลักการแทรกซึมไปทีละน้อย รักษาความมีน้ำอดน้ำทนเอาไว้ คอยโยนยาหลอนประสาทลงไปในน้ำตามจุดต่างๆ ติดต่อกันเกินครึ่งเดือนกว่า…

ไม่นาน จากที่ตอนแรกไม่มีปลามังกรสวรรค์ตัวไหนมีปฏิกิริยาตอบสนองกับยาหลอนประสาทก็ค่อยๆ เริ่มมีปลามังกรสวรรค์ไม่น้อยที่เหมือนจะว่ายน้ำวนไปวนมาด้วยความเร็วที่ถี่รัวมากขึ้นกว่าเดิม

จนกระทั่งถึงท้ายที่สุด ทุกครั้งที่ยาของป๋ายเสี่ยวฉุนหล่นลงไปในน้ำก็จะมีปลามังกรสวรรค์หลายตัวที่รีบพุ่งเข้ามาหาเขาแล้วกลืนกินน้ำที่มียาหลอนประสาทหลอมละลายคำใหญ่ทันควัน…

ยังดีที่ปกติแล้วยามมีคนมาตกปลา ปลามังกรสวรรค์พวกนี้ก็ชอบมารวมตัวกันและช่วยกันมองฝ่ายตรงข้ามอย่างดูแคลน แถมป๋ายเสี่ยวฉุนยังหาจุดลับตาคน เดิมทีทำอะไรก็ระมัดระวังมากพออยู่แล้วจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากใครเท่าใดนัก

และเพื่อความมั่นคงยิ่งกว่าเดิม ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงถือโอกาสแสร้งทำเป็นตกปลา เพื่อนำมาอำพรางการมารวมตัวกันของปลามังกรสวรรค์

ทุกครั้งที่เห็นท่าทางสวาปามน้ำในบ่อคำเบ้อเร่อของพวกปลามังกรสวรรค์ ในใจป๋ายเสี่ยวฉุนก็ให้ลำพองสุดขีด

“กะอีแค่ปลามังกรสวรรค์กระจอกๆ จะให้พวกเจ้าได้รู้ความร้ายกาจของนายท่านป๋ายเสียบ้าง ยาหลอนประสาทนี้ขนาดคนกินยังติดกันงอมแงม ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเจ้าจะไม่เสพติดมัน!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมาก เขามีความมั่นใจอย่างแรงกล้าต่อยาหลอนประสาท เชื่อว่าหลังจากที่ปลาพวกนี้กินน้ำละลายยาหลอนประสาทติดต่อกันเกินครึ่งเดือนจะต้องเกิดการพึ่งพาต่อยานี้เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วันแน่นอน

ลองคำนวณเวลาดู ช่วงเวลาต่อมาป๋ายเสี่ยวฉุนก็เลิกโยนยาหลอนประสาทเข้าไปในบ่อสวรรค์ เพราะเขาต้องการให้ปลามังกรสวรรค์พวกนี้เกิดอาการติดยา

จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งที่เขาเดินอยู่ริมขอบใบบัวก็เห็นว่ามีคนหลายคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง ทั้งยังเปล่งเสียงร้องอุทานตกใจ

“สวรรค์ ปลามังกรสวรรค์พวกนี้ฉลาดเกินไปแล้ว พวกเจ้าดูสิ มันถึงขนาดเลียนแบบการตกปลาได้ด้วย!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนรีบเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นทันทีว่ามีปลามังกรสวรรค์คาบสาหร่ายต้นหนึ่งไว้ในปากอยู่ใต้น้ำคล้ายเลียนแบบท่าทางของนักพรตยามตกปลา ป๋ายเสี่ยวฉุนตื่นเต้นทันควัน รู้ดีว่าช่วงเวลาที่ไฟกำลังคุกรุ่นได้ที่มาถึงแล้ว

ดังนั้นเขาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจึงรีบไปหยิบคันเบ็ดที่ถูยาหลอนประสาทเตรียมไว้เรียบร้อยนานแล้วออกมา หลังจากกวาดตามองไปรอบด้านก็พบว่าจุดที่ไห่เฉินต้าจุนนั่งตกปลาอยู่ถือว่ากว้างขวางมาก ทั้งเงียบสงบ ทั้งยังเหมาะแก่การตกปลา จึงวิ่งเข้าไป หาจุดที่ห่างจากไห่เฉินต้าจุนไม่ไกลนัก แล้วเตรียมจะเหวี่ยงเบ็ดตกปลาลงไป

