ตอนที่ 254 กำราบผู้ท้าทายทุกนาม
ตอนที่ 254 กำราบผู้ท้าทายทุกนาม
ถึงคนมากมายจะไม่เต็มใจเห็นอวิ๋นโม่ไปทำเรื่อง ‘เสียหน้า’ ตอนนี้การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นแล้ว พวกเขาไม่อาจห้ามได้อีก ได้แต่ดูต่อไปด้วยความโกรธ
“หึ! เขาหาวิธีออกไปจนได้ ข้าจะดูสิว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน!”
“หากเขาแพ้ให้กับก่วนเยี่ยง่ายๆ ทำให้สำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยเสียหน้าอีกครั้ง ข้าจะต้องรวบรวมรายชื่อไปขอร้องให้พวกอาจารย์ไล่เขาออกจากสำนัก!”
ในใจของคนส่วนใหญ่มีแต่ความโมโห ไม่เชื่อว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ อวิ๋นโม่จะเติบโตจนเทียบได้กับลูกศิษย์ที่เป็นยอดฝีมือสามสิบอันดับแรก ที่จริงหลายคนเอาความโกรธที่จั่วสุยพ่ายแพ้มาลงที่อวิ๋นโม่ แต่จะทำอย่างไรได้ นี่ก็คือนิสัยของปุถุชน
“โง่กันทั้งฝูง!” ได้ยินคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง เมิ่งซือซือก็เบ้ปากด่า คนไม่กี่คนที่รู้ถึงความสามารถของอวิ๋นโม่ไม่กังวลใจอีก รอดูเขามอบความพ่ายแพ้แก่ยอดฝีมือทั้งหมดของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยเงียบๆ
ก่วนเยี่ยแสยะยิ้ม เดินเข้ามาหาอว๋นโม่อย่างขึงขัง “เด็กน้อย ไม่ไปร่ำเรียนวิชาแพทย์ให้ดี วิ่งมานี่ทำไม หึๆ ไม่พูดหรือ กลัวแล้วละสิ ข้าก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล เรื่องที่พูดออกไปเมื่อวานยังคงมีผล หากเจ้าเต็มใจมายังสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยของเรา โย่วสุยจะต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่เจ้า หากเจ้าไม่เต็มใจ ฮ่าๆ มือคู่นี้ของข้าเกรงว่าจะควบคุมแรงไม่ได้แล้ว”
ก่วนเยี่ยยกมืออย่างข่มขู่ อวิ๋นโม่มอง เล็บของก่วนเยี่ยยาวถึงหนึ่งชุ่น (หนึ่งนิ้ว) คล้ายกับกรงเล็บของสัตว์อสูร
“ให้โอกาสเจ้าโจมตีข้าหนึ่งครั้ง” อวิ๋นโม่ปรายตามองแวบหนึ่งก่อนเอ่ยเรียบๆ
ก่วนเยี่ยชะงักไป จากนั้นก็โกรธขึ้นมา เจ้าเด็กน้อยแพทย์โอสถถึงกับโอหังขนาดนี้ คิดว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดีหรือ
“หาที่ตาย!” ก่วนเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นเงาร่างก็กลายเป็นลมหอบหนึ่งพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่
เขาขยับไหล่ขวา สะบัดกรงเล็บแหลมคมใส่อวิ๋นโม่
ลูกศิษย์ของจั่วสุยจับจ้องลานประลองอย่างตื่นเต้น แม้สัญชาตญาณจะบอกพวกเขาว่า อวิ๋นโม่ไม่มีทางเอาชนะก่วนเยี่ยได้ แต่ในใจของพวกเขาก็ยังคงมีความหวังเล็กน้อย
ถ้าเกิดเล่า ถ้าเกิดชนะได้เล่า
ในใจของพวกเขาย่อมหวังให้มีคนสามารถพลิกสถานการณ์ตรงหน้า
เพียะ!
เสียงกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้น นาทีนี้ทั้งสนามพลันเงียบกริบ ทุกคนเงยหน้ามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เห็นอวิ๋นโม่ยืนอยู่อย่างสบายๆ ยื่นมือออกไปก็คว้าข้อมือของก่วนเยี่ยเอาไว้ได้
เป็นไปได้อย่างไร
นี่คือความคิดของคนทั้งหมด ความโหดเหี้ยมของก่วนเยี่ย ก่อนหน้านี้ทุกคนก็ได้เห็นมากับตาแล้ว ความสามารถของเขาไม่ได้น่ากลัวระดับธรรมดา แต่แล้วการโจมตีที่ทำให้คนต้องหวาดหวั่นของเขากลับถูกอวิ๋นโม่แกว่งแขนออกไปหยุดเอาไว้อย่างง่ายดาย ภาพนี้ไม่น่าจะเป็นความจริง
“ก่วนเยี่ย เจ้ามัวทำอะไรอยู่ อย่าได้เอาแต่เล่น หากแม้แต่เด็กน้อยระดับก่อจิตขั้นสามชั้นฟ้าคนหนึ่งก็ยังจัดการไม่ได้ เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาแล้ว” ลูกศิษย์ของโย่วสุยตะโกนเสียงดัง
ถูกอวิ๋นโม่คว้าข้อมือเอาไว้ ก่วนเยี่ยถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาสะบัดมืออย่างแรง คิดจะดึงมือออกมา แต่พละกำลังของอวิ๋นโม่แข็งแกร่งจนน่าตระหนก เขาขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
“ปล่อยข้า!” ก่วนเยี่ยโมโห ยกแขนอีกข้างหนึ่งตะกุยอวิ๋นโม่
อวิ๋นโม่ไม่หลบ แต่คว้าข้อมืออีกข้างหนึ่งของเขาไว้ทั้งที่ยังยึดมือของเขาเอาไว้อย่างนั้น
มือเพียงข้างเดียวก็สามารถคว้ามือทั้งสองข้างของก่วนเยี่ยเอาไว้ได้ ฉากนี้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะความสามารถแตกต่างกันมาก ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้
ความรู้สึกแรกของทุกคนคือไม่เชื่อ จากนั้นพอคิดถึงคำพูดของลูกศิษย์จากสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยผู้นั้นขึ้นมา ก็คิดว่าก่วนเยี่ยกำลังเล่นกับอวิ๋นโม่
ไม่ว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไร ก่วนเยี่ยในตอนนี้กำลังร้อนใจอย่างที่สุด เขามีลางสังหรณ์ไม่ดีอยู่บ้าง เมื่อครู่ตอนลงมือ ทั้งที่ไม่ได้ออมแรงแต่กลับถูกยึดมือเอาไว้ง่ายๆ อีกฝ่ายจะต้องแข็งแกร่งมาก!
“อ๊าก!”
สองมือดึงออกมาไม่ได้ ก่วนเยี่ยก็ใช้ความโหด อ้าปากกัดลงไปบนมือข้างนั้นของอวิ๋นโม่
ผัวะๆๆ!
อวิ๋นโม่ปล่อยข้อมือของกวนเยี่ยแล้วดีดนิ้ว ฟันหลายซี่ที่มีเลือดปนก็กระเด็นออกไป
“อื้อๆ!” ก่วนเยี่ยถอยร่นไม่เป็นท่า สองมือกุมปาก เลือดสดๆ ไหลออกมาระหว่างซอกนิ้ว
ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ความสามารถของกวนเยี่ยไม่ด้อย แต่กลับถูกอีกฝ่ายใช้มือเพียงข้างเดียว หยอกล้อราวกับกำลังเล่นกับลิง
“ข้าจะเล่นงานเจ้า!” ก่วนเยี่ยตะโกนเสียงอู้อี้ น้ำลายที่มีเลือดปนไหลออกมาจากปาก เขาใช้วิชายุทธ์ขับเคลื่อนพลังปราณ ทั่วทั้งร่างแผ่บรรยากาศน่ากลัว
วูบ!
