ตอนที่ 367 : จดหมายขู่
วันอังคารเช้า สภาพอากาศยังคงเย็นจัด
ไคลน์ขยับปกเสื้อขนสัตว์พลางหยิบหมวกสวมหัว จากนั้นก็เปิดประตูบ้าน
ปลายทางคือกล่องไปรษณีย์สุดถนนมินส์ มันเตรียมนำซองจดหมายไปส่งให้สจ๊วต
ในเมื่อระยะทางไม่ไกลมาก ไคลน์จึงไม่อยากแต่งกายเป็นทางการสักเท่าไร แต่ความหนาวเย็นก็มองข้ามไม่ได้ ทำให้ต้องห่อหุ้มร่างกายด้วยอาภรณ์ตัวหนาขณะออกจากบ้าน
อาจเป็นเพราะกระแสลมหนาวพัดผ่านไปเมื่อคืน กรุงเบ็คลันด์จึงมีอากาศดีกว่าปรกติพอสมควร ไคลน์ตัดสินใจลดความเร็วลงเพื่อดื่มด่ำไปกับความเบาสบายอันหาได้ยาก
ขณะเดินผ่านบ้านเยอร์เก้น ชายหนุ่มรีบหันไปมองเมื่อได้ยินเสียง ‘แกร่ก’
มันเห็นคุณนายดอริสผู้สวมหมวกขนสัตว์สีดำและผ้าพันคอสีเทา กำลังยืนมองออกมาทางหน้าต่าง สีหน้าย่ำแย่ลงจากเดิมค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีอาการหลังค่อมให้เห็น
“อรุณสวัสดิ์นักสืบโมเรียตี้ ขอบคุณสำหรับความเอาใส่ใจโบรดี้เสมอมา เขาบอกว่าคุณเป็นคนจิตใจดี… ใช่ไหมโบรดี้?”
หญิงชราโน้มตัวลงไปจับแมวดำดวงตาสีเขียวมรกตขึ้นมาอุ้ม
โบรดี้พยายามขัดขืนด้วยขาสีข้างเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดหญิงชรา และมันก็ทำสำเร็จ แมวดำกระโจนลงมายืนบนกรอบหน้าต่างอย่างนุ่มนวล
แต่มันไม่เดินหนีไปไหน เพียงม้วนตัวหนึ่งรอบและใช้ศีรษะซุกไซร้คุณนายดอริสโดยไม่หันมาแยแสไคลน์
เราโดนแมวเมิน…
ไคลน์รำพันพลางเผยรอยยิ้ม
“ผมเองก็มีความสุขกับงานนี้มากเช่นกันแต่ข่าวดีกว่านั้นคือ คุณสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
หลังจากทักทายตามประสา ไคลน์กล่าวคำอำลาและเดินไปยังท้ายถนนด้วยรอยยิ้ม
แต่หลังจากย่างกรายไม่กี่ก้าว มันได้ยินเสียงคุณนายดอริสดังตามหลัง
“ถ้าเยอร์เก้นกลับมา ฉันจะให้เขาจ่ายค่าจ้างให้คุณ!”
…ผมเหมือนคนหิวเงินขนาดนั้นเลยหรือ?
มุมปากไคลน์กระตุกแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวครึ่งรอบพร้อมกับโบกมือเป็นเชิงรับรู้
หลังจากเดินพ้นบ้านเยอร์เก้นเป็นระยะทางไกล สีหน้าแววตาไคลน์พลันอึมครึมพลางถอนหายใจยาว
เมื่อครู่ มันใช้เนตรวิญญาณตรวจสอบสุขภาพของคุณนายดอริสและพบว่าร่างกายของเธอเข้าขั้นย่ำแย่ สาเหตุไม่ได้เกิดจากโรคชราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะอากาศเย็นจัดและมลพิษหนาแน่นรอบกรุงเบ็คลันด์ ทั้งหมดทั้งมวลได้กระตุ้นให้โรคปอดของเธอมีสภาพเลวร้าย
คุณนายดอริสอาจเอาตัวรอดจากช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวนี้ได้ แต่ไม่มีใครรับประกันว่าเธอจะยังทำได้ในฤดูกาลหลังจากนั้น… ถ้าต้องการให้เธอมีชีวิตต่อไปอีกสักสองสามปี ก็ต้องย้ายบ้านลงไปอยู่ทางใต้แถบ อ่าวเดซี่… ทว่า นักกฎหมายเยอร์เก้นคงยังไม่มีเงินเก็บมากพอจะทำแบบนั้น… แม้แต่เราก็ยังไม่เคยไปเหยียบอ่าวเดซี่สักครั้ง…
ไคลน์พึมพำขณะหยุดยืนหน้ากล่องจดหมาย มันพับกระดาษอย่างประณีตและหย่อนซองสีขาวลงไป
สิ่งนี้คือการโหมโรงก่อนขึ้นแสดง
โดยในช่วงเย็นวันเดียวกัน มันจะเดินทางไปยังวิหารฤดูเก็บเกี่ยวและเตรียมการขั้นตอนส่วนสุดท้าย
ก่อนกลับบ้าน ไคลน์แวะซื้อพายเดซี่และเดินย้อนกลับทางเดียวกับขาไป
ขณะเดินเกือบถึงหน้าบ้าน ชายหนุ่มมองเห็นรถม้าหรูหรากำลังจอดริมถนนใกล้กับประตูหน้าบ้านตน หญิงสาวสองคนสวมเดรสสีดำกำลังดึงเชือกกริ่งด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความกังวล รอบตัวมีบุรุษรับใช้และสาวใช้ยืนกระจายตัวประหนึ่งคอยระวังภัยอันตราย
มาดามสตาร์ลิ่ง… มาดามแมรี่…? พวกเธอมีธุระอะไรกับเรา?
