ตอนที่ 353 ไม่เชื่อ
ตอนที่ 353 ไม่เชื่อ
“ข้างกายอวิ๋นโม่มียอดฝีมือคอยคุ้มครองหรือไม่” ฝานอู๋เหอถามลูกศิษย์ ด้วยความสามารถของอวิ๋นโม่ ไม่มีทางที่จะเป็นภัยคุกคามหยางจินเผิง
ลูกศิษย์ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่มี ข้างกายมันมีลั่วหงเจียวคนเดียว สตรีผู้นั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูง”
ใบหน้าของฝานอู๋เหอมืดครึ้ม พูดเช่นนี้การตายของหยางจินเผิงก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอวิ๋นโม่ แล้วศิษย์ของเขาตายด้วยฝีมือใคร
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเริ่มสืบจากอวิ๋นโม่ก่อน!” ฝานอู๋เหอพูดกับตนเอง จากนั้นหันกายพุ่งเข้าไปในบึงใหญ่ ทิศทางข้างหน้าเป็นทิศที่อวิ๋นโม่เคยมา
หลังจากออกจากจุดที่มีสิ่งมีชีวิตอมตะแล้วก็กลับไปยังจุดที่เคยแยกกับพวกลั่วหงเจียว หลิวโยวถิงติดตามมาด้านหลังอย่างระมัดระวัง ดวงตากลิ้งกลอกไปมา
อวิ๋นโม่หยุดการเคลื่อนไหวแล้วหันกลับไปทางหลิวโยวถิง “เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว วางใจเถอะ บอกแล้วว่าไม่ฆ่าเจ้าก็จะไม่ฆ่า ต่อไปหากอยู่ในบึงใหญ่แล้วพบกับลูกศิษย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยก็อย่าได้ใช้ใหญ่รังแกเล็ก”
หลิวโยวถิงได้ยินก็ดีใจ รีบคำนับ “พี่อวิ๋นวางใจ จากนี้หากพบกับลูกศิษย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยในบึงใหญ่ ข้าไม่เพียงไม่รังแกพวกเขา หากพวกเขาประสบอันตราย ข้าจะช่วยเหลืออีกด้วย”
อวิ๋นโม่โบกมือ เขาแค่ออกปากเท่านั้น ไม่สนใจว่าหลิวโยวถิงจะทำตามนั้นหรือไม่
หลิวโยวถิงราวกับได้รับอภัยโทษ รีบร้อนจากไปโดยเร็วที่สุด อวิ๋นโม่กำลังจะเดินทางต่อ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะมีพลังหยินเข้มข้นพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับไปมองก็เห็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่ทะลวงระดับสี่ตัวนั้นกำลังเหาะมาอย่างรวดเร็ว
“หากพวกเจ้าไม่รู้จักดีชั่วก็อย่าได้กล่าวโทษที่ข้าจะลงมือแล้ว!” อวิ๋นโม่พูดอย่างเย็นชา
“สหายโปรดรอก่อน!” สิ่งมีชีวิตอมตะตะโกน ในไม่ช้าก็มาถึงข้างกายเขา
“มีเรื่องใดหรือ” อวิ๋นโม่ถามอย่างไร้อารมณ์
สิ่งมีชีวิตอมตะขยับขากรรไกรล่างราวกับกำลังยิ้มและส่งว่านหยินหยวนสองต้นให้ จากนั้นทำท่าคำนับอวิ๋นโม่ “ขอบคุณสหาย! หลังจากได้กินโอสถของสหาย พวกมันก็เริ่มเลื่อนระดับแล้ว สหายมีบุญคุณต่อพวกเรา สมุนไพรเพียงต้นเดียวไม่อาจเทียบได้กับคุณค่าของโอสถเหล่านั้น แม้จะเพิ่มสมุนไพรวิเศษสองต้นนี้เข้าไปก็ยังไม่พอ แต่ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากพวกเรา”
อวิ๋นโม่ตะลึง จากนั้นก็เผยรอยยิ้มและรับว่านหยินหยวนอายุหลายพันปีสองต้นไว้ สิ่งมีชีวิตอมตะคำนับอีกครั้ง จากนั้นหันหลังกลับและเหาะกลับไป
มองส่งสิ่งมีชีวิตอมตะจนลับสายตาไปแล้ว อวิ๋นโม่ก็อารมณ์ดีมาก ว่านหยินหยวนทั้งสองต้นนี้ ต้นหนึ่งอายุสี่พันกว่าปี อีกต้นอายุห้าพันกว่าปี รวมกันอย่างน้อยก็ต้องเป็นแต้มรางวัลแสนกว่าแต้มแล้ว
“ฟืด!”
