ตอนที่ 349 สังหารสัตว์อสูรระดับสี่
ตอนที่ 349 สังหารสัตว์อสูรระดับสี่
ในบึงใหญ่ อวิ๋นโม่เหาะอย่างรวดเร็วไล่ตามจระเข้อัคคีระดับสี่ตัวนั้นไป แต่เจ้าจระเข้ตัวนั้นจดจำเขาได้ มันตกใจจนรีบหนี ความเร็วของมันเหนือกว่าเขาไม่น้อย เมื่อเวลาผ่านไป ระยะห่างระหว่างทั้งสองก็ยิ่งมากขึ้น
“ภายหน้าคงต้องหาศาสตร์ลับที่เร่งความเร็วได้มาสักอย่าง” อวิ๋นโม่พึมพำ ก่อนที่จะเป็นระดับท่องพันลี้ เขาเคยใช้ท่าเท้าของหมัดทลายภูผา ความเร็วเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันมาก แต่ตอนนี้เข้าสู่ระดับท่องพันลี้แล้ว อานุภาพของหมัดทลายภูผาไม่มีประโยชน์กับเขาอีกต่อไป ท่าเท้าก็ไม่ดีพอ ระดับความเร็วในการเหาะของอวิ๋นโม่ในตอนนี้เกรงว่ายังเหนือกว่าจอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงด้วยซ้ำ แต่หากคิดประลองกับยอดฝีมือระดับคงเขตแดนหรือสัตว์อสูรระดับสี่ก็ยังห่างไกลนัก
เพราะกลัวว่าจระเข้อัคคีจะหนีไป อวิ๋นโม่ไม่กล้าปล่อยให้มันทิ้งห่างมากเกินไป จึงใช้ภูเขาศพทะเลโลหิต พริบตานั้นภูเขาศพทะเลโลหิตก็ปรากฏ พื้นที่ที่ญาณหยั่งรู้ของเขาแผ่ไปถึงล้วนกลายเป็นภูเขาศพทะเลโลหิต
“โฮก!” จิตวิญญาณของจระเข้อัคคีถูกโจมตี มันส่งเสียงร้องก่อนจะพุ่งลงไปในน้ำ แต่ไม่นานก็ตะเกียกตะกายขึ้นมา หลบหนีไปทิศที่ห่างจากอวิ๋นโม่ เพราะอยู่ห่างกันมากเกินไป อาณาเขตของภูเขาศพทะเลโลหิตต้องแผ่ออกไปเป็นบริเวณกว้าง อานุภาพจึงด้อยลง ไม่อาจกำราบจระเข้ตัวนี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ทำให้จระเข้เคลื่อนที่ช้าลงมาก
อวิ๋นโม่เหาะไปด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ช้าก็ไล่ตามจระเข้ทัน ญาณหยั่งรู้ขับเคลื่อนออกมา ทะเลโลหิตเกิดเป็นคลื่นโลหิตหลายชั้น ศพบนภูเขาศพลุกขึ้นมาขยับเข้าหาจระเข้อัคคี
“โฮก!” จระเข้อัคคีร้องคำรามติดๆ กัน ทางหนึ่งใช้ญาณหยั่งรู้ต้านการโจมตีของภูเขาศพทะเลโลหิต อีกทางพ่นไฟออกมาโจมตีอวิ๋นโม่ แต่เพราะญาณหยั่งรู้ได้รับผลกระทบจากภูเขาศพทะเลโลหิต จึงมองไม่เห็นตำแหน่งของเขา ไฟที่พ่นออกมาจากปากก็สะเปะสะปะไร้เป้าหมาย
อวิ๋นโม่ขยับร่างอย่างรวดเร็ว หลบเปลวไฟของจระเข้อัคคีได้อย่างง่ายดาย
ครืน!
