Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1587


ตอนที่ 1587 รสชาติดี!

“เรือกระดาษ?” จางเซวียนผงะ “ขนาดของล้ำค่าระดับเซียนขั้นสูงสุดยังทนแรงกัดกร่อนของน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลไม่ไหว แล้วเดินทางโดยใช้เรือกระดาษจะปลอดภัยได้อย่างไร?”

เรื่องนี้ดูเหลือเชื่อ

แม้แต่นักรบระดับเซียนขั้น 9 สูงสุดก็ไม่สามารถทำลายของล้ำค่าระดับเซียนขั้นสูงสุดได้ และของล้ำค่าระดับนั้นก็ไม่สามารถต้านทานแรงกัดกร่อนของน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลได้เช่นกัน ในขณะที่แม้แต่คนธรรมดาก็ยังฉีกกระดาษได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดีที่จะคิดว่าเรือกระดาษลำหนึ่งจะล่องข้ามแม่น้ำสายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

“พูดตามตรงนะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องนี้อยู่เหนือความเข้าใจของผม ว่ากันว่ามันเป็นกรรมวิธีที่ปรมาจารย์ขงคิดค้นขึ้น แต่ศาสตร์นั้นก็สูญหายไปเนิ่นนานแล้ว ดูเหมือนว่าแม้แต่สภาปรมาจารย์ก็ไม่มีบันทึกไว้!” หวู่เฉินส่ายหน้า

“นั่นหมายความว่าเราไม่มีทางข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หรือ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

เท่าที่ฟัง เขาก็พอจินตนาการได้ว่ามันจะยุ่งยากขนาดไหนหากต้องสร้างสะพานแห่งเมืองบาดาลขึ้นมา และเขาก็ไม่รู้วิธีสร้างมันด้วย แล้วจะมีอะไรที่ทำได้อีก?

ต้องจอดอยู่ตรงนี้อย่างจนปัญญาหรือ?

“ถ้าเป็นโอกาสอื่น ผมก็ยังพอจะข้ามแม่น้ำสายนี้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่เพราะตอนนี้ผมมีพละกำลังไม่มากพอและขาดแคลนทรัพยากร จึงเกรงว่าจะทำอะไรได้ไม่มาก” หวู่เฉินตอบอย่างอับจนหนทาง

“เอ่อ…” จางเซวียนหันไปมองหลัวลั่วชิง ซึ่งเธอก็ส่ายหน้า

“ฉันพอรู้วิธีที่จะทำให้เราข้ามแม่น้ำได้ แต่ด้วยพละกำลังของฉันตอนนี้ คงจะยากสักหน่อยที่จะสำแดงมันออกมา”

“ผมเข้าใจ ผมจะพยายามหาทางเลือกอื่น!” จางเซวียนพูด

ในเมื่อเจ้าสี่คนนั่นที่ออกเดินทางก่อนหน้าพวกเขาข้ามแม่น้ำไปได้ หากพวกเขายังมัวเสียเวลาอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องรางลำดับแรกอาจจะตกเป็นของพวกมันก่อนที่ทั้งสามจะทันได้เห็นเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็เดินไปที่แม่น้ำและทาบฝ่ามือลงไป

“คุณเสียสติไปแล้วหรือไง!” เห็นชายหนุ่มใช้มือสัมผัสน้ำโดยตรง หวู่เฉินแทบลมจับด้วยความตกตะลึง

หมอนี่คงอยากตายเต็มที?

หวู่เฉินกำลังจะเข้าไปกระชากชายหนุ่มออกมา ก็พอดีกับที่เห็นสีหน้าประหลาดของอีกฝ่าย จากนั้น ชายหนุ่มก็ดื่มน้ำในแม่น้ำเข้าไปเต็มอึก แถมยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากหลังจากกลืนน้ำลงไป

สายตาของเขาเป็นประกาย เขาอุทานด้วยความตื่นเต้น “รสชาติดีจริงๆ ! มาลองชิมสักหน่อยสิ!”

“ลองชิม?” หวู่เฉินแทบลมจับอีกครั้ง

ก็ตามชื่อของมัน น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลจะทำให้ใครก็ตามที่กล้าสัมผัสมันต้องไปเกิดใหม่

แต่หมอนี่ไม่เพียงแต่จะสัมผัสมัน ยังดื่มมันเข้าไปด้วย…

จะอึดถึกทนทานอะไรกันขนาดนั้น?

“พูดจริงๆ นะ คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า?” จางเซวียนถามขณะดื่มน้ำเข้าไปอีกอึก ความสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา

ราวกับได้ดื่มน้ำทิพย์แห่งชีวิต!

