Skip to content

Lord of the Mysteries 332


ตอนที่ 332 : ใบรับรอง

เงื่อนไขใจกว้างมาก… ไคลน์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

จริงอยู่ สิ่งของสำคัญสองอันดับแรกคือ ตะกอนพลังของผู้วิเศษลำดับ 5 และสมบัติปิดผนึกขององค์กรลับ แต่ไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่นจะไร้ราคาเสียทีเดียว!

ผู้วิเศษลำดับ 5 ไม่มีทางพกสมบัติปิดผนึกจากโบสถ์แค่ชิ้นเดียวแน่ ต้องพกสมบัติวิเศษส่วนตัวติดมาด้วย และมีความเป็นไปได้ว่า ลำดับ 6 ซอมบี้ กับลำดับ 7 มนุษย์หมาป่าก็อาจพกสมบัติวิเศษติดตัวมาเช่นกัน!

ไคลน์เอนหลังพิงเบาะรถม้า เงยหน้าขึ้นมองเพดานแสร้งทำเป็นครุ่นคิด แต่ความจริงแล้วกำลังแอบซ่อนมิให้ตัวเองเผยความโลภทางสีหน้าแววตา

“ข้อเสนอน่าสนใจมาก” ไคลน์ตอบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะตั้งคำถาม “แล้วราชาหมอผีคารามันเป็นใคร? หนังสือความลับของเขามีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง?

มาริคเลื่อนมือขึ้นมานวดขมับ

“ราชาหมอผีเป็นทั้งชื่อของโอสถลำดับสูง และยังหมายถึงบุคคลผู้ทรงพลังในศาสตร์มนตร์ดำ มนตร์จันทรา และมนตร์ประหลาด ต้องโดดเด่นกว่าบุคคลในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน จึงจะมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าราชาหมอผี คารามันคือกรณีหลัง เขาโด่งดังในช่วงต้นยุคสมัยห้า แต่หลังจากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บางที อาจถูกไล่ล่าโดยคนของโบสถ์มรณาหรือไม่ก็องค์กรลับของพวกเรา ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรแน่นอน คารามันอาจเสียชีวิตด้วยโรคชราตามธรรมชาติก็ได้”

“หนังสือแห่งความลับของเขาประกอบด้วยเนื้อหาซับซ้อนเช่น พันธสัญญาลับ พิธีกรรม แปรธาตุ โหราศาสตร์ คตินิยม สัญลักษณ์นิยม กฎแห่งธรรมชาติ และอีกมากมาย ต่อให้ตกอยู่ในมือของคนธรรมดา แต่ถ้าอ่านจบ ก็สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์เร้นลับได้ ถึงคนธรรมดาจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่ก็มีพลังธรรมชาติรอบตัวในระดับเบาบาง สามารถทำเรื่องเหนือธรรมชาติเล็กน้อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการดื่มโอสถ อย่างไรก็ตาม หากคนธรรมดากระทำเช่นนั้นเป็นเวลานานจะเกิดผลกระทบทางจิต เนื่องจากไม่สามารถแบกรับแรงกดดันทางวิญญาณไหว”

ฟังดูเข้าท่ามาก… ตรงจุดประสงค์ของเรา… ทว่า ภารกิจคราวนี้ไม่เพียงจะอันตราย แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบตามมา เพราะเราอาจกลายเป็นศัตรูขององค์กรลับอายุพันปี…

ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก แต่สุดท้ายก็เลือกทำตามหัวใจเรียกร้อง

“ขอเวลาคิดก่อนได้ไหม นี่เป็นเรื่องใหญ่ ผมคงบุ่มบ่ามตัดสินใจไม่ได้ จะมอบคำตอบให้ในวันพรุ่งนี้ 9 โมงตรง ส่วนจุดนัดพบก็… เอาเป็นบ้านของผมก็แล้วกัน คุณคงไปถูก”

ไคลน์ตอบพลางหันมองชารอน และเมื่อพูดจบประโยค ชายหนุ่มพลันเกิดความรู้สึกประหม่าทันที

พวกเขายอมบอกความลับสำคัญกับเราหลายเรื่อง แม้กระทั่งจุดอ่อนของตัวเอง หากเราไม่ยอมร่วมมือ จะไม่ถูกฆ่าหมกบ้านเอาหรอกหรือ?