หืม สีหน้ากระวนกระวายอย่างผิดวิสัย…
ไคลน์เดินถือถุงกระดาษบรรจุพายเดซี่เข้าไปใกล้สองสาวและกล่าวคำทักทาย
“คุณสุภาพสตรีทั้งสอง ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาอาหารเช้าไม่ใช่หรือ”
เมื่อพวกเธอหันกลับมาเห็นนักสือเชอร์ล็อก ฝ่ายแมรี่แสดงสีหน้าโล่งอกชัดเจน
“คุณนักสืบ คุณต้องช่วยฉัน!”
ไคลน์ใช้เนตรวิญญาณสำรวจและพบว่า ความกระวนกระวายไม่ใช่ของปลอม อีกทั้งยังมีความหวาดกลัวปะปนในปริมาณสูง เห็นดังนั้นจึงรีบพยักหน้ารับและชี้เข้าไปในบ้าน
“คุยกันข้างในเถอะครับ”
ขณะส่งเสียง เนตรวิญญาณไคลน์ชำเลืองไปทางสตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ผู้เป็นเจ้าของบ้านเช่า สีออร่าอารมณ์ของเธอแตกต่างจากสองวันก่อนอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นคนหดหู่และไม่มีกะจิตกะใจจะทำสิ่งใด
เกิดอะไรขึ้น? ถึงแม้ว่าเธอจะมีข้อเสียเป็นการอวดโอ่จนน่าหมั่นไส้ แต่เจ้าของบ้านของเราก็ไม่ใช่คนเบื่อโลกเช่นนี้…
ไคลน์ล้วงกุญแจไขประตูบ้าน
ขณะย่างกรายเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว แมรี่ส่งเสียงตามหลังอย่างร้อนรน
“นักสืบโมเรียตี้ ดิฉันได้รับจดหมายขู่!”
จดหมายขู่?
ไคลน์รีบวางถุงพายและนั่งประสานมือด้วยใบหน้าขึงขัง
“ในจดหมายเขียนอะไรไว้บ้างครับ?”
แมรี่หันไปมองสตาร์ลิ่ง เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตนห่อเหี่ยวและไร้วิญญาณ เธอจึงเป็นฝ่ายเล่าด้วยตัวเอง
“จดหมายระบุให้ดิฉันสืบสวนเรื่องมลพิษในอากาศอย่างเถรตรง และต้องเห็นแก่ความดีความชอบในอดีตของพวกเขา ไม่อย่างนั้น ดิฉันจะมีสภาพเหมือนกับตุ๊กตาซึ่งถูกส่งมาพร้อมกับจดหมาย… ตุ๊กตาตัวดังกล่าวไม่มีหัว แขนและขาถูกหักในลักษณะน่าหวาดเสียว”
คล้ายกับแมรี่ยังจดจำความรู้สึกขณะเปิดอ่านจดหมายได้แม่นยำ เธอเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ดิฉันไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่ทราบเลยว่าเป็นการแกล้ง หรืออีกฝ่ายคิดจะทำจริงกันแน่ ดิฉันคาดไม่ถึงว่าการเป็นคณะกรรมการมลพิษทางอากาศแห่งชาติจะทำให้ตัวเองต้องพบเจอเรื่องแบบนี้… ไม่เคยคิดเลย…”
มาดาม บางทีจักรพรรดิโรซายอาจเคยกล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์จะเกลียดชังบุคคลสองประเภทมากเป็นพิเศษ จำพวกแรกคือ ผู้ทำให้พ่อแม่ของตนต้องตาย และอีกหนึ่งจำพวกคือ ผู้ทำลายช่องทางทำมาหากินของตน…
ไคลน์พยักหน้ารับด้วยมาดขรึม
“คำแนะนำของผมก็คือ ให้คุณนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับตำรวจ”
จากมุมมองของไคลน์ หลังจากมาดามแมรี่กลายเป็นคณะกรรมการมลพิษแห่งชาติ ตำรวจย่อมมองเธอเป็นบุคคลสำคัญและคอยมอบความสะดวกอย่างสุดฝีมือ
เหนือสิ่งอื่นใด คดีนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายทางการเมืองในอนาคต ตำรวจไม่มีทางมองเป็นแค่คดีข่มขู่ธรรมดา แต่จะส่งต่อความรับผิดชอบให้กับสามโบสถ์หลักหรือหน่วยพิเศษ
และเนื่องจากแมรี่เป็นสาวกของเทพธิดา จึงมีความเป็นไปได้ว่า คดีจะถูกส่งต่อให้กับเหยี่ยวราตรี
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ แม้ว่าไคลน์จะต้องการเงินค่าจ้างก้อนใหญ่ แต่มันก็ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตราย
“ดิฉันทำไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้สบายใจขึ้นสักเท่าไร” แมรี่ตอบพลางเม้มปาก
