ตอนที่ 309 : เลือกหนึ่งจากสอง
ความรู้สึกมายาเริ่มเลือนราง ไคลน์พบว่าในมือของตนกำลังถือเทียนไขประหลาดอีกครั้ง ด้านบนยังคงเป็นไส้เทียนสีดำและเปลวเพลิงขาวซีด
ความเสียหายมากมายจากอัศวินรุ่นอรุณ เช่นพื้นหินแหลกละเอียดและเป็นหลุม ม้านั่งไม้แตกหักกระจัดกระจาย เทียนไขถูกฟันขาด ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนการต่อสู้ หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง ไคลน์คงไม่เชื่อว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ชายหนุ่มไม่ทราบว่าบิชอปกลับไปนั่งแถวหน้าสุดตั้งแต่ตอนไหน แต่สภาพของอีกฝ่ายไม่ปรกติเลยสักนิด ยูทรอฟสกี้กำลังนั่งก้มหน้าโดยใช้สองมือกดขมับไว้แน่น
ติ๋ง…
ติ๋ง…
เหงื่อไคลไหลจากสองข้างแก้มหยดลงบนพื้นปลายฝ่าเท้า จนตอนนี้พื้นหินเริ่มเจิ่งนอง
เมื่อยูทรอฟสกี้สัมผัสว่าเปลวไฟบนเทียนไขประหลาดถูกไคลน์ดับลง บิชอปร่างยักษ์รีบเงยหน้าหันกลับมาจ้องชายหนุ่มทันที
ดวงตาค่อนข้างขุ่นมัวของชายชราเริ่มมีน้ำตาเอ่อล้น คราบเหงื่อข้างแก้มถูกแทนด้วยของเหลวสีใสจากดวงตา
ไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศก แต่บิชอปยูทรอฟสกี้กำลังเปี่ยมด้วยอารมณ์ปีติยินดีและกระจ่างชัดราวกับได้บรรลุบางสิ่ง
ถ้าหากเคยอธิบายบรรยากาศรอบตัวของบิชอป ‘ยักษ์’ ก่อนหน้านี้ไว้ว่า สูงใหญ่และแผ่จิตคุกคามดุจดังขุนเขา ปัจจุบันจะหลงเหลือเพียงความใหญ่โตของร่างกาย ปราศจากจิตเข้มข้นสะกดข่ม
ในวินาทีนี้ ไคลน์รู้สึกราวกับตนกำลังจ้องมองทารกแรกเกิด
น้ำตาดังกล่าวคือสัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่
“คุณยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง”
“ไม่เลยครับ เป็นเพราะผมทราบจุดอ่อนจุดแข็งของคุณคนเก่าเป็นอย่างดี จึงเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เหนือสิ่งอื่นใด ตัวคุณคนเก่าอ่อนแอลงจากเดิมด้วยผลของเทียนไข หากต่อสู้กันบนโลกจริง ผมคงทำได้เพียงมองหาลู่ทางหลบหนี” ไคลน์อธิบายด้วยน้ำเสียงสุขุม
นักมายากลเตรียมพร้อม กับไม่เตรียมพร้อม แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว…ชายหนุ่มกล่าวเสริมในใจ
บิชอปยูทรอฟสกี้เลิกสนใจประเด็นดังกล่าว ร่างกายของมันกำลังเอ่อล้นด้วยความโล่งใจและความสุขอันจริงแท้ และเปล่งเสียงด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน
“ขอบคุณมากสหาย จากข้อตกลงของพวกเรา ผมจะมอบสูตรผลิตโอสถนักปรุงยาและอีกหนึ่งสมบัติวิเศษ”
บิชอปร่างยักษ์เล่าพลางล้วงหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋า เป็นวัตถุซึ่งประกอบด้วยเข็มปลายแหลม ท่อยาว และถังบรรจุ
