ตอนที่ 259 สาส์นท้าประลอง
ตอนที่ 259 สาส์นท้าประลอง
อวิ๋นโม่กลับถึงที่พักแล้วเห็นฝานจิ่งเหวินอมยิ้มยืนรออยู่หน้าประตู จากนั้นก็คุยจ้อไม่หยุด แม้จะบอกว่าเข้าใจอารมณ์และเหตุผลของอวิ๋นโม่ แต่ก็หวังให้อวิ๋นโม่กราบเขาเป็นอาจารย์ เดินบนเส้นทางการแพทย์
อวิ๋นโม่ย่อมไม่รับปาก แต่แพทย์โอสถระดับสี่ท่านนี้กลับใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามกว่า ทั้งยกคัมภีร์ออกมาอ้าง ชี้แนะข้อดีด้วยคำพูดสวยหรูมากมาย กระทั่งตัวเขายังถูกคำพูดของตนโยกคลอนจิตใจไปแล้ว แม้อวิ๋นโม่จะยังไม่รับปาก แต่สุดท้ายเขาก็ยังกลับไปด้วยความพอใจ
“หึ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะทนได้ ข้าจะมาทุกวัน ต้องลากเจ้าเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องให้จงได้!” สองตาของฝานจิ่งเหวินเป็นประกาย หยกงามเช่นนี้ จะทิ้งไปง่ายๆ ได้อย่างไร
แม้อวิ๋นโม่จะฟังจนรำคาญ แต่ฝานจิ่งเหวินเป็นยอดฝีมือคงเขตแดนผู้หนึ่ง อีกทั้งไม่ได้ประสงค์ร้าย เขาจึงไม่สะดวกขับไล่ ได้แต่ทนฟัง ‘คำเทศนา’ ไปหนึ่งชั่วยามกว่าๆ
ในที่สุดหลังจากฝานจิ่งเหวินกลับไปแล้ว เขาถึงได้ถอนหายใจยาว ก่อนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
ตอนนี้พื้นฐานของเขาพร้อมแล้ว สามารถเลื่อนระดับต่อไปได้แล้ว สมุนไพรวิญญาณที่ใช้หลอมโอสถปฐมจิตก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว เขาจึงเริ่มหลอมโอสถปฐมจิต โอสถนี้เป็นเพียงโอสถระดับสอง หลอมได้ง่าย ใช้เวลาไม่นานโอสถระดับสองขั้นพิเศษยี่สิบเม็ดก็ออกจากเตา
เมื่อหลอมโอสถปฐมจิตแล้วอวิ๋นโม่ก็เข้าไปในห้องฝึกฝน เก็บตัวเข้ากรรมฐาน
หนึ่งเดือนให้หลัง หลังจากใช้หินวิญญาณไปหนึ่งร้อยชั่ง ในที่สุดอวิ๋นโม่ก็เข้าสู่ระดับยุทธ์ก่อจิตขั้นห้าชั้นฟ้า ทั้งยังได้รับผลดีที่คาดไม่ถึงอีกหนึ่งอย่าง ระดับยุทธ์เพิ่มขึ้นแล้ว จิตวิญญาณของเขาก็ยกระดับขึ้นไม่น้อย การฝึกฝนภูเขาศพทะเลโลหิตขั้นสูงก็มีความก้าวหน้ามาก ตอนนี้ภูเขาศพทะเลโลหิตมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งมาก
หินวิญญาณที่ใช้หมดไปทำให้อวิ๋นโม่ปวดหัวอยู่บ้าง แค่ระดับก่อจิตก็ต้องใช้หินวิญญาณมากขนาดนี้ ต่อไปจะทำอย่างไร ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตคนอื่นๆ ยามเลื่อนระดับไหนเลยจะต้องใช้หินวิญญาณมากเช่นนี้ แต่ถึงจะใช้หินวิญญาณจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็ถือว่าไม่น้อย พลังปราณในร่างของเขาเปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้วบริสุทธิ์กว่ามาก พลังของเขาก็เหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันไปไกล
อวิ๋นโม่ไม่ได้ฝึกฝนต่อ เลือกออกจากกรรมฐาน ระดับยุทธ์เพิ่มขึ้นแล้วจะต้องใช้เวลาปรับพื้นฐานให้มั่นคงและสร้างความคุ้นเคยสักช่วงหนึ่ง
เรื่องที่ทำให้เขาปวดหัวก็คือ ตนเพิ่งจะออกมาก็ถูกฝานจิ่งเหวินตามจนเจอ กลายเป็นว่าต้องฟังเทศน์ไปอีกหนึ่งชั่วยามกว่า
ฝานจิ่งเหวินกลับไปแล้วอวิ๋นโม่ก็นวดศีรษะ เอ่ยอย่างอ่อนใจ “คนผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ยอมถอดใจเลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ไหว ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง”
ในช่วงเวลาสั้นๆ ย่อมคิดหาวิธีดีๆ ไม่ได้ เขาจึงปล่อยปัญหานี้ไปก่อน ตัดสินใจไปพบเคอเย่สักหน่อย แม้ในสมองจะมีประสบการณ์ฝึกฝนของคนรุ่นก่อนอยู่มากมาย แต่ปัญหาบางอย่างก็ไม่อาจอธิบายได้ด้วยความรู้ในหนังสือ ข้อสงสัยบางประการเขาต้องไปขอคำชี้แนะจากอาจารย์
“เฉิงจื้อเซิง!”
