ตอนที่ 255 สู้กับสิงเชียน
ตอนที่ 255 สู้กับสิงเชียน
พอสะบัดมือ อาวุธวิญญาณระดับก่อจิตชิ้นนั้นก็ขาดสะบั้น ราวกับไม่ใช่สิ่งที่ครอบครองพลังระดับก่อจิต เพียงได้เห็นฉากนี้ ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยผู้นั้นก็รู้แล้วว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอวิ๋นโม่
โครม!
อวิ๋นโม่สะบัดมือ โยนโซ่เหล็กที่ขาดเป็นสองส่วนออกไป สายตายังคงมองไปที่สิงเชียน
ไม่จำเป็นต้องส่งคนอื่นออกมาแล้ว แค่พละกำลังที่น่ากลัวขนาดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อื่นจะสามารถต้านทานได้ มุมปากของสิงเชียนโค้งขึ้นมา เอ่ยช้าๆ ว่า “ก่อนหน้านี้ผิดหวังไปมาก นึกว่าในสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยไม่มีคนที่สามารถต่อสู้ได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้รับผลที่น่าประหลาดใจ หากไม่ได้แลกเปลี่ยนฝีมือกับคนเช่นนี้ การเดินทางมายังจั่วสุยในครั้งนี้จะไม่เท่ากับเสียเวลาเปล่าหรือ”
สิงเชียนเดินขึ้นมาบนเวทีประลองทีละก้าว ศิษย์ที่ได้อันดับเก้าเก็บโซ่เหล็กที่ขาดขึ้นมาได้ก็รีบถอยออกไป
ยามนี้ทุกคนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา ความหวังในใจของพวกเขายิ่งผ่านไปยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสกปรกหรือนิสัยที่ใช้ไม่ได้ ความไม่พอใจที่มีต่ออวิ๋นโม่ทั้งหลายเหล่านั้น ตอนนี้ทุกคนต่างก็ลืมไปหมดแล้ว ทุกคนหวังว่าอวิ๋นโม่จะแสดงพลังยิ่งใหญ่ออกมา เอาชนะสิงเชียน ทวงคืนศักดิ์ศรีที่เสียไปของสำนักกลับมา
“ดูท่าสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยก็ใช่ว่าจะใช้การไม่ได้ถึงขนาดนั้น ระดับก่อจิตขั้นสามชั้นฟ้าก็มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว แต่แค่ความแข็งแกร่งของร่างกายยังไม่มีประโยชน์ อย่างที่ข้าบอก ไม่มีความหมายอะไร” สิงเชียนเอ่ยช้าๆ พร้อมขยับนิ้ว กระบี่วิญญาณเล่มหนึ่งก็ปรากฏในมือ
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้น… ก็ลองดูไหม” อวิ๋นโม่อมยิ้มพร้อมกระดิกปลายนิ้ว
“อุวะ เจ้าเด็กนั่น โอหังเกินไปแล้ว เผชิญหน้ากับสิงเชียนยังกล้าท้าทายเช่นนี้!” ฝั่งของโย่วสุยเกิดเสียงไม่พอใจ
จวงเสียนสีหน้าสงบนิ่ง เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ว่าท่าทีของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ก็ไม่แตกต่างกัน ไม่มีใครรับมือสิงเชียนได้ ยิ่งคนที่ระดับยุทธ์ต่ำกว่าเขา ยิ่งไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้”
พลังปราณของสิงเชียนเคลื่อนไหว กระบี่วิญญาณในมือหมุนวนรอบหนึ่ง “เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าท้าทายข้า”
“วางใจเถอะ ไม่ใช่คนสุดท้ายแน่” อวิ๋นโม่ตอบเรียบๆ
สิงเชียนสีหน้าเย็นเยือก ขยับร่างวูบหนึ่งก็หายไปจากที่เดิม รอบด้านเกิดเสียงร้องประหลาดใจ สิงเชียนเคลื่อนที่เร็วมาก ทุกคนต่างก็ตระหนักดี ก่อนหน้านี้ตอนที่เจี่ยนเซิ่งหนานต่อสู้กับเขาก็ถูกความเร็วนี้กดดัน ต่อมาเหล่ายอดฝีมือของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุยลงมือพร้อมกันก็ถูกอีกฝ่ายใช้ความเร็วจู่โจมจนแพ้ แม้อวิ๋นโม่จะแสดงพลังที่ทำให้คนตกตะลึง แต่ในด้านความเร็วก็ไม่แน่ว่าจะตามทันอีกฝ่าย เผชิญหน้ากับความเร็วที่น่ากลัวของสิงเชียน อวิ๋นโม่จะสามารถรับมือได้หรือไม่
สีหน้าของอวิ๋นโม่เรียบเฉย ในสายตาของคนอื่นๆ ความเร็วของสิงเชียนอาจน่ากลัวมาก แต่ภายใต้ญาณหยั่งรู้ที่ครอบคลุมของอวิ๋นโม่ การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของสิงเชียนถูกเห็นชัดเจน เขายืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ จนกระทั่งอีกฝ่ายแทงกระบี่มายังลำคอของเขาถึงได้ยกมือขึ้น ดีดนิ้วออกไป
ติง!