“ผมมีทางเลือกให้สองข้อ สิ่งนี้คือตัวเลือกแรก ผมไม่ทราบชื่อของมัน และไม่คิดตั้งเองด้วย คุณสมบัติหลักคือการสูบเลือดออกจากร่างกายคุณจนเต็มถัง ภายใต้สถานการณ์วิกฤติ คุณสามารถฉีดมันกลับเข้าไปในร่างกาย ผลลัพธ์ก็คือ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะหายเป็นปลิดทิ้ง อาการป่วยและบาดแผลทุเลาลงหลายส่วน กำลังวังชา ความว่องไว สมดุลร่างกาย และสมรรถภาพด้านอื่นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดชั่วระยะเวลาหนึ่ง” บิชอปยักษ์เล่ารายละเอียดวัตถุในมือ
“ขีดจำกัดและข้อเสีย?” ไคลน์ซักถาม
ยูทรอฟสกี้ก้มหน้ามองหลอดปลายแหลมสลักลวดลายลึกลับพร้อมกับอธิบายต่อ
“หลังจากสูบเลือดออกจากร่างกายตัวเองหนึ่งถัง คุณจะอ่อนแอลงอย่างมากเป็นเวลา สิบสองชั่วโมงเต็ม ในช่วงดังกล่าว การถ่ายเลือดกลับเข้าร่างกายจะไม่เกิดผลใด แน่นอน ระยะเวลาไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคุณในขณะนั้น ข้อจำกัดคือ ไม่ควรใช้งานบ่อยเกิดไป สัปดาห์ละหนึ่งครั้งกำลังพอเหมาะ ไม่อย่างนั้น คุณจะได้รับประโยชน์จากการถ่ายเลือดกลับเข้าร่างกายลดลง เริ่มขาดเหตุและผลของมนุษย์ปรกติ อาการอ่อนเพลียหลังจากสูบเลือดจะกลายเป็นภาวะปรกติของร่างกายไปโดยปริยาย เหนือสิ่งอื่นใด หากพกพาสิ่งนิ้ติดตัวนานกว่าครึ่งชั่วโมง คุณจะกลายเป็นคนมีอาการทางจิตอ่อนๆ”
โชคยังดี…บิชอปยูทรอฟสกี้คนเก่าไม่ได้ใช้พลังถ่ายเลือด ไม่อย่างนั้น โอกาสชนะของเราคงลดลงมาก…สิ่งนี้คือความคิดแรกในสมองไคลน์หลังจากได้ยินคำอธิบาย
ชายหนุ่มขมวดคิ้วชนกัน ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของสมบัติวิเศษดังกล่าว
ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดเหตุและผล อาการอ่อนเพลียหลังจากสูบเลือด และอาการทางจิตหากใช้งานบ่อยครั้ง ว่ากันตามตรง ปัญหาเหล่านี้ล้วนเก็บงำอยู่ภายในร่างกาย และดูไม่น่าจะให้โทษมากสักเท่าไร…แต่หลังจากเคยเผชิญหน้าเสียงเพรียกของพระผู้สร้างแท้จริง ไคลน์เชื่อว่าความเข้มแข็งทางจิตใจของผู้วิเศษคือสิ่งสำคัญ หากจิตใจไม่สงบนิ่งบ่อยครั้งเข้า ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นาน แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของภาวะคลุ้มคลั่งในภายหลัง ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้วิเศษซึ่งตระหนักถึงเทคนิคสวมบทบาท
“แล้วอีกหนึ่งตัวเลือก?” ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรองราวสองวินาที
บิชอปยูทรอฟสกี้หยิบกุญแจทองเหลืองออกจากกระเป๋าอีกข้างพลางอมยิ้ม
