ตอนที่ 354 เสี่ยวหลิว
ตอนที่ 354 เสี่ยวหลิว
ใบหน้าของพวกเจี่ยงเวยจิ้งเปลี่ยนไปอย่างแรง พวกเขาเงยหน้า เห็นจอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงหลายคนกำลังเหาะมาจากที่รอบด้านและล้อมพวกเขาเอาไว้ตรงกลาง
“ซ่งเสี่ยวโจว!” เจี่ยงเวยจิ้งคำรามเสียงต่ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ส่วนจงซูหลางชักจะกลัวขึ้นมา “เป็นพวกสำนักศึกษาโย่วสุย มี… มีถึงสิบสองคน!”
“ฮ่าๆ ทุกท่าน ถึงอย่างไรภูเขาและสายน้ำย่อมต้องบรรจบกัน” ซ่งเสี่ยวโจวยิ้มพลางขยับเข้าไปใกล้ แววตาทอประกายเย็นชา
“ซ่งเสี่ยวโจว พวกเจ้าคิดจะเอาอย่างไร” เจี่ยงเวยจิ้งตะโกนอย่างดุดัน
“เจี่ยงเวยจิ้ง เจ้าเองก็เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง อย่าได้ถามคำถามเด็กๆ แบบนี้ได้ไหม” ลูกศิษย์จากสำนักศึกษาโย่วสุยเอ่ยเสียงเย็นชา
“ฮ่าๆ พวกเจ้าวิ่งกันเก่งพอควร ทำให้พวกเราต้องหาอยู่นาน”
นอกจากอวิ๋นโม่และลั่วหงเจียว คนอื่นๆ ของสำนักศึกษาจั่วสุยต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดและร้อนรน คนของสำนักศึกษาโย่วสุยไม่ได้มาพูดคุยกับพวกเขาแน่ ถึงจะรวมลั่วหงเจียวและอวิ๋นโม่แล้ว แต่พวกเขาก็มีแค่แปดคน เผชิญหน้ากับคนสิบสองคน พวกตนไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน อีกอย่างอวิ๋นโม่ก็เป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น จงซูหลางก็เป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นกลาง ทั้งยังได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งทะลวงวงล้อมของสิ่งมีชีวิตอมตะออกมา สูญเสียพลังปราณไปมาก จึงยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนทั้งสิบสองจากโย่วสุย
ซ่งเสี่ยวโจวเหยียบอยู่บนกาบเรือบิน มองคนของจั่วสุยทั้งหมดก่อนแสยะยิ้มเอ่ย “ทุกท่าน พวกข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าต้องลำบาก แค่มอบอุปกรณ์วิญญาณจัดเก็บของพวกเจ้าออกมา พวกเราก็จะปล่อยพวกเจ้าไป”
“ซ่งเสี่ยวโจว เจ้าทำเช่นนี้จะต่างอะไรกับโจร” เจี่ยงเวยจิ้งตะคอกเสียงเย็น เขาย่อมไม่ยอมมอบอุปกรณ์จัดเก็บออกไปง่ายๆ สมบัติของเขาทั้งหมดล้วนอยู่ในอุปกรณ์นี้
ซ่งเสี่ยวโจวแค่นเสียงเยาะหยัน “โจรหรือ เหอะ เจ้าเป็นคนของจั่วสุย ข้าเป็นคนของโย่วสุย ทำเช่นนี้แล้วมีปัญหาอะไร หากเจ้าเป็นคนของอาณาจักรโย่วสุย ข้าย่อมไม่แตะต้องเจ้า ที่จริงถ้าก่อนหน้านี้เจ้ายกหินเสวียนหยางให้พวกเราอย่างเชื่อฟังก็คงไม่เกิดสถานการณ์ใน ตอนนี้น่าเสียดายที่เจ้าโลภเกินไป ต้องการคว้าพวกมันให้ได้”
“ของเหล่านั้นพวกเราเป็นฝ่ายพบก่อน!” เหลียงกวงฟูกล่าวอย่างไม่พอใจ
“อย่าได้พูดเรื่องไร้สาระ ถามพวกเจ้าอีกครั้ง จะยอมมอบอุปกรณ์วิญญาณจัดเก็บออกมาดีๆ หรือให้พวกเราเข้าไปเอาเอง ขอเตือนพวกเจ้าก่อน หากพวกเราไปเอามา ขณะลงมืออาจควบคุมกำลังไม่ได้ หากกระทบกับชีวิตน้อยๆ ของพวกเจ้าโดยไม่ระวังก็อย่าโทษว่าพวกเราลงมือหนักเกินไป”
“ศิษย์พี่เจี่ยง ต่อให้พวกเรายอมมอบอุปกรณ์วิญญาณจัดเก็บ เจ้าพวกนี้ก็คงไม่ปล่อยพวกเรา ดังนั้นจะยอมไม่ได้!” โอวหยางรั่วเสวียนเอ่ย นางชักกระบี่วิญญาณออกมา มองซ่งเสี่ยวโจวด้วยสายตาเย็นชา
“สู้ตายกับพวกเขา!” เหลียงกวงฟูคำรามเสียงต่ำ พูดแล้วก็หันไปมองอวิ๋นโม่ “อวิ๋นโม่ ตอนนี้เจ้าไม่มีโอกาสหนีแล้ว หากไม่อยากตายก็ทุ่มเทกำลังทั้งหมดเล่นงานศัตรูพร้อมกับพวกเรา!”
