ตอนที่ 261 สองคนร่วมกันหลอมโอสถ
ตอนที่ 261 สองคนร่วมกันหลอมโอสถ
ในจวนหลังหนึ่งของสำนักศึกษาราชวงศ์จั่วสุย งานเลี้ยงกำลังดำเนินไป ทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยกจอกบนโต๊ะขึ้นมาดื่มไม่หยุด
“ฮ่าๆ ศิษย์น้อง เดิมทีคาดว่าเจ้ากลับมาครั้งนี้ ความสามารถจะต้องเพิ่มพูนขึ้น คิดไม่ถึงว่าจะเลื่อนสู่ระดับคงเขตแดนแล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ!” เมิ่งหมางชูจอกของตนเองขึ้นดื่มสุรารสเลิศลงไปจนหมด
เฉิงจื้อเซิงหัวเราะตอบ “หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาหลายปี ออกไปข้างนอกครั้งนี้บังเอิญได้รับวาสนา ย่อมต้องทะลวงระดับแล้ว”
บรรยากาศในงานเลี้ยงเป็นไปอย่างรื่นเริง ผู้คนต่างยกจอกแสดงความยินดีกับเฉิงจื้อเซิง หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทั้งแขกและเจ้าภาพต่างก็มีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน แขกเหรื่อค่อยๆ ทยอยกลับ เหลือแต่คนที่สนิทสนมกับเมิ่งหมาง
เฉิงจื้อเซิงเอ่ย “จากคำพูดของศิษย์พี่ อวิ๋นโม่นั่นมีความสามารถพอควร หากสังหารทิ้งก็น่าเสียดายอยู่บ้าง”
เมิ่งฮ่วนเจียงกัดฟันเอ่ย “อาจารย์ปู่น้อย อวิ๋นโม่นั้นดูคล้ายไม่แก่งแย่งชิงดี แต่ที่จริงแล้วหัวแข็งมาก พรสวรรค์ยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งจนน่ากลัว หากไม่สังหาร เก็บเอาไว้จะเป็นภัย!”
เมิ่งหมางพยักหน้า ตอนที่อวิ๋นโม่อยู่ระดับเสริมกำลังก็ใช้ฝีมือที่ไม่ธรรมดาม่าหมาป่าชิงโยวที่มีพละกำลังเทียบได้กับระดับก่อจิต ตอนนี้ด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถกำราบผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตชั้นสูงได้แล้ว เติบโตรวดเร็วจนน่ากลัวเช่นนี้ หากปล่อยไว้ เขายากจะกินอิ่มนอนหลับ
เฉิงจื้อเซิงกลับส่ายหน้า “ไม่ถึงขั้นนั้น ข้าเห็นอัจฉริยะมามาก คนที่ระดับการฝึกฝนก้าวหน้าอย่างรวดเร็วก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแต่คนผู้นี้เก่งกว่าสักหน่อยเท่านั้น ส่วนเรื่องการฝึกฝน ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันก็มีกฎที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ ใช่ว่าเป็นอัจฉริยะแล้วจะเข้าสู่ระดับคงเขตแดนได้ ข้าเคยเห็นคนรุ่นก่อนที่เป็นอัจฉริยะมามากมาย สุดท้ายก็ติดอยู่ที่ระดับท่องพันลี้ ไม่อาจเลื่อนระดับ อาจารย์ของศิษย์ในที่เป็นระดับกึ่งคงเขตแดนของสำนักศึกษา มีใครบ้างที่ไม่ใช่อัจฉริยะที่น่าตื่นตะลึง แต่สุดท้ายคนที่สามารถทะลวงระดับจนถึงขั้นคงเขตแดนกลับมีอยู่ไม่กี่คน เรื่องวิชายุทธ์ ไม่ใช่สิ่งเรียบง่ายเหมือนที่ผู้คนคิดกัน แม้ตอนนี้อวิ๋นโม่ดูเหมือนมีพรสวรรค์ยุทธ์โดดเด่น แต่จะเลื่อนระดับถึงขั้นคงเขตแดนได้หรือไม่ก็ยังพูดยาก ยิ่งกว่านั้น มีข้าคอยกำราบ เขาก็เล่นลูกไม้อะไรไม่ได้”
“ความหมายของศิษย์น้องคือ?”
