Skip to content

Library Of Heaven’s Path 790


ตอนที่ 790 ดอกสิบใบ

“ไม่ทราบว่าคุณทั้งคู่ต้องการอะไร?” พนักงานต้อนรับยิ้มให้เมื่อเห็นจางเซวียนกับเว่ยชางเฟิง

พนักงานต้อนรับเป็นสุภาพสตรีอายุราว 30 ต้นๆ เธอสวมเสื้อคลุมนายแพทย์รัดรูปซึ่งขับเน้นเรือนร่างงดงาม

ก็เหมือนกับหลัวฉีฉี เธอเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นต่ำ, นักเรียนเกรด 2 เป็นไปได้ว่ามารับงานที่นี่เพื่อหวังคะแนนวิชาการเช่นกัน

“พวกเราอยากพบรองหัวหน้าโหยวฉู่” จางเซวียนตรงเข้าประเด็นทันที

“พวกคุณอยากพบรองหัวหน้า?” พนักงานต้อนรับชะงักไปเล็กน้อย เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสงสัย “คุณได้นัดหมายกับเขาไว้หรือเปล่า?”

“เปล่า!” จางเซวียนส่ายหน้า

พนักงานต้อนรับส่ายหน้าเช่นกัน “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องขออภัยด้วย รองหัวหน้าโหยวฉู่มีภารกิจรัดตัวมาก ฉันพาคุณไปพบเขาไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า”

ในฐานะรองหัวหน้าโรงเรียน, นายแพทย์ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด แม้แต่ขุนนางผู้สูงส่งของเมืองนี้ก็จะต้องนัดหมายล่วงหน้าหากจะขอพบเขา แล้วลำพังแค่นักเรียนคนหนึ่งจะเข้าพบเขาตามอำเภอใจได้อย่างไร?

เท่าที่เห็น อีกฝ่ายก็อายุยังน้อย น่าจะเป็นนักเรียนเกรด 1 ไม่สำคัญพอและไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะพบผู้จัดการหอคอยนายแพทย์ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับรองหัวหน้าโรงเรียน ช่างไม่รู้ประสีประสาอะไรเอาเสียเลย!

“แล้วพวกเราจะขอนัดหมายกับเขาได้อย่างไร?” จางเซวียนถาม

“ฉันก็ไม่รู้” เธอตอบฟึดฟัด

เธอคิดว่าได้ให้คำตอบกระจ่างแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเซ้าซี้ นัยน์ตาของเธอฉายความไม่พอใจขึ้นมาทันที

ส่วนจางเซวียนก็เกาหัวยิกอย่างลำบากใจ

เขาคิดว่าการขอพบรองหัวหน้าโหยวฉู่น่าจะเป็นเรื่องง่ายดาย เพียงแค่สอบถามเขาถึงสมุนไพร, ต่อรองราคา ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใครจะคิดว่าจะพบเจออุปสรรคตั้งแต่ก้าวแรก?

แต่มาคิดอีกที อีกฝ่ายก็มีตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์ ก็พอจะเข้าใจได้ หากเขายอมพบหน้าทุกคนที่มาขอพบ ก็คงไม่มีเวลาทำอะไรอื่น

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนพูดต่อ “ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ผมก็มีของบางอย่างที่หวังว่าคุณจะช่วยนำไปให้รองหัวหน้าโหยวฉู่แทนผมได้ บางทีเขาอาจจะเต็มใจพบผมหลังจากเห็นมัน”

“ขอโทษเถอะ แต่ฉันไม่ใช่เบ๊ของคุณนะ ถ้าอยากพบรองหัวหน้าล่ะก็ กลับมาใหม่เมื่อคุณมีคุณสมบัติเพียงพอก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันต้องขอตัวก่อน มีเรื่องต้องไปจัดการ”

เห็นอีกฝ่ายเซ้าซี้ไม่เลิก พนักงานต้อนรับส่ายหน้าอย่างไม่พอใจและปฏิเสธดื้อๆ แต่ขณะที่เธอกำลังจะไล่เขาออกไป อีกฝ่ายก็สะบัดข้อมือ แล้วตราสัญลักษณ์อันหนึ่งก็ปรากฏในมือของเขา

บนตราสัญลักษณ์นั้นมีรูปภาพอันสง่างามของบรรดาตึกสูงจารึกไว้บนนั้น มันเป็นรูปของสถาบันปรมาจารย์

ตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสหรือ?