บางที พวกเขาอาจเริ่มสะกดรอยตามเราตั้งแต่แยกทางกัน จนถึงตอนมอบคำตอบ…

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วจะหาโอกาสเข้ามิติสายหมอกเพื่อทำนายยืนยันได้ตอนไหน?

ชารอนในชุดเดรสโกธิกสีดำจ้องมองไคลน์อย่างเงียบงัน ดวงตาปราศจากความโกรธแค้น เคลือบแคลง หรืออารมณ์ด้านลบ

เธอเพียงนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากช่องลับของกระเป๋า และคลี่ออกมาในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า

กระดาษดังกล่าวมีสีส้มอมเหลือง เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาด รวมถึงสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์

สัญลักษณ์และตัวอักษรเวทมนตร์เหล่านี้เขียนเรียงติดกันโดยเว้นช่องว่างไว้ตรงกลาง มอบความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงให้แก่ผู้พบเห็นอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นแผ่นกระดาษ ไคลน์จดจำได้ทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร

หัวใจมันเริ่มบีบเกร็ง

นี่คือหนึ่งในทรัพย์สินติดตัวอันน้อยนิดของนักเชิดหุ่นโรซาโก้-ใบรับรอง!

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์โรซาโก้ ชารอนเลือกวัตถุเวทมนตร์ชิ้นนี้เป็นอันดับแรก!

ชารอน วิญญาณอาฆาตผิวพรรณขาวซีด ยื่นใบรับรองให้ไคลน์และกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนกระชับ

“วางมือลงไป และสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายข้อมูลของพวกเราทั้งหมด”

ฟู่ว! ไคลน์ถอนหายใจโล่งอก พร้อมกับพยักหน้าหนักแน่น

“ตกลง!”

มันทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย หยิบกระดาษใบรับรองไปและใช้ฝ่ามือกดลงบนช่องว่างกึ่งกลาง ตามด้วยการเรียบเรียงคำพูดและขยับปากเปล่งเสียง

“ผมขอสัญญาว่า จะไม่แพร่งพรายข้อมูลของมาดามชารอนและมิสเตอร์มาริคให้ผู้อื่น”

ขณะกล่าวทีละคำ เกิดเป็นแสงสีส้มอบอุ่นส่องออกจากอักษรเวทมนตร์บนแผ่นกระดาษ

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ แสงสว่างได้รวมตัวกันเป็นรูปทรงเป็นตราประทับมายา และประทับทะลุผ่านหลังมือไคลน์ ลงบนช่องว่างกึ่งกลางกระดาษ

ความอบอุ่นเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วลำตัว ไคลน์สัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อทางวิญญาณระหว่างตนและใบรับรองอย่างเจือจาง

คิดไว้ไม่มีผิด สมบัติวิเศษของมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญาชิ้นนั้นคือพลัง ‘ผู้รับรอง’ …

ไคลน์นึกทบทวนเหตุการณ์ในอดีต

“เสร็จแล้ว” มันยื่นใบรับรองคืน

ชารอนพยักหน้ารับอย่างสุขุมโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม ทันใดนั้น ร่างมายาของหญิงสาวได้เลือนหายไปจากรถม้าราวกับไม่เคยมีตัวตน

มาริคผู้ฝืนข่มจิตสังหารตลอดเวลา เลื่อนมือออกไปเคาะผนังห้องโดยสารรถม้าแผ่วเบา

รถม้าหยุดวิ่งพร้อมกับเปิดประตูออก

เขาใช้ซอมบี้ขับรถม้า และใช้ภูตเงาดำปลอมตัวเป็นคนรับใช้… สมกับเป็นมาริค…

ไคลน์พลันกระจ่างหลังจากเปิดเนตรวิญญาณสอดส่อง มันถอดหมวกและหันมาโค้งศีรษะให้มาริคเล็กน้อย ก่อนจะเดินลงจากห้องโดยสารรถม้า

ถนนรอบตัวมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบ เสาตะเกียงหลายต้นชำรุดและไม่สามารถมอบแสงสว่าง แต่กลับไม่มีพนักงานของรัฐมาซ่อมแซมให้ใช้การได้สักที

ก่อนอื่น ไคลน์เดินทางกลับหอพักหนึ่งเตียงนอนบนถนนปาล์มดำในเขตตะวันออก จากนั้นค่อยอ้อมกลับอาคารหมายเลข 15 ถนนมินส์ซึ่งเป็นบ้านเช่าหลัก ปิดท้ายด้วยการจงใจทำนายสองคำถามภายในห้องนั่งเล่น

คำถามแรกคือ ตนควรรับภารกิจของมาดามชารอนหรือไม่ และคำถามถัดไป ภารกิจดังกล่าวมีอันตรายไหม และอันตรายมากเพียงใด

ว่ากันตามตรง ไคลน์ไม่ได้สนใจผลลัพธ์การทำนายสักเท่าไร เพราะผู้วิเศษลำดับ 5 เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์ ย่อมสามารถเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณได้โดยตรงและบิดเบือนผลลัพธ์ นับเป็นพลังสะดวกสบายสำหรับช่วยทำนายและต่อต้านการทำนายไปพร้อมกัน

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำนายถึงชารอนหรือสตีฟ หากคำตอบไม่ถูกบิดเบือนก็คงประสบความล้มเหลว

หลังจากแสร้งทำนายจบ ไคลน์อ่านหนังสือพิมพ์และหนังสือตามกิจวัตรปรกติ จากนั้นก็ฝึกพลังพิเศษภายในห้องนั่งเล่น และปิดท้ายด้วยการล้างหน้าล้างตาก่อนกลับเข้าห้องนอน ไม่มีเผยความผิดปรกติใดให้เห็น

4 : 10 นาฬิกาของวันใหม่ ไคลน์ลืมตาตื่นขึ้นและรีบลุกพรวดออกจากเตียง

มันหยิบเทียนไขมาวาง ก่อกำแพงวิญญาณ และเริ่มพิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง

ถัดมา ชายหนุ่มเดินถอยหลังสี่ก้าวทวนเข็มนาฬิกาและส่งตัวเองเข้าสู่ห้วงมิติเหนือสายหมอกสีเทา แต่ยังไม่คิดรีบร้อนตอบรับพิธีกรรมของตัวเอง

บนเก้าอี้พนักสูงของเดอะฟูล ไคลน์เพ่งสายตามองวัตถุบนผิวโต๊ะทองแดงยาวตรงหน้าอย่างใจเย็น ประกอบด้วยดวงตาดำล้วน นกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิก และไพ่จักรพรรดิมืด-สลักภาพวาดโรซายล์สวมเกราะสีดำนั่งบนบัลลังก์หิน มือข้างหนึ่งถือคทา

มุมปากไคลน์กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบไพ่จักรพรรดิมืดคว่ำหน้าลง

ขอเพียงมองไม่เห็น ก็ไม่ต้องระคายเคืองลูกตาให้หงุดหงิดใจแล้ว!

จากนั้น มันเสกกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนประโยคทำนายลงไป เนื้อหาเหมือนกับการแสร้งทำนายในห้องนั่งเล่นทุกประการ

ผลลัพธ์ของคำถามแรกออกมาเป็น ลูกตุ้มวิญญาณหมุนตามเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วพอประมาณ ตีความได้ว่า ควรรับทำภารกิจ แต่ถึงไม่ทำก็ไม่เสียหาย

ผลลัพธ์ของคำถามถัดมา ลูกตุ้มวิญญาณหมุนทวนเข็มด้วยความเร็วและคาบการแกว่งสูงมาก ตีความได้ว่ามีอันตรายในระดับน่าหวั่นวิตก แต่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากเตรียมความพร้อมและตัดสินใจรับมืออย่างเหมาะสม

ฟู่ว…

หลังจากก้มหน้าตรึกตรองหลายวินาที ชายหนุ่มนึกทบทวนลางสังหรณ์ก่อนหน้า

หรือว่าแก่นแท้ของนักมายากลจะเกี่ยวข้องกับ ‘การแสดง’?

