ตอนที่ 1588 ให้คำชี้แนะการทดสอบสายฟ้า
“วรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นปราการด่านสำคัญที่สุดสำหรับนักรบระดับเซียนมันเหมือนการก้าวข้ามช่องว่างระหว่างโลกกับสวรรค์สำหรับมนุษย์คนหนึ่งและยิ่งห่างไกลขึ้นไปอีกสำหรับอสูรระดับเซียนหากปราศจากสายเลือดที่บริสุทธิ์พอมันก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จแต่คุณต้องการให้มันฝ่าด่านวรยุทธได้ในตอนนี้และเรียกการทดสอบสายฟ้ามาหรือ?นี่คุณ…คุณพูดจริงๆ หรือเปล่า?” หวู่เฉินรู้สึกอยากจะคลุ้มคลั่งเต็มที
ดูเหมือนชายหนุ่มคนนี้จะกระโดดจากเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งแล้ว!
ถ้าการฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มันง่ายดายขนาดนั้นในโลกนี้ก็คงไม่มีนักรบมากมายที่ต้องเสียชีวิตไปพร้อมกับความเสียใจที่ไม่อาจก้าวข้ามขั้นสุดท้ายได้
และเรื่องนี้ก็ยิ่งร้ายแรงขึ้นไปอีกสำหรับอสูรระดับเซียนเงื่อนไขเกี่ยวกับสายเลือดของพวกมันนั้นเข้มงวดมากดังนั้นอสูรระดับเซียนจึงจำเป็นต้องได้รับการขัดเกลาสายเลือดก่อนที่จะทำการยกระดับวรยุทธแล้วจะใช้น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลขัดเกลาสายเลือดของพวกมันนี่นะ?
ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มจะคิดอะไรเหลวไหลได้ขนาดนี้!
หวู่เฉินหันไปมองหลัวลั่วชิงหวังว่าเธอจะคุยกับชายหนุ่มเรื่องความพยายามอันน่าจะสูญเปล่านี้แต่กลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้เธอเพียงแต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าพฤติกรรมของชายหนุ่มไร้สาระแม้แต่นิดเดียวอันที่จริงท่าทีของเธอยังดูเหมือนมั่นใจเต็มเปี่ยมในตัวเขาอีกด้วย!
ขนาดตัวเขาพูดแล้วว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลหลัวลั่วชิงก็ยังเชื่อมั่นในตัวหมอนั่น
หวู่เฉินกัดฟันด้วยความโมโหเขาหันกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้งและเห็นอีกฝ่ายเริ่มลงมือชายหนุ่มนำดาบออกมามากมายและจัดเรียงพวกมันต่อๆ กันจนเกิดเป็นเส้นตรงขึ้นจากนั้นเขาก็มัดอสูรมังกรบาดาลไว้กับดาบโดยใช้เส้นสายของพลังปราณ
เมื่อมองจากระยะไกลก็ดูเหมือนกับเหล็กเสียบเนื้อย่าง
หลังจากจัดการเรียบร้อยเขาก็จุ่มมือลงไปในแม่น้ำและวักน้ำขึ้นมา
ซรืดดดดด!
