ตอนที่ 253 อวิ๋นโม่ลงสนาม
ตอนที่ 253 อวิ๋นโม่ลงสนาม
เรื่องที่กังวลใจที่สุดเกิดขึ้นแล้ว ยามนี้ทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่าเรื่องในวันนี้กลายเป็นจุดด่างพร้อยรอยใหญ่ที่สุดของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยแล้ว กลุ่มลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลับสู้คนคนเดียวของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ คนผู้นั้นยังเป็นเพียงระดับก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้าอีกด้วย
ชั่วขณะนั้น กำลังใจของคนนับหมื่นในสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย กลับถูกคนเพียงไม่กี่สิบคนเหล่านั้นกดลงไป ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยหัวเราะเสียงกึกก้อง มีคนชี้มาทางศิษย์ของจั่วสุยด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างที่สุด คนทั้งหมดของจั่วสุยถูกดูถูกจนแทบหายใจไม่ออก
อาจารย์ทั้งหมดของจั่วสุยต่างก็ทรุดลงนั่ง ในใจรู้ว่าตนเองผิดแล้ว แต่คำพูดของคนที่อยู่ในลานประลองยิ่งทำให้คนทั้งหมดอดสูงกว่าเดิม
“นั่นเป็นลูกศิษย์ที่เก่งกาจที่สุดของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยแล้วหรือ ช่างทำให้คนผิดหวังเสียจริง!” สิงเชียนขมวดคิ้ว เขารู้สึกผิดหวังจริงๆ ไม่ใช่แค่เย้ยหยันสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย “ได้ยินว่าเมื่อหลายปีก่อนศิษย์ในของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยเอาชนะพวกเราครั้งใหญ่ ที่ข้ามาครั้งนี้เพราะคิดจะแลกเปลี่ยนกับอัจฉริยะของจั่วสุยเสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นเช่นนี้ ช่างทำให้คนผิดหวังเหลือเกิน”
ขณะมองไปรอบๆ ก็เอ่ยต่ออีกว่า “อย่าได้จำกัดอยู่แค่สามสิบคนนี้เลย บางทีสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยอาจมีเสือซุ่มมังกรซ่อน มียอดฝีมือที่ไม่ถูกค้นพบอยู่ เอาเช่นนี้เถอะ ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอเพียงเป็นระดับก่อจิต ต่างก็สามารถมาสู้กับข้า ต่อให้เป็นศิษย์ใน ข้าก็พร้อมรับ”
ศิษย์ในบางคนลุกขึ้นมองสิงเชียนอย่างโมโห มีคนคิดจะลงไป แต่ก็ถูกคนอื่นฉุดเอาไว้
“ใจเย็นหน่อย! หากศิษย์ในลงไป ต่อให้เอาชนะเขาได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร หากว่าแพ้ก็ยิ่งทำให้สำนักศึกษาเราเสียหน้า”
“สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครสามารถต่อสู้ได้แล้วหรือ” ศิษย์บางคนของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยตะโกนเสียงดังไปรอบๆ ด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าเดิม
“ชั่วช้า!” คนไม่น้อยกัดฟันกรอดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กดความโกรธแค้นและความรู้สึกถูกลบหลู่ไว้ในอก
เมิ่งซือซือเม้มริมฝีปาก ใบหน้าเล็กๆ ซีดขาว ดูออกว่านางใส่ใจเรื่องนี้มากจริงๆ สาวน้อยมองไปทางอวิ๋นโม่ ในดวงตามีหมอกน้ำปกคลุม
“ศิษย์พี่ ตอนนี้ท่านสมควรลงไปได้แล้วกระมัง” เมิ่งซือซือใช้น้ำเสียงวิงวอน ยกมือเช็ดขอบตา
อวิ๋นโม่ลูบจมูกอย่างรู้สึกผิดอยู่บ้าง นี่เป็นเรื่องเล็กแท้ๆ ยัยเด็กนี่เป็นถึงขนาดนี้เชียวหรือ ถึงกับจะร้องไห้แล้ว
คนเถื่อนที่อยู่ข้างๆ กำหมัดจนส่งเสียงลั่นกรอบๆ แต่แรกแล้ว “มารดามันเถอะ หากไม่ใช่เพราะข้าเป็นแค่ระดับเปลี่ยนชีพจร จะต้องขึ้นไปเล่นงานเจ้าเด็กนั่นจนหัวแบะให้จงได้! อวิ๋นโม่ เจ้าไม่ต้องนั่งแล้ว รีบไปจัดการไอ้สารเลวนั่น เห็นท่าทางโอหังของพวกมัน ข้าโมโหจนแทบทนไม่ไหวแล้ว!”