ในบึงใหญ่ พวกลูกศิษย์หลายคนของนักศึกษาจั่วสุยกำลังฟื้นฟูพละกำลัง คนทั้งกลุ่มอยู่ในสภาพย่ำแย่และเหนื่อยล้า จงซูหลางสูดลมหายใจลึกพลางกุมแขนซ้าย แขนของเขาเต็มไปด้วยเลือด ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
“ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้สารเลวอวิ๋นโม่! ถ้าไม่ใช่เพราะถูกมันถ่วงเวลาทำให้ล่าช้า ข้าคงไม่ได้รับบาดเจ็บ” จงซูหลางกล่าวด้วยความเกลียดชัง
จงเจ๋อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของพี่ชาย สีหน้าของเขาก็ย่ำแย่เช่นกัน
เหลียงกวงฟูแค่นเสียงเย็นชา “ทางที่ดีให้มันตายอยู่ในบึงใหญ่ไปเลย ไม่เช่นนั้นหากออกไปแล้วพบกับเจ้านั่น ข้าจะต้องให้มันได้เห็นดี!”
ลั่วหงเจียวนั่งอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ นางไม่สนใจโต้เถียงกับคนเหล่านี้แล้ว แต่การที่ซ่างกวนหรูไม่เชื่อในตัวอวิ๋นโม่ทำให้นางไม่มีความสุข
เจี่ยงเวยจิ้งที่แข็งแกร่งที่สุดนั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน จู่ๆ เขาก็หันมาทางลั่วหงเจียว “ศิษย์น้องลั่ว อวิ๋นโม่หนีไปแล้ว ส่วนแบ่งของเจ้าก็ควรลดลง”
จงซูหลางได้ยินก็ลุกขึ้นมา มองลั่วหงเจียวด้วยสายตาเย็นชา “ไม่ผิด อวิ๋นโม่หนีไปแล้ว ส่วนแบ่งของเจ้าก็สมควรลดลง! ครั้งนี้พวกเราต้องลำบากกันขนาดนี้ เจ้าสมควรต้องรับผิดชอบมากที่สุด! ข้าว่าจากนี้ไปเจ้าน่าจะได้รับส่วนแบ่งเพียงครึ่งส่วนเท่านั้น!”
“ข้าเห็นด้วย!” เหลียงกวงฟูกล่าวทันที จงเจ๋อก็พยักหน้าเห็นด้วย
ลั่วหงเจียวมองพวกเขาอย่างเย็นชาและพูดว่า “ก่อนอื่นข้าจะพูดอีกครั้ง ศิษย์น้องเล็กไม่ได้หนีไปไหน! อย่างที่สอง ครึ่งส่วนหรือ พวกเจ้ากำลังเล่นลูกไม้อะไรอยู่”
“เหอะ ความสามารถของเจ้าก็แค่มากกว่าน้องชายของข้าเล็กน้อยเท่านั้น ย่อมได้ส่วนแบ่งน้อยสักหน่อย บวกกับครั้งนี้พวกเราตกอยู่ในอันตราย เจ้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบ ดังนั้นต้องลดลงอีกสักหน่อย ให้เจ้าครึ่งส่วนก็ถือว่าดีกับเจ้ามากแล้ว” เหลียงกวงฟูแค่นเสียงเย็นชา
“อยากทำอะไรก็ทำ ครึ่งส่วนนั่นพวกเจ้าเก็บไว้เองเถอะ ข้าไม่เอาด้วยแล้ว!” ลั่วหงเจียวลุกขึ้นเตรียมออกตามหาอวิ๋นโม่
โอวหยางรั่วเสวียนคว้าตัวนางไว้ “ศิษย์น้องลั่ว อย่าโกรธเคืองเลย เรื่องส่วนแบ่งก็มาปรึกษากันเถอะ บึงใหญ่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ หากเจ้าอยู่เพียงลำพังจะอันตรายมาก” พูดแล้วหันไปมองคนอื่นๆ “ครึ่งส่วนน้อยเกินไปแล้ว อย่างน้อยก็ควรให้หนึ่งส่วน”
ซ่างกวนหรูก็เอ่ยปากเช่นกัน “ศิษย์พี่ลั่ว ศิษย์พี่หญิงรั่วเสวียนพูดถูกแล้ว ท่านอยู่คนเดียวในบึงใหญ่อันตรายเกินไป อย่าแยกจากกลุ่มเลย”
ขณะที่คนเหล่านั้นปรึกษากันว่าจะให้ส่วนแบ่งนางเท่าไร จู่ๆ ลั่วหงเจียวก็มีสีหน้ายินดีตะโกนว่า “ศิษย์น้องเล็ก!”