เงาร่างของอวิ๋นโม่หายไป จากนั้นปรากฏขึ้นด้านหน้าของกวนเยี่ย เขาแตะออกไปครั้งหนึ่ง กวนเยี่ยก็ลอยออกไปเหมือนกับถุงผ้าขาดวิ่น เลือดสดพุ่งออกมาจากปากของกวนเยี่ยเป็นเส้นโค้งรินรดพื้นเป็นเส้นแดงฉาน
ตูม!
ก่วนเยี่ยกระแทกลงกับพื้น ไถลออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งรอยเลือดเอาไว้อีกสาย
“ความสามารถอ่อนแอขนาดนี้ยังจะกล้ามาจิ๊ๆ จ๊ะๆ อยู่ที่นี่อีก” อวิ๋นโม่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นหดเท้าที่เตะออกไปกลับมาช้าๆ
ทั้งสนามเปลี่ยนเป็นเงียบสงัด จากนั้นเสียงโห่ร้องชื่นชมก็ทยอยกันดังขึ้นแผ่วเบา ก่วนเยี่ยผู้นี้ลงมือโหดเหี้ยม ทำให้ทุกคนในสำนักจั่วสุยโกรธแค้น เห็นเขาแพ้อนาถขนาดนี้ ทุกคนก็รู้สึกสะใจอยู่ในใจ ถึงคนส่วนมากจะสัมผัสได้ แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียง อวิ๋นโม่เอาชนะกวนเยี่ยได้ง่ายๆ ทำให้พวกเขาตกตะลึงก็จริง แต่เอาชนะกวนเยี่ยได้คนหนึ่งไม่นับว่าเป็นอะไร เพราะความสามารถของกวนเยี่ย แตกต่างกับสิงเชียนที่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยมาก คนที่แข็งแกร่งอย่างพานเจาย่อมสามารถกำราบกวนเยี่ยได้อย่างง่ายดาย แต่พานเจาก็ยังแพ้ให้กับสิงเชียน
กระนั้นในใจของทุกคนก็นับว่ามีความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาแล้ว
ถ้าเกิดชนะขึ้นมาเล่า
คนของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยทั้งหมดสีหน้าบูดบึ้ง ถึงพวกเขาจะได้รับชัยชนะส่วนใหญ่มาแล้ว แต่พอเห็นกวนเยี่ยถูกตบตีอย่างน่าอนาถขนาดนี้ก็รู้สึกไม่พอใจมากอยู่ดี
“ข้าเอง!”
หลังจากแพทย์โอสถของโย่วสุยมาพากวนเยี่ยออกไป ลูกศิษย์ที่อยู่อันดับเก้าของผังศิษย์สำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยก็คว้าโซ่เหล็กพิเศษเดินเข้ามาในสนาม คนผู้นี้แม้จะแพ้ให้กับพานเจา แต่พละกำลังแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนหน้านี้เขาเอาชนะลูกศิษย์ของจั่วสุยได้สี่คน หากไม่ใช่เพราะพานเจ้าลงสนามก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปหยุดลงที่ตรงไหน
เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้ อวิ๋นโม่ยังเอาชนะได้หรือ
“น่าเสียดาย เวลาไม่พอ หากให้เวลาอวิ๋นโม่อีกสักหน่อย จะต้องสูสีกับสิงเชียนนั่นแน่ คนผู้หนึ่งแม้พรสวรรค์ยุทธ์สูงส่งสักเท่าไรก็ยังไม่สามารถพิสดารไปถึงขั้นนั้น”
วูบๆๆ!