“หึๆ ศิษย์พี่สามารถใช้สอยคนผู้นี้ได้อย่างวางใจ หากเขารู้จักประมาณตน ยินยอมรับใช้ ติดตามศิษย์พี่อย่างเต็มใจ จะไว้ชีวิตเขาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มีข้าอยู่ เขาย่อมไม่กล้าเหิมเกริม แน่นอนว่าหากเขาโง่เกินไปไม่ยอมก้มหัว จะม่าก็ม่าเถอะ” เฉิงจื้อเซิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ ยอดฝีมือระดับคงเขตแดนเช่นเขา น้อยนักที่จะเห็นอัจฉริยะอยู่ในสายตา กับคนที่โดดเด่นอยู่บ้างก็แค่มองหลายครั้งหน่อยเท่านั้น หากไม่พอใจขึ้นมาก็สังหารได้โดยไม่รู้สึกเสียดาย
เมิ่งฮ่วนเจียงคิดถึงอวิ๋นโม่แล้วหัวเราะเสียงเย็น “เจ้าคนต่ำช้านั่น ตอนนี้คงจะมองความจริงออกบ้างแล้ว ตอนนี้เคอเย่ใกล้ตาย มันจะต้องหวาดกลัวจนไม่อาจสงบใจ คิดว่าคงจะฉลาดพอ ขอเพียงพวกเราแสดงความต้องการออกไป เขาต้องไม่ปฏิเสธแน่ ท่านปู่ ไม่สู้มอบเรื่องนี้ให้ข้าจัดการเถอะ หากเขายินยอมสวามิภักดิ์ ก็ขอให้ท่านปู่มอบคนผู้นี้เป็นองครักษ์ของข้า”
เมิ่งหมางลูบเคราพลางหัวเราะ “คนผู้นี้แม้พรสวรรค์ยุทธ์ไม่เลว แต่ยังเป็นแค่ระดับก่อจิตเท่านั้น ไม่ค่อยมีประโยชน์กับข้าเท่าไร ในเมื่อเจ้าสนใจก็ให้เจ้าจัดการแล้วกัน”
น้ำเสียงของเขาสื่อชัดว่าไม่คิดว่าอวิ๋นโม่จะปฏิเสธได้เลย หากเคอเย่ที่เป็นที่พึ่งพิงตายไป ฉางเจี๋ยที่สนใจเป็นครั้งคราว ใส่ใจอวิ๋นโม่เพียงเล็กน้อยก็ไม่ได้มีความหมายสักเท่าไร หากอวิ๋นโม่เจอกับแรงกดดันที่แข็งแกร่งขนาดนี้จากเมิ่งหมางและเฉิงจื้อเซิง นอกจากยอมสยบแล้วยังจะทำอะไรได้อีก
…………………
“ให้ข้าหลอมหรือ” ฝานจิ่งเหวินไม่เข้าใจ ตอนแรกยังนึกว่าอวิ๋นโม่จะแสดงวิชาหลอมโอสถให้ดู คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโม่จะให้ตนหลอมโอสถ ยอดฝีมือที่มีวิชาแพทย์ลึกล้ำจนไม่อาจประมาณได้ผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่ หรือแค่อยากจะดูว่า วิชาหลอมโอสถของตนเป็นอย่างไร
“ใช่ ให้เจ้าหลอม” อวิ๋นโม่พยักหน้า
“ตกลง” เขาไม่ได้ถามอีก เริ่มสร้างลูกไฟออกมาหลอมโอสถ
พออวิ๋นโม่มองเขาหลอมโอสถก็ต้องขมวดคิ้ว ถอนใจให้กับความล้าหลังของที่แห่งนี้ แม้แต่ฝานจิ่งเหวินซึ่งเป็นแพทย์โอสถผู้ยิ่งใหญ่ของที่นี่ วิชาที่ใช้ควบคุมลูกไฟก็ยังล้าหลังเสียขนาดนี้ ต่อให้เป็นวิชาควบคุมเปลวไฟที่ธรรมดาที่สุดในดินแดนแห่งนั้นก็ยังเหนือกว่าวิธีที่ฝานจิ่งเหวินใช้มาก
พอเห็นเขาจะใส่สมุนไพรวิญญาณลงไปในเตา อวิ๋นโม่ก็รีบห้าม “ลูกไฟของเจ้าคุณภาพแย่เกินไป ข้าจะสอนวิธีใหม่อย่างหนึ่งให้เจ้า”
จากนั้นท่องเคล็ดวิชา ขณะเดียวกันก็แสดงวิธีให้ดูบนมือ ถ่ายทอดวิธีควบคุมเปลวไฟอย่างง่ายให้เขา หลังจากเห็นวิธีของอวิ๋นโม่รอบหนึ่ง สองตาของฝานจิ่งเหวินก็ทอประกาย รีบวางสมุนไพรวิญญาณแล้วทดลองทำด้วยตนเอง เพียงไม่นานก็สามารถควบคุมไฟด้วยวิธีนี้ได้อย่างสมบูรณ์ คนตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
