ตอนที่ 988 แมลงร้ายตัวตายตัวแทน
บึ้ม!
จากนั้น พละกำลังมหาศาลก็โถมเข้าใส่ทั้งลานบ้าน รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่จางเซวียนซ่อนตัวอยู่ด้วย พลังปราณอันบ้าคลั่งนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“หมอนั่นเห็นเราหรือ?” จางเซวียนหรี่ตาอย่างระแวง
เขาปกปิดตัวเองไว้อย่างมิดชิด กลบทุกร่องรอยของรังสีภายในตัว ต่อให้ตรวจค้นทั้งพื้นที่ เขาก็จะดูเหมือนสิ่งไม่มีชีวิตอย่างหนึ่งเท่านั้น
เพราะมั่นใจในความสามารถเรื่องการปกปิดตัวเอง จางเซวียนจึงเข้ามาทั้งกายเนื้อแทนที่จะถอดมาเฉพาะจิตวิญญาณ ใครจะไปคิดว่าเขาถูกพบตัวตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย?
จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และขณะที่กำลังจะเปิดเผยตัว ก็พลันได้ยินเสียงลมวู่หวิวหอบใหญ่ด้านหลัง
ตามมาด้วย 2 ร่างที่กระโจนเข้ามาในลานบ้าน
จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดถึงตัวเขา
สองคนนั้นสวมเสื้อผ้าสีเทาเข้ม คนหนึ่งรูปร่างสูงและมีเคราขาวราวหิมะ เขาแผ่รังสีทรงพลังที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งในตัว
อีกคนหนึ่งร่างเล็กกว่า แต่นัยน์ตามีประกายคมกริบที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ
ทั้งคู่เป็นนักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด เทคนิคการเคลื่อนไหวที่พวกเขาใช้ก็ไม่ธรรมดา หรืออย่างน้อยก็เป็นเทคนิคที่จางเซวียนไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณ 2 คนเองหรือ?” เมื่อเห็นทั้งคู่ปรากฏตัว นัยน์ตาของร่างที่กำลังพูดกับเจ้าเมืองก็พลันเป็นประกาย
“ก็ใช่น่ะสิ และคุณก็คือผู้ที่ใช้ทุกวิถีทางตามล่าข่าวคราวเกี่ยวกับตัวเราใช่ไหม?” ชายสูงอายุที่มีเคราขาวหรี่ตาอย่างเป็นปฏิปักษ์
พวกเขาพบว่ามีใครบางคนพยายามสะกดรอยตามตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา จึงตัดสินใจที่จะปรากฏตัวก่อน เมื่อติดตามร่องรอยมา สุดท้ายก็พบว่าตัวเองอยู่ที่คฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่คิดว่าจะถูกพบตัวรวดเร็วขนาดนี้
“ฮ่าฮ่าฮ่า ผมเที่ยวตามหาคุณไปทั่ว แต่ก็ไม่พบ ใครจะไปคิดว่าลงท้ายคุณจะมาเคาะประตูบ้านผมเสียเอง ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้กลับไป!” เงานั้นคำรามเสียงเย็นขณะกางฝ่ามือออกและประกบมันเข้าด้วยกัน
ฟิ้วววว!
พริบตาต่อมา อากาศโดยรอบก็ดูจะเกรี้ยวกราดอย่างไม่น่าเชื่อ รังสีที่มีพละกำลังมหาศาลโถมเข้าใส่ทั่วทั้งคฤหาสน์ ดูเหมือนค่ายกลอันทรงพลังจะถูกเปิดใช้งาน
“บรรลัยแล้ว มันเป็นกับดัก!” ชายทั้งสองมีสีหน้าไม่สู้ดี
ชัดเจนไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจล่อลวงพวกเขาให้เข้ามาในคฤหาสน์ เพื่อจะได้ติดกับอยู่ในค่ายกล
“ฮ่าฮ่าฮ่า คุณรู้ตัวช้าไปเสียแล้วล่ะ!”
