ตอนที่ 256 สายเลือดนกต้าเผิง
ตอนที่ 256 สายเลือดนกต้าเผิง
พลังของธาตุสายฟ้าระเบิดออกมา ภายใต้พละกำลังที่แข็งแกร่ง สิงเชียนถูกฟ้าผ่าจนกระเด็นออกไป กระแทกพื้นแล้วไถลต่อไป ทำให้บนลานประลองเกิดรอยสึกยาวสายหนึ่ง
ทั้งสนามพลันเงียบสงัด ทุกคนต่างมองลานประลองอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงว่าเพียงชั่วพริบตาจะเกิดความเปลี่ยนแปลงรุนแรงขนาดนี้ โดยเฉพาะลูกศิษย์ทั้งหมดของสำนักศึกษาโย่วสุยต่างก็เบิกตาโต นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นสิงเชียนในสภาพบอบช้ำ
เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้อง ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยทั้งหมดลุกขึ้นชูแขนร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น ผลลัพธ์นี้เหนือกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้มาก คนที่พวกเขาไม่เคยมองในแง่ดี ทั้งยังเกลียดชังราวกับเป็นคู่แค้น กลับพลิกสถานการณ์ รุกไล่สิงเชียนที่แทบจะไร้พ่ายให้ถอยร่น
ยามนี้คนทั้งหมดต่างตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง เป็นเพราะก่อนหน้านี้ถูกสำนักศึกษาโย่วสุยบีบคั้นอย่างน่าอนาถ ในใจเกิดความอัดอั้นมากไป ยามนี้พอเห็นอวิ๋นโม่บุกโจมตีจนสิงเชียนกระเด็นออกไป จึงโห่ร้องด้วยความดีใจ
หลังจากระบายอารมณ์ออกไปแล้วพวกเขาก็ค่อยๆ นั่งลง ชมดูการประลองอย่างเคร่งเครียดอีกครั้ง เพราะถึงสิงเชียนจะถูกบีบให้ถอยแต่ก็ยังไม่แพ้
ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทอง ขับไล่สายฟ้าสีเงินที่แทรกเข้าไปในร่างออกไป สายฟ้าแปลบปลาบนับไม่ถ้วนค่อยๆ จางหายไป
“น่าสนุก ในที่สุดก็ได้เจอคนที่ต้องออกแรงเต็มที่แล้ว” นัยน์ตาของสิงเชียนเปล่งประกายสีทอง จ้องอวิ๋นโม่ด้วยความต้องการต่อสู้อย่างแรงกล้า “อัจฉริยะที่ฝึกทัณฑ์พันอัสนีสำเร็จคู่ควรให้ข้าต่อสู้อย่างเต็มที่ ชัยชนะสุดท้ายจะต้องเป็นของข้า!”
“หวีด!”
สิงเชียนกางสองแขน ประกายสีทองพวยพุ่ง ทุกคนได้ยินเสียงนกยักษ์กรีดร้องเสียงแหลม พริบตานั้นปีกสีทองขนาดใหญ่ก็โบยบินสู่ฟ้า บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากร่างของสิงเชียนยิ่งรุนแรง ทำเอาผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรบางคนรู้สึกว่าประกายแสงสีทองจากร่างของเขาเจิดจ้ามากจนแทบจะทำให้คนลืมตาไม่ขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ สิงเชียนถึงแข็งแกร่งกว่าเดิม” มีคนถามอย่างตกใจ สัมผัสได้ว่าบรรยากาศเช่นนี้ยังน่ากลัวกว่าจอมยุทธ์ระดับก่อจิตขั้นสูงสุดหลายคนเสียอีก แบบนี้แล้วจะรับมือได้อย่างไร
“อวิ๋นโม่… จะเอาชนะสิงเชียนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้หรือ” หลายคนเริ่มกังวล