ไม่อย่างนั้น ชื่อโอสถควรเป็น ‘จอมเวท’ มากกว่า ‘นักมายากล’

เราเคยตั้งกฎกับตัวเองว่า ‘ห้ามแสดงกลโดยไม่เตรียมความพร้อม’ และได้ผลตอบรับค่อนข้างดี สิ่งนี้ก็สอดคล้องกับ ‘การแสดง’ …

ไม่เฉพาะกับการต่อสู้ แต่รวมถึงพฤติกรรมทั้งหมดของนักมายากล…

นอกจากนี้ เรายังมีสมมติฐานเรื่องกฎอีกสองข้อคือ ‘เบี่ยงเบนความสนใจ’ และ ‘ได้รับเสียงปรบมือจากคนดู’ โดยทั้งสองปัจจัยล้วนสอดคล้องกับ ‘การแสดง’ เช่นกัน…

ถ้าเราวางแผนได้อย่างไร้จุดบอด แอบซุ่มแนบเนียน และลงมือทำตามแผนโดยไม่พลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียว ถึงอีกฝ่ายจะเป็นโรงเรียนกุหลาบอายุยืนยาวกว่าพันปี แต่ก็คงสาวถึงตัวจริงของเราได้ไม่ง่ายเช่นกัน…

ไคลน์เริ่มผุดสมมติฐาน

เมื่อนำทฤษฎีในหัวไปผนวกกับผลลัพธ์การทำนายเมื่อครู่ มันเริ่มมองเห็นแนวทาง

ขณะกำลังเอนหลังพิงพนักสูง สายตาจ้องมองไปยังโดมพระราชวังหรูหราอลังการและสายหมอกสีเทาไร้ก้นบึ้งเบื้องหน้า ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีเลศนัยตรงมุมปาก

ตกลง เราจะจัดการแสดงอย่างเอิกเกริก…

เมื่อได้ข้อสรุป ไคลน์นำดวงตาดำล้วนและนกหวีดทองแดงอะซิกออกไปยังโลกความจริง

ช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี

ไคลน์ออกไปซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารตั้งแต่เช้ามืด เพื่อนำมาปรุงเป็นบะหมี่สูตรเฟเนพ็อตรสชาติเย้ายวน มอบความรู้สึกคล้ายบะหมี่ซอสเนื้อสมัยยังอยู่โลกเก่า จากนั้นก็เดินออกไปหยิบหนังสือพิมพ์และจดหมายจากกล่องหน้าบ้าน

ขณะกำลังกิน สายตาเหลือบเห็นประกาศรับซื้อสินค้าของบริษัทเอินส์ หมายความว่าพรุ่งนี้สองทุ่มมีชุมนุมผู้วิเศษ

เป็นไปตามคาด หลังจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องถูกสะสาง การชุมนุมก็ถูกจัดขึ้นทันที…

ไคลน์ฉีกยิ้ม

เก้าโมงตรง ชายหนุ่มหยิบนาฬิกาพกออกมาเปิดฝาสำรวจเวลา ตามด้วยการมองไปรอบห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า และตะโกนกับมุขหน้าต่างใหญ่หน้าบ้าน

“ผมยินดีช่วยเหลือ เงื่อนไขไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขอเวลาอีกสักหน่อย”

ไคลน์เว้นวรรค

“ผมจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

ภายในบ้าน นอกจากไคลน์แล้วก็ไม่มีผู้ใดร่วมอาศัยอยู่อีก แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงมายาดังแว่วตามสายลม