น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลถูกโปรยลงบนร่างอสูรมังกรบาดาลเกิดรอยไหม้ที่เกล็ดของมันทันที
“โธ่เอ๋ยชาติก่อนอสูรมังกรบาดาลทำบาปทำกรรมอะไรไว้นะชาตินี้ถึงต้องมาเป็นอสูรของหมอนี่สิ่งนี้ไม่มีทางช่วยยกระดับวรยุทธของมันได้หรอกมีแต่จะสังหารมันเท่านั้น…” หวู่เฉินได้แต่ส่ายหน้า
อสูรมังกรบาดาลดูเหมือนจะไว้ใจจางเซวียนอย่างลึกซึ้งแต่ราคาของความไว้ใจของมันกลับลงเอยด้วยการต้องถูกน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลกัดกร่อนจนตายมันช่างโชคร้ายเหลือเกิน
หวู่เฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่และไม่อาจมองภาพนั้นได้อีกเขากำลังจะเบนสายตาไปจากอสูรมังกรบาดาลแต่ดูเหมือนว่าการที่เขาเฝ้ามองอสูรมังกรบาดาลถูกน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลกัดกร่อนนั้นจะยังไม่สาแก่ใจอีกฝ่ายชายหนุ่มนำดาบอีกโหลหนึ่งออกมาและปักมันลงไปในร่างของอสูรมังกรบาดาล
ทันทีที่ดาบถูกปักลงไปน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลก็ซึมซาบเข้าสู่ร่างอสูรมังกรบาดาลทันทีและดูเหมือนจะมีบางอย่างถูกกระตุ้นร่างของอสูรระดับเซียนขั้น9สั่นสะท้านอย่างรุนแรงและครู่ต่อมาพละกำลังทำลายล้างก็ระเบิดออกจากร่างของมัน
ดูเหมือนสายเลือดของมันจะถูกเติมเต็มด้วยน้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลในชั่วพริบตานั้นทำให้ความบริสุทธิ์ของสายเลือดก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของมันยังได้รับการบ่มเพาะในชั่วพริบตาวรยุทธของมันก็พุ่งพรวดขึ้นไปถึงระดับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นการพักฟื้นภายใน
ครืนนนนน!
เสียงดังสนั่นกึกก้องราวกับมีพายุนับไม่ถ้วนค่อยๆ ไล่เข้ามาบ่งบอกถึงพละกำลังที่แทบจะฉีกท้องฟ้าให้ขาดเป็น2ส่วนได้
“เขาเรียกการทดสอบสายฟ้ามาได้จริงๆ …” นัยน์ตาของหวู่เฉินแทบปะทุออกจากเบ้าเขาทึ้งผมจากศีรษะหลุดมาเป็นกระจุก
เขาเคยคิดว่าเรื่องนี้เหลวไหลสิ้นดีแต่ชายหนุ่มกลับช่วยอสูรมังกรบาดาลให้ฝ่าด่านวรยุทธได้แถมเรียกการทดสอบสายฟ้าได้จริงอีกด้วยไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้มีกรรมวิธีการฝ่าด่านวรยุทธที่เกิดขึ้นได้เพียงแค่มัดตัวเองไว้ราวกับเหล็กเสียบเนื้อย่างใช้สารหล่อลื่นและจ้วงแทง…เขาเพิ่งจะตาสว่างก็วันนี้!
ว่าแต่…เรียกการทดสอบสายฟ้ามาแล้วได้ประโยชน์อะไร?
อย่างกับพวกเขาจะใช้มันข้ามแม่น้ำได้อย่างนั้นแหละ!
หวู่เฉินหันกลับไปมองด้วยความสงสัยอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอะไรต่อไปซึ่งก็เห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มอ่อนโยนให้หมู่เมฆครึ้มที่ก่อตัวอยู่กลางอากาศ “เล่ยเล่ยน้อยมาเสียทีนะมาอยู่ข้างๆ พี่เซวียนนี่ฉันอยากให้แกพาพวกเราข้ามแม่น้ำ!”
ครืนนนน?
