ตอนที่ 251 พานเจาพ่ายแพ้
ตอนที่ 251 พานเจาพ่ายแพ้
กระบี่วิญญานของสิงเชียนพาดอยู่บนลำคอของเจี่ยนเซิ่งหนาน
“ข้า… ข้าแพ้แล้ว” เจี่ยนเซิ่งหนานเอ่ยอย่างยากลำบาก ในใจขมปร่า นางอยู่ในสำนักถือเป็นพวกระดับสูง นอกจากพานเจาก็ไม่มีใครเล่นงานนางได้ โตมาถึงป่านนี้ นางแพ้น้อยมาก ต่อให้แพ้ก็ต้องเป็นหลังจากการต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน อีกฝ่ายใช้วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาจึงจะกำราบนางได้
กระทั่งวันนี้ นางยังไม่ทันได้ใช้ศาสตร์ลับออกมาด้วยซ้ำก็ถูกอีกฝ่ายหยุดเอาไว้แล้ว นี่แสดงว่าความแตกต่างระหว่างนางกับฝ่ายตรงข้ามมากจนถึงขั้นทำให้ต้องตระหนก ยามนี้ความภาคภูมิใจทั้งหมดถูกทำลายจนสิ้น อีกฝ่ายเป็นแค่ระดับก่อจิตขั้นห้าขั้นฟ้าเท่านั้น!
เจี่ยนเซิ่งหนานออกจากสนามอย่างเซื่องซึม ในสมองยังคงขาวโพลน การต่อสู้ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนางรุนแรงเกินไป ศิษย์ของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยทั้งหมดพากันโศกเศร้า คนในผังลูกศิษย์ฝ่ายตนพ่ายแพ้ในมือจอมยุทธ์ก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้าคนหนึ่ง ทั้งยังแพ้อย่างยับเยิน
ทุกคนนึกไปถึงคำพูดของจวงเสียนก่อนหน้านี้ ในใจเหน็บหนาวขึ้นมา คนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าจวงเสียน ไม่แน่ว่าอาจเอาชนะพานเจาได้ สำหรับสำนักจั่วสุย หากพานเจาพ่ายแพ้ต่อสิงเชียน นั่นยังเสียศักดิ์ศรียิ่งกว่าแพ้ให้กับจวงเสียนเสียอีก
จิตใจที่เพิ่งผ่อนคลายเมื่อครู่ ยามนี้กลับมาหนักอึ้งกว่าเดิม
สิงเชียนมองไปทางฝั่งจั่วสุย เอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ต้องรีบร้อน ข้าจะรอให้เจ้าฟื้นฟูกำลังก่อน”
“ไม่จำเป็น!” พานเจาเพิ่งจะนั่งลงไปไม่นานก็ลุกขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึม ขณะเดียวกันก็อ่อนล้าอยู่บ้าง จู่ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมาแวบหนึ่ง ‘การเป็นอันดับหนึ่งในผังลูกศิษย์ก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร ยามนี้แรงกดดันทั้งหมดตกลงบนบ่าของเขา
สิงเชียนผู้นี้ ถึงจะเป็นแค่ระดับก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้า แต่กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ หากแพ้ให้คนผู้นี้ คนที่เสียหน้าไม่ใช่แค่จั่วสุย แต่ยังจะเป็นรอยตำหนิในชีวิตของเขาด้วย
ขณะมองพานเจาเดินมาช้าๆ สิงเชียนก็เอ่ยเรียบๆ “ไม่จำเป็นจริงหรือ ข้าไม่อยากรังแกเจ้า”