เงานั้นยิ้มเยือกเย็น จากนั้นก็ยกฝ่ามือขึ้นและประกบมันเข้าด้วยกันอย่างแรง
พละกำลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่ชายร่างสูง เกิดเป็นรอยร้าวกว้าง 1 เมตร แม้แต่ค่ายกลก็ยังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเพราะพละกำลังนั้น ดูเหมือนมันพร้อมจะพังทลายได้ทุกขณะ
“เงานั่นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนขั้น 4 เหมือนกันหรือ?”
จางเซวียนที่อยู่บนต้นไม้มีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาประหลาดใจเมื่อพบว่าชายที่เห็นนั้นเป็นนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดเหมือนกับราชาใบไม้น้ำ แม้แต่ในจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติ นักรบระดับนี้ก็คือผู้ที่อยู่บนสุดยอดของพีระมิด ทำไมจู่ๆ ถึงมาปรากฏตัวกันมากมายในเมืองจิ้งหยวนอันห่างไกลแบบนี้?
ข้อบกพร่อง!
เห็นอีกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างสำแดงเทคนิคการต่อสู้ จางเซวียนรีบตั้งสมาธิโดยไม่ลังเล และหนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหอสมุดเทียบฟ้า เขารีบพลิกดูอย่างรวดเร็ว
“ราชาใบไม้สีม่วง, 1 ใน 10 สุดยอดราชาแห่งฉิงเทียน”
มีประวัติเบื้องต้นในตอนแรก ตามมาด้วยข้อบกพร่อง
“ราชาใบไม้สีม่วง? เขาคือ 1 ใน 10 สุดยอดราชา?” จางเซวียนถึงกับผงะ
ไม่นึกเลยว่าชายผู้นี้จะเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเหมือนกับเจ้า 3 ตัวที่เขารับมือมาก่อนหน้านี้
เขากำจัด 10 สุดยอดราชาแห่งฉิงเทียนไปได้ 3 ตัวแล้ว….ถ้าผู้นำของพวกมันรู้เข้า มิจับเขาถลกหนังทั้งเป็นหรือ?
“ผู้อาวุโสฉู่!”
ขณะที่จางเซวียนกำลังอัศจรรย์ใจกับสิ่งที่ได้อ่าน ชายคนที่ตัวเตี้ยกว่าก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับเงื้อฝ่ามือขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความรุนแรงของการโจมตีที่พุ่งเป้ามาที่ชายร่างสูง
พลั่ก!
เมื่อสองพลังปะทะกัน ชายร่างเตี้ยหน้าซีดเผือดและถูกสอยกระเด็นไป เขากระอักเลือดออกมาไม่หยุด
ความมีชีวิตชีวาและรังสีอันทรงพลังที่เขามีอยู่เมื่อครู่ก่อนหายวับไปราวกับลูกโป่งแตก
ขณะที่ร่างของเขากระแทกกับพื้น ลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็หลุดลอยไปด้วย
“ถูกสังหารด้วยฝ่ามือเพียงครั้งเดียว?” จางเซวียนกำหมัดแน่นอย่างอัศจรรย์ใจ
เมื่อสำเร็จวรยุทธระดับเซียน ผู้นั้นจะมีการพัฒนาขึ้นมาก รวมถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้เอาชีวิตรอดจากอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ ชายร่างเตี้ยเป็นถึงนักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด แต่ก็ยังถูกสังหารได้ด้วยฝ่ามือเพียงครั้งเดียว นี่คือพละกำลังที่แท้จริงของผู้เชี่ยวชาญระดับจิตวิญญาณต้นกำเนิด
แต่ดูๆ ไป เรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้
เมื่อสำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 4-จิตวิญญาณต้นกำเนิด ความเข้าใจในโลกของผู้นั้นจะล้ำลึกถึงขั้นที่เรียกว่าเกินหยั่ง ซึ่งเหตุที่จางเซวียนสังหารเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ถึง 3 ตัวก็เพราะใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีตัวไหนที่เขาปะทะกับมันตรงๆ เลย ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับนักรบระดับนี้ล่ะก็ ต่อให้จางเซวียน 5 คนก็ไม่พอที่จะรับมือกับอีกฝ่าย
“ผู้อาวุโสชเว!”