กระบี่วิญญาณสั่นสะท้านจนหลุดออกจากมือ สิงเชียนไม่ได้ตระหนก ถือโอกาสปล่อยหมัดออกไป
พลังปราณในร่างของอวิ๋นโม่พุ่งออกมา ต่อยออกไปหนึ่งหมัดเช่นกัน กระแทกใส่หมัดของสิงเชียน
เปรี้ยง!
ร่างของสิงเชียนกระเด็นออกไป บนหมัดเต็มไปด้วยเลือด แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่หมัดถลอกเท่านั้น ปะทะกันครั้งแรกก็รู้แล้วว่าพละกำลังของตนเองห่างไกลจากอวิ๋นโม่อย่างเทียบไม่ได้จึงรีบถอยออกมา อาศัยพลังหมัดของอวิ๋นโม่หนุนนำ ร่างของเขาถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ในเมื่อพละกำลังเทียบไม่ได้ เช่นนั้นจะสู้ระยะประชิดไม่ได้ ขณะที่ถอยออกไป เขาก็ขยับฝ่ามือ คว้ากระบี่วิญญาณที่เมื่อครู่ถูกกระแทกหลุดมือกลับมา
“แผดเผา”
ร่างกายหยุดอยู่กลางอากาศโดยไม่ร่วงลงพื้น สิงเชียนเรียกลำแสงกระบี่ออกมานับร้อยนับพันสาย ลำแสงกระบี่แต่ละสายกลายเป็นดาบลมพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ด้วยความเร็วสูงจากทุกทิศทาง ปราณกระบี่แหวกอากาศเกิดเสียงที่น่ากลัว ราวกับเสียงคำรามของเหล่ามาร
ในเมื่อพละกำลังสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เช่นนั้นก็ใช้ศาสตร์ลับเอาชนะ
ในที่สุดก็ถึงคราวที่อวิ๋นโม่จะแสดงความสามารถที่แท้จริง ทัณฑ์พันอัสนีที่สมบูรณ์ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังปราณลึกล้ำในร่างราวกับคลื่นกระแทกฝั่งในชั่วพริบตา มองลำแสงกระบี่ที่พุ่งลงมา เขาไม่เพียงไม่หลบแต่ซัดฝ่ามือออกไป
พริบตานั้นพลังปราณที่ทำให้คนตื่นตระหนกก็พวยพุ่งออกไป สยบทุกสิ่ง
ผัวะๆๆ!