วิธีควบคุมลูกไฟชนิดนี้เรียนรู้ได้ไม่ยาก แต่ว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ลูกไฟที่สร้างขึ้นมาไม่เพียงสามารถสร้างอุณหภูมิได้สูงกว่า แต่ยังควบคุมได้ง่าย เทียบกันแล้ววิธีควบคุมลูกไฟที่เขารับถ่ายทอดมาจากสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ยังด้อยกว่าจนอธิบายไม่ถูก
เขาเดาได้เลยว่าอวิ๋นโม่สอนวิธีนี้แก่เขาอย่างง่ายๆ ก็เห็นได้ชัดว่าในสายตาของอวิ๋นโม่ สิ่งนี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลย วิชาควบคุมไฟที่สูงล้ำกว่าสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์กลับถูกอวิ๋นโม่เห็นเป็นของธรรมดา เช่นนั้นสิ่งยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงที่อวิ๋นโม่รู้จะอัศจรรย์ถึงระดับไหน
ฝานจิ่งเหวินตกตะลึงอยู่ในใจ ไม่ต้องเดาต่อก็เชื่อว่าวิชาแพทย์ของอวิ๋นโม่สามารถเป็นอาจารย์ของเขาได้อย่างสบายๆ ตอนนี้ในใจของเขาเกิดความคิดที่น่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่ง เขาเก็บความคิดนี้เอาไว้แล้วเริ่มหลอมโอสถ
เห็นฝานจิ่งเหวินค่อยๆ กลั่นตัวยาให้บริสุทธิ์ทีละขั้นซ้ำไปซ้ำมา อวิ๋นโม่ก็ต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ กรรมวิธีตั้งแต่ต้นจนจบถือว่าหยาบเกินไป ไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพของการหลอมโอสถ แต่ยังกระทบต่อคุณภาพและปริมาณของเม็ดโอสถด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆ อวิ๋นโม่จึงไม่ได้พูดอะไร เพียงมองอีกฝ่ายหลอมโอสถต่อไป
เมื่อเห็นเขาเตรียมผสมยาน้ำต่างๆ เข้าด้วยกัน อวิ๋นโม่ก็พลันเอ่ยปาก “ช้าก่อน!”
ฝานจิ่งเหวินได้ยินแล้วก็รีบหยุดมือ หันไปมองอวิ๋นโม่
อวิ๋นโม่ควบคุมลูกไฟ ช่วยทำให้ตัวยาบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น วิธีก่อนหน้านี้ของฝานจิ่งเหวินไม่อาจทำให้ตัวยาบริสุทธิ์ถึงระดับที่ตนพอใจ
พอเห็นอวิ๋นโม่ลงมือ ฝานจิ่งเหวินก็ยิ่งตกตะลึงแล้ว ฝีมือของเขาทำให้คนชมดูจนตาลาย วิธีที่ใช้ควบคุมลูกไฟกลับยิ่งสูงส่ง แม้อวิ๋นโม่จะเป็นแค่ระดับก่อจิต แต่ฝีมือในการควบคุมลูกไฟไม่ด้อยไปกว่าลูกไฟของตนเท่าไร หลังจากอวิ๋นโม่สกัดยาออกมา ยาน้ำที่อยู่ในเตาหลอมก็เปลี่ยนเป็นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม
ถึงอวิ๋นโม่จะไม่ใช่ระดับคงเขตแดน แต่ขั้นตอนในการทำให้ตัวยาบริสุทธิ์ก็ทำได้เรียบร้อย เพียงแต่การขึ้นรูปโอสถในขั้นสุดท้าย จำเป็นต้องถ่ายทอดพลังธรรมชาติเข้าไป เขาในตอนนี้ยังทำไม่ได้
“เอาล่ะ รีบขึ้นรูป!”