เมื่อเห็นสหายของตัวเองถูกสังหารเพราะพยายามจะช่วยชีวิตเขา ผู้อาวุโสฉู่ซึ่งมีเคราขาวถึงกับหน้าถอดสี เขาหันขวับไปจ้องเงาดำที่อยู่ตรงหน้าด้วยนัยน์ตาที่เปี่ยมเจตนาสังหาร
เขาสะบัดมือแล้วนำขวดหยกใบเล็กออกมาเปิด แมลงเต่าทองสีดำที่มีปากสีทองบินออกมาจากขวด
วี้ วี้ วี้!
แมลงตัวนั้นมีขนาดราวเล็บมือ แต่บินเร็วมาก มันบินฉวัดเฉวียนพร้อมกับส่งเสียงบางอย่างออกมา
ผู้อาวุโสฉู่กัดนิ้วแล้วหยดเลือดลงไปบนแมลงตัวนั้น
วิ้ง!
เมื่อเห็นเลือดสดๆ เต่าทองก็รีบอ้าปากอย่างตื่นเต้นและกลืนเลือดลงไปหมดภายใน 2 อึก จากนั้นประกายสีเงินก็ส่องสว่างออกจากตัวมัน ราวกับคุณสมบัติบางอย่างถูกเปิดใช้งาน
“นั่นใช่…แมลงร้ายหรือเปล่า?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
เขาเคยอ่านหนังสือ 2-3 เล่มเกี่ยวกับยาพิษเมื่อครั้งอยู่ที่ห้องโถงแห่งยาพิษที่สันเขาบัวแดง และมีบันทึกไว้ว่ากูรูยาพิษบางส่วนได้บ่มเพาะแมลงปีกแข็งมีพิษขึ้นโดยใช้เลือดของตัวเอง แมลงพวกนี้สามารถปลดปล่อยพิษอันน่าสะพรึงออกมาเมื่อได้ดื่มเลือดมนุษย์
“เป็นเจ้าของแมลงร้าย…หรือว่าสองคนนี้จะเป็นกูรูยาพิษ?” จางเซวียนตาโตด้วยความตื่นเต้น
ที่เขามาเมืองจิ้งหยวนก็เพื่อค้นหาห้องโถงแห่งยาพิษ ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้จะต้องมีกูรูยาพิษเป็นผู้นำทาง แต่เพราะกูรูยาพิษหลบซ่อนตัวเองจากสภาปรมาจารย์ ไปไหนมาไหนอย่างเงียบเชียบ แทบไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ จึงเกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาตัวพวกเขาพบ นี่คือเหตุผลที่จางเซวียนทำได้แค่หาดอกหลุมศพมาเพื่อล่อให้พวกเขาเข้ามาสนใจ
แต่ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอทั้งคู่ที่นี่…
“เท่าที่ดูตอนนี้ ดูเหมือนเหตุผลที่ท่านเจ้าเมืองอยากได้ดอกหลุมศพก็เพราะต้องการให้กูรูยาพิษแสดงตัวเหมือนกัน” สุดท้ายจางเซวียนก็เข้าใจ
เท่าที่ดูจากสถานการณ์ ดูเหมือนท่านเจ้าเมืองจะตกอยู่ใต้อำนาจของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นและกำลังทำงานแทนเขา แต่มันเรื่องอะไรที่เผ่าพันธุ์ปีศาจถึงสนใจอยากหาตำแหน่งที่ตั้งของห้องโถงแห่งยาพิษ?