ไห่เฉินต้าจุนขมวดคิ้ว เขารู้จักป๋ายเสี่ยวฉุน รู้ว่าอีกฝ่ายคือเจ้าพระยาทงเทียน ทว่าแต่ไรไหนมาทัศนคติที่เขามีต่อโลกทงเทียนก็เหมือนกับคนอื่นๆ อีกอย่างที่นี่คือจุดตกปลาของเขา และเป็นอย่างนี้มาหนึ่งร้อยว่าปีแล้ว เจ้าพระยาทงเทียนผู้นี้พาตัวมาเองโดยไม่ได้รับเชิญ ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์นัก

ยิ่งเห็นว่าคันเบ็ดตกปลาของป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นเพียงคันเบ็ดธรรมดาๆ ทั่วไป เทียบกับคันเบ็ดตกปลาที่ทำมาจากหยกอ่อนที่ทั้งยืดหยุ่นแข็งแกร่ง และทั้งแผ่ปราณวิญญาณออกมาได้ของตัวเองไม่ติดฝุ่น บวกกับที่ป๋ายเสี่ยวฉุนกำลังคาดหวังท่าทางจึงดูลุกลี้ลุกลน นี่จึงยิ่งทำให้ไห่เฉินต้าจุนไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่

ในฐานะที่เป็นผู้แข็งแกร่งครึ่งเทพรุ่นเดียวกับกู่เทียนจวินซึ่งอยู่มานาน อีกทั้งยังเคยมีบุญคุณคอยชี้แนะเฉินซู ประสบการณ์และวัยวุฒิของเขาในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งจึงลึกล้ำอย่างถึงที่สุด ยามนี้จึงเหลือบตาขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเรียบเฉย

“สวัสดีเจ้าพระยาทงเทียน”

“เจ้าพระยาทงเทียน การตกปลาจะใจร้อนไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าใจหลักการที่ว่าได้มาครองเพราะข้าโชคดี สูญเสียไปเพราะชะตาข้าไม่ดี เมื่อรู้หลักการนี้ จิตใจจะได้สงบสุข และเมื่อจิตใจเข้าใจฟ้าดิน ฟ้าดินยอมรับหมื่นสรรพสิ่ง หมื่นสรรพสิ่งมีปัญญา สรรพชีวิตขานรับตอบสนองกันก็ย่อมทำให้ปลามังกรสวรรค์สัมผัสได้ จากนั้นก็จะเป็นฝ่ายกลับมาหาด้วยตัวเอง กลายมาเป็นโชควาสนาที่ได้พานพบ นี่ก็คือชีวิตคน”

“คนทั้งโลกต่างก็พูดกันว่าข้าผู้อาวุโสกำลังตกปลา แต่ในความเป็นจริงแล้วข้าผู้อาวุโสกำลังตรึกตรองถึงชีวิตคน และหากเจ้าจะยังใจร้อนอยู่แบบนี้ก็อย่ามัวเปลืองเวลาอยู่อีกเลย” ไห่เฉินต้าจุนเอ่ยเนิบช้า แล้วก็คล้ายจะมีกลิ่นอายของความหลุดพ้นแผ่ออกมาจากร่างของเขาได้รำไร

ป๋ายเสี่ยวฉุนตะลึงงัน รู้สึกว่าตาแก่นี่พูดอะไรลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ตนฟังไม่เข้าใจ อีกทั้งยังรู้สึกว่าท่าทางการตกปลาของอีกฝ่ายคล้ายจะร้ายกาจไม่เบา ดังนั้นพอพยักหน้ารับก็เหวี่ยงสายเบ็ดลงไปในบ่อสวรรค์แล้วเริ่มตกปลาอย่างไม่คิดอะไรมาก

ไห่เฉินต้าจุนที่เห็นว่าป๋ายเสี่ยวฉุนกลับยังเลือกที่จะตกปลาเหมือนเดิม ในใจก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ขณะเดียวกันความดูแคลนก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตา

“เจ้า…”

ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ผิวน้ำก็เกิดริ้วคลื่นกระเพื่อมพร้อมกับเสียงแผ่วเบา…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version