“มันถูกเรียกว่ามาสเตอร์คีย์ สามารถเปิดประตูได้ทุกบาน หากรูกุญแจไม่ได้ถูกพลังพิเศษหรือกลไกวิเศษเคลือบไว้ และยังใช้ทะลวงผ่านกำแพงหรือฉากกั้นได้ทุกชนิด ฮะฮะ! แต่มีข้อจำกัดเหมือนกันคือ กำแพงบานดังกล่าวจะต้องไม่มีพลังพิเศษเคลือบอยู่ และต้องไม่หนาจนเกินไป พลังพิเศษภายในกุญแจถูกผนึกโดยสมบูรณ์ ในยามปรกติจะเหมือนกับกุญแจธรรมดาจนแยกแยะไม่ออก”
ยูทรอฟสกี้ยืนขึ้น ส่งผลให้ไคลน์ต้องเงยหน้าตาม
บิชอปร่างยักษ์เร่งฝีเท้าเดินไปทางผนังห้องโถงของวิหาร จากนั้นก็เสียบมาสเตอร์คีย์เข้าไปในกำแพงอิฐ
เพียงบิดข้อมือแผ่วเบา ผนังดังกล่าวเกิดคลื่นกระเพื่อมคล้ายสายน้ำ ช่วยให้ยูทรอฟสกี้ทะลุผ่านไปอีกฝั่งได้ง่ายดาย
ถัดมา บิชอปร่างยักษ์เดินกลับมายังห้องโถงและหันมายิ้มให้ไคลน์จากทางประตู
“สหาย คุณตัดสินใจได้หรือยัง ว่าต้องการสมบัติวิเศษชิ้นใดเป็นรางวัล” หลวงพ่อร่างใหญ่ซักถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ผลข้างเคียงของมาสเตอร์คีย์คืออะไร” ขณะขมวดคิ้วครุ่นคิด ไคลน์ตัดสินใจถามเพื่อความแน่ใจ
ยูทรอฟสกี้ยังคงตอบด้วยรอยยิ้ม
“หากใครพกกุญแจติดตัว คนผู้นั้นมักหลงทางบ่อยครั้ง จากคำบอกเล่าของผู้ใช้งาน การหลงทางจะเป็นแบบสุ่ม มิอาจคาดเดาได้ล่วงหน้า”
หลงทาง…? แต่เราเป็นนักทำนายผู้มาพร้อมประสาทสัมผัสเฉียบแหลม…ไคลน์พึมพำขณะก้มหน้าครุ่นคิด
จากนั้นไม่กี่วินาที ชายหนุ่มกล่าว
“ผมเลือกมาสเตอร์คีย์”
มันไม่ต้องการให้จิตใจของตนบิดเบี้ยวจนเพิ่มโอกาสคลุ้มคลั่ง
น่าเสียดาย…เราต้องการเทียนไขประหลาดเล่มนั้นมากกว่า…ช่วยให้ผู้ใช้งานบุกรุกความฝันส่วนลึกสุดในจิตใจ ดินแดนดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับสวนหลังบ้านของเรา…ชายหนุ่มถอนหายใจผิดหวัง
“ตกลง” บิชอปยูทรอฟสกี้ยื่นกุญแจทองเหลืองหน้าตาธรรมดาให้ไคลน์ ก่อนจะนำเทียนไขหนังมนุษย์ติดมือกลับไป
ขณะไคลน์กำลังพิจารณาสมบัติวิเศษชิ้นใหม่ บิชอปยักษ์ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
“สูตรโอสถนักปรุงยาอยู่ในห้องนั้น เดี๋ยวผมจะเดินไปหยิบให้ คุณช่วยรอตรงนี้สักครู่”
หลังจากพยักหน้ารับ ไคลน์อาศัยจังหวะบิชอปยูทรอฟสกี้เดินหายไปจากห้องโถง หยิบเหรียญเพนนีออกมาดีดขึ้นฟ้า เพื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหกตนเกี่ยวกับข้อมูลของมาสเตอร์คีย์
เมื่อผลทำนายระบุว่าเป็นความจริง ไคลน์เดินตรงไปยังผนังห้องโถงซึ่งมีเทียนไขเรียงรายเป็นทิวแถว จากนั้นก็สอดปลายกุญแจทองเหลืองเข้าไปในกำแพงอิฐแข็ง
ขณะถ่ายพลังวิญญาณและบิดข้อมือ ภาพการมองเห็นของไคลน์พร่ามัวกะทันหัน ก่อนจะกลับมาคมชัดอีกครั้งในเวลาไม่นาน
ในวินาทีดังกล่าว ภาพของเชิงเทียนเรียงรายหายไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ม้านั่งยาวไม้อันเอกลักษณ์ประจำวิหาร ปรากฏเพียงสวนหญ้าเหี่ยวเฉาและดินโคลนประปราย ตามพื้นมีเศษขยะเล็กน้อย ด้านข้างเป็นถนนและเสาตะเกียงแก๊ส