จางเซวียนหันหน้าไปมองผู้อาวุโสด้วยความสงสัย แล้วหนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหอสมุดเทียบฟ้า
“ผู้อาวุโสสูงสุดของห้องโถงแห่งยาพิษแห่งจักรวรรดิหงหย่วน, กูรูยาพิษระดับ 6 ดาว-สูงสุด”
ตัวตนของอีกฝ่ายปรากฏชัดเจนในหนังสือ เป็นอย่างที่จางเซวียนคาดเดา เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของห้องโถงแห่งยาพิษจริงๆ
ขณะที่จางเซวียนกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ แมลงร้ายตัวนั้นก็กินเลือดจนอิ่ม มันเรืองแสงสีเงินออกมาและบินตรงเข้าใส่ราชาใบไม้สีม่วง
“แกคิดว่าแค่เต่าทองเกราะเงินตัวเดียวจะทำอะไรฉันได้หรือ ประมาทกันเกินไปแล้วล่ะ” ราชาใบไม้สีม่วงคำรามเยาะและเงื้อมือขึ้นตบเต่าทองตัวนั้น
พลั่ก!
กระแสพลังปราณที่เร่าร้อนราวกับเปลวไฟระเบิดออกมา หมายจะเผาเต่าทองให้กลายเป็นเถ้าถ่าน แต่อีกฝ่ายก็ว่องไว หลบการโจมตีของราชาใบไม้สีม่วงได้สบาย มันโผขึ้นไปเหนือศีรษะของเขาขณะกระพือปีกพร้อมกับโปรยผงสีเงินไปทั่ว
“ฮึ่มมม!” ราชาใบไม้สีม่วงสะบัดแขนเสื้อและปัดผงสีเงินให้พ้นตัว
พร้อมกันนั้น เขาก็ระเบิดกระแสดาบฉีออกมาจากปลายนิ้ว พุ่งตรงไปยังเต่าทอง
ฟิ้ววววว!
กระแสดาบฉีแหวกผ่านอากาศด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง แต่เต่าทองตัวนั้นกลับเร็วกว่า ขณะที่หลบกระแสดาบฉี มันก็ปล่อยก๊าซชนิดหนึ่งออกมา เจ้าเมืองซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปนักสูดเข้าไปเต็มๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าของเขาซีดเผือด ตัวอ่อนปวกเปียกก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น
แค่สูดดมก๊าซนั้น ก็ถูกยาพิษเล่นงานไปแล้วเรียบร้อย
“ไม่เลว แกก็มีของดีเหมือนกันนี่” เห็นเจ้าเมืองฟุบไปแล้ว อยู่ในสภาพร่อแร่พร้อมจะตายได้ทุกขณะ ราชาใบไม้สีม่วงมีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาบิดตัวเพื่อสร้างปราการบางๆ ล้อมรอบตัวเองไว้ กันไม่ให้ผงพิษและก๊าซพิษจากเต่าทองเข้ามาได้
“เจ้าแมลงร้ายนั่นเก่งกาจไม่เบา แต่ก็ทำอะไรราชาใบไม้สีม่วงไม่ได้หรอก” จางเซวียนส่ายหัวขณะเฝ้ามองการต่อสู้อย่างใกล้ชิด
แม้พละกำลังของเขาจะห่างไกลจากราชาใบไม้สีม่วง แต่ก็ยังพอจะกะสถานการณ์ได้โดยใช้ดวงตาหยั่งรู้อันเฉียบแหลมของตัวเอง
แมลงร้ายที่ผู้อาวุโสฉู่ปล่อยออกมานั้นมีฤทธิ์มาก นักรบที่มีวรยุทธระดับเดียวกับเขาก็ยังสู้ไม่ได้ แต่มันก็ยังอ่อนด้อยเกินไปสักนิดที่จะวางยานักรบระดับเซียนขั้น 4 ให้ถึงตาย
และที่ยิ่งไปกว่านั้น ลำพังข้อเท็จจริงที่ว่าราชาใบไม้สีม่วงยังไม่ได้ใช้จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาสักครั้งตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ก็บ่งบอกแล้วถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างทั้งคู่
จิตวิญญาณต้นกำเนิดมีความสามารถในการโจมตีจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้โดยตรง และเป็นกลวิธีการรุกที่แข็งแกร่งที่สุดของนักรบระดับเซียนขั้น 4 ซึ่งพิษร้ายของเต่าทองก็ทะลวงปราการของอีกฝ่ายไม่ได้ เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่าชัยชนะจะเป็นของใคร
เป็นไปตามคาด หลังจากเห็นการเคลื่อนไหวของเต่าทอง ราชาใบไม้สีม่วงก็ตัดสินใจปิดจ๊อบ เขาหัวเราะหึๆ และปล่อยพลังออกมาจากหว่างคิ้ว “คุกเข่าลง!”