“ตกลง ถ้าเตรียมตัวเสร็จให้แวะมาผับ”

ภายในห้องอ่านหนังสือของไวเคาต์กายลิน ออเดรย์กำลังช่วยซูซี่แปรงขนหลังคอ ก่อนจะเงยหน้ากล่าวกับซิลและฟอร์ส ผู้นั่งจิบไวน์อย่างเงียบงันบนโซฟาไม่ห่างออกไป

“รีบร้อนนัดพบดิฉันวันนี้ มีอะไรงั้นหรือ?”

แม้ออเดรย์เพิ่งจะได้พบหน้าซิลและฟอร์สเป็นครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์ลาเนวุส แต่ทั้งสองฝ่ายก็มิได้ติดค้างค่าจ้างต่อกัน เด็กสาวจ่ายผ่านซูซี่ไปนานแล้ว

หืม หลังจากเข้าชุมนุมทาโรต์ อากัปกิริยาของฟอร์สไม่เปลี่ยนไปมานัก ยังคงชอบประชดประชันเพื่อนสนิทเช่นเคย แต่ก็มีบางสิ่งแตกต่างชัดเจน อารมณ์ห่อเหี่ยวและไร้ชีวิตชีวาได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง มิได้กังวลกับอนาคตเหมือนเมื่อก่อน…

ออเดรย์ นักอ่านใจ เผยรอยยิ้มสง่างามพลางสำรวจพฤติกรรมมิสเมชิกเชี่ยน

หลังจัดการไวน์หมดแก้ว ฟอร์สเปิดปาก

“สมกับเป็นเออร์เมียร์ สุดยอดไวน์แดงแห่งยุคสมัยใหม่ รสชาติเหนือกว่าไวน์ใดซึ่งฉันเคยดื่มอย่างเทียบไม่ติด มีความลุ่มลึกหลายระดับ แต่ทุกระดับกลับชัดเจนเข้มข้น”

แก้วไวน์ในมือถูกวางลง

“ชุมนุมลับซึ่งอาจมีเบาะแสของสมาคมแปรจิตจะถูกจัดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้”

“งั้นหรือ ทำไมถึงกะทันหันนัก?” ออเดรย์ซักถามพลางขมวดคิ้ว

ฟอร์สอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“เพราะคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้ทำให้ทุกคนเสียเวลามาก ยิ่งไปกว่านั้น จุดชุมนุมตั้งอยู่ในเขตเหนือ เป็นเขตความรับผิดชอบของเหยี่ยวราตรี ผู้ไม่ค่อยกระตือรือร้นในตอนกลางวันสักเท่าไร”

“ตกลง” ออเดรย์พยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม

ในเวลาเดียวกัน เธอมองไปรอบห้องหนึ่งหนและถอนหายใจกับตัวเอง

เทียบกับเมื่อก่อน ซิลกลายเป็นคนเงียบขรึมจนน่าห่วง ผิดกับฟอร์สโดยสิ้นเชิง…

ทันใดนั้น กายลินส่งเสียงคิกคัก

“ออเดรย์ ผมจะไปกับคุณด้วย”

“ทำไมหรือ?” เด็กสาวแสร้งถาม แม้จะทราบคำตอบอยู่เต็มอก

กายลินกระแอมในลำคอ

“แฮ่ม! นั่นเพราะผมได้สูตรโอสถนักปรุงยามาครองแล้ว จำเป็นต้องหาซื้อวัตถุดิบหลักสักหน่อย เพราะคลังสมบัติตระกูลไม่มีสิ่งของเหล่านั้น ผมได้มาจากฟอร์สในราคา 300 ปอนด์ เธอรับประกันว่าเป็นของจริง”

300 ปอนด์…? แต่ฉันจำได้ว่าเธอซื้อมาจากมิสเตอร์เวิร์ลแค่ 230 ปอนด์…

ออเดรย์หันขวับมองฟอร์สทันที

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version