ด้านสำนักศึกษาโย่วสุย จวงเสียนเอ่ยเสียงเข้ม “คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะสู้กับสิงเชียนได้ถึงขั้นนี้ บังคับให้เขาต้องแสดงพลังทั้งหมดออกมา เก่งกาจจริงๆ คำเล่าลือที่ว่าเมื่อฝึกทัณฑ์พันอัสนีสำเร็จก็จะปราศจากศัตรูในระดับเดียวกันคงจะไม่ใช่แค่คำพูดลอยลมเท่านั้น”
คนด้านข้างหัวเราะเสียงเย็นชา “คนผู้นี้เก่งกาจก็จริง พวกข้าเทียบไม่ได้เลย แต่คนที่ต้องเผชิญหน้ากลับเป็นสิงเชียน เขาจึงหมดทางที่จะชนะ! อีกอย่างระดับยุทธ์ของเขาก็ต่ำกว่าสิงเชียนถึงสองชั้นฟ้า ได้แต่พูดว่า นี่เป็นความโชคร้ายของเขาเอง สิงเชียนนั่นถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานไปแล้ว”
อวิ๋นโม่มองสิงเชียนที่อยู่เบื้องหน้า แล้วเผยสีหน้าประหลาดใจ เปรยเสียงเบา “ที่แท้ก็ปลุกสายเลือดของนกต้าเผิงนี่เอง”
“เจ้ารู้เรื่องการปลุกสายเลือดหรือ” แสงในแววตาของสิงเชียนกะพริบไหวแฝงความอันตราย
อวิ๋นโม่เบ้ปาก “ในร่างกายของบางคนมีสายเลือดโบราณที่แข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ ภายใต้เงื่อนไขบางประการก็จะปลุกสายเลือดนั้นขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สายเลือดนกต้าเผิงในกายเจ้าไม่ได้เข้มข้นมาก มีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีทางพัฒนาจนเกิดความเปลี่ยนแปลงได้”
การปลุกสายเลือดที่แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในชาติที่แล้วอวิ๋นโม่เคยเห็นมาแล้วมากมาย เจ้าพวกนั้นเก่งกาจมากจริงๆ หลังจากสายเลือดถูกปลุกขึ้นมาแล้ว เส้นทางการฝึกยุทธ์ก็พัฒนาราวกับโบยบิน อีกทั้งแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ปลุกสายเลือดได้หลายสายก็จะมีความสามารถพิเศษที่ไม่ธรรมดา
เพียงแต่สายเลือดนกต้าเผิงในร่างของสิงเชียนมีอยู่น้อยมาก ไม่อาจเติบโตต่อไป ไม่เหมือนพวกที่มีสายเลือดเข้มข้นจำนวนมากเหล่านั้นที่สามารถรักษาสภาวะดุดันเช่นนั้นได้จนเข้าสู่ระดับยุทธ์ที่สูงส่ง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อสายเลือดถูกปลุกขึ้นมาแล้วจะไร้พ่ายเสมอไป ตอนนั้นผู้ปลุกสายเลือดที่ตกตายด้วยน้ำมือของลั่วเทียนไม่รู้ว่ามีตั้งเท่าไร อวิ๋นโม่ในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าลั่วเทียนตอนที่อยู่ระดับเดียวกันมากนัก แล้วจะหวาดกลัวคนที่ปลุกสายเลือดไปทำไม
ได้ยินคำพูดอวิ๋นโม่แล้ว สีหน้าของสิงเชียนก็มืดครึ้ม ในสถานที่อย่างอาณาจักรจั่วสุย คนที่สามารถปลุกสายเลือดขึ้นมาได้มีอยู่เพียงน้อยนิดจึงมีคนที่รู้เรื่องนี้น้อยมาก อีกทั้งอวิ๋นโม่ชี้ให้เห็นจุดสำคัญที่สุด นั่นคือสายเลือดนกยักษ์ต้าเผิงปีกทองในร่างกายของเขาเจือจางมาก ไร้ศักยภาพในการเติบโต ตอนนี้เขายังสามารถอาศัยพลังของสายเลือดกำราบศัตรู แต่เมื่อระดับยุทธ์เพิ่มขึ้นก็ทำได้แค่พึ่งพาตนเองแล้ว
“จัดการกับเจ้า แค่นี้ก็พอแล้ว!”