ยังไม่ทันถึงเรือนพักของเคอเย่ก็ได้ยินเสียงเจ้าของเรือนตะโกนด้วยความโมโห จากนั้นเรือนพักก็ถล่มลงมา ร่างของเคอเย่ทะลวงออกมาจากเรือนพักอย่างดุดัน
เงาร่างที่เปี่ยมด้วยพลังปราณแข็งแกร่งสายหนึ่งไล่ตามเคอเย่ออกมา ซัดฝ่ามือออกไปติดๆ กัน ด้านเคอเย่กลับไม่มีกำลังพอจะต่อต้านแม้แต่น้อย ถูกทำร้ายจนกระอักเลือด
“อาจารย์!” อวิ๋นโม่หน้าเปลี่ยนสีทันที คนที่ต่อสู้กับเคอเย่เป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดนผู้หนึ่ง
“อย่าเข้ามา!” เคอเย่ตะคอกเสียงดัง จากนั้นถูกคนผู้นั้นซัดฝ่ามือใส่จนจมพื้น
แววตาอวิ๋นโม่เปลี่ยนเป็นเฉียบคม แต่เขาไม่ได้เคลื่อนไหววู่วาม คนที่แม้แต่เคอเย่ก็ยังสู้ไม่ได้ หากเขาผลีผลามเข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี สมองคิดหาวิธีรับมืออย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันคิดออกก็ได้ยินเสียงตะโกน “หยุดมือ!”
“รองเจ้าสำนัก!”
จอมยุทธ์คงเขตแดนเฉิงจื้อเซิงหันมาคำนับผู้มาใหม่อย่างมีมารยาท ส่วนเคอเย่ก็ลุกขึ้นมาหันมาคำนับเช่นกัน ผู้ห้ามปรามการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองก็คือรองเจ้าสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย ฉางเจี๋ย เฉิงจื้อเซิงผู้นั้นแม้จะแข็งแกร่งแต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับฉางเจี๋ย จึงไม่กล้าเสียมารยาทต่อหน้าเขา
“สำนักศึกษาห้ามอาจารย์ต่อสู้กัน พวกเจ้าไม่รู้หรือไร!” ฉางเจี๋ยตำหนิอย่างเข้มงวด ทำให้คนทั้งหมดไม่กล้าเอ่ยปาก
เฉิงจื้อเซิงก้มศีรษะลง “ฉางเจี๋ย เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง ไม่ควรเสียการควบคุมจนลงมือในสำนักศึกษา”
“สำนักศึกษามีกฎของสำนัก ไม่อนุญาตให้ก่อความวุ่นวาย ถึงตอนนี้เจ้าจะเป็นระดับคงเขตแดนแล้วก็ยังต้องเคารพกฎของสำนักศึกษา!” ฉางเจี๋ยเอ่ยอย่างเข้มงวด “หากมีครั้งต่อไป ข้าจะจัดการเจ้าด้วยตนเอง!”