คำพูดที่พานเจาเคยใช้ถูกนำกลับมาย้อนคืน สีหน้าเขาเคร่งขรึม “ไม่ต้อง เมื่อครู่เลื่อนระดับ อาการบาดเจ็บภายในถูกขจัดจนหมด เอาชนะจวงเสียนก็ไม่ได้เปลืองแรงเท่าไร”
คำพูดนี้ถือว่าย้อนอีกฝ่าย แต่อารมณ์ของสิงเชียนไม่มีความเปลี่ยนแปลง เขาเพียงพูดสิ่งที่คิดออกมาเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทิ่มแทงพานเจา เมื่อมองใบหน้าที่สงบนิ่งนั้น พานเจาก็ต้องขมวดคิ้ว อีกฝ่ายไม่ได้จงใจยั่วยุ เช่นนี้คำพูดของเขาเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการลดเกียรติตนแล้ว
พานเจาส่ายหน้า สลัดความคิดนี้ทิ้งไป ผลลัพธ์ของการประลองคือตัวตัดสินทุกสิ่ง เรื่องอื่นไม่สำคัญอีกแล้ว เขาจ้องสิงเชียนราวกับมองสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ทันใดนั้นก็ลงมือ สะบัดฝ่ามือใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
พลังฝ่ามือเรืองรองทะยานออกไป อานุภาพอันน่ากลัวสาดใส่สิงเชียน อีกฝ่ายเอาชนะเจี่ยนเซิ่งหนานได้ง่ายๆ พละกำลังต้องไม่อ่อนด้อย พานเจาไม่กล้าประมาท พอลงมือก็ใช้ศาสตร์ลับที่อานุภาพไม่อ่อนแอ
สีหน้าของสิงเชียนยังคงสงบนิ่ง แขนของเขาขยับ ลำแสงกระบี่พุ่งออกไปราวสายลม แทงกลางฝ่ามือแสงอย่างแม่นยำ
พานเจาม่านตาหดวูบ ตัดสินใจถอยหลังก้าวหนึ่ง อีกฝ่ายจัดการฝ่ามือแสงของเขาได้ทั้งหมด นี่ต้องใช้พลังปราณที่แข็งแกร่งขนาดไหน ต่อให้เป็นจวงเสียนก็มีแต่ต้องใช้ค้อนยักษ์สร้างเกราะกำบังที่สมบูรณ์แบบถึงจะคลี่คลายกระบวนท่านี้ได้ แต่สิงเชียนกลับทำลายได้อย่างง่ายดาย
“แสดงฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าออกมาเถอะ ไม่เช่นนั้น เจ้าก็ไม่มีโอกาสแล้ว” สิงเชียนเอ่ยช้าๆ
พานเจาได้ยินแล้วในใจก็ขุ่นเคืองขึ้นมา เด็กน้อยระดับก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้าคนหนึ่ง ปากคอกลับโอหังขนาดนี้ ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาสักนิด ทำให้คนโมโหแล้ว
“ได้! ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะคลี่คลายพันไหมหมื่นรัดของข้าอย่างไร!” พานเจาโมโห ไม่คิดยั้งมืออีก ยื่นสองมือออกไป สิบนิ้วเคลื่อนไหว เส้นด้ายที่ทำให้ผู้คนสั่นสะท้านปรากฏออกมามากมาย ของสิ่งนี้คมกริบกว่ากระบี่วิญญาณเสียอีก ทั้งยังทนทานกว่ามาก แม้แต่ยอดฝีมืออย่างจวงเสียนก็ยังถูกบาดเป็นรอยแผลน่ากลัว หากประมาทพันไหมหมื่นรัดจะต้องไม่มีจุดจบที่ดี
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้น เส้นด้ายมากมายในมือของพานเจาจู่โจมสิงเชียนอย่างมีรูปแบบ ปราศจากความยุ่งเหยิง