“คุณรู้ไหมว่าพวกเขาพูดว่าอย่างไร? เขาบอกว่า เป็นเพราะเนื้อหาภายในจดหมายถูกเขียนโดยการตัดกระดาษแปะ และตุ๊กตาก็สามารถหาซื้อได้ง่าย จึงไม่มีทางระบุตัวผู้ส่งจดหมายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น! พวกเขาทำเพียงส่งตำรวจไม่กี่คนมาคอยตามอารักขา! ท่านเทพธิดา! นี่คือการปฏิบัติต่อพลเมืองผู้เดือดร้อนอย่างนั้นหรือ?”
แมรี่เว้นวรรคพลางจ้องไคลน์
“นักสืบโมเรียตี้ ดิฉันเชื่อว่าคุณมีฝีมือพอจะรับงานนี้ ไม่เพียงจะเคยแสดงผลงานให้ดิฉันเห็นเป็นประจักษ์ แต่คุณยังได้รับคำชมมากมายจากไมค์ ทาลิม และอลัน ไม่ใช่แค่นั้น ดิฉันยังทราบด้วยว่า คุณเป็นส่วนสำคัญในการจับกุมคนร้ายคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง… ไม่ต้องห่วง ดิฉันจะจ่ายค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน”
คำพูดของคุณทำให้ผมดีใจก็จริง แต่มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล…
หากตำรวจไม่ถูกติดสินบน พวกเขาต้องส่งต่อคดีให้กับเหยี่ยวราตรี ซึ่งหน่วยดังกล่าวจะมีผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายหรือผู้ส่องความลับไว้สำหรับแกะรอย ฉะนั้น ลำพังการใช้กระดาษตัดอักษรแปะ ย่อมไม่เพียงพอจะเล็ดลอดไปจากการแกะรอยของผู้วิเศษได้…
ดังนั้น ถ้าตัวคนส่งจดหมายไม่ถูกจับกุมเรียบร้อยแล้ว จดหมายฉบับนั้นก็ต้องมีพลังต่อต้านการทำนายในระดับสูง…
เหตุการณ์ออกได้หลายหน้าเกินไป เราไม่ควรตัดสินใจอย่างบุ่มบ่าม…
ไคลน์ยังไม่มอบคำตอบ ทำเพียงก้มหน้าตรึกตรองหาความผิดปรกติอย่างรอบคอบ
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นถูกความเงียบงันปกคลุมเป็นเวลานาน แมรี่และสตาร์ลิ่งเริ่มกระวนกระวายเมื่อกระแสเวลาไหลผ่าน
ระหว่างนี้ ไคลน์นำเหรียญออกมาควงเล่นรอบนิ้วเพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่า นี่คือพฤติกรรมขณะตนกำลังใช้สมอง
ทันใดนั้น เหรียญถูกดีดขึ้นฟ้าพร้อมกับหล่นลงบนฝ่ามือในสภาพคว่ำหน้า
ไคลน์พลันประหลาดใจ เพราะประโยคทำนายของมันคือ ‘ภารกิจนี้มีอันตรายเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่’
และคำตอบออกมาเป็น ‘ไม่’
เรื่องน่าตกใจก็คือ หากมีคนข่มขู่จริง ต่อให้อีกฝ่ายไม่มีพลังในการต่อสู้เลย แต่คดีก็ควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอันตรายบ้าง ไม่ใช่การปลอดอันตรายโดยสมบูรณ์เช่นนี้…
หรือว่าจะไม่มีคนปองร้ายตั้งแต่แรก…
ไคลน์ก้มหน้าใช้สมองอย่างรัดกุม ก่อนจะหันมายิ้มให้แมรี่
“มาดามแมรี่ คุณไม่ต้องกังวลไปนัก ผมขอแนะทำให้กลับบ้านและใช้ชีวิตตามปรกติ ถ้าภายในสองวันนี้มีใครมาเสนอตัวช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับจดหมายขู่ รวมถึงขอตีแผ่เรื่องราวให้ชาวเมืองทราบถึงความน่ารังเกียจของเจ้าของโรงงาน… ให้คุณสบายใจได้เลยว่า ทุกสิ่งจะผ่านไปอย่างราบรื่น”
ทฤษฎีในหัวไคลน์ก็คือ จดหมายขู่ฉบับดังกล่าวเป็นฝีมือของฝ่ายคณะกรรมการมลพิษในอากาศแห่งชาติ ทำไปเพื่อหวังสร้างภาพและให้ประชาชนเห็นว่าตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ หลังจากนี้ก็จะได้รับความเห็นใจจากชาวเมืองอย่างล้นหลาม และสามารถออกรายงานโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างชอบธรรมจนเกิดเป็นร่างพระราชบัญญัติในอุดมคติ
ขณะเดียวกันก็เป็นเหตุผลสนับสนุนว่า ทำไมฝ่ายตำรวจถึงมีท่าทีตอบสนองในลักษณะเฉื่อยชานัก
“…ทำไมคุณถึงเชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้น?”
