ตอนที่ 257 ย่างนกน้อย
ตอนที่ 257 ย่างนกน้อย
“ไร้ยางอายเกินไปแล้ว! อาศัยการบินมาข่มอวิ๋นโม่ หากอวิ๋นโม่เหาะได้ละก็ จะต้องไม่มีทางตกเป็นรองเช่นนี้!” ลูกศิษย์ของสำนักจั่วสุยโวยวายไม่หยุด
“เฮ้อ ไม่ใช่เรื่องไร้ยางอาย นี่คือความสามารถของผู้อื่น”
คนของสำนักจั่วสุยได้แต่ถอนใจ ความสามารถของอวิ๋นโม่ นับว่าแข็งแกร่งจริง แต่ฝ่ายตรงข้ามปลุกสายเลือดนกต้าเผิง มีความสามารถในการเหาะเหิน และความเร็วที่ยอดเยี่ยมก็สะกดอวิ๋นโม่ได้ แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะหมดโอกาสชนะแล้ว
ศาสตร์ลับที่สิงเชียนใช้เมื่อครู่ แม้ไม่อาจใช้ได้บ่อยครั้ง แต่ขอเพียงเขาลดทอนกำลังของอวิ๋นโม่ได้ ในยามคับขันค่อยใช้ท่าไม้ตาย การต่อสู้ครั้งนี้ก็จบลงได้แล้ว
“สิงเชียนเหาะได้ ระดับความเร็วก็ยอดเยี่ยม หากอวิ๋นโม่ไม่มีวิธีอื่น ก็ได้แต่รอให้ตนเองแพ้แล้ว” ลูกศิษย์ของสำนักโย่วสุยหัวเราะ ถึงอวิ๋นโม่จะแข็งแกร่งกว่าที่คาด ผลลัพธ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“ยังไม่ยอมแพ้หรือ” สิงเชียนเหาะอยู่กลางอากาศพลางจับตาดูอวิ๋นโม่
อวิ๋นโม่ลูบบาดแผลบนร่าง นี่เป็นเพียงบาดแผลภายนอก ไม่ได้หนักหนา แต่ก็บอบช้ำอยู่บ้าง เขามองสิงเชียนที่อยู่กลางอากาศ “พอเจ้าเหาะได้แล้วก็เล่นงานได้ยากจริงๆ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะแพ้”
นัยน์ตาของสิงเชียนเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสยบเจ้าให้ดู!”
พูดแล้วเขาก็ขับเคลื่อนพลังปราณในร่างทั้งหมด มือทำมุทราอย่างรวดเร็ว ใช้ศาสตร์ลับสีทองอีกครั้ง
“นกต้าเผิงทะยานสู่ฟ้า กระพือปีกบินหมื่นลี้ ร่างกายแกร่งกล้า พละกำลังดั่งมังกร เทียบกันแล้ว เจ้าก็เป็นแค่นกกระจอกตัวหนึ่ง” อวิ๋นโม่พลันเปล่งเสียงหัวเราะ สองมือทำมุทรา พลังปราณรอบกายพวยพุ่ง สายฟ้าส่งเสียงคำราม
“วันนี้ข้าจะย่างนกน้อยสักตัว!”
ทรงกลมสีเงินขนาดเล็ก ดูธรรมดาราวกับลูกกลอน อวิ๋นโม่ขว้างมันขึ้นไปทางสิงเชียน จากนั้นทุกคนก็เห็นอวิ๋นโม่สับเท้าวิ่งไปทางตรงข้ามกับทิศที่ลูกบอลลอยพุ่งไป
สิงเชียนสร้างกรงเล็บสีทองขึ้นมาตะปบทรงกลมนั้น เขามองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาเย็นชาพร้อมเอ่ย “คิดจะหนีหรือ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
แต่จู่ๆ อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักโย่วสุยก็ตะโกนอย่างร้อนรน “อย่าสัมผัสมัน รีบหนี!”
