ตอนที่ 263 เมิ่งฮ่วนเจียงขวางทาง
ตอนที่ 263 เมิ่งฮ่วนเจียงขวางทาง
หลังจากหลอมโอสถเต๋าพิสุทธิ์สำเร็จ อวิ๋นโม่ก็ให้ฝานจิ่งเหวินนำไปส่งให้เคอเย่ การเลื่อนระดับไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งมีเวลามากยิ่งดี ฝานจิ่งเหวินไม่กล้ารั้งรอ นำโอสถเหาะไปยังที่พักของเคอเย่ เคอเย่อยู่ในสำนักศึกษาจั่วสุยมีที่พักอยู่สองแห่ง หลังที่อยู่ในเขตของศิษย์นอกถูกเฉิงจื้อเซิงซัดจนพังไปแล้ว ตอนนี้สมควรอยู่ที่เรือนพักในเขตศิษย์ใน
ฝานจิ่งเหวินมาถึงด้านนอกเรือนของเคอเย่ พบว่าเขากำลังกักตนฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับ ถึงความหวังจะเบาบาง แต่เคอเย่ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงฝึกอย่างขยันขันแข็ง หากเขามีโอกาสที่จะเลื่อนระดับด้วยตนเอง ฝานจิ่งเหวินย่อมไม่กล้ารบกวน เพราะหากถูกรบกวนขณะใกล้จะเลื่อนระดับ อาจทำให้ความเหนื่อยยากทั้งหมดสูญเปล่า ทั้งยังจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่โอกาสที่เคอเย่จะเลื่อนระดับด้วยตนเองมีอยู่น้อยมาก ดังนั้นฝานจิ่งเหวินจึงไม่ค่อยกังวลใจสักเท่าไร เขาแผ่ญาณหยั่งรู้ออกไปกระทบถูกค่ายกลและพลังป้องกันบนประตูของเคอเย่เบาๆ พลังสายหนึ่งสะท้อนออกมา เคอเย่ที่อยู่ในห้องสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวก็หยุดฝึก เปิดประตูเดินออกมา
เขามองฝานจิ่งเหวินอย่างสงสัย ประคองหมัดคำนับตามมารยาทครั้งหนึ่งก่อนถาม “ไม่ทราบว่าแพทย์โอสถฝานมาหาข้าด้วยเรื่องใด”
ฝานจิ่งเหวินมองเคอเย่ ในใจยังสับสนอยู่บ้าง ว่ากันตามเหตุผล เคอเย่นับว่าเป็นผู้เยาว์ของเขา เพราะตอนนี้อีกฝ่ายกลายเป็นอาจารย์ของปรมาจารย์ของตนไปแล้ว เขาไม่กล้าเพิกเฉย เจ้านี่รับคนอย่างปรมาจารย์เป็นศิษย์ ช่างโชคดีอย่างที่สุด
คิดอยู่ปราดหนึ่ง ฝานจิ่งเหวินก็ได้สติกลับมา ประคองหมัดคำนับเคอเย่ ทำเอาเคอเย่ตกใจ ฐานะของฝานจิ่งเหวินเหนือกว่าเขามาก ปกติยามพบกันมีแต่ตนที่ต้องให้ความเคารพ อีกฝ่ายคำนับเขาอย่างมีมารยาทเช่นนี้ ช่างน่าประหลาดนัก
ฝานจิ่งเหวินนำขวดหยกที่บรรจุโอสถเต๋าพิสุทธิ์สองเม็ดออกมา ใช้พลังปราณส่งไปเบื้องหน้าเคอเย่ “ของสิ่งนี้ ให้เจ้า”
เคอเย่รับขวดหยกมาแล้วมองฝานจิ่งเหวินอย่างงุนงง จากนั้นเปิดผนึกขวดออกก้มลงมอง ในขวดมีทรงกลมสีดำอยู่สองเม็ด เคอเย่เดาว่านี่คงเป็นโอสถ แต่ก็รู้สึกประหลาดใจมาก โอสถสีดำเช่นนี้ เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“อาจารย์ฝานจิ่งเหวิน นี่คืออะไร” เคอเย่ถือขวดหยกในมือด้วยความงุนงง