เสียงนั้นดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาด เมื่อได้ยิน เต่าทองที่กำลังบินว่อนอยู่ก็อ่อนแรงไปทันที ราวกับถูกยาพิษ
พลั่ก!
ไม่ห่างกันนัก ผู้อาวุโสฉู่กระอักเลือดออกมา ราวกับถูกโจมตีจิตวิญญาณเช่นกัน
“หรือว่าจะเป็น…แมลงร้ายตัวตายตัวแทน?” จางเซวียนเลิกคิ้ว
แมลงร้ายตัวตายตัวแทนนั้นถือได้ว่าเป็นตัวโคลนของกูรูยาพิษ เมื่อให้มันดื่มเลือดบ่อยๆ ผู้นั้นจะถ่ายทอดเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของตัวเองเข้าไปในจิตวิญญาณของตัวแมลงนั้นได้ ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น และตัวเขาก็มีอำนาจควบคุมมัน แต่ถ้าแมลงตัวตายตัวแทนนี้ต้องตาย ผู้นั้นก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจตายได้ในทันที
“นั่นไง นึกว่าเต่าทองของแกจะเก่งกาจสักแค่ไหน มันก็เป็นแค่แมลงร้ายตัวตายตัวแทน” เป็นธรรมดาที่ราชาใบไม้สีม่วงจะเห็นแบบเดียวกัน เขาหัวเราะหึๆ และกำมันไว้ในอุ้งมือ
เต่าทองตัวนั้นอ่อนแรงจากการถูกโจมตีก่อนหน้านี้ จึงไม่อาจหลบพ้นเงื้อมมือของราชาใบไม้สีม่วงได้ มันดิ้นรนอยู่ในนั้นอย่างสิ้นหวัง ไม่มีทางหนีพ้น
“ถ้าแกแข็งแกร่งกว่านี้สักหน่อย เจ้านี่คงทำร้ายฉันได้ แต่ในสภาพอย่างนี้น่ะ ฝันไปเถอะ!” ราชาใบไม้สีม่วงดีดนิ้วใส่เต่าทองเบาๆ และด้วยแรงกระแทกนั้น ผู้อาวุโสฉู่ถึงกับโงนเงนและหน้าซีดลงไปอีก
กูรูยาพิษนั้นมีความสามารถไร้เทียมทาน และพิษที่พวกเขาผสมขึ้นก็ยากที่จะรับมือไหว แต่ถึงอย่างไรผู้อาวุโสฉู่ก็เป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด การจะสังหารราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจซึ่งเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 ถือเป็นภารกิจที่ยากเกินไป
“พาฉันไปห้องโถงแห่งยาพิษ แล้วฉันจะพิจารณาไว้ชีวิตแก ไม่อย่างนั้นก็ไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
ราชาใบไม้สีม่วงกำเต่าทองไว้แน่น เขามองผู้อาวุโสด้วยสายตาเย็นเยียบ เจตนาสังหารแผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิด
“นี่เป็นโอกาสดีของเรา” เมื่อเห็นราชาใบไม้สีม่วงกำลังจะไป จางเซวียนตาโต
ถ้าเขาช่วยชีวิตผู้อาวุโสฉู่ได้ ก็จะได้รับความเชื่อใจจากอีกฝ่าย และเป็นโอกาสดีที่จะโน้มน้าวใจให้ผู้อาวุโสพาเขาไปห้องโถงแห่งยาพิษ
แบบนี้ดูดีกว่าการจับกุมตัวกูรูยาพิษมาสอบสวน ว่าแต่…เขาจะช่วยชีวิตอีกฝ่ายจากเงื้อมมือของราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 4 ได้อย่างไร?
จางเซวียนย่นหน้าผากจนเป็นร่องลึก