อวิ๋นโม่เหาะมาแต่ไกลพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาพอใจกับการเก็บเกี่ยวครั้งนี้มาก จึงรู้สึกมีความสุข แต่พอพวกเหลียงกวงฟูเห็นอวิ๋นโม่ก็โมโหขึ้นมา
“เยี่ยมมาก เจ้าคนขี้ขลาดราวกับมุสิก ยังจะมีหน้ากลับมาอีก!” จงซูหลางแค่นเสียงเย็นชา โกรธจนอยากพุ่งเข้าไปต่อยอวิ๋นโม่หลายๆ หมัด
จงเจ๋อพูดเสียงเย็นชา “อวิ๋นโม่ เจ้ายังจะกล้ากลับมาอีก! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะความขี้ขลาดของเจ้าทำให้พวกเราเกือบฝ่าวงล้อมของสิ่งมีชีวิตอมตะไปไม่ได้แล้ว”
“ยังจะโอ้อวดว่าความสามารถของตนเทียบได้กับระดับท่องพันลี้ชั้นสูง พอเห็นสิ่งมีชีวิตอมตะก็ตกใจจนหนีไปแล้ว ในโลกนี้ยังมีระดับท่องพันลี้ชั้นสูงที่ขี้ขลาดขนาดนี้ด้วยหรือ ข้าว่าที่เจ้ากลับมาก็เพราะกลัวเกินไป ไม่กล้าออกจากบึงใหญ่เพียงลำพังใช่ไหม” เหลียงกวงฟูหัวเราะเยาะ
เจี่ยงเวยจิ้งเดินเข้าไปหาอวิ๋นโม่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “อวิ๋นโม่ พวกเราย่ำแย่ขนาดนี้และศิษย์น้องจงซูหลางก็ได้รับบาดเจ็บ เจ้ายังจะกล้าหัวเราะอีก!”
อวิ๋นโม่ปรายตามองคนเหล่านั้นแวบหนึ่ง จากนั้นก็ไม่สนใจอีก เขามองลั่วหงเจียวและถามอย่างห่วงใย “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ลั่วหงเจียวส่ายหน้า “ไม่เป็นไร แค่รู้สึกเหมือนมีแมลงวันบินวนเวียนอยู่ริมหู ช่างน่ารำคาญ” หลังจากนั้นนางก็ส่งเสียงในทางลับ “ว่าแต่จระเข้อัคคีตัวนั้น…”
“ฆ่าไปแล้ว” อวิ๋นโม่ยิ้ม
ลั่วหงเจียวตะลึง จากนั้นยกนิ้วให้อวิ๋นโม่ “ศิษย์น้องเล็กสุดยอดมาก!”