“โอสถสองเม็ดในนั้นคือโอสถเต๋าพิสุทธิ์ คิดว่าคงช่วยให้เจ้าเลื่อนระดับเป็นคงเขตแดนได้แล้ว ของสีดำที่เคลือบอยู่บนโอสถคือการผนึกโอสถชนิดหนึ่ง ยามที่เจ้าต้องการใช้ แค่ใช้พลังปราณกระตุ้น ผนึกก็จะคลายออกเอง จงจำไว้ เมื่อคลายผนึกจะต้องใช้ในทันที ไม่เช่นนั้นคุณภาพของโอสถจะลดลง ผลที่ได้จะลดทอนลงไปมาก” ฝานจิ่งเหวินอธิบาย
“โอสถเต๋าพิสุทธิ์!” เคอเย่รู้แล้วก็กำขวดหยกในมือแน่น เขาไม่เชื่อคำพูดของฝานจิ่งเหวินสักเท่าไร ประโยคที่ว่า ‘ช่วยให้เจ้าเลื่อนระดับเป็นคงเขตแดน’ เขาในตอนนี้จำเป็นต้องใช้โอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับสูงจึงจะมีความมั่นใจที่จะเลื่อนระดับได้ วิชาแพทย์ของฝานจิ่งเหวินยังขาดไปเล็กน้อย แต่ต่อให้เป็นโอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับต้นหรือระดับกลางก็นับว่ามีส่วนช่วยเขาอย่างมาก อย่างน้อยโอกาสที่จะเลื่อนระดับได้ก็สูงกว่าการทดลองด้วยตนเองมาก ดังนั้นโอสถสองเม็ดนี้จึงเหมือนกับการส่งถ่านกลางหิมะ
เคอเย่ไม่รู้ว่าทำไมฝานจิ่งเหวินถึงได้เป็นฝ่ายกระตือรือร้นมอบโอสถเต๋าพิสุทธิ์ให้เขา หากเป็นยามปกติเขาย่อมไม่รับ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาไม่อาจเย่อหยิ่งได้อีกแล้ว จึงรับโอสถทั้งสองเม็ดเอาไว้แล้วประคองหมัดคำนับ “ขอบพระคุณแพทย์โอสถฝานจิ่งเหวิน! ไม่ทราบว่าเคอเย่จะตอบแทนแพทย์โอสถฝานได้อย่างไร”
ฝานจิ่งเหวินจะต้องการให้เคอเย่ตอบแทนได้อย่างไร สมุนไพรวิญญาณที่ใช้หลอมโอสถก็มาจากอวิ๋นโม่ แต่เขาไม่สามารถเปิดเผยสถานะของอวิ๋นโม่ออกไป ได้แต่กล่าวอย่างคลุมเครือว่า “เจ้าทะลวงระดับเสียก่อน เรื่องการตอบแทน รอให้เจ้าชนะค่อยว่ากัน”
เขาไม่ได้กังวลเรื่องนี้สักนิด มีโอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับนี้ ทั้งยังมีถึงสองเม็ด เคอเย่จะต้องเลื่อนระดับได้แน่ อีกทั้งพลังจะต้องแข็งแกร่งจนน่ากลัว
พูดจบแล้วฝานจิ่งเหวินก็หันกายจากไป
ขณะมองเงาหลังของฝานจิ่งเหวิน ความสงสัยในใจก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย แต่เคอเย่เก็บเรื่องนี้ลงไปอย่างรวดเร็ว นำโอสถออกมาเม็ดหนึ่งแล้วกลับเข้าไปในห้องช้าๆ
เคอเย่มองโอสถสีดำในมือพลางพึมพำตนเอง “หวังว่าจะคว้าโอกาสเล็กน้อยนี้ไว้ได้ เลื่อนระดับให้จงได้”
หากเขาพ่ายแพ้จะต้องจบชีวิต เช่นนั้นก็ไม่ต้องคิดเรื่องตอบแทนอะไรแล้ว
พอขับพลังปราณออกมา ผนึกมังกรดำก็คลายออก พลังสีดำกลายเป็นมังกรดำตัวหนึ่งเหาะขึ้นไป ไม่นานก็หายไปในอากาศ ทันใดนั้นเคอเย่ก็ต้องเบิกตาโต สะท้านไปทั้งร่าง
นี่ไหนเลยจะเป็นแค่โอสถชั้นล่างหรือชั้นกลาง คุณภาพของโอสถนี้เหนือกว่าชั้นสูงด้วยซ้ำ!