“อะไรนะ” สิงเชียนไม่เข้าใจ หันกลับไปมองอาจารย์ท่านนั้นด้วยความสงสัย
แต่พริบตานั้นเขาก็เข้าใจแล้ว
ตูม!
ทรงกลมขนาดเล็กสีเงินที่ดูไม่มีอะไรกลับระเบิด สายฟ้าที่แข็งแกร่งเกินคาดคิดระเบิดออกไปทุกทิศทาง สิงเชียนติดอยู่ท่ามกลางแรงนะเบิดนั้น กรงเล็บที่น่าภูมิใจของเขาถูกพลังสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดเป็นผุยผง แม้เขาคิดจะหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว
บึ้ม!
สิงเชียนถูกพลังอันน่ากลัวระเบิดใส่จนกระอักเลือดคำโต เลือดเหล่านั้นกระทบพลังธาตุสายฟ้าแล้วระเหยเป็นไอ
“ไม่!” สิงเชียนร้องอย่างหวาดหวั่น นี่เป็นพลังที่น่ากลัวระดับไหนกัน ราวกับฟ้าถล่มดินทลายก็ไม่ปาน เขากระตุ้นสายเลือดนกต้าเผิงในร่าง พลังแสงสีทองปะทุออกมา แต่แค่พริบตาก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น สัมผัสแห่งความตายจู่โจมจิตใจ
สิงเชียนหวาดกลัวสุดขีด เขาไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะแพ้ แถมยังแพ้ให้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำกว่าตนเองถึงสองขั้น ตอนนี้เขาไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้แล้ว
ในนาทีวิกฤต ฝ่ามือที่เปี่ยมด้วยพลังปราณข้างหนึ่งก็คว้าตัวสิงเชียนออกไปอย่างรวดเร็ว
พลังที่น่าหวาดกลัวของระเบิดสายฟ้ากระจายไปทั่วทิศทาง แม้แต่อวิ๋นโม่ที่ใช้ระเบิดสายฟ้าก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับพลังนี้ พอโยนทรงกลมนั้นออกไป เขาถึงได้รีบหนีไปจากตรงนั้น
“แย่แล้ว!”
ทุกคนไม่ทันได้ดีใจเพราะพบว่าพลังสายฟ้าขุมใหญ่กำลังม้วนเข้ามา แม้แต่คนที่แข็งแกร่งอย่างสิงเชียนก็ยังรับพลังนี้เอาไว้ไม่ได้ แล้วพวกเขาจะต้านทานได้อย่างไร ถึงระเบิดสายฟ้านั่นจะถูกทอนกำลังลงไปมาก แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับได้ได้อยู่ดี
สัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวกลุ่มนั้น คนมากมายหน้าเผือดสี ร่างกายสั่นสะท้าน ใครก็คาดไม่ถึงว่าแค่มาชมการแข่งขันแต่กลับถูกลูกหลงจากพลังโจมตีในสนาม
“เฮือก!”