คลื่นโลหิตพอขยับเข้าใกล้จระเข้อัคคีก็เล็กลงมาก แม้แต่ศพมากมายที่ลุกขึ้นมาก็เปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่ช้าลง แต่จากนั้นไม่นานซากศพนับไม่ถ้วนและคลื่นโลหิตก็ทำลายการป้องกันของจระเข้อัคคี ทะลวงเข้าสู่สมองของมัน
ตูม!!!
เสียงที่มีแต่ผู้มีญาณหยั่งรู้เท่านั้นที่จะสัมผัสได้ดังขึ้น อวิ๋นโม่ยิ้มออกในที่สุด เพราะนั่นคือการแตกสลายของจิตวิญญาณจระเข้อัคคี วันนี้เขาสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสี่ได้ด้วยความสามารถของตนเองเป็นครั้งแรก จระเข้อัคคีที่จิตวิญญาณดับสูญร่วงลงในบึงอย่างแรง จมลึกไปกว่าครึ่ง เห็นเพียงแผ่นหลังที่แนวกระดูกเย็นไปแล้ว
การต่อสู้ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังระดับคงเขตแดนของอวิ๋นโม่ ยังไม่ใช่ระดับคงเขตแดนที่สมบูรณ์ แต่ก็สามารถฆ่าระดับคงเขตแดนได้ กล่าวคือเป็นแค่ระดับคงเขตแดนที่ธรรมดาที่สุดเท่านั้น ระหว่างเขากับยอดฝีมือเช่นเคอเย่ยังมีความแตกต่างอีกมาก แต่หากได้แช่ในสระน้ำหยินหยางสักรอบ เปิดผนึกระดับสองของมายาเนตรปีศาจและฝึกวิชาภวังค์นิรันดร์ที่เป็นระดับสอง เขาก็จะบีบคั้นผู้แข็งแกร่งระดับนั้นได้
อวิ๋นโม่พิงร่างกับกระดูกหลังของจระเข้อัคคี มือลูบหน้าผาก แม้จะฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่ได้ แต่ญาณหยั่งรู้ของเขาก็ลดทอนไปไม่น้อย ที่จริงค่อนข้างอ่อนล้าแล้ว
“หือ” ทันใดนั้นสีหน้าอวิ๋นโม่ก็เปลี่ยนไป เขามองไกลออกไป ที่นั่นมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งตัวหนึ่งกำลังหลบหนีด้วยความตื่นกลัว ที่แท้ก็เป็นกิ้งก่าเขี้ยวดาบระดับสี่ตัวหนึ่ง!
“เป็นสัตว์อสูรระดับสี่อีกแล้ว!” สีหน้าของอวิ๋นโม่เคร่งเครียด ในส่วนลึกของบึงใหญ่จะต้องเกิดเรื่องบางอย่าง ไม่เช่นนั้นสัตว์อสูรระดับสี่คงไม่ออกมายังบริเวณนี้
ชายหนุ่มไม่คิดพุ่งไปฆ่ามัน เขามีความกังวล แถบนี้น่าจะมีสัตว์อสูรดับสี่จำนวนไม่น้อย ต่อให้ฆ่ามันไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งตอนนี้เขาเหนื่อยล้าอยู่บ้าง หากต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสี่อีกตัวจนฆ่ามันได้ ก็คงกระทบพลังปราณของเขากลายเป็นอ่อนล้ากว่าเดิม ในบึงใหญ่มีอันตรายมากมายจริงๆ
อวิ๋นโม่พิงร่างกระดูกสัตว์อสูร พักผ่อนครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นพึมพำกับตนเอง “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ไม่ได้ส่งข่าวมา พวกเขาไม่เกิดเรื่อง แต่ต่อไปคงต้องโน้มน้าวให้พวกเขาออกจากบึงใหญ่แล้ว”
บึงใหญ่เบื้องหน้า แม้จะเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นกลางก็ยังอันตรายมาก ถึงอวิ๋นโม่ฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่ทั่วไปได้ แต่ก็อาจมีเวลาที่ดูแลได้ไม่ทั่วถึงเหมือนกับตอนที่ลั่วหงเจียวได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่อวิ๋นโม่เตรียมเก็บร่างของจระเข้อัคคี คิ้วของเขาก็กระตุก ดวงตาหรี่มองไกลออกไป