ทะลุผ่านกำแพงได้จริง…! หลังจากฉีกยิ้มอย่างตื่นเต้น ไคลน์พยักหน้าพลางหันหลังกลับ มันสอดกุญแจเข้าไปในผนังและกลับเข้าห้องโถงวิหารฤดูเก็บเกี่ยว
ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที ยูทรอฟสกี้เดินกลับมาด้วยฝีก้าวหนักแน่น ในมือถือม้วนกระดาษหนังสีเหลืองอมน้ำตาล
“คุณจะให้ใครสักคนช่วยยืนยันก่อนก็ได้ ว่าสูตรโอสถของผมถูกต้องหรือไม่ หากเกิดปัญหาติดขัดประการใด กลับมาพบผมได้ทุกเมื่อภายในวิหารแห่งนี้” บิชอปยักษ์ยื่นม้วนกระดาษหนังให้ไคลน์
วัตถุดิบหลักโอสถ :
– เขาของอลิคอร์น*
– ผลึกพิษของแมงกะพรุนกะหล่ำดอก สาม กรัม
(Alicorn – พันธุ์ผสมระหว่างยูนิคอร์นและเพกาซัส เป็นม้าสีขาว มีเขา มีปีก)
ไคลน์กวาดสายตาอย่างคร่าวหนึ่งรอบ
“ผมมีวิธียืนยันด้วยตัวเอง”
ยกตัวอย่างเช่น การทำนายหาความจริงบนมิติสายหมอก…ไคลน์เสริม
บิชอปยูทรอฟสกี้พยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใด เพียงหันหลังกลับและเดินตรงไปยังตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตแผ่นใหญ่บนผนังวิหาร
ถัดมา มันกางแขนออกกว้างและขยับริมฝีปากเปล่งเสียงทุ้มต่ำ
“ขอบพระคุณ แก่นแท้แห่งชีวิต! พระมารดาผู้ให้กำเนิดจงเจริญ!”
…
ระหว่างนั้น ไคลน์เก็บมาสเตอร์คีย์และสูตรโอสถนักปรุงยาเข้ากระเป๋า เมื่อได้ยินบิชอปยักษ์สวดภาวนาจบ มันกล่าวติดตลก
“บางที การมาเยือนของผม อาจเกิดจากการชี้นำของพระแม่ธรณีก็ได้นะครับ”
ถ้าไม่อย่างนั้น คุณก็ควรขอบคุณทางนี้ถึงจะถูก! ในฐานะสาวกจอมปลอมของเทพธิดารัตติกาล ไคลน์พึมพำขำขันในใจ
“ถูกต้อง ทุกสิ่งล้วนถูกจัดแจงโดยฝีมือพระแม่ธรณี ไม่อย่างนั้น คุณคงไม่ได้ยินคำขอร้องของผมจากใครบางคน และผมคงไม่ได้เดินทางมายังกรุงเบ็คลันด์ รวมถึงไม่ได้โอกาสได้ครอบครองเทียนไขจิตฝันร้ายเล่มนี้” ยูทรอฟสกี้กล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ปราศจากความโกรธเคืองโดยสิ้นเชิง
สมกับเป็นสาวกผู้ถลำลึกเข้าไปในศาสนา…ทุกการกระทำล้วนมีศูนย์กลางเป็นพระแม่…เมื่อเริ่มตระหนักว่าตนไม่ควรสนทนากับคนเช่นนี้นานนัก ไคลน์ถอดหมวกโค้งคำนับและกล่าว “ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อ ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน”
ชายหนุ่มเหยียดหลังตรงและสะบัดก้นกลับทันที ฝีเท้าเป็นไปอย่างว่องไว เพียงพริบตาก็ออกจากห้องโถงของวิหารฤดูเก็บเกี่ยว และพ้นจากเขตถนนกุหลาบ
…
สิบนาทีถัดมา ไคลน์ซึ่งควรจะวิ่งไปไหนต่อไหนไกลแล้ว กลับปรากฏตัวอีกครั้งด้านหน้าวิหารฤดูเก็บเกี่ยวสีทองอร่าม
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว มุมปากชายหนุ่มสั่นกระตุกทันที
มันหลงทางและวนกลับมายังจุดเดิม!