คำพูดที่เธอกำลังจะพูดต่อหยุดกึกทันที

ในฐานะนักเรียนเกรด 2 เป็นธรรมดาที่เธอจะต้องรู้จักตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเหล่าผู้อาวุโสของสถาบัน แล้วนักเรียนใหม่มีของสำคัญแบบนั้นได้อย่างไร?

ระหว่างที่ยังตกตะลึงอยู่ ชายหนุ่มก็สะบัดข้อมืออีกครั้ง แล้วนำตราสัญลักษณ์อีก 2 อันออกมา

จางเซวียนวางตราสัญลักษณ์ทั้ง 3 อันลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยปาก “ผมมีตราสัญลักษณ์อยู่ 3 อัน คุณจะช่วยดูให้ดีๆ แล้วนำไปมอบให้รองหัวหน้าโหยวฉู่แทนผมจะได้ไหม?”

“เอ่อ” พนักงานต้อนรับพลิกตราสัญลักษณ์อันหนึ่งดูด้วยความอัศจรรย์ใจ และเห็นตัวอักษรสลักไว้ว่า ‘มั่วจู’

“มั่วจู? หัวหน้าโรงเรียนนักฝึกอสูร, หัวหน้ามั่ว?” เธอตัวสั่นด้วยความตกตะลึง

ด้วยริมฝีปากสั่นระริก เธอพลิกดูตราสัญลักษณ์อันที่ 2 แล้วก็แทบลมจับ

ที่จารึกไว้บนตราสัญลักษณ์อันที่ 2 คือชื่อของจ้าวปิงฉู

นั่นคือหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก, หัวหน้าจ้าว!

“เขามีทั้งตราสัญลักษณ์ของหัวหน้ามั่วและหัวหน้าจ้าวเลยหรือ?” เธอพึมพำอย่างตกตะลึงขณะยื่นมือสั่นเทาไปพลิกดูตราสัญลักษณ์อันที่ 3

เว่ยหรันเฉว่!

หัวหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์!

10 สุดยอดปรมาจารย์คือบุคคลชั้นนำของสถาบัน มีสถานภาพสูงส่งกว่าเธอมากนัก แม้จะเป็นถึงนักเรียนเกรด 2 แล้ว เธอก็ยังแทบไม่เคยได้พบพวกเขาตัวเป็นๆ ในสถาบันเลย จะได้เห็นไกลๆ ก็เฉพาะในงานเฉลิมฉลองประจำปีของสถาบันหรือการประลองประจำปีเท่านั้น

แต่ชายหนุ่มคนนี้นำตราสัญลักษณ์ของพวกเขาออกมารวดเดียวสามอัน

พนักงานต้อนรับแทบจะปล่อยโฮ

เธอนึกว่าเขาเป็นแค่นักเรียนใหม่ธรรมดาคนหนึ่ง ใครจะรู้ว่ามีแบ็คดีขนาดนี้?

ถ้าเก๋าขนาดนี้ล่ะก็ ตรงไปพบรองหัวหน้าโหยวฉู่เลยก็ได้ จะมามัวเสียเวลากับฉันทำไม?

เห็นอีกฝ่ายหน้าเสีย ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสงสัย “ตกลงว่าอย่างไร? สัญลักษณ์เหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์หรือ? ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ คนพวกนี้ก็พูดเสียเกินความจริง ถ้าตราสัญลักษณ์ใช้การไม่ได้ล่ะก็ ผมไปเรียกตัวพวกเขามาดีกว่าไหม?

“แค่ก แค่ก!” อีกฝ่ายตกตะลึงเสียจนแทบจะขาดใจตาย

ถึงกับกล้าพูดว่าหัวหน้าโรงเรียนทั้งสามพูดเกินความจริง และถึงกับเสนอจะไปเรียกตัวพวกเขามา

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเป็นใครกัน?

ไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอเพิ่งแสดงกิริยาไม่ดีใส่เขาไปเมื่อครู่

เธอหน้าซีดเผือดขณะที่ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ “ไม่ต้องหรอก แค่ตราสัญลักษณ์ก็พอแล้ว!”