อวิ๋นโม่ลุกขึ้นช้าๆ ขยับหัวไหล่อย่างจำใจ “อันที่จริงข้ารู้สึกว่า ที่เขาพูดไว้ก่อนหน้านี้ก็ไม่ผิด ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน มีคนแพ้มีคนชนะก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“รีบไป!” พวกเมิ่งซือซือมุมปากกระตุก ตะโกนไล่เสียงดัง
อวิ๋นโม่หันไปอย่างไม่พอใจ เดินไปทางลานประลอง พออวิ๋นโม่เดินไปแล้ว เมิ่งซือซือก็หัวเราะขึ้นมาทันที ดึงหลี่เยว่มาพูดด้วยว่า “เป็นอย่างไรบ้าง พี่หลี่เยว่ ข้าแกล้งได้เหมือนหรือไม่”
“อ๋า… นี่เจ้าแกล้งหรือ” หลี่เยว่แปลกใจ
“ไม่เช่นนั้นท่านคิดว่าอะไร ข้าจะร้องไห้จริงๆ หรือ” เมิ่งซือซือพูดต่อ “ศิษย์พี่เป็นจอมวายร้าย เอาแต่ทำท่าไม่ใส่ใจ หากข้าไม่ทำเช่นนี้ เขาก็คงไม่ลงไปจริงๆ”
“หึ! ศิษย์พี่แสดงพลังออกมา ทุบเจ้าชั่วพวกนั้นให้ตาย!” เมิ่งซือซือกำหมัดโบกขึ้นไป
อวิ๋นโม่ที่อยู่ด้านหน้าใช้ญาณหยั่งรู้แผ่มาถึงตรงนี้ สีหน้าดำทะมึนอยู่บ้าง
ไกลออกไป ในที่สุดห่าวฉิวก็เจอเงาร่างของอวิ๋นโม่ เห็นเขาเดินออกไปด้านหน้าก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เขาแอบกำหมัด มีอวิ๋นโม่ออกศึก ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมแล้ว
บนลานประลอง ยอดฝีมือยี่สิบกว่าคนของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย ถอยออกไปอย่างท้อแท้ ส่วนสิงเชียนก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยทำให้เขาผิดหวังมาก จนถึงตอนนี้คนเหล่านี้ยังไม่อาจบีบให้เขาแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาเลย
สิงเชียนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง จากนั้นหันกายเดินไปทางฝั่งสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย
“รอก่อน” ขณะที่สิงเชียนเดินไปถึงขอบลานประลอง จู่ๆ เสียงของอวิ๋นโม่ก็ดังขึ้น
คนของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยทั้งหมดได้ยินเสียงตะโกนก็พากันชะงักไปด้วย ยามนี้แล้วยังจะมีใครกล้าขึ้นไปท้าประลองอีก จะต้องเป็นคนที่มั่นใจในความสามารถของตนเองมาก หรือว่าในสำนักศึกษาจะยังมีผู้แข่งแกร่งที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่
แต่แล้วพอเห็นเงาร่างที่เดินเข้าไปในลานประลองชัดเจน ทุกคนก็ต้องทำหน้าผิดหวัง จากนั้นความโกรธที่ระงับไม่อยู่ก็พุ่งขึ้นมา ถึงขนาดนี้แล้ว เจ้านั่นยังจะออกมาอีก!