การทดสอบสายฟ้าที่อยู่กลางอากาศสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะส่งเสียงคำรามแต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งสายฟ้าหนึ่งสายก็แหวกอากาศลงมาก่อตัวเป็นสะพานขนาดใหญ่ที่แข็งแรงมั่นคง
“ไปกันเถอะ!” จางเซวียนพูด
เขาเก็บอสูรมังกรบาดาลกลับเข้าไปในรังนางพญามดเพื่อให้มันค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับพละกำลังที่ได้มาใหม่ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนสะพานสายฟ้าจากนั้นก็เร่งรีบสาวเท้าไปยังอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำ
“มี…มีวิธีการแบบนี้ด้วยหรือ?” หวู่เฉินพูดไม่ออก
เขาเคยเห็นนักรบฝึกอสูรให้เชื่องทำให้อาวุธยอมจำนนและแม้แต่ทำให้มนุษย์ยอมจำนนได้…แต่ไม่เคยเห็นใครทำให้การทดสอบสายฟ้ายอมจำนนได้มาก่อน
ภาพที่เห็นทำให้เขาแสนจะสับสนระหว่างสิ่งที่เป็นไปได้กับเป็นไปไม่ได้!
“มาเถอะ”
ขณะที่หวู่เฉินยังคงจังงังก็ได้ยินเสียงเรียกของหลัวลั่วชิงจากนั้นก็เห็นเธอก้าวขึ้นไปบนสะพานสายฟ้าแล้วเดินช้าๆ ไปยังอีกฝั่ง
“ช่างมันเถอะคิดมากตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์…” เห็นทั้งคู่ล่วงหน้าไปแล้วหวู่เฉินรู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่ควรจะมัวจังงังจึงรีบตามไป
สายฟ้าสีน้ำเงินที่มีพลังมหาศาลแลบแปลบปลาบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาแต่ไม่เหมือนกับการทดสอบสายฟ้าทั่วไปมันไม่ได้ทำอันตรายเขาเลยแม้แต่น้อยกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและช่วยเยียวยา
เมื่อมีสายฟ้าอยู่น้ำสีเหลืองแห่งเมืองบาดาลก็ไม่กล้าแผลงฤทธิ์มันได้แต่สงบนิ่งอย่างว่าง่าย
พวกเขาไม่น่าจะข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หากปราศจากเรือแห่งเมืองบาดาลหรือสะพานแห่งเมืองบาดาลแต่ใครจะไปคิดว่าจะทำได้โดยใช้วิธีการที่แสนจะเหลือเชื่อเขาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นแค่ความฝันหรือเปล่า
หวู่เฉินมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับปรมาจารย์ชั้นยอดมากมายนับไม่ถ้วนและคนเหล่านั้นก็ล้วนแต่มีความปราดเปรื่องอย่างน่าทึ่งแต่ก็ไม่มีสักคนที่ทำได้แบบนี้
อันที่จริงแม้แต่ปรมาจารย์ขงก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน!
ไม่ช้าทั้งสามก็ข้ามไปถึงอีกฝั่งของแม่น้ำหลังจากที่ลงจากสะพานสายฟ้าแล้วจางเซวียนหันกลับไปยิ้ม “ตอนนี้แกกลับไปได้แล้วล่ะฉันจะเรียกหาแกใหม่เมื่อฉันต้องการอ้อฉันเห็นนะว่าแกทำอะไรผิดพลาดหลายอย่างตอนที่รวบรวมพลังงานสายฟ้าเข้าด้วยกันก่อนหน้านี้ทำให้การรวบรวมพลังต้องล่าช้าไปโดยไม่จำเป็นและผลที่ได้ก็ออกจะอ่อนด้อยไปหน่อยถ้าแกมีเวลาล่ะก็มาตามหาฉันนะฉันจะให้คำชี้แนะเพื่อที่แกจะได้พัฒนาตัวเอง!”
ครืนนนน!
สายฟ้าคำรามตอบดูเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
มันสามารถ…พัฒนาตัวเองได้จริงๆ หรือ?
เหมือนจางเซวียนจะเข้าใจความสงสัยนี้จึงเอาสองมือไพล่หลังขณะพยักหน้า “แกมีข้อบกพร่องทั้งหมด 7 ข้อฟังคำชี้แนะของฉันให้ดีนะฉันจะอธิบายข้อบกพร่องเหล่านั้นให้ฟังพร้อมกับวิธีการที่จะแก้ไขมันให้ค่อยๆ ดีขึ้นด้วย!”