เด็กชายบรรยายถึงน้ำนี้ไว้ว่าอันตรายเสียจนแม้แต่นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่อยากแตะต้อง แต่เมื่อเขาสัมผัสมัน เขากลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย

จางเซวียนใช้หอสมุดเทียบฟ้ากับน้ำนี้แล้ว และมันก็ไม่ได้น่าสะพรึงอย่างที่เด็กชายพรรณนาไว้

ซึ่งไม่เพียงแต่จะไม่อันตราย ยังมีรสชาติเยี่ยมด้วย เด็กชายพยายามจะทำให้เขาหวาดกลัวหรือ?

“……”

เห็นชายหนุ่มไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลเลย ไม่แม้แต่จะได้รับบาดเจ็บสักนิดทั้งที่ดื่มมันเข้าไปเต็มๆ หวู่เฉินได้แต่อ้าปากค้างและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

นี่เขาเข้าใจอะไรผิดจริงๆ หรือเปล่า?

เมื่อเกิดความคิดนั้นขึ้นมา หวู่เฉินเดินไปที่แม่น้ำและจุ่มนิ้วลงไป

ซรืดดดดด!

ความเจ็บปวดจับขั้วหัวใจพุ่งเข้าโจมตีเขา หวู่เฉินรีบดึงนิ้วออกราวกับสายฟ้าฟาด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไหม้เกรียม หากเขาช้ากว่านี้อีกหน่อย คงสูญเสียทั้งนิ้วแน่!

เด็กชายกัดฟันกรอดเพื่อระงับความเจ็บปวด เขามองชายหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็กำลังเล่นน้ำอย่างชื่นบานราวกับเด็กน้อย ทำเอาหวู่เฉินแทบปล่อยโฮ

เด็กชายมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในพละกำลังของตัวเองมาตลอดแม้เมื่อเทียบกับคนทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์ ไม่คิดว่าจะมีใครเทียบชั้นกับเขาได้ แต่ถึงอย่างนั้น นิ้วของเขาก็ไหม้เกรียมทั้งที่สัมผัสน้ำเพียงนิดเดียว แล้วชายหนุ่มที่ทั้งดื่มทั้งอาบ…ทำไมถึงไม่เป็นอะไร?

มันไม่สมเหตุสมผลเลย!

“ไม่ใช่แล้วล่ะ มันไม่ถูก…มีบางอย่างผิดปกติกับกายเนื้อและจิตวิญญาณของคุณ!” หวู่เฉินตาโต เพราะความประหลาดใจและความคิดที่เพิ่งคิดขึ้นได้

“มีความผิดปกติกับกายเนื้อและจิตวิญญาณของผม?” จางเซวียนหยุดเล่นน้ำและหันมามองเด็กชายด้วยความสงสัย

แม้กายเนื้อของเขาจะได้รับการบ่มเพาะจากเคล็ดวิชาร่างนวโลหะ และมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับของล้ำค่าระดับเซียนขั้นสูงสุด แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับนักรบระดับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้น 4 ชั่วกัลปาวสาน ในเมื่อเด็กชายสามารถท้าทายได้แม้แต่ปรมาจารย์หยาง ก็แปลว่าอีกฝ่ายน่าจะสำเร็จวรยุทธขั้นนั้นแล้ว

พูดตามตรง เขาเองก็ไม่เข้าใจในการพลิกผันอย่างประหลาดของเหตุการณ์ครั้งนี้

“ผมสัมผัสได้ถึงการปรากฏของสายฟ้าในกายเนื้อและจิตวิญญาณของคุณ มันคือพลังงานสายฟ้าที่ทำให้อานุภาพกัดกร่อนของน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลเสื่อมสลายไป!” หวู่เฉินพูด

“สายฟ้า?”

“ใช่แล้ว น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลซ่อนลึกอยู่ใต้ดิน ทั้งเย็นเยือกและน่าขนลุก แต่สายฟ้าเป็นองค์ประกอบของพลังหยางบริสุทธิ์ เป็นการปลดปล่อยอำนาจสวรรค์ เมื่อเผชิญหน้ากับสวรรค์ เหล่าปีศาจของเมืองบาดาลจะไม่กล้าล้ำเส้นของพวกมัน” หวู่เฉินอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ “ว่าแต่…ทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณของคุณรับเอาพลังสายฟ้าเข้าไปโดยไม่บุบสลายได้อย่างไร?”