พลังปราณกลายเป็นเส้นด้ายพิเศษ พุ่งเข้ามาจากสี่ทิศแปดทาง สิงเชียนควงกระบี่อีกครั้ง แสดงศาสตร์ลับเมื่อครู่ออกมา ลำแสงกระบี่เป็นดั่งดาบลม แทงเส้นด้ายแต่ละเส้นอย่างแม่นยำ แต่แล้วหัวคิ้วของสิงเชียนก็กระตุกขึ้นมา เขาพบว่าลำแสงกระบี่เหล่านั้นสะบั้นเป็นสองส่วน จากนั้นสลายไปในอากาศ เส้นด้ายลมปราณที่พานเจาสร้างขึ้นมาเหนียวแน่นปานนี้
“ไม่เลว!” สิงเชียนเอ่ย สีหน้าเกิดความสนใจเล็กน้อย
คนของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยมองเด็กหนุ่มผู้นั้นอย่างตะลึง เจอการโจมตีที่น่ากลัวขนาดนี้ เขาก็ยังสงบนิ่งได้ ราวกับมั่นใจเต็มเปี่ยม ความสามารถของเขาแข็งแกร่งเพียงไหนกัน
คงไม่ใช่ว่าเขาเสแสร้ง ที่จริงความสามารถมีเพียงเท่านี้หรอกนะ แต่ทุกคนก็รู้ว่านั่นไม่น่าเป็นไปได้
อวิ๋นโม่เท้าคางเอ่ยเสียงเบา “พานเจาคงแพ้แล้ว”
“อะไรนะ” ได้ยินเสียงอวิ๋นโม่ พวกเมิ่งซือซือก็หันมามอง ไม่ทันรอให้อวิ๋นโม่เอ่ยปาก พวกเขาก็ถูกการต่อสู้บนลานดึงดูดไปอีกครั้ง
ตูม!
พลังปราณในร่างของสิงเชียนแผ่ออกมาอย่างคลุ้มคลั่งด้วยความรวดเร็ว จากนั้นกระบี่วิญญาณในมือของเขาก็เกิดเปลวไฟลุกโชนแรงกล้า
ฟิ้วๆๆ!
เส้นด้ายมากมายพุ่งเข้ามา สิงเชียนขยับร่างราวกับนก หลบหลีกการโจมตีทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเขาหยุดการเคลื่อนไหว ทุกคนก็รู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับพานเจาเหยียดยาววขึ้นมาก รัศมีวงล้อมของเส้นด้ายถูกทำลายไปแล้ว
เห็นกระบี่วิญญาณที่มีเปลวไฟลุกโชนในมือของสิงเชียน พานเจาก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา เขาพุ่งเข้าไปอย่างดุดัน คิดจะใช้เส้นด้ายสร้างวงล้อมสิงเชียนอีกครั้ง
แต่แล้วก็ได้ยินสิงเชียนคำรามเบาๆ “แผดเผา!”
ฟิ้ว!
เปลวไฟร้อนแรงสายหนึ่งกลายเป็นลำแสงกระบี่พวยพุ่งออกไป ตรงเข้าหาเส้นด้ายอย่างแม่นยำ เส้นด้ายเหล่านั้นก็เหมือนเกล็ดหิมะต้องแสงอาทิตย์ สลายไปอย่างรวดเร็ว
พานเจาทุ่มเทพลังบังคับเส้นด้าย คิดจะหลบเลี่ยงการโจมตีของลำแสงกระบี่ แต่เปลวไฟบนลำแสงกระบี่เหมือนมีดวงตางอกเงย ไล่ตามเส้นด้ายอย่างกระชั้นชิด จากนั้นก็ฟันเป็นชิ้นๆ
เส้นด้ายไม่เพียงขาดสะบั้น แต่หลังจากขาดแล้วยังสลายไปในอากาศ
จากนั้นไม่นาน พานเจาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเปลวไฟแสงกระบี่พุ่งเข้าหาตน
“อ๊าก!”
พานเจาโบกสองมือออกไป สร้างเกราะคุ้มกันขนาดใหญ่ขึ้นมา คิดจะต้านกระบี่แสงที่เปี่ยมด้วยพลังจนน่าตะลึง
พอลำแสงกระบี่สองสายพุ่งลงมา เกราะก็แตกกระจาย จากนั้นลำแสงกระบี่ก็แทงเข้าไปในร่างพานเจาอย่างจัง
ฉัวะๆ ฉัวะๆ!