“ขอรับ!” เฉิงจื้อเซิงรับคำอย่างนอบน้อม จากนั้นหันไปทางเคอเย่
มุมปากเคอเย่เปื้อนเลือด จ้องเฉิงจื้อเซิงด้วยความโกรธ
“เคอเย่ คิดไม่ถึงว่าผ่านมาตั้งหลายปีแล้วเจ้าก็ยังไม่มีความก้าวหน้าแม้แต่น้อย ยังคงอ่อนแอเหมือนเดิม” เฉิงจื้อเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สีหน้าเคอเย่ขรึมลงแต่ไม่ได้โต้ตอบ เฉิงจื้อเซิงที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้เป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดน ไม่ใช่คนที่เขาจะปะทะได้
เฉิงจื้อเซิงล้วงม้วนผ้าออกมาม้วนหนึ่ง บนนั้นเขียนอักษรบางอย่างเอาไว้ อักษรตัวใหญ่ที่สุดสองตัวเป็นคำว่า ‘สาส์นท้าประลอง’ เฉิงจื้อเซิงกัดปลายลิ้นแล้วถ่มเลือดลงบนสาส์น จากนั้นโยนให้เคอเย่
“เคอเย่ อย่าได้อ้างว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า หนึ่งเดือน อีกหนึ่งเดือนให้หลัง มาตัดสินบุญคุณความแค้นระหว่างเจ้ากับข้าด้วยการต่อสู้ ศึกนี้ไม่เพียงตัดสินแพ้ชนะ แต่ยังตัดสินเป็นตาย!”
เคอเย่กำสาส์นท้าประลองที่อยู่ในมือแน่น ออกแรงมากจนมือซีดขาว
“สาส์นท้าประลอง!” รอบด้านเกิดเสียงอื้ออึง จากนั้นตามมาด้วยเสียงกระซิบกระซาบ
“สาส์นท้าประลองหรือ” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นเมิ่งซือซือยืนอยู่มุมหนึ่งก็รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้
“ศิษย์พี่” เมิ่งซือซือร้องเรียกด้วยสีหน้ากังวล
อวิ๋นโม่ถาม “ซือซือ สาส์นท้าประลองนั่นคืออะไร”
เมิ่งซือซือตอบ “อาจารย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยไม่อาจต่อสู้กัน หากจะสู้กันจริงๆ ก็ต้องยื่นสาส์นท้าประลอง ตัดสินบุญคุณความแค้นบนลานประลอง แต่ฝ่ายที่ถูกท้าก็สามารถปฏิเสธได้ ถึงอย่างนั้นหากเรื่องมาถึงสาส์นท้าประลองแล้ว แสดงว่าบุญคุณความแค้นของทั้งสองฝ่ายมาถึงจุดที่ไม่ตายไม่เลิกรา ยามนี้มีทางเลือกอยู่เพียงสองทางเท่านั้น คือรับคำท้า หรือไม่ก็ออกไปจากสำนักศึกษา”
สีหน้าอวิ๋นโม่เคร่งเครียด รับสาส์นท้าประลองมาแล้วก็แสดงว่ารับคำท้าของอีกฝ่าย ต่อให้ไปจากสำนักศึกษาก็คงไม่พ้นต้องต่อสู้กันสักรอบอยู่ดี เขามองเฉิงจื้อเซิงแล้วเอียงหน้าไปถามเมิ่งซือซือ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเฉิงจื้อเซิงนั่นเป็นใคร”
“เฉิงจื้อเซิงก็เป็นอาจารย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยเช่นกัน เป็นเอ่อ… เป็นศิษย์น้องของเมิ่งหมาง เมื่อหลายปีก่อนเขายังเป็นระดับกึ่งคงเขตแดน ต่อมาได้ยินว่ารับหน้าที่บางอย่างจึงไปจากสำนักศึกษา คิดไม่ถึงว่ากลับมาครั้งนี้ก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดนแล้ว อาจารย์ตอนนี้ยังเป็นแค่ระดับกึ่งคงเขตแดน อย่าว่าแต่หนึ่งเดือน ต่อให้เป็นหนึ่งปีเกรงว่าก็ยังไม่พอให้เลื่อนระดับ ครั้งนี้อาจารย์อันตรายแล้ว” ขณะพูด ใบหน้าเล็กๆ มีแต่ความกังวลใจ
สีหน้าอวิ๋นโม่เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง “ศิษย์น้องของเมิ่งหมาง ดูท่าจะมีสาเหตุมาจากข้า!”