แม้บรรดานักรบจะต้องเผชิญกับการทดสอบสายฟ้านับตั้งแต่วรยุทธขั้นการละทิ้งช่องว่างเป็นต้นไป แต่พวกเขาก็มีบทบาทเป็นเพียงผู้รับ คือกัดฟันทนและภาวนาให้การทดสอบสายฟ้าสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งของโลกใบนี้ที่สามารถฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีองค์ประกอบของสายฟ้า แต่แม้คนเหล่านั้นก็ไม่อาจซึมซับสายฟ้าเข้าสู่กายเนื้อและจิตวิญญาณได้โดยปราศจากความบอบช้ำ โดยเฉพาะความบอบช้ำที่จะเกิดขึ้นกับจิตวิญญาณ

แม้จะเป็นจิตวิญญาณต้นกำเนิด แต่ก็ยังอ่อนแอหากต้องเผชิญกับสายฟ้า เหมือนกับไฟที่เป็นศัตรูคู่อริกับน้ำแข็ง

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขายังไม่ได้สำเร็จวรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ แต่ทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณของเขามีพลังสายฟ้าบรรจุอยู่เต็ม เพราะพลังสายฟ้านี้ที่ปกป้องเขาเอาไว้จากฤทธิ์กัดกร่อนของน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาล!

“ผมเข้าใจแล้ว…” จางเซวียนนัยน์ตาเบิกโพลง

เขาใช้เวลาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาซึมซับพลังงานสายฟ้าจากการทดสอบสายฟ้าเพื่อฝ่าด่านวรยุทธ ดังนั้นทั้งร่างกายและจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาจึงซึมซับพลังสายฟ้าเอาไว้เต็มเปี่ยม ถ้าน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลหวาดกลัวพลังของสายฟ้าจริงๆ ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงมีฤทธิ์ต้านทานอนุภาพกัดกร่อนนั้น

“ในเมื่อพลังสายฟ้าทำลายฤทธิ์กัดกร่อนของน้ำสีเหลืองนี้ได้ เราจะข้ามแม่น้ำได้อย่างง่ายดายไหมหากเรียกการทดสอบสายฟ้ามาที่นี่?” จางเซวียนตาโตเมื่อเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

ขอแค่พวกเขาเรียกเอาบางอย่างที่น้ำสีเหลืองนี่หวาดกลัวมาได้ ก็น่าจะสามารถกดข่มอานุภาพของมันและข้ามแม่น้ำไปได้อย่างง่ายดาย

“เรียกสายฟ้า?” ได้ยินคำพูดเหลวไหลจากปากของชายหนุ่ม หวู่เฉินได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “คุณพูดง่ายเกินไปแล้ว สายฟ้าคืออำนาจสวรรค์ ถึงการเรียกการทดสอบสายฟ้ามาระหว่างการฝ่าด่านวรยุทธจะเป็นไปได้ แต่ในหมู่พวกเราตอนนี้ จะมีใครฝ่าด่านวรยุทธล่ะ? หรือลองถอยไปก้าวหนึ่ง ต่อให้เราเรียกการทดสอบสายฟ้ามาได้สำเร็จ เราก็จะมีภาระที่ต้องรับมือกับมัน แล้วจะเอาช่วงเวลาไหนข้ามแม่น้ำ?”

มีหลายครั้งที่ชายหนุ่มทำในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ได้สำเร็จ มองเห็นถึงแก่นแท้ของหลายสิ่งหลายอย่างโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นมาก่อน แต่ก็มีอยู่บ่อยครั้งที่เขาทำตัวเหมือนไม่รู้ประสีประสา พูดอะไรที่ดูจะไม่มีสามัญสำนึกเอาเสียเลย

การทดสอบสายฟ้าคือการลงทัณฑ์จากสวรรค์…จะต้องซื่อบื้อขนาดไหนถึงคิดว่าจะเรียกมันมาเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำ?

เมื่อเห็นว่านี่คือสิ่งที่เด็กชายกังวล จางเซวียนตอบ “อย่าห่วงเลย นั่นไม่ใช่ปัญหา…”

เขาสะบัดข้อมือ แล้วอสูรระดับเซียนตัวหนึ่งก็บินออกมาจากแหวนเก็บสมบัติของเขาและลอยตัวอยู่กลางอากาศ แผ่รังสีอันน่าสะพรึงออกมา

อสูรมังกรบาดาล!

“ฉันตรวจสอบน้ำนี้แล้ว น้ำนี้จะช่วยให้แกฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จ ฉันจะชี้แนะข้อบกพร่องในวรยุทธให้แกเดี๋ยวนี้แหละ ใช้น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลนี้กระตุ้นจุดชีพจรตามที่ฉันบอกนะ แล้วแกจะฝ่าด่านไปสู่วรยุทธขั้นต่อไปได้…” จางเซวียนมองอสูรมังกรบาดาลที่ลอยตัวอยู่เหนือเขาและสั่งการ

อสูรมังกรบาดาลมีพลังเย็นของเมืองบาดาล การซึมซับพลังจิตวิญญาณที่มีองค์ประกอบเดียวกันจะช่วยยกระดับวรยุทธของมันได้ และน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลก็เป็นแหล่งพลังงานชั้นดี แม้อานุภาพกัดกร่อนอาจสร้างความบอบช้ำให้มันบ้าง แต่ถ้าระมัดระวัง ก็จะได้ผลที่คาดไม่ถึง

บางที มันอาจจะฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version