แมรี่ซักถามพลางขมวดคิ้ว · ไคลน์ยิ้ม
“ผมอนุมานจากข้อมูลแวดล้อม”
“แล้วถ้าเรื่องนั้นไม่เกิดขึ้นภายในสองวัน?”
แมรี่ถามจี้ · ไคลน์ยังคงยิ้ม
“ถ้าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ผมจะช่วยคุ้มครองคุณอย่างสุดความสามารถ”
ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร แต่ผลการทำนายระบุชัดเจนว่าปลอดภัย…
หลังจากส่งแมรี่และสตาร์ลิ่งกลับไป ไคลน์เข้ามิติสายหมอกเพื่อทำนายยืนยันอีกครั้ง และได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกประการ
เมื่อความวุ่นวายจบลง
พายเดซี่เย็นชืด…
…
แมรี่กลับถึงบ้านด้วยสีหน้ากระวนกระวาย เธอครุ่นคิดอยู่นานว่าจะขอร้องให้สตาร์ลิ่งค้างคืนเป็นเพื่อนสักสองวันดีไหม
ทันใดนั้น พ่อบ้านได้เดินเข้ามาแจ้งว่า บุตรชายคนโตของเคาต์ฮอลล์ เลขานุการคณะกรรมการมลพิษทางอากาศแห่งชาติ มิสเตอร์ฮิบเบิร์ต·ฮอลล์ แวะมาเยี่ยมและกำลังรอพบ
ทั้งคู่เลือกสนทนาภายในห้องนั่งเล่น
ขณะแมรี่กำลังอ้ำอึ้ง สุภาพบุรุษหนุ่มผมทองชิงเปิดประเด็น
“มาดามแมรี่ ผมได้ยินความโชคร้ายของคุณแล้ว ช่างเป็นความน่าอับอายของกรุงเบ็คลันด์ ไม่สิ เป็นความน่าอับอายของทั้งอาณาจักรโลเอ็นด้วยซ้ำ! ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง… แต่คุณไม่ต้องกังวล คณะกรรมการทุกคนจะยืนหยัดอยู่ฝ่ายเดียวกับคุณตลอดไป!”
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยค่ะ”
แมรี่ตอบรับด้วยกริยาสง่างาม
ขณะหญิงสาวกำลังครุ่นคิดว่าตนควรกล่าวสิ่งใดต่อ ฮิบเบิร์ต·ฮอลล์ชิงพูดแทรก
“มาดาม ผมจะให้นักข่าวมาสัมภาษณ์คุณถึงความเลวทรามของเหตุการณ์ในคราวนี้ ผมต้องการป่าวประกาศให้ชาวเมืองทุกคนได้ทราบถึงความชั่วร้ายของเจ้าของโรงงานไร้จิตสำนึก! ผมต้องการให้ชาวเมืองเกลียดชังคนชั่วผู้เอาแต่สร้างมลพิษให้พวกเรา! มาดาม ได้โปรดทำตามคำแนะนำด้วย”
นี่มัน… ไม่ผิดไปจากคำอธิบายของนักสืบโมเรียตี้เลยสักนิด!
แมรี่อึ้งจนพูดไม่ออก
…
หลังเสร็จอาหารกลางวัน ไคลน์นั่งผ่อนคลายพลางทบทวนตัวเอง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรให้ทำอีก ชายหนุ่มส่งจิตเข้าห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา จุดประสงค์คือการทำนายหาต้นกำเนิดของขวดพิษชีวภาพ
คราวนี้จะไม่มีการลังเลอีกแล้ว!
………………….