ด้วยความกลัวว่าเหล่าหัวหน้าโรงเรียนจะไม่พอใจ พนักงานต้อนรับรีบส่งตราสัญลักษณ์คืนจางเซวียนก่อนจะเดินออกจากโต๊ะ “ตามฉันมา!”

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะหมายความตามนั้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาสามารถนำตราสัญลักษณ์สามอันของสามในสิบสุดยอดปรมาจารย์ออกมาได้ก็เกินพอแล้วที่จะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่ควรจะทำให้ขุ่นเคือง

“ขอบคุณมาก” เมื่อเห็นว่าตราสัญลักษณ์ใช้ได้ผล จางเซวียนก็พยักหน้าก่อนจะเดินตามพนักงานต้อนรับไปพร้อมกับเว่ยชางเฟิง

ไม่ช้า ทั้งสามก็มาถึงทางเข้าลานบ้านขนาดใหญ่

“นี่คือที่พักของรองหัวหน้าโหยวฉู่!” พนักงานต้อนรับชี้มือไป

จางเซวียนมองตาม

ก็สมฐานะกับที่เป็นที่พักของรองหัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์ มันมีขนาดใหญ่กว่าที่พักของหูเหยาเหย่ามาก แม้เขาจะมองเห็นค่ายกลที่อยู่โดยรอบได้ไม่ถนัดตานัก แต่ก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังจิตวิญญาณอันเข้มข้นที่อบอวลอยู่ในอากาศ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

พนักงานต้อนรับเดินไปเคาะประตู

แอ๊ด!

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเปิดประตูออกมา

“อาจารย์ซุน ชายสองคนนี้มาขอพบรองหัวหน้าโหยว” พนักงานต้อนรับรีบบอก

“ขอพบรองหัวหน้าโหยว?” ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ซุนขมวดคิ้ว

เขาหันไปมองจางเซวียน และหลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่รู้จัก ก็เบนสายตาไปมองเว่ยชางเฟิง ครู่ต่อมาก็ทำตาโต “นี่มันผู้จัดการเว่ยจากห้างสารพันจิตวิญญาณนี่! ผมจะไปรายงานท่านอาจารย์เดี๋ยวนี้ว่าคุณมาขอพบ!”

ในฐานะนักรบระดับเซียนและหนึ่งในคนดังของเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน เว่ยชางเฟิงเป็นที่รู้จักกันดีของใครต่อใคร

เมื่อได้ยินคำนั้น เว่ยชางเฟิงพยักหน้า

ขณะที่อาจารย์ซุนหันหลังกลับเข้าไปในบ้านพัก พนักงานต้อนรับก็แทบจะทรุดลงกับพื้นด้วยความสะพรึง

เพราะเว่ยชางเฟิงยืนเงียบๆ อยู่ข้างหลังจางเซวียนโดยไม่พูดอะไรเลย ทำท่าราวกับเป็นลูกน้อง เธอจึงเข้าใจว่าเขาไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไร นึกไม่ถึงเลยว่าเขานี่แหละคือผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณ!

มีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเป็นลูกน้อง ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน?

ไม่นานอาจารย์ซุนก็กลับมา เขาโค้งคำนับอย่างงามและเชิญทั้งคู่เข้าไปในบ้านพัก “ทางนี้เลย!”

“ขอบคุณมาก”

จางเซวียนก้าวเข้าไปในบ้านพัก ไม่ใส่ใจพนักงานต้อนรับที่ใกล้จะเสียสติเต็มที

ครู่ต่อมา กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรก็ลอยเตะจมูก พลังจิตวิญญาณเข้มข้นลอยอ้อยอิ่งอยู่ข้างหูของเขาราวกับพายุหมุนขนาดเล็ก เกิดเสียงนุ่มนวลน่าฟัง

ความสอดคล้องของพลังจิตวิญญาณ? จางเซวียนถึงกับผงะ

ปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากความสอดคล้องที่เกิดจากการรวมตัวกันของทรัพย์สมบัติล้ำค่ามากมาย

เมื่อมองไปรอบๆ ลานบ้าน จางเซวียนสะดุดตาเข้ากับสวนสมุนไพรขนาดเล็กทันที มันคือพื้นที่ที่ความสอดคล้องของพลังจิตวิญญาณแผ่ออกมา สมุนไพรทุกชนิดถูกปลูกไว้ในสวนแห่งนั้น ก่อเกิดเป็นความงดงามหลากสี แค่เห็นก็ทำให้พึงพอใจแล้ว