ภายใต้หนึ่งฝ่ามือ ลำแสงกระบี่เหล่านั้นก็หักสะบั้น จากนั้นสลายไปในอากาศ สิงเชียนรีบถอยหลังไกลออกไป หลบฝ่ามือที่เปี่ยมด้วยพลังปราณขุมนั้น
การปะทะอันรุนแรงเกิดขึ้นในชั่วพริบตา คนบนเวทีชมการประลองปากอ้าตาค้างไปแล้ว ครั้งก่อนคนที่สามารถต่อสู้กับสิงเชียนได้อย่างสูสีก็คือพานเจา ตอนนี้อวิ๋นโม่ก็สามารถต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดผู้นี้ได้เหมือนกัน ทั้งยังได้เปรียบอยู่บ้าง ช่างน่าตระหนก
อวิ๋นโม่เป็นแค่เด็กใหม่เท่านั้น! ได้ยินว่าตอนที่เขาเข้ามาในสำนักยังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังคนหนึ่ง เพียงไม่กี่เดือน เขาก็ก้าวหน้าจนถึงขั้นเทียบได้กับพานเจา นี่มันเหมือนเป็นความฝัน ราวกับเป็นเรื่องเล่าขาน
“เยี่ยม! ศิษย์พี่อวิ๋นโม่ยอดเยี่ยมไปเลย!” บนเวทีชมการะประลองมีเสียงร้องชื่นชมดังมา
“เล่นงานมัน! สร้างชื่อให้กับจั่วสุยเรา!”
“เอาชนะโย่วสุยให้ได้!”
คนมากมายตะโกนกันใหญ่ ยามนี้ทั้งหมดเกิดความหวังขึ้นมาแล้ว จากการปะทะกันสั้นๆ ก็ดูออกว่าอวิ๋นโม่เก่งกว่าพานเจาเสียด้วยซ้ำ เช่นนี้การจะเอาชนะสิงเชียน กู้หน้าของจั่วสุยกลับมา อาจไม่ใช่ความฝัน
ฟากโย่วสุย ศิษย์คนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้าเด็กนั่น ที่แท้ก็ไม่ธรรมดา เมื่อครู่ข้ายังคิดจะประลองกับเขา ตอนนี้ดูแล้วข้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา สามารถต่อสู้กับสิงเชียนได้ถึงระดับนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งมาก”
“น่าเสียดาย พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิงเชียนเป็นตัวประหลาดขนาดไหน พละกำลังระดับนี้ก็แค่พอจะกระตุ้นร่างกายของเจ้านั้นให้ร้อนขึ้นมาบ้างเท่านั้น”
จวงเสียนเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “อย่าประมาท คนผู้นี้ไม่ธรรมดา พวกเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า ตอนนี้เขาเป็นระดับก่อจิตขั้นสามชั้นฟ้าเท่านั้น หากเขากับสิงเชียนอยู่ระดับเดียวกันก็อาจจะสูสีกัน แน่นอน ต่อให้สูสี โอกาสที่จะแพ้ก็ยังมากกว่าหน่อย”
“น่าเสียดายที่เขาเป็นระดับก่อจิตขั้นสามชั้นฟ้าเท่านั้น จะบีบให้เจ้านั่นใช้ความสามารถที่แท้จริงได้หรือไม่ก็บอกได้ยาก”
ในสนามต่อสู้ สิงเชียนขับเคลื่อนกระบี่วิญญาณ พลังฝ่ามือลุกโชน ใบหน้ามีรอยยิ้มสดใส
“ยอดเยี่ยม พลังเช่นนี้ถึงจะทำให้ผู้อื่นเกิดความสนใจจะต่อสู้!” เขาพุ่งเข้าไปอย่างดุดัน พริบตานั้นอุณหภูมิโดยรอบเพิ่มขึ้นไมน้อย
หลายคนตื่นตระหนก ศาสตร์ลับนี้ คือศาสตร์ลับที่สิงเชียนใช้เอาชนะพานเจา แต่พลังที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้ยังเหนือกว่าตอนที่เอาชนะพานเจาเสียอีก
ถึงจะนั่งชมอยู่ไกลๆ แต่เปลวเพลิงที่ร้อนแรงเช่นนี้ก็ยังเผาผลาญเสียจนศิษย์ที่อ่อนแอบางคนยากจะทนรับ ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนข้างๆ ถึงจะสามารถชมการต่อสู้ต่อไปได้ อีกอย่างอานุภาพของของศาสตร์ลับนี้ไม่ใช่เพียงความร้อนเท่านั้น แต่ลำแสงกระบี่นั้นยังคมกริบอย่างยิ่ง สามารถตัดได้ทุกสิ่ง น่าหวาดหวั่นมากนัก
จวงเสียนสีหน้าเคร่งขรึม “สิงเชียนเอาจริงแล้ว ศาสตร์ลับแผดเผาถูกเขากระตุ้นจนถึงขีดสุดแล้ว!”