เลือดสดๆ ไหลทะลัก จากนั้นอากาศก็อบอวลด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ หลังจากพานเจารับกระบี่แสงไปหลายครั้ง สิงเชียนก็โบกมือ กระบี่แสงพลันหายไป ร่างของพานเจาเต็มไปด้วยบาดแผลที่น่ากลัว เขามองสิงเชียนอย่างนิ่งงัน ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงล้มลง
“ศิษย์พี่พานเจา!”
หลายคนร้องอย่างตกใจ สตรีบางคนถึงกับร้องไห้ออกมา น่าสงสารเกินไปแล้ว พานเจาพ่ายแพ้หมดรูป ระดับก่อจิตขั้นแปดชั้นฟ้าพ่ายแพ้ต่อระดับก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้า สำหรับสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยแล้ว นี่เป็นความอัปยศอย่างแรง!
แพทย์โอสถท่านหนึ่งเหาะเข้ามาในลานประลองแล้วพาพานเจาออกไป ศิษย์สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยทั้งหมดต่างตกตะลึงจนในสมองขาวโพลน
สำนักศึกษาราชวงค์จั่วสุยแตกต่างกับสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยมากขนาดนี้เชียวหรือ
ทุกคนต่างก็ทรุดลงบนที่นั่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกว่านี่เป็นฝันร้ายตื่นหนึ่ง นึกถึงคำพูดของพวกตนช่วงแรกที่ได้รับชัยชนะติดต่อกันหลายครั้งก็รู้สึกน่าอดสู ชนะรวดตลอดทางอะไรกัน นี่ไม่ใช่ว่าแพ้รวดตลอดทางหรือ! แม้แต่การต่อสู้ระหว่างพานเจากับจวงเสียน ว่ากันตามจริงก็ถือว่าแพ้แล้ว
สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยแพ้อนาถเกินไปแล้ว
“เฮอะๆ อัจฉริยะที่ไหนกัน ก็แค่พวกกระจอกเท่านั้น!” ก่วนเยี่ยตะโกนเสียงดังมาจากฝั่งสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย ทำให้สีหน้าของลูกศิษย์จั่วสุยทั้งหมดยิ่งย่ำแย่กว่าเดิม แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน ความจริงวางอยู่ตรงหน้า สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยด้อยกว่ามาก
อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยหัวเราะเสียงดังหลายครั้ง ก่อนกล่าวกับอาจารย์ของจั่วสุย “ทุกท่านอย่าได้เคร่งเครียดเกินไป พวกเราสองฝ่ายประชันฝีมือแลกเปลี่ยนวิชายุทธ์กัน ย่อมต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ ครั้งนี้พวกท่านแพ้ก็ไม่เป็นไร”
เมื่ออาจารย์ทั้งหมดของจั่วสุยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง แต่ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ความพ่ายแพ้ที่ผ่านมา มีครั้งใดบ้างที่อนาถเช่นครั้งนี้ การประลองของศิษย์ระดับสูงเรียกว่าพ่ายแพ้เกือบทั้งหมด
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนยิ่งโกรธแค้นอย่างที่สุดกำลังตามมา
สิงเชียนมองไปทางลูกศิษย์ของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุ่ยที่เข้าร่วมการประชันพลางเอ่ยเสียงเรียบ “อันดับหนึ่งของจั่วสุย อ่อนแอเกินไปแล้ว!”
“พวกเจ้าทั้งหมดเข้ามาพร้อมกันเถอะ! หากชนะข้าได้ก็ถือว่าชนะฝ่ายโย่วสุยได้เป็นอย่างไร!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 251 พานเจาพ่ายแพ้"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com