ฝานจิ่งเหวินได้สติ รีบเคลื่อนไหว สองมือขยับหลอมรวมโอสถทั้งหลายเข้าด้วยกัน
ถึงตอนนี้อวิ๋นโม่ค่อยเอ่ยปากอีกครั้ง “เจ้ารับผิดชอบแค่ส่วนที่ต้องใส่พลังธรรมชาติเข้าไป ส่วนอื่นๆ มอบให้ข้า” พอได้เห็นฝีมือของฝานจิ่งเหวิน อวิ๋นโม่ก็รู้ว่าใช้ไม่ได้ งานในส่วนของการหลอมรวมโอสถเข้าด้วยกัน เขาต้องลงมือเอง
เพิ่งจะร่วมมือกันเป็นหนแรก ทั้งสองระมัดระวังอย่างยิ่ง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ ดังนั้นการลงมือจึงเป็นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากหลายชั่วยามผ่านไป ในที่สุดก็ขึ้นรูปโอสถได้สำเร็จ หลอมโอสถระดับสี่ออกมาหนึ่งเตา
ฟู่!
ฝานจิ่งเหวินเปิดฝาครอบ นำโอสถที่อยู่ข้างในออกมา จากนั้นคนก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น
“โอสถครบจำนวน! ถึงกับได้โอสถครบจำนวน! อีกอย่างมีอยู่หกเม็ดเป็นขั้นสูง หกเม็ดขั้นกลาง!” สองมือที่ถือถาดวางโอสถของเขาสั่นสะท้าน แววตาที่มองอวิ๋นโม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยามนี้เขาไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว วิชาแพทย์ของอวิ๋นโม่เหนือล้ำกว่าเขาไปไกล
ปกติยามเขาหลอมโอสถ หากสามารถหลอมโอสถขั้นกลางได้หกเม็ด ก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่พอมีอวิ๋นโม่ช่วย เขาก็สามารถหลอมโอสถระดับสี่ขั้นสูงได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ส่วนที่เหลือยังเป็นโอสถขั้นกลาง แล้วจะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
“ผู้อาวุโส!” ฝานจิ่งเหวินวางโอสถ หันมาโค้งคำนับอวิ๋นโม่ ตอนนี้ไม่กล้ามองอวิ๋นโม่เป็นเด็กน้อยคนหนึ่งแล้ว เขาถูกวิชาแพทย์อันสูงส่งของอีกฝ่ายสยบอย่างราบคาบ แม้แต่อาจารย์ที่ชักนำเขาเข้าสู่เส้นทางการแพทย์ก็ยังไม่อาจเทียบกับอวิ๋นโม่ได้เลย
อวิ๋นโม่มองโอสถเหล่านั้นแล้วยังไม่พอใจอยู่บ้าง เดิมทีเขาคิดว่าจะสามารถหลอมโอสถขั้นสูงออกมาได้สิบสองเม็ด แต่แล้วก็ส่ายหน้า ถึงอย่างไรก็เป็นการร่วมมือกันเป็นครั้งแรก อีกทั้งพึ่งพากำลังของตนเสียมาก แม้จะพยายามดูแลกรรมวิธีของฝานจิ่งเหวินอย่างดีที่สุดแล้วก็ยังทำได้ไม่ถึงขั้นที่คาดหวังไว้
แต่ก็ยังดี เป้าหมายของเขาบรรลุแล้ว ตอนนี้ถึงได้ยอมรับการคำนับจากฝานจิ่งเหวิน จากนั้นเอ่ยปากช้าๆ
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 261 สองคนร่วมกันหลอมโอสถ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com