อาจารย์ระดับท่องพันลี้ลงมือในยามคับขัน สร้างเกราะปราณคุ้มกันขึ้นมา สกัดพลังสายฟ้าที่น่ากลัวขุมนั้นไว้ในสนามประลอง
หลังผ่านไปหลายสิบลมหายใจ สายฟ้าค่อยจางหาย ทุกคนมองไปทางลานประลอง อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ สายฟ้านั่นแม้จะระเบิดอยู่กลางอากาศ แต่พื้นของลานประลองยังคงได้รับผลกระทบ ยามนี้บนพื้นปรากฏหลุมลึกหลายสิบจั้งหลุมหนึ่ง สร้างความหวาดหวั่นแก่คนทั้งหมด นี่คือพลังโจมตีที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตคนหนึ่งปล่อยออกมาหรือ ทำไมน่ากลัวเช่นนี้
อวิ๋นโม่ยืนอยู่ริมลานประลองพลางโบกมือไปมา ปัดประกายสายฟ้าที่ยังตกค้างเล็กน้อย ทุกคนมองไปยังลานด้วยความเงียบจนน่ากลัว ชั่วขณะนั้นคนของสำนักจั่วสุยลืมการโห่ร้องยินดีไปแล้ว ทุกคนตื่นตระหนก ยังคงไม่ได้สติ
บางคนไม่กล้าเชื่อว่าทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริง ความแข็งแกร่งของสิงเชียนเหนือกว่าที่พวกเขาจินตนาการ คิดไม่ถึงว่าข้างกายตนยังมีบุคคลที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิงเชียนเสียอีก ทั้งหมดนี้เหมือนไม่ใช่เรื่องจริง ราวกับเป็นความฝันเท่านั้น
เนิ่นนานให้หลังทั้งหมดถึงได้ตื่นจากภวังค์ หลายคนยังไม่กล้าเชื่อว่าอวิ๋นโม่เอาชนะสิงเชียนได้แล้ว โดยเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลอวิ๋นอย่างพวกอวิ๋นโหรว ตอนนี้กำลังตื่นเต้นเป็นที่สุด พวกเขารู้ว่าอวิ๋นโม่แข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าอวิ๋นโม่จะแข็งแกร่งถึงระดับนี้
“เจ้าศิษย์พี่นั่น ระดับยุทธ์เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ หึ ทั้งที่ตอนแรกเขากับข้าอยู่ระดับเดียวกันแท้ๆ” เมิ่งซือซือพูดอย่างขัดเคือง แต่ครู่เดียวก็เบิกบานจนหลุดหัวเราะ “ไม่เสียทีที่เป็นศิษย์พี่ ชนะแล้ว จริงสิ แล้วเจ้านกน้อยล่ะ”
หลี่เยว่นึกถึงคำพูดของอวิ๋นโม่เมื่อครู่แล้วอดหัวเราะไม่ได้ พวกเขาหันไปมองก็เห็นสิงเชียนไหม้เกรียมไปทั้งร่าง ดูน่าอนาถมาก ยามนี้แพทย์โอสถของสำนักโย่วสุยกำลังรักษาเขาอยู่
“อาศัยกำลังของตนเพียงผู้เดียวก็สามารถพลิกสถานการณ์ทั้งหมด ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
ศิษย์สำนักศึกษาจั่วสุยทั้งหมดโห่ร้อง อวิ๋นโม่มีพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ต่อให้คนของสำนักศึกษาโย่วสุยทั้งหมดรวมกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา การต่อสู้ในครั้งนี้สำนักศึกษาจั่วสุยทวงคืนศักดิ์ศรีที่เสียได้สำเร็จ ผลลัพธ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้ใครก็ไม่กล้าคาดคิดกันทั้งนั้น
ด้านสำนักโย่วสุย ทุกคนต่างเงียบขรึม เนิ่นนานหลังจากนั้นจวงเสียนค่อยเอ่ยปาก “คิดไม่ถึงว่าเจ้านั่นจะเป็นปีศาจเช่นนี้”
“เล่ากันว่าขอเพียงฝึกทัณฑ์พันอัสนีสำเร็จก็จะปราศจากศัตรูในระดับเดียวกัน ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ข้าเชื่อแล้ว”