หญ้าหยินแตกซ่าน, ดอกสมานรอยยิ้ม, สเปียร์มิ้นต์เจ็ดหัวใจ มีสมุนไพรระดับเซียนอยู่มากมายไปหมด

จางเซวียนเลิกคิ้วด้วยความอัศจรรย์ใจ สวนนั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว แต่บรรจุสมุนไพรไว้หลายร้อยชนิด ซึ่งทุกชนิดก็ล้วนแต่เป็นสมุนไพรชั้นยอด มองปุ๊บก็รู้ทันที

เอ๊ะ? นั่นดอกสิบใบ? ขณะที่จางเซวียนเดินดูสมุนไพรพลางสำรวจอย่างถี่ถ้วน เขาก็พลันตาโต

ดอกสิบใบเป็นสมุนไพรระดับเซียนเช่นกัน

เมื่อเติบโตเต็มที่ ดอกไม้สิบสีต่างกันไปจะเบ่งบานออกมาจากทั้งสิบใบของสมุนไพรชนิดนั้น แต่ละดอกจะเชื่อมโยงกับสามหุนและเจ็ดโพของจิตวิญญาณมนุษย์ ถ้าเขาสามารถนำสมุนไพรระดับเซียนชนิดนี้ไปบ่มเพาะจิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนได้ จางเซวียนก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถปลุกเธอให้มีสติสัมปชัญญะดังเดิมได้ภายใน 1 สัปดาห์

ในตอนนั้นเอง เว่ยชางเฟิงก็ส่งโทรจิตถามเขา “นายน้อย ดอกสิบใบนั่นใช้การได้ใช่ไหม?”

เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็สะดุดตาเช่นกัน

เพื่อช่วยชีวิตลูกสาว เขาได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพรรักษาโรคมามากมาย ทำให้มีความรู้ในระดับที่ลึกซึ้งเอาการ

“ใช่ ดอกสิบใบจะช่วยชีวิตลูกสาวของคุณได้ แต่จะใช้การได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อดอกบานเต็มที่” จางเซวียนตอบรับ

ดอกสิบใบที่ปลูกอยู่ในสวนสมุนไพรแห่งนี้ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักหนึ่งกว่าจะบาน แต่เว่ยหรูเหยียนดูเหมือนจะรอได้อีกไม่นานนัก แต่ถึงแม้ประสิทธิภาพการรักษาจะลดลงหากใช้ดอกสิบใบที่ยังไม่โตเต็มที่ แต่ก็ใช้การได้ดีพอที่จะช่วยชีวิตเธอได้

เมื่อได้รับคำยืนยันจากนายน้อย เว่ยชางเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

ในตอนนั้นเอง อาจารย์ซุนก็รายงานด้วยเสียงกังวาน “ท่านอาจารย์ ผู้จัดการเว่ยอยู่ที่นี่!”

เมื่อมองตาม พวกเขาก็เห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งกำลังใส่ปุ๋ยให้กับสมุนไพร เขายืนก้มตัวอยู่ไม่ห่างออกไปนัก

ชายชราผู้นั้นดูมีอายุราว 60-70 ปี และมีเครายาวสีเทา

สมุนไพรที่เขากำลังใส่ปุ๋ยอยู่นั้นคือดอกไม้สีแดงก่ำซึ่งมีเส้นเลือดชัดเจนอยู่บนนั้น ชายชราขุดดินอย่างระมัดระวัง แล้วหยดของเหลวสีแดงก่ำลงไปก่อนจะกลบดินดังเดิม

ดอกเลือดปีศาจ? จางเซวียนขมวดคิ้ว

เขาเคยอ่านเจอในหนังสืออยู่ครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นสมุนไพรระดับเซียน แต่ก็มีคนจำนวนน้อยมากที่ปลูกมัน

ไม่ใช่เพราะดอกไม้ชนิดนี้ไม่น่าสนใจ แต่เพราะมันปลูกยากเกินไป

ดอกเลือดปีศาจต้องการการบ่มเพาะด้วยเลือดสดๆ ถึงจะมีชีวิตอยู่ได้!