เงาร่างสามสายเหาะมาอย่างรวดเร็ว สองคนในกลุ่มนั้นเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นสูง ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นระดับกึ่งคงเขตแดน เมื่อจอมยุทธ์ระดับกึ่งคงเขตแดนเห็นอวิ๋นโม่ มุมปากก็ขยับ สะบัดมือเรียกเปลวไฟออกมาเผากระดาษแผ่นหนึ่งจนหมด
“นี่ ไอ้หนู! ร่างสัตว์อสูรใต้เท้าเจ้าตอนนี้เป็นของพวกเราแล้ว เจ้าไสหัวไปซะ!” จอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงผู้หนึ่งเอ่ย ขณะเดียวกันก็โบกมือไล่อวิ๋นโม่ราวกับปัดแมลงวัน
อวิ๋นโม่มองคนทั้งสามพลางคิดทบทวน พบว่าตนไม่รู้จักจริงๆ
เห็นเขาไม่ขยับ จอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงอีกผู้หนึ่งก็แค่นเสียงเย็น “ไอ้หนู หูหนวกหรือไร หากเจ้าไม่ยอมปล่อยมือจากร่างของสัตว์อสูร พวกเราก็จะจัดการเจ้า! ถ้าไม่อยากตายก็หลีกไปซะ!”
อวิ๋นโม่สีหน้าเรียบเฉย มองจอมยุทธ์กึ่งคงเขตแดนผู้นั้น “จะแย่งซากสัตว์อสูรหรือ เหอะๆ พวกเจ้ามาเพื่อฆ่าข้าต่างหากกระมัง”
“หือ”
“ทำไมถึงพูดอย่างนั้น”
คนทั้งสามหรี่ตา จ้องเขานิ่งด้วยความประหลาดใจ
“ในดวงตาของพวกเจ้าทั้งสามคนมีจิตสังหาร แล้วก็ของเจ้าเพิ่งเผาไปเมื่อครู่คือภาพเหมือนของข้ากระมัง”
จอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงผู้หนึ่งหลุดหัวเราะ “ไม่เสียทีที่แม้แต่ศิษย์น้องสิงเชียนก็ยังต้องแพ้ให้เด็กคนนี้ ไม่เพียงมีพรสวรรค์อันน่าตระหนก แต่ยังเฉลียวฉลาด”
“คนที่น่ากลัวเช่นนี้ยิ่งต้องรีบฆ่า”
อวิ๋นโม่กระตุ้นพลังปราณเหาะขึ้นมา ปากก็ถามว่า “พวกเจ้าเป็นคนของสำนักศึกษาโย่วสุยหรือ ใครส่งพวกเจ้ามาฆ่าข้า”
“ฮ่าๆๆ คิดเรื่องอะไร เป็นเพราะเจ้าอันตรายเกินไป พวกเราจึงต้องฆ่าเจ้าก่อน เข้าสู่ระดับท่องพันลี้ได้เร็วขนาดนี้ หากคิดจะเลื่อนเป็นระดับคงเขตแดนก็คงใช้เวลาไม่นานแล้ว ทันทีที่เจ้าเข้าสู่ระดับคงเขตแดน เกรงว่าคงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถกำราบเจ้าได้ นี่คือเหตุผลที่เจ้าต้องตาย!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “‘รับหินวิญญาณมาหนึ่งหมื่นชั่ง!’ นี่คือคำพูดเมื่อครู่ของเจ้ากระมัง ฮ่าๆ หินวิญญาณหมื่นชั่งงั้นหรือ สำนักศึกษาโย่วสุยคงไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าข้าจะมายังบึงใหญ่จึงมอบภารกิจให้พวกเจ้าหรอกนะ”
“เด็กคนนี้!” สีหน้าของจอมยุทธ์ระดับกึ่งคงเขตแดนเคร่งเครียด เมื่อครู่อยู่ห่างกันตั้งไกล เขาเปรยกับตนเองเพียงเบาๆ แต่กลับถูกอวิ๋นโม่ได้ยินเข้า ดูท่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะไม่ธรรมดาจริงๆ
“ฮ่าๆ ไม่ต้องถามให้มาก อย่างไรเจ้าก็ต้องตาย ถามไปจะมีประโยชน์อะไร คนตายไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้”
“เอาเถอะ ไม่ต้องพูดกับเขาแล้ว ให้ข้าฆ่าเขาเถอะ!”