สิงเชียนเอ่ยเสียงเข้ม พอกระทืบเท้า ร่างกายก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศ แสงสีทองแผ่สยายเป็นปีกสีทองคู่หนึ่ง เมื่อปีกคู่นั้นขยับ ความเร็วของสิงเชียนก็เพิ่มขึ้น เห็นเป็นลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่
นกยักษ์ต้าเผิงปีกทองมีความเร็วในระดับสุดยอด สิงเชียนปลุกสายเลือดนกต้าเผิงจึงมีความสามารถในการบิน ความเร็วราวกับนกต้าเผิงตัวหนึ่ง เร็วจนถึงระดับเหนือจินตนาการ
อวิ๋นโม่เห็นปลายนิ้วของสิงเชียนงุ้มลงราวกับกรงเล็บ แสงสีทองก่อรูปเป็นกรงเล็บนกบนมือข้างหนึ่งของสิงเชียน แผ่บรรยากาศที่น่ากลัว เผชิญหน้ากับสิงเชียนที่มีพลังปราณพลุ่งพล่าน อวิ๋นโม่ไม่ได้ถอยหนี แต่กุมดาบอัสนีพุ่งเข้าไป
ติงๆ ตังๆ!
เปรี้ยงปร้าง!
ทั้งสองแลกเปลี่ยนฝีมือกันด้วยความรวดเร็ว ทุกครั้งที่ปะทะกันก่อให้เกิดแรงระเบิดอันน่ากลัว พลังสายฟ้าและลำแสงสีทองพุ่งออกไปทุกทิศทางพร้อมเสียงที่น่าตื่นตระหนก ราวกับไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตสองคน ผู้คนมากมายต่างก็หน้าซีดขาว การปะทะกันระดับนี้ หากกระทบถูกพวกเขาเกรงว่าอาจถึงตายในทันที
“กรงเล็บหมื่นลี้”
ทันใดนั้นในสนามก็มีเสียงร้องดังกังวาน ผู้คนทั้งหมดเห็นอุ้งมือขนาดยักษ์ตะปบลงมา อวิ๋นโม่ใช้ดาบอัสนีต้านรับ พอกระทบกันดาบอัสนีก็ระเบิด อุ้งมือนั้นตะปบลงบนร่างอวิ๋นโม่
ขวับ!
เสื้อผ้าบนร่างอวิ๋นโม่ฉีกขาดและระเบิดเป็นผุยผง แม้อวิ๋นโม่จะถอยอย่างรวดเร็ว แต่กรงเล็บสีทองก็ยังทิ้งรอยเลือดหลายสายเอาไว้บนร่างของเขา
อวิ๋นโม่ลอยไปด้านหลัง เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น เผยให้เห็นรูปร่างที่ไม่เพียงบึกบึน แต่ยังได้สัดส่วนอย่างยอดเยี่ยม บนล่างตั้งแต่บ่าซ้ายไปจนถึงเอวขวาปรากฏรอยเลือดเป็นทางยาวหลายสาย นั่นคือร่องรอยจากการปะทะเมื่อครู่
เพียงพริบตาสถานการณ์ก็พลิกผัน ทุกคนในสำนักศึกษาจั่วสุยต่างเคร่งเครียด ศาสตร์ลับดาบอัสนีที่แข็งแรงเช่นนั้นกลับถูกกรงเล็บของสิงเชียนทำลาย ยังจะสามารถต้านทานอีกฝ่ายได้อีกหรือ ใจของทุกคนร้อนรนไปหมด
ฟากสำนักศึกษาโย่วสุย หลายคนหัวเราะเสียงดัง “รู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะต้องเป็นเช่นนี้ เจ้าสิงเชียนนั่นพอเอาจริงขึ้นมาก็ไม่มีใครต้านทานได้”
“คนของจั่วสุยผู้นั้นแข็งแกร่งก็จริง แม้แต่ข้ายังต้องยอมรับ แต่น่าเสียดายที่ต้องเจอกับสิงเชียน จึงถูกกำหนดให้พ่ายแพ้”
แม้ยามนี้สิงเชียนจะเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตแต่ก็สามารถลอยอยู่กลางอากาศ เขาก้มมองอวิ๋นโม่อย่างเย่อหยิ่ง เอ่ยเสียงราบเรียบ “ยังจะสู้อีกหรือไม่”
อวิ๋นโม่เอียงคอถาม “คิดว่าตัวเองชนะแล้วหรือ”
สิงเชียนหรี่ตาพลางเอ่ย “ในเมื่อเจ้ามองไม่เห็นความเป็นจริง เช่นนั้นก็ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ!”