“เจ้าเด็กจั่วสุยนั่นจะรับไว้ได้หรือไม่”
“พูดยาก แต่ว่าหากรับไม่ได้ เขาคงต้องตาย!”
ศิษย์ของโย่วสุยถกเถียงกันอย่างเร่งร้อน พวกเขาประหลาดใจมาก ที่ผ่านมาเคยมีแต่ผู้แข็งแกร่งระดับก่อจิตขั้นเก้าชั้นฟ้าที่สามารถทำให้สิงเชียนเอาจริงได้ คนของจั่วสุยผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา แต่ไม่ว่าอย่างไร ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เด็กน้อยจั่วสุยผู้นั้นถูกกำหนดให้แพ้ เพราะคนที่เขาเผชิญหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
มองดูลำแสงกระบี่ที่พุ่งเขามาจากทิศต่างๆ ด้วยความร้อนแรง อวิ๋นโม่ยังมีสีหน้าสงบนิ่ง เขายกสองมือขึ้นมาทำมุทราอย่างรวดเร็ว จนปรากฏภาพซ้อน
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าฟาด แสงสีเงินแปลบปลาบ สายฟ้ากว่าสามร้อยสายปรากฏ คนทั้งหมดต้องชะงัก
“นี่ นี่มัน นี่ก็คือทัณฑ์พันอัสนีงั้นหรือ!” ศิษย์และอาจารย์ของโย่วสุยทั้งหมดตกตะลึง ถึงจะมีศาสตร์ลับที่เกี่ยวข้องกับสายฟ้าอยู่มากมาย แต่ที่ทำได้ถึงขนาดนี้ พวกเขาคิดได้แต่ทัณฑ์พันอัสนีเท่านั้น
ไม่เคยมีใครฝึกทัณฑ์พันอัสนีสำเร็จมาก่อนไม่ใช่หรือ นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา แม้แต่คนที่ฝึกได้เกินสิบสายฟ้าก็ยังไม่เคยมีด้วยซ้ำ เจ้าเด็กนี่ฝึกถึงขั้นเรียกสายฟ้าออกมานับร้อยสายได้อย่างไร
ศิษย์และอาจารย์ของจั่วสุยก็ตกตะลึงอย่างแรงเช่นกัน พวกเขารู้ว่าอวิ๋นโม่ฝึกทัณฑ์พันอัสนีสำเร็จแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะฝึกได้ถึงขั้นเรียกสายฟ้าออกมาได้นับร้อยสาย!
“ดาบอัสนี!”
สายฟ้านับร้อยสายรวมตัวกันเป็นดาบสายฟ้าสีเงินเจิดจ้าเล่มหนึ่งอยู่ในมืออวิ๋นโม่
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้น อวิ๋นโม่สะบัดดาบอัสนี รังสีกระบี่ก็ระเบิดภายใต้พลังของดาบอัสนี
เพียงพริบตาเดียว ศาสตร์ลับของสิงเชียนก็ถูกทำลาย อวิ๋นโม่ขยับร่างไปถึงเบื้องหน้าสิงเชียน ประกายแสงสีเงินแลบแปลบ ดาบอัสนีฟันลงไป สิงเชียนยกกระบี่ขึ้นสกัด เสียงแตกร้าวดังกังวาน กระบี่วิญญาณหัก ดาบอัสนีจ่ออยู่ที่อกของสิงเชียน
พริบตานั้นพลังอันคลุ้มคลั่งของสายฟ้าก็ทะยานออกมา!
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 255 สู้กับสิงเชียน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com