“อย่า เด็กคนนี้น่ากลัวกว่าศิษย์น้องสิงเชียน ตอนนี้เลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้แล้ว ความสามารระดับท่องพันลี้ขั้นแปดชั้นฟ้าของเจ้ายังไม่แน่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา แต่ต่อให้เด็กคนนี้เก่งกาจอย่างไรก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งกว่าระดับท่องพันลี้ขั้นเก้าชั้นฟ้าอย่างข้าใช่ไหม ดังนั้น ให้ข้าจัดการ!”
“เจ้ากล้าดียังไงถึงดูถูกข้า”
จอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงจากสำนักศึกษาโย่วสุยทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ขยับเข้าหาอวิ๋นโม่ เตรียมพร้อมฆ่าคน
อวิ๋นโม่มองคนทั้งสองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ปากถามอย่างหยอกเย้า “พวกเจ้าไม่แปลกใจหรือว่าทำไมข้าถึงกล้าเดินทางในบึงใหญ่เพียงลำพัง”
“หือ” คนทั้งสองได้ยินแล้วก็สะดุ้ง จากนั้นหัวเราะเสียงดัง “เรื่องนี้ไม่ตลก เจ้าเด็กน้อยคงไม่ได้ถูกสิ่งมีชีวิตอมตะทำให้กลัวจนเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม”
“ฮ่าๆ พวกเราแอบฟังคนสำนักศึกษาจั่วสุยคุยกันถึงได้รู้ตำแหน่งของเจ้า เจ้ามีพรสวรรค์ยุทธ์สูงแต่ขี้ขลาดราวกับมุสิก ยังจะทำวางท่าขู่ศัตรูอยู่ที่นี่”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ชะงัก จากนั้นเผยสีหน้าอ่อนใจ ที่แท้เขาก็ถูกเข้าใจผิดแล้ว
ถอนหายใจแล้วอวิ๋นโม่ก็มองคนทั้งสามพร้อมแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ก่อนหน้านี้พวกเจ้าต้องการซากของสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ใช่หรือ ตอนนี้ข้าจะมอบให้พวกเจ้า อย่าได้กลัวจนไม่กล้าเข้ามารับก็แล้วกัน”
“เหอะ สัตว์อสูรที่เจ้าฆ่าจะมีค่าสักแค่ไหน เราไม่ต้องการซากสัตว์อสูร เราต้องการชีวิตของเจ้าก็พอแล้ว!”
“ไม่เลวๆ ต้องการชีวิตของเจ้า…”
ขณะที่คนทั้งสองหัวเราะเสียงดัง จู่ๆ เสียงก็ขาดหายไป เพราะซากขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นเมื่อพลังปราณที่พลุ่งพล่านของอวิ๋นโม่ฉุดซากจระเข้อัคคีขึ้นมาจากน้ำ พวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้จระเข้อัคคีถูกญาณหยั่งรู้ของอวิ๋นโม่ครอบคลุมเอาไว้ พวกเขาจึงเห็นได้ไม่ชัด ตอนนี้ถึงได้เห็นสภาพของซากนี้อย่างชัดเจน
หลังจากเข้าใจลักษณะของศพแล้วทั้งสามคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็มีอาการชาที่หนังศีรษะ
“สี่… สัตว์อสูรระดับสี่!” จอมยุทธ์กึ่งคงเขตแดนร้องลั่นอย่างอกสั่นขวัญหาย เสียงของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 349 สังหารสัตว์อสูรระดับสี่"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com