ทำไมฝานจิ่งเหวินถึงได้มีโอสถเต๋าพิสุทธิ์ที่มีคุณภาพระดับสูงเช่นนี้ ด้วยวิชาแพทย์ของเขาไม่มีทางหลอมออกมาได้ อีกอย่างฝานจิ่งเหวินเป็นอริกับสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว ไม่มีทางได้รับโอสถเช่นนี้มาจากสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งไม่แน่ว่าสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์จะหลอมโอสถเช่นนี้ได้ สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดก็คือ เขากับฝานจิ่งเหวินไม่ได้ไปมาหาสู่กันสักเท่าไร ทำไมอีกฝ่ายถึงยินดีมอบโอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับสูงเช่นนี้แก่เขา
พริบตานั้น ในสมองของเคอเย่นึกถึงความเป็นไปได้ต่างๆ สุดท้ายคิดไปถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของฝานจิ่งเหวิน พอพิจารณาอย่างละเอียดก็พบว่าคุณภาพของโอสถกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย เขาไม่กล้าคิดอะไรอีก กลืนโอสถในมือลงไปทันที
ตูม!
พลังที่พลุ่งพล่านจนยากจะคาดคิดพุ่งไปทั่วร่าง พริบตานั้นฝานจิ่งเหวินรู้สึกว่าสมองของตนแจ่มใสอย่างที่สุด วิถีแห่งฟ้าดินที่เคยลึกลับซับซ้อน ยามนี้กลับเข้าใจได้ชัดเจน เขารู้ว่านี่คือประโยชน์ของโอสถเต๋าพิสุทธิ์ จึงไม่กล้ารั้งรอ รีบรองรับวิถีแห่งฟ้าดินอย่างคลุ้มคลั่ง
ความแตกต่างระหว่างระดับท่องพันลี้กับระดับคงเขตแดน ขอบเขตที่เคยรู้สึกว่ายากจะก้าวผ่าน ยามนี้เคอเย่รู้สึกว่าตนเองข้ามไปได้ง่ายๆ เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ในใจของเขาตื่นเต้นอย่างที่สุด นี่คือโอสถอะไร ดูไปไม่คล้ายขั้นพิเศษ พลังของมันเหนือกว่าโอสถขั้นพิเศษใดๆ ที่เขาเคยได้กินมา!