ช่างน่าอายเถอะเหลือเกินที่เขาต้องรบกวนเล่ยเล่ยน้อยอยู่เรื่อยแต่ก่อนหน้านี้ตอนที่หมู่เมฆที่ก่อตัวเป็นพายุเริ่มรวมตัวกันนั้นเขาได้สังเกตกระบวนการดังกล่าวอย่างถี่ถ้วนโดยใช้หอสมุดเทียบฟ้าและพบว่ากระบวนการนั้นมีข้อบกพร่องมากมายจึงอยากจะชดเชยให้เล่ยเล่ยน้อยด้วยการมอบคำชี้แนะให้มันเมื่อเขามีเวลา
ครืนนนนน!
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นการทดสอบสายฟ้าก็คำรามอย่างตื่นเต้นก่อนจะค่อยๆ สลายตัวอย่างช้าๆ ต่อหน้าต่อตาทุกคน
“มันฟังคำสั่งของคุณจริงๆ ด้วย?แถมคุณยัง…สั่งสอนมันได้ด้วยหรือ?” เห็นการทดสอบสายฟ้าจากไปอย่างว่าง่ายราวกับเด็กน้อยหวู่เฉินทึ้งผมอย่างคลุ้มคลั่ง
“ใช่มันเป็นเด็กดี!” จางเซวียนตอบ
“เด็กดี?” หวู่เฉินแทบกระอักเลือดออกมา
การทดสอบสายฟ้าเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่านักรบแต่ละปีจะมีนักรบนับไม่ถ้วนที่ต้องตายด้วยน้ำมือของมันทำให้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างหวาดกลัวนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินใครคนหนึ่งเรียกการทดสอบสายฟ้าว่า ‘เด็กดี’!
ถ้าคำนี้แพร่งพรายออกไปนักรบทั่วโลกคงจะพากันเป็นบ้าไปหมดแน่!
เพราะถ้าแม้แต่การทดสอบสายฟ้ายังว่าง่ายโลกนี้จะยังเหลืออะไรอีก?
“แต่ถ้า…ถ้าการทดสอบสายฟ้าไม่มีข้อบกพร่องและรวมตัวกันได้เร็วกว่านี้นั่นหมายความว่าจะต้องมีนักรบเสียชีวิตเพราะมันมากขึ้นหรือเปล่า?” หวู่เฉินอดตั้งคำถามในใจไม่ได้
นอกจากหมอนี่จะทำให้การทดสอบสายฟ้าฟังคำสั่งของเขาได้เรื่องสำคัญกว่านั้นก็คือหากเขาแก้ไขข้อบกพร่องของมันและทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นได้จริงแล้วเหล่านักรบจะรับมือกับการทดสอบสายฟ้าได้ยากขึ้นหรือเปล่า?
อัตราการเสียชีวิตจะต้องสูงขึ้นแน่นอนถ้าการทดสอบสายฟ้าแข็งแกร่งขึ้นแบบนี้แล้วต่อไปใครจะกล้าฝึกฝนวรยุทธ?
“ไม่ต้องห่วงหรอกผมจะสอนมันให้พุ่งตรงเข้าจัดการจุดอ่อนของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเท่านั้นเพื่อที่ต่อไปมันจะได้เล่นงานเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ถึงอย่างไรผมก็พอมีเวลาว่าง…” จางเซวียนตอบพร้อมกับยักไหล่
“คุณ…” คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะพูดออกมาหน้าตาเฉยแบบนั้นหวู่เฉินถึงกับขนลุกขนชันขณะที่เขากำลังจะพูดต่อเสียงของหลัวลั่วชิงก็ดังขึ้น
“ดูนั่น!”
จางเซวียนกับหวู่เฉินรีบหันไปพวกเขาเห็นพระราชวังอยู่ไม่ห่างออกไปนักมันลอยสงบนิ่งอยู่กลางอากาศ