แค่ปลูกดอกเลือดปิศาจดอกเดียวก็ต้องใช้เลือดของอสูรวิเศษมากกว่า 12 ตัว

ดูเหมือนรองหัวหน้าโหยวฉู่จะไม่ใช่หนุ่มๆ แล้ว

แม้จะหายาก แต่มันก็มีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง ทันทีที่โตเต็มที่ หากได้กินมันเข้าไปก็จะทำให้พลังชีวิตของผู้นั้นเพิ่มขึ้นอีกมาก รวมถึงยืดอายุขัยด้วย

นี่คือเหตุผลที่รองหัวหน้าโหยวฉู่หมั่นเอาใจใส่ดูแลมันเป็นพิเศษ

ไม่อย่างนั้น มันเรื่องอะไรที่ปรมาจารย์คนหนึ่งจะต้องลงทุนลงแรงดูแลสมุนไพรถึงขนาดนี้?

“อือ” ชายชราไม่หันมา เขาโบกมือให้อาจารย์ซุนเพื่อแสดงการรับรู้

อีกฝ่ายกลบดินบริเวณรอบๆ ต้นดอกเลือดปีศาจให้เรียบ แล้วล้างมือในอ่างล้างมือที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะหันมาทางพวกเขา

“ผมได้ยินชื่อเสียงของผู้จัดการเว่ยมานานแล้ว ยินดีที่ได้พบคุณ” รองหัวหน้าโหยวฉู่พูดยิ้มๆ

“ผมก็ได้ฟังกิตติศัพท์ความเก่งกาจของรองหัวหน้าโหยวฉู่เรื่องการปลูกสมุนไพรมานานแล้วเช่นกัน และต้องขอบอกว่าผมประทับใจมากกับสวนสมุนไพรของคุณ!” เว่ยชางเฟิงประสานมือคารวะ

“มันไม่ได้เรื่องได้ราวนักหรอก เป็นแค่งานอดิเรกของผมเท่านั้นเอง ไม่ทราบว่าผู้จัดการเว่ยมีธุระอะไรถึงมาเยี่ยมเยียนกันอย่างกะทันหันแบบนี้?” รองหัวหน้าโหยวฉู่ถาม

ในฐานะนักรบกระดับเซียน แม้ทั้งคู่จะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของแต่ละฝ่ายบ้างเป็นบางโอกาส

ดูเหมือนการมาเยือนของเว่ยชางเฟิงจะเป็นเรื่องธุรกิจ

“รองหัวหน้าโหยวก็ช่างตรงไปตรงมาเหลือเกิน ผมมีเรื่องที่จะต้องขอร้อง” เว่ยชางเฟิงโค้งคำนับ “ผมอยากขอซื้อดอกสิบใบของรองหัวหน้าโหยว!”

“ดอกสิบใบ?”

รองหัวหน้าโหยวชำเลืองมองสมุนไพรระดับเซียนที่อบอวลไปด้วยพลังจิตวิญญาณในสวนนั้นก่อนจะส่ายหน้าและตอบว่า “ต้องขออภัยด้วย แต่สมุนไพรพวกนั้นไม่ได้มีไว้ขาย”

เว่ยชางเฟิงลนลานขึ้นมาทันที “ผมต้องการสมุนไพรนั้นเพื่อไปช่วยชีวิตลูกของผม หวังว่ารองหัวหน้าโหยวจะยอมช่วยเหลือในเรื่องนี้!”

“ผมก็บอกแล้วไงว่าสมุนไพรพวกนั้นไม่ได้มีไว้ขาย ซุนหยวน, ส่งแขก!” รองหัวหน้าโหยวโบกมือ

“ขอรับ!”

อาจารย์ซุนก้าวเข้ามาโค้งคำนับ “เชิญทางนี้”

“เอ่อ” เว่ยชางเฟิงมองหน้าอีกฝ่ายและขมวดคิ้ว

“ผมรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทที่พรวดพราดเข้ามาในบ้านพักของคุณและขอซื้อสมุนไพรแบบนี้ แต่ผมต้องใช้ช่วยชีวิตใครคนหนึ่งจริงๆ รองหัวหน้าโหยว, ผมพร้อมจะจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ได้เพื่อแลกกับดอกสิบใบของคุณ ตราบใดที่ผมยังพอมีปัญญา!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version