เขาไม่รู้ว่าโอสถที่อวิ๋นโม่หลอมขึ้นมาแตกต่างจากโอสถที่ผู้อื่นหลอมมาก ต่อให้เป็นขั้นเดียวกัน ผลลัพธ์ก็ยังเหนือกว่ามาก ถึงโอสถเต๋าพิสุทธิ์นี้จะไม่ถือว่าเขาหลอมด้วยตนเอง แต่ภายใต้การชี้แนะและช่วยเหลือของเขา คุณภาพของโอสถทั้งสองเม็ดนี้ก็เหนือกว่าโอสถเต๋าพิสุทธิ์ระดับพิเศษทั่วไปเสียอีก
มีโอสถสองเม็ดนี้แล้ว อุปสรรคที่เคอเย่เคยคิดว่าไม่อาจข้าม ยามนี้ก็เปลี่ยนเป็นทะลวงผ่านได้อย่างง่ายดาย
หลังจากหลอมโอสถติดต่อกันมาหลายวัน อวิ๋นโม่เหนื่อยล้าอยู่บ้าง เตรียมกลับไปพักผ่อนให้ดีสักครั้ง ผลคือระหว่างทางบังเอิญเจอกับเมิ่งฮ่วนเจียง
เดิมทีเมื่อคิดถึงตอนที่อยู่ในหมู่บ้านตระกูลหวัง ความบ้าคลั่งที่อวิ๋นโม่แสดงออกมา รวมทั้งความสามารถในการต่อสู้อันแข็งแกร่งที่อวิ๋นโม่แสดงออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ในใจของเมิ่งฮ่วนเจียงก็กังวลอยู่บ้าง แต่พอเจออวิ๋นโม่ ความกังวลเหล่านั้นก็สลายไปราวกับหมอกควัน อวิ๋นโม่ที่อยู่ตรงหน้าดวงตาดำคล้ำ ท่าทางอ่อนล้าราวกับไม่ได้พักผ่อนดีๆ บ้างเลย
ทำไมถึงไม่ได้พักผ่อนดีๆ น่ะหรือ นั่นย่อมเป็นเพราะเขาตระหนักแล้วว่าเคอเย่จะต้องตายแน่ และสถานการณ์ของตัวเองย่อมไม่ดีเท่าไร ทั้งวันจึงมีแต่ความกังวลใจ ตกค่ำนอนไม่หลับ ถึงได้มีสภาพที่ดูไม่ได้เช่นนี้
“เหอะ เย่อหยิ่งมาจากไหน พอต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็รับไม่ไหวไม่ใช่หรือ” เมิ่งฮ่วนเจียงคิด เผยสีหน้าดูถูก เขาคิดว่าจิตใจของพวกอัจฉริยะที่จริงแล้วก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไร
พอเห็นเมิ่งฮ่วนเจียงพาผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตชั้นสูงสองคนมาขวางไว้ อวิ๋นโม่ก็ถามอย่างเย็นชา “มีเรื่องอะไร”
เมิ่งฮ่วนเจียงทำเสียงฮิฮะในใจสองคำ คิดว่าเจ้านี่เป็นถึงขั้นนี้แล้วยังจะรักษาหน้าตาอยู่อีก เผชิญหน้ากับตนเองก็ยังไม่ยอมก้มหัวให้ ต่อให้ตายก็ยังต้องรักษาศักดิ์ศรีไว้ เขาเชิดหน้ามองอวิ๋นโม่อย่างลำพอง ในเมื่อแม้ตายก็ยังอยากรักษาศักดิ์ศรี เช่นนั้นข้าก็จะไม่ให้!
“อวิ๋นโม่ ทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้ หึๆ ช่างน่าสงสาร”
อวิ๋นโม่รู้สึกเบื่อขึ้นมา เอ่ยอย่างรำคาญว่า “มีลมก็รีบผาย หากไม่มีเรื่องอะไรก็อย่ามาขวาง!”