“อวิ๋นโม่ อย่าคิดว่าไม่พูดอะไรแล้วจะรอดพ้นไปได้ เรื่องในครั้งนี้เจ้าต้องรับผิดชอบ! เจ้าต้องแบ่งสิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ในบึงใหญ่ให้พวกเรา ไม่เช่นนั้นเจ้าก็ไสหัวไป พวกเราจะไม่เก็บหนูขี้ขลาดเอาไว้ในกลุ่ม แต่ก่อนที่เจ้าจะไสหัวไป ต้องชดเชยความสูญเสียให้พวกเราก่อน!” เหลียงกวงฟูกล่าวอย่างเย็นชา
อวิ๋นโม่เหลือบมองเหลียงกวางฟูแวบหนึ่งแล้วหัวเราะเย็นชา หากเขานำสิ่งที่ได้รับจากบึงใหญ่ออกมา คนเหล่านี้กล้ารับไว้หรือ
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ก่อนหน้านี้เจ้า……หนีไปหรือ” โอวหยางรั่วเสวียนถามเสียงเบา นางไม่อยากเชื่อ ถึงจะรู้จักกันไม่กี่วัน แต่นางก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเช่นนั้น
อวิ๋นโม่ยิ้มก่อนตอบ “ไม่ใช่แน่นอน”
“ฮ่าๆ ยังจะมีหน้ามาพูดอีกหรือ เจ้าคิดว่าพวกเราโง่มากหรือ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นการหนี เจ้ากลับบอกว่าไม่ใช่ จะให้ยอมรับได้หรือ” จงซูหลางแค่นยิ้มเย็นชา “วันนี้เจ้าเลือกมาสักทาง มอบหินเสวียนหยางและว่านหยินหยวน ไม่เช่นนั้นก็ชิมหมัดของข้าดู!”
ซ่างกวนหรูมองอวิ๋นโม่ “อวิ๋นโม่ ในเมื่อเจ้าบอกว่าไม่ใช่ ทำไมถึงไม่อธิบายให้พวกเราฟังว่าเจ้าผละไปเพราะอะไร”
อวิ๋นโม่มองซ่างกวนหรูด้วยแววตาอ่อนโยน เขาส่ายหน้า “เพราะไม่อาจอธิบาย อีกอย่าง ถึงอธิบายไปพวกท่านก็คงไม่เชื่อ”
“เจ้าไม่พูดแล้วรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราไม่เชื่อ” ซ่างกวนหรูถาม
อวิ๋นโม่เงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ส่งเสียงในทางลับให้ซ่างกวนหรู “ศิษย์พี่หรู หากข้าบอกว่าข้าสังหารสัตว์อสูรระดับสี่และช่วยทุกคนเอาไว้ ท่านเชื่อไหม”
ซ่างกวนหรูสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา ด่าทอเสียงดัง “อวิ๋นโม่ เดิมทีข้ายังรู้สึกว่าเจ้าเป็นคนไม่เลวคนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักแต่พูดจาโอ้อวด!”
อวิ๋นโม่เพิ่งเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น จะฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่ได้อย่างไร หากอวิ๋นโม่เป็นระดับกึ่งคงเขตแดน หรือเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นสูง นางก็อาจจะเชื่อ เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นจะฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเลือกจะเชื่อหรือไม่
อวิ๋นโม่แบมืออย่างอ่อนใจ “ข้าก็บอกแล้วไง ท่านไม่มีทางเชื่อ”
“เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ข้าจะเชื่อได้อย่างไร” ใบหน้าของซ่างกวนหรูเย็นชาและไม่สบอารมณ์
“เฮ้อ!” อวิ๋นโม่ถอนใจยาว ซ่างกวนหรูไม่เชื่อ เขาก็เข้าใจได้จึงไม่ได้ว่าอะไร
“อวิ๋นโม่ พูดมา จะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง”
พวกเหลียงกวงฟูบีบคั้นอวิ๋นโม่ด้วยความไม่พอใจ
ในตอนนั้นเองเสียงที่ทุกคนคุ้นเคยก็ดังขึ้น
“ไอ้หยา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้พวกเจ้าพลั้งเผลอเช่นนี้ ขนาดถูกพวกเราล้อมเอาไว้แล้วก็ยังไม่รู้เรื่อง”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 353 ไม่เชื่อ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com