เมิ่งหมางและเมิ่งฮ่วนเจียงต่างก็คิดจะม่าเขาให้จงได้ แต่เพราะมีเคอเย่คุ้มครอง พวกเขาจึงทำไม่สำเร็จ ที่ครั้งนี้เฉิงจื้อเซิงส่งสาส์นท้าประลองมา เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
“เอ๋ ท่านว่าอะไรนะ” เมิ่งซือซือมองอวิ๋นโม่อย่างแปลกใจ
“ไม่มีอะไร พวกเราไปดูอาจารย์กัน” อวิ๋นโม่พูดแล้วก็เดินไปหาเคอเย่ ตอนนี้เฉิงจื้อเซิง ฉางเจี๋ย และคนที่มาร่วมชมความครึกครื้นต่างแยกย้ายกันไปแล้ว
“พวกเจ้ามาแล้วหรือ” เคอเย่เช็ดเลือดที่มุมปากก่อนส่งยิ้ม
“อาจารย์ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เมิ่งซือซือถามอย่างห่วงใย จากนั้นส่งโอสถให้เม็ดหนึ่ง
เคอเย่ส่ายหน้า ดันโอสถของเมิ่งซือซือกลับไป “ข้าไม่เป็นอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง”
“งั้น… อาจารย์ ท่านมั่นใจหรือไม่ว่าภายในหนึ่งเดือน…”
“ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น หากไม่มีวาสนา ฝึกฝนตามปกติเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่มีทางเลื่อนระดับได้รวดเร็วขนาดนั้น” เคอเย่ตอบอย่างท้อใจ
“แต่ว่านั่นเป็นการต่อสู้เป็นตายเชียวนะ! อาจารย์ ท่าน…”
“ช่างเถอะ หากถูกกำหนดแล้วว่าต้องตายก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้” เคอเย่ถอนหายใจ
เมิ่งซือซือตาแดงขึ้นมา ก้มหน้ากัดริมฝีปากพูดอะไรไม่ออก เคอเย่ดีต่อลูกศิษย์มาก เมิ่งซือซือย่อมผูกพันกับอาจารย์ท่านนี้ จู่ๆ นางก็เงยหน้า “ข้าจะไปหาเฉิงจื้อเซิง!”
เคอเย่โบกมือให้นาง “อย่าได้เปลืองแรง ตอนนี้เฉิงจื้อเซิงเป็นยอดฝีมือคงเขตแดน ในอาณาจักรจั่วสุยแทบจะไร้ความกังวล ต่อให้ใช้ฐานะของเจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของเขา”
อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงเบา “ขอโทษขอรับอาจารย์ เป็นเพราะข้าทำให้ท่านเดือดร้อน”
เคอเย่หัวเราะ “เจ้าไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเจ้าเท่านั้น ข้ากับเขามีความแค้นต่อกันมานานแล้ว เพียงแต่ก่อนนี้พลังของข้ากับเขาต่างกันไม่มาก ต่างฝ่ายจึงมีข้อกังวล ไม่กล้าเขียนสาส์นท้าประลองง่ายๆ ตอนนี้เขาเลื่อนระดับเป็นคงเขตแดนแล้ว ย่อมต้องสงสาส์นท้าประลองให้ข้า”
“อาจารย์ ท่านไม่มีโอกาสจะเลื่อนระดับหรือ” อวิ๋นโม่ถาม
เคอเย่ส่ายหน้า “แม้จะใกล้ถึงระดับคงเขตแดนมากแล้ว แต่พื้นฐานยังไม่เพียงพอ หากมีโอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับสูงก็ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง แต่โอสถชนิดนี้ ผู้ที่สามารถหลอมออกมาได้ ทั้งอาณาจักรจั่วสุยมีแต่เจ้าสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เขาไม่มีทางยอมหลอมโอสถเต๋าพิสุทธิ์ให้ข้าแน่ อีกอย่างข้าก็อาจจะซื้อไม่ไหว”
“แพทย์โอสถฝานจิ่งเหวินทำไม่ได้หรือ” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้ว
“แพทย์โอสถฝานจิ่งเหวิน… ยังคงด้อยอยู่เล็กน้อย” เคอเย่ถอนหายใจก่อนจากไปด้วยความหนักใจ
หลังกลับมาถึงที่พัก อวิ๋นโม่นั่งเงียบๆ อยู่หนึ่งวัน จากนั้นไปยังเรือนพักของฝานจิ่งเหวิน ครั้งนี้ไม่ใช่ฝานจิ่งเหวินไปหาเขา แต่เป็นเขาที่มาหาอีกฝ่าย
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 259 สาส์นท้าประลอง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com