“อวิ๋นโม่ เจ้าทำอะไร ยังไม่รีบกลับเข้ามาอีก!” มีคนตะโกนเสียงดัง
“เจ้าทำแบบนี้มีความหมายอะไร เจ้าคิดว่าไม่มีใครกล้าสู้กับสิงเชียน พอเจ้าออกมาแล้ว ทุกคนจะนับถือในความกล้าของเจ้าหรือ”
ทั้งหมดระเบิดโทสะอย่างรุนแรง ต่างก็คิดว่าเข้าใจแล้วว่า ทำไมก่อนหน้านี้ตอนที่อาจารย์เปลี่ยนเขาออกมา เขาถึงได้รับปากอย่างง่ายดาย ที่แท้เขาก็รอโอกาสนี้อยู่ เพียงแต่เจ้าออกไปยามนี้ ถูกคนเขากำราบเอาไว้ในฝ่ามือเดียว ไม่ใช่ว่ายิ่งทำให้สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยเสียหน้ากว่าเดิมหรือ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เจ้าทำแบบนี้มันปัญญาอ่อน โง่เง่ามาก!” ทุกคนต่างก็โมโห
อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยก็โมโหเช่นกัน “อวิ๋นโม่ เจ้าขึ้นไปทำไม กลัวว่าจั่วสุยจะเสียหน้าไม่พอหรือ”
อวิ๋นโม่ขึ้นไปท้าประลองกับสิงเชียนจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยไร้วิธีการ ว้าวุ่นถึงขนาดส่งคนลงไปด้วยความสับสน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่หวังให้ใครไปคว่ำสิงเชียน แม้อวิ๋นโม่จะมีพรสวรรค์ยุทธ์สูง ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ด้วยการฝึกฝนทัณฑ์พันอัสนีจนสำเร็จ พละกำลังเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกัน แต่อย่างไรเขาก็เป็นแค่เด็กใหม่ จะต้านทานตัวประหลาดอย่างสิงเชียนที่เอาชนะพานเจาอย่างง่ายดายได้อย่างไร
อวิ๋นโม่ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงของผู้คน เพียงมองสิงเชียนนิ่งๆ เขาลงมือก็เพราะถูกพวกเมิ่งซือซือขอร้อง ปฏิกิริยาของคนเหล่านี้ เขาเดาได้แต่แรกแล้ว จึงไม่คิดจะใส่ใจ
สิงเชียนมองอวิ๋นโม่ เอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้าจำเจ้าได้ เจ้าเด็กที่มีวิชาแพทย์เก่งกาจ ว่าอย่างไร สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยไม่มีคนแล้วจริงๆ ถึงได้ส่งแพทย์โอสถคนหนึ่งออกมาสู้กับข้าหรือ”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรก ข้าไม่ได้ถูกใครส่งมา แต่มีคนขอให้ข้าลงมือ ดังนั้นข้าจึงมา เรื่องที่สอง ข้าไม่ได้มาท้าประลองเจ้า แต่มากำราบเจ้า”
สิงเชียนหัวเราะอย่างอ่อนใจ ขนาดอันดับหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยยังถูกเขากำราบ คนตรงหน้ากับกล้าพูดว่าจะกำราบตน แต่เขาก็เก็บรอยยิ้มบนใบหน้ากลับไป ขมวดคิ้วจ้องอวิ๋นโม่
“ระดับท่องพันลี้หรือ” เขาถาม แต่แล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธกับตนเอง “ไม่ถูกต้อง เจ้าดูไปยังเด็กกว่าข้าเสียอีก ไม่มีทางเป็นจอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ ข้ามองระดับยุทธ์ของเจ้าไม่ออก คงเพราะเจ้าใช้วิธีการพิเศษบางอย่างปิดบังระดับยุทธ์ของตนเอง เช่นนั้นแล้วเจ้าอยู่ระดับยุทธ์ใด”