จิตใจของคนในสำนักโย่วสุยทั้งหมดสับสน เดิมทีคิดว่าพวกเขาสามารถกำราบสำนักจั่วสุย นำเกียรติยศกลับสำนักโย่วสุยได้แล้ว คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะกลายเป็นเช่นนี้ แต่นี่ก็ทำอะไรไม่ได้ ปะทะกับคนที่น่ากลัวเช่นนี้ ถึงจะแพ้ก็ไม่เสียหน้า ในโลกที่ใช้พละกำลังแทนคำพูด พวกเขามีแต่จะเคารพอวิ๋นโม่
ในขณะที่ศิษย์ของสำนักจั่วสุยกำลังเฉลิมฉลองด้วยความยินดี อาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักโย่วสุยก็ก้าวเท้าออกมาช้าๆ สองก้าวก่อนมองไปทางอวิ๋นโม่ “เจ้าชื่ออวิ๋นโม่ใช่ไหม ข้าจำเจ้าได้ สตรีที่บาดเจ็บเมื่อวานก็เป็นเจ้าที่รักษา”
“อาจารย์มีเรื่องใดจะชี้แนะหรือ” อวิ๋นโม่ยิ้ม เผชิญหน้ากับอาจารย์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงของสำนักโย่วสุย เขาก็ไม่กลัว ที่จริงหากเขาคิดจะทำก็สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ง่ายๆ
“เรื่องที่สำนักจั่วสุยกระทำเมื่อครู่ ข้าเห็นหมดแล้ว เจ้ามีวิชาแพทย์ที่น่าตกตะลึง ทั้งยังมีพรสวรรค์ยุทธ์อันโดดเด่น แต่สำนักจั่วสุยไม่รักถนอมผู้มีพรสวรรค์ การที่พวกเขากระทำกับเจ้าเช่นนั้นทำให้ข้าไม่พอใจมาก ผู้มีพรสวรรค์ควรได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุดในการฝึกฝน อีกทั้งควรได้รับความเคารพจากผู้อื่น ยิ่งไม่สมควรถูกกระทำอย่างอยุติธรรมเช่นนั้น”
พูดแล้วเขาก็ชี้ไปทางลูกศิษย์ของสำนักจั่วสุยที่อยู่รอบๆ “ดูคนเหล่านี้สิว่าทำหน้าอย่างไร ที่ทำกับเจ้าก่อนหน้านี้ก็แทบจะไล่เจ้าออกจากสำนักจั่วสุย ตอนที่เจ้าเสนอตัวประลองพวกเขาก็ยิ่งไม่ยอม พูดจาว่าร้ายเจ้าไม่หยุด ตอนนี้พอเจ้าชนะ พวกเขากลับดีอกดีใจ ลืมไปแล้วว่าเคยลบหลู่เจ้าอย่างไร แม้เจ้าจะใจกว้างไม่ถือสา แต่ในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของสำนักโย่วสุย ข้าย่อมทนมองต่อไม่ได้!”
เมื่อได้ยินอาจารย์ของสำนักโย่วสุยท่านนั้นแล้ว ลูกศิษย์และอาจารย์ทั้งหมดของสำนักจั่วสุยต่างก็อับอาย อวิ๋นโม่มีความสามารถขนาดนี้ จะได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการประลองก็เป็นเรื่องถูกต้องสมควร แต่ก่อนหน้านี้พวกเขากลับทำกับอวิ๋นโม่อย่างนั้น ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าเกินไปจริงๆ
คำพูดที่อาจารย์ของสำนักโย่วสุยท่านนั้นกล่าวออกมาทำให้คนของสำนักจั่วสุยทั้งหมดสำนึกเสียใจและอับอายอย่างที่สุด ในใจเริ่มเกิดความกังวล
“อวิ๋นโม่ สำนักโย่วสุยของข้าให้ความสำคัญกับผู้มีความสามารถและมอบสิ่งแวดล้อมในการฝึกฝนที่ดีที่สุดแก่ลูกศิษย์เสมอ! ขอเพียงเจ้าเต็มใจไปยังสำนักโย่วสุย พวกเราจะต้องสนับสนุนเจ้าเต็มที่ ให้เจ้าฝึกฝนได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องทนรับความอยุติธรรมใดๆ สิ่งที่สำนักจั่วสุยให้ได้ สำนักโย่วสุยของเราก็ให้ได้เช่นกัน ทั้งยังจะดีกว่าสำนักจั่วสุยด้วย! ขอเพียงเจ้ายินดี เจ้าก็จะเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสำนักโย่วสุยทั้งหมด ไม่มีทางถูกลบหลู่อย่างเด็ดขาด!”
…………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 257 ย่างนกน้อย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com