คนผู้นั้นแกว่งโซ่เหล็กด้วยสายตาเย็นชา “ระวังให้ดี!” เขาตะโกน จากนั้นสะบัดโซ่เหล็กพุ่งโจมตีอวิ๋นโม่
พลังปราณที่ควบคุมอยู่ทำให้โซ่เหล็กแข็งแกร่งเหมือนท่อนเหล็ก และสามารถอ่อนนุ่มได้เหมือนเชือก จัดการได้ยาก
คนของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยชมดูอย่างเคร่งเครียด ถึงจะรู้ว่ามีโอกาสน้อย แต่ก็ยังมีความหวัง จากนั้นดวงตาของพวกเขาก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่น่ากลัวขนาดนั้น อวิ๋นโม่เพียงส่ายหน้าเบาๆ ยื่นมือออกไปช้าๆ ก็คว้าโซ่เหล็กเส้นนั้นเอาไว้ในมือ ทุกคนรู้ว่าอวิ๋นโม่ลงมือดูคล้ายเชื่องช้า แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะเมื่ออยู่ในการต่อสู้เช่นนี้ หากชักช้าจะคว้าโซ่เหล็กไว้มั่นได้อย่างไร
คนผู้นั้นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาคำหนึ่ง โซ่เหล็กไม่เหมือนอาวุธอื่นๆ ตรงที่เปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย หากอวิ๋นโม่คิดว่าคว้าโซ่เหล็กไว้ได้ถือเป็นความโชคดี นั่นก็คิดผิดแล้ว ขอเพียงเขาขับเคลื่อนพลังปราณ โซ่เหล็กส่วนหน้าก็จะตีโค้งในชั่วพริบตา จากนั้นสะบัดใส่ร่างของอวิ๋นโม่ด้วยพละกำลังที่น่ากลัว
แต่ครู่ต่อมา รอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เพราะเขาพบว่าส่วนหน้าของโซ่เหล็กแข็งทื่อเหมือนกับไม้ท่อนหนึ่ง ไม่ยอมบิดโค้งสะบัดใส่อวิ๋นโม่ไปตามความต้องการของเขา
“เกิดอะไรขึ้น” ยอดฝีมืออันดับเก้าของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย ไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน เขาพยายามขับเคลื่อนพลังปราณสุดชีวิต คิดจะให้โซ่เหล็กโจมตีอวิ๋นโม่ อย่างน้อยก็ต้องกระชากโซ่เหล็กออกมาจากมือของอีกฝ่าย
แต่ก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร โซ่เหล็กเส้นนั้นก็ยังคงถูกอวิ๋นโม่คว้าเอาไว้อย่างมั่นคง หัวใจของเขาหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีคำอธิบายอยู่เพียงอย่างเดียว นั่นก็คืออวิ๋นโม่ใช้พลังปราณที่เหนือกว่าควบคุมโซ่เหล็กของเขาเอาไว้!
“ย้าก!”
ลูกศิษย์ของโย่วสุยปล่อยโซ่เหล็กในมือ ย่อตัวครั้งหนึ่งก็พุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ เขาเป็นยอดฝีมือ ไม่มีโซ่เหล็กไม่ได้แปลว่าจะต่อสู้ไม่ได้!
อวิ๋นโม่เงยหน้าช้าๆ ไม่ได้มองไปทางคนผู้นั้น แต่มองไปทางสิงเชียนที่มีใบหน้าเรียบเฉยของฝ่ายสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย เสียงของเขาไม่ดังมากแต่กลับเข้าหูของทุกคน
“ข้าว่าจากนี้ไม่ต้องให้คนอื่นมาทดสอบแล้วกระมัง”
พอพูดออกมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนลุกขึ้นยืน มองไปทางอวิ๋นโม่อย่างไม่อยากเชื่อ ส่วนเงาร่างลูกศิษย์ของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยผู้นั้นก็หยุดความเคลื่อนไหว เขารู้สึกชาไปทั่วทั้งหัว
เห็นอวิ๋นโม่โบกมือออกไปลวกๆ อาวุธวิญญาณที่เป็นของชั้นยอดในหมู่โซ่เหล็กชิ้นนั้นก็ส่งเสียงปริแตกครั้งหนึ่ง จากนั้นขาดสะบั้น
พละกำลังนี้เกินกว่าที่จะจินตนาการได้
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 254 กำราบผู้ท้าทายทุกนาม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com