หากเป็นระดับยุทธ์ก่อจิตชั้นสูงก็พอจะทำให้เขาสนุกได้
อวิ๋นโม่เคลื่อนไหวพลังปราณ แสดงระดับยุทธ์ของตนเองออกมา ขณะเดียวกันก็กล่าวว่า “ระดับก่อจิตขั้นสามชั้นฟ้าเท่านั้น ไม่สูงอะไร แต่ข้าคิดว่าเพียงพอจะจัดการเจ้าแล้ว”
“ฮ่าๆๆ!” สิงเชียนเอียงคอหัวเราะ “เจ้าน่าสนใจมาก น่าสนุกกว่าคนอื่นๆ ในสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย แต่ข้าไม่คิดจะเสียเวลากับเจ้า บนโลกนี้คนที่ระดับยุทธ์ต่ำกว่าข้าและสามารถเอาชนะข้าได้ไม่มีอยู่แล้ว หากเจ้าอยากเล่นสนุก ข้าก็จะให้คนอื่นๆ ของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยมาเล่นกับเจ้า”
พูดแล้วก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
อวิ๋นโม่นวดขมับอย่างอ่อนใจ คนพวกนี้ ทำไมถึงได้มักจะประมาทอยู่เสมอ ตอนนี้เขาดูออกแล้วว่าเบื้องหลังของอีกฝ่ายคืออะไร สิ่งที่อยู่ในร่างกายของสิงเชียนยังไม่ถือว่าสูงส่งหรือแข็งแกร่งสักเท่าไร ในดินแดนยิ่งใหญ่แห่งนั้น อัจฉริยะที่เก่งกาจกว่านี้มีอยู่มากมาย แต่ต่อให้เป็นอัจฉริยะเหล่านั้น สุดท้ายไม่ใช่ว่าตกตายภายใต้เงื้อมมือของลั่วเทียนไปกว่าครึ่งหรือ
สิ่งที่คนตรงหน้ามีช่างเปราะบางขนาดนั้น กลับยังกล้าพูดจาโอหังเช่นนี้ ช่างทำให้คนอ่อนใจจริงๆ
“เป็นเจ้าเด็กนั่น หึๆ ข้าจะไปเล่นกับเขาเอง!” ก่วนเยี่ยจ้องอวิ๋นโม่พลางพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา เมื่อวานเจ้าเด็กนี่กล้าไม่ไว้หน้าตนเอง ตนย่อมต้องการสั่งสอนเขา ให้เขารู้ว่าฟ้าสูงเท่าไร แผ่นดินหนาเพียงไหน
“อย่าได้ทำเกินไป อัจฉริยะแพทย์โอสถระดับนี้ หากเป็นไปได้ ข้าอยากจะรับเข้ามาในโย่วสุย” อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยเอ่ย
ก่วนเยี่ยทำหน้าน่าสงสาร “เสียดาย แต่ในเมื่ออาจารย์พูดเช่นนี้ ข้าย่อมต้องเชื่อฟัง”
พูดแล้วก็หัวเราะเสียงดังพุ่งลงไปในสนาม
อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยอารมณ์พลุ่งพล่าน มองอวิ๋นโม่ด้วยความโมโห ปากก็ด่าว่า “เหลวไหลเกินไปแล้ว! ทำไมพวกเราถึงได้คัดเลือกคนสามสิบคนออกมาโดยเฉพาะ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ความสามารถไม่เพียงพอออกมาก่อเรื่องเหลวไหล แพ้แล้วก็ยังทำให้สำนักเสียหน้า! เจ้าเด็กนี่ถูกถอดสิทธิ์ในการต่อสู้ไปแล้ว ยังจะกล้าออกไปอีก หึ ลูกศิษย์ตัวดีที่เคอเย่สั่งสอนออกมา หากมีโอกาส จะต้องให้เบื้องบนลงโทษเขาให้หนัก!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 253 อวิ๋นโม่ลงสนาม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com