“เจ้า!” สองคนที่อยู่ด้านหลังเมิ่งฮ่วนเจียงได้ยินแล้วก็โมโห
“หึ!” เมิ่งฮ่วนเจียงยิ้มกริ่ม โบกมือให้สองคนที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นมองอวิ๋นโม่ “อวิ๋นโม่ เจ้าจะตายแล้วก็ยังต้องรักษาหน้าให้ได้หรือ ไม่รู้หรือว่าหากล่วงเกินข้า เจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
“โอกาสอะไร” อวิ๋นโม่เลิกคิ้ว ในใจคิดว่าตอนอยู่หมู่บ้านตระกูลหวัง เมิ่งฮ่วนเจียงถูกเขาทุบจนเสียสติไปแล้วหรือไม่
เมิ่งฮ่วนเจียงชูนิ้วขึ้นมา โยกซ้ายขวา “สภาพของเจ้าในตอนนี้คงเป็นเพราะเรื่องของเคอเย่สินะ”
อวิ๋นโม่เลิกคิ้ว คิดในใจว่าไอ้หนูนี่ก็ไม่ได้โง่ ถึงกับทายถูกบ้างแล้ว แต่ต่อหน้าไม่ได้พูดอะไรออกไป รอดูว่าตกลงเจ้านี่จะพูดอะไรกันแน่
“วันทั้งวันมีแต่ความกังวลใจ คิดหาทางพลิกสถานการณ์ สุดท้ายก็ต้องค้นพบอย่างเจ็บปวดว่า ตนเองอับจนหนทาง ข้าคิดว่าเจ้าในตอนนี้คงเข้าใจดีแล้ว หากเคอเย่ตายไป เวลาของเจ้าก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว”
“เจ้ากำลังข่มขู่ข้าหรือ” แสงในตาของอวิ๋นโม่กะพริบอย่างอันตราย
เมิ่งฮ่วนเจียงโบกมือ “ไม่ถือว่าข่มขู่หรอก เจ้าเองก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดี ที่จริงแล้วใช่ว่าเจ้าจะไม่มีโอกาส”
“อ๋อ โอกาสอะไร” อวิ๋นโม่คิ้วกระตุก ในที่สุดก็พอจะเดาจุดประสงค์ของฝ่ายตรงข้ามจากคำพูดโง่ๆ พวกนี้ได้แล้ว
เมิ่งฮ่วนเจียงยืนอย่างหยิ่งผยองอยู่ตรงนั้น กล่าวช้าๆ “เจ้าก็รู้ อาจารย์ของเจ้าต้องตายด้วยน้ำมืออาจารย์ปู่น้อยของข้า ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่รอดแล้ว แต่ขอเพียงเจ้าติดตามข้า เป็นบ่าวรับใช้ของข้า เจ้าก็จะมีชีวิตรอด”
อวิ๋นโม่แสดงสีหน้าที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เขาส่ายหน้าพลางหัวเราะ “ข้าว่าหัวเจ้าถูกประตูหนีบแล้ว!”
“เจ้า!” เมิ่งฮ่วนเจียงหน้าเปลี่ยนสี เรื่องราวเหมือนจะไม่เป็นไปอย่างที่คิด หากอวิ๋นโม่วิตกจนทนไม่ไหวจริงๆ พอได้ยินคำพูดของเขาจะต้องตอบรับในทันที ต่อให้รักหน้าตาแค่ไหนก็ไม่มีทางตั้งตนเป็นศัตรูกับตนเองจึงจะถูก ดังนั้นน้ำเสียงของเมิ่งฮ่วนเจียงจึงเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้นมา “อวิ๋นโม่ เจ้าคิดอยากจะตายให้ได้จริงๆ หรือ หากไม่ติดตามข้า เจ้าก็ต้องตาย! ไม่มีเคอเย่คอยหนุนหลัง เจ้าคิดว่าจะมีชีวิตรอดได้หรือ หึ! ต่อให้เจ้าไม่กลัวตายก็ต้องคิดเผื่อคนในตระกูลและมิตรสหายบ้าง! ตอนแรกสุดก็แย่งชิงผลึกอสูรของข้า ต่อมายังทำให้ข้าเสียหน้าในตระกูลหวัง เจ้าคิดว่าบัญชีนี้ข้าลืมไปแล้วหรือ”
สีหน้าของอวิ๋นโม่เยียบเย็นลง คิดจะเล่นงานเขา เขาไม่ว่า เชิญเข้ามาได้เลย แต่คิดจะข่มเหงคนในตระกูลและมิตรสหายของเขา นั่นเท่ากับละเมิดขีดจำกัดของเขาแล้ว!
“เจ้ารนหาที่ตายแล้ว!” น้ำเสียงเปี่ยมไอสังหารเยือกเย็นของอวิ๋นโม่ดังออกมา
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 263 เมิ่งฮ่วนเจียงขวางทาง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com