แม้จะใช้สัมผัสวิญญาณก็ไม่ช่วยให้รอดพ้นจากการหลงทางหรือ…ปากพึมพำด้วยสีหน้าหงุดหงิด ไคลน์ไม่อยากยอมรับชะตากรรมว่าตนมิอาจเอาชนะพลัง ‘หลงทาง’ ของมาสเตอร์คีย์ได้ด้วยสัมผัสวิญญาณ
มือเคลื่อนไหวได้ไวกว่าสมอง มันยังไม่ยอมแพ้ หักกิ่งไม้เพื่อนำมาใช้เป็น ‘แท่งวิญญาณ’
จุดประสงค์หลักของแท่งวิญญาณคือการค้นหาวัตถุ คน และทิศทาง!
ในเวลาถัดมา ชายหนุ่มเดินทางกลับถึงบ้านบนถนนมินส์โดยสวัสดิภาพ ปราศภัยอันตรายทุกชนิด ระหว่างทางได้ทดสอบผลข้างเคียงของกุญแจอย่างละเอียด
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ มันใช้พลังทำนายและได้รับคำตอบยืนยันว่า โอสถนักปรุงยาเป็นของจริง
…
เช้าวันถัดมา อาทิตย์เช้า
หลังจากตื่นนอน ไคลน์กินอาหารเช้าพลางหยิบปากกาและกระดาษออกมาเขียนจดหมายถึงไอเซนการ์ด·สแตนธอน ใจความระบุว่า ตนต้องการทราบรายละเอียดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเบ็คลันด์เมื่อสี่ปีก่อน กลุ่มเหยื่อในขณะนั้นคือโสเภณีแม่หม้ายและมีลูกหนึ่งคน
หลังจากพับกระดาษและยัดใส่ซองจดหมาย ไคลน์ติดตราไปรษณียากรมูลค่าเทียบเท่าหนึ่งเพนนีเพื่อปิดผนึก
ถัดมา มันสวมโค้ทตัวนอก สวมหมวกทรงกึ่งสูงและหยิบไม้ค้ำเดินออกจากบ้าน ปลายทางคือสำนักงานไปรษณีย์สุดสายถนนมินส์
ทันใดนั้น ไคลน์ได้พบสตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์และสามีของเธอ ลุค ในสภาพแต่งตัวจัดเต็มราวกับเตรียมเข้าร่วมงานเลี้ยง
รถม้าคันหนึ่งวิ่งมาหยุดหน้าประตูบ้าน
“อรุณสวัสดิ์ครับ พวกคุณสองคนมีนัดงานเลี้ยงตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้เลยหรือ” ไคลน์ซักถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
ลุคหัวเราะคิกคัก
“ไม่ใช่งานเลี้ยงตอนเช้า แต่พวกเราต้องไปช่วยเจ้าภาพจัดเตรียมงาน”
มาดามสตาร์ลิ่งเชิดคางขึ้นและเสริม
“แมรีได้เป็นคณะกรรมการมลพิษทางอากาศแห่งชาติแล้ว เธอจัดงานเลี้ยงฉลองในช่วงเย็นของวันนี้ พวกเราจึงต้องไปช่วยงานตอนกลางวัน”
ความปรารถนาของมาดามแมรีเป็นจริงแล้วสินะ…ไคลน์ถอนหายใจพลางยิ้ม “ฝากแสดงความยินดีไปถึงมาดามแมรีด้วยครับ”
ลุค·ซาเมอร์พยักหน้ารับ
“คุณยังไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้านี้หรอกหรือ รายชื่อคณะกรรมการมลพิษแห่งชาติทั้งหมดถูกเปิดเผยแล้ว”
………………….