นกต้าเผิงสยายปีก กรงเล็บส่องประกายหนาวเย็น พุ่งลงมาด้วยความรวดเร็ว
อวิ๋นโม่บิดคอไปมา จากนั้นกระทืบเท้ากับพื้น พุ่งขึ้นไปกลางอากาศ พื้นยุบเป็นหลุมลึกหนึ่งจั้ง
ผัวะๆ!
อวิ๋นโม่พุ่งขึ้นไปกลางอากาศ สะบัดสองหมัดต่อยออกไปด้วยความเร็วเหนือคาด พละกำลังของอวิ๋นโม่เหนือกว่าสิงเชียน แม้อีกฝ่ายจะปลดปล่อยสายเลือดนกต้าเผิงออกมาแล้วก็ตาม อวิ๋นโม่ชกสิงเชียนพุ่งลงสู่พื้นพร้อมกัน
หลังจากปลดปล่อยสายเลือดนกต้าเผิงออกมา ร่างกายของสิงเชียนก็แข็งแกร่งอย่างที่สุด ถึงกับไม่ด้อยไปกว่าอวิ๋นโม่ หมัดของอวิ๋นโม่กระทบกรงเล็บแหลมคมของอีกฝ่าย พลังรุนแรงน่ากลัวสะท้อนออกไป
ทุกคนชมการต่อสู้ของคนทั้งสอง หัวใจสั่นสะท้านจนแทบรับไม่ไหว การต่อสู้ระยะประชิดเช่นนี้ช่างบ้าคลั่ง ถึงดูแล้วจะไม่รุนแรงกว่าการต่อสู้โดยใช้ศาสตร์ลับ แต่กลับมีอันตรายสูงมาก พลาดพลั้งขึ้นมาอาจถูกฝ่ายตรงข้ามสบโอกาสเอาชีวิตได้เลย
แต่ไม่นานสิงเชียนก็ต้องตื่นตระหนก เขาต่อสู้กับอวิ๋นโม่แบบตัวต่อตัวก็เพราะคิดจะอาศัยช่วงเวลาที่สายเลือดนกต้าเผิงระเบิดออกมา ใช้สภาพร่างกายอันแข็งแกร่งเอาชนะอีกฝ่าย แต่ตอนนี้สองมือของเขาปวดร้าว ทั้งยังชาด้าน ร่างกายที่ปลุกสายเลือดนกต้าเผิงของเขากลับไม่อาจสู้กับร่างกายคนธรรมดาของอีกฝ่ายได้ ช่างยากที่จะเข้าใจ
“พอแค่นี้แหละ!” สิงเชียนตะโกน การต่อสู้ก็คือการต่อสู้ การเอาชนะอีกฝ่ายได้จึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งกว่าฝ่ายตรงข้ามไปเสียทุกด้าน เขากระพือปีกสลัดห่างจากอวิ๋นโม่ ใช้ความเร็วสูงสุดเหาะขึ้นไปแล้วพุ่งลงมา
เป็นเช่นนี้หลายรอบ ดั่งนกอินทรีที่กำลังหยอกล้อเหยื่อ
สิงเชียนโบยบินอย่างรวดเร็ว ทั้งยังคล่องแคล่วว่องไว ด้วยความสามารถของอวิ๋นโม่ก็ยังยากที่จะไล่ตามระดับความเร็วนี้ได้ เพียงไม่นานบนร่างของเขาก็ปรากฏรอยเลือดใหม่อีกหลายรอย
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 256 สายเลือดนกต้าเผิง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com