ลั่วหงเจียวมองไปทางอวิ๋นโม่ ส่งเสียงในทางลับถามไถ่ “ศิษย์น้องเล็ก ทำอย่างไรดี หากเจ้าลงมือก็เท่ากับเปิดเผยความสามารถของตนเอง”
อวิ๋นโม่ยิ้ม “อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความสามารถ ข้าก็ไล่คนพวกนี้ไปได้”
อยู่ในบึงใหญ่มาหลายวัน อวิ๋นโม่ได้โอกาสใช้โอสถเปิดนภา เพิ่มระดับยุทธ์เป็นระดับท่องพันลี้ขั้นสามชั้นฟ้าแล้ว ด้วยระดับยุทธ์เช่นนี้ เขามั่นใจว่าตนสามารถใช้ศาสตร์ลับเขตแดนขังอสูรได้แล้ว จากที่เขาประเมินอานุภาพของมัน เมื่อใช้ออกมาแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เขาเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ขั้นเก้าชั้นฟ้า ซ้ำยังไม่ใช่ขั้นเก้าชั้นฟ้าทั่วๆ ไปด้วย
จู่ๆ เขาก็ชะงักไปแล้วผุดยิ้มประหลาด “ดูท่าไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยซ้ำ”
“เอ๋ ทำไม?” ลั่วหงเจียวงุนงง ไม่ต้องทำอะไรเลยหรือ เป็นไปได้อย่างไร พวกโย่วสุยไม่มีทางถอยไปเอง
อวิ๋นโม่หันมองไกลออกไป ลั่วหงเจียวสังเกตเห็นก็มองตามไป เห็นลำแสงสายหนึ่งอยู่บนขอบฟ้าจากที่ไกลๆ
คนอื่นๆ สังเกตเห็นท่าทีของอวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวจึงมองตามไป
“นั่นมัน!” พวกเจี่ยงเวยจิ้งต่างหน้าถอดสี น้ำเสียงสั่นเทา
“ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้ซ่งเสี่ยวโจวเคยพูดว่าเจ้านั่นก็มาที่บึงใหญ่แล้ว คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดเรื่องจริง” ใบหน้าของเหลียงกวงฟูซีดเผือด “จบแล้ว คนผู้นี้อยู่ที่นี่ เราไม่มีทางสู้เขาได้”
เงาร่างสายหนึ่งดั้นเมฆมาด้วยพลังปราณอันแข็งแกร่ง ความเร็วลึกล้ำ เพียงไม่นานก็มาถึงเบื้องหน้าคนทั้งหมด
“ศิษย์พี่หลิว!” พวกซ่งเสี่ยวโจวรีบคำนับผู้มาใหม่ด้วยสีหน้ายินดี ท่าทางดีอกดีใจ เพราะหากพวกเจี่ยงเวยจิ้งไม่ยอมจำนน แล้วพวกเขาต้องลงมือ ก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่เมื่อศิษย์พี่หลิวมาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีก เพราะแค่ศิษย์พี่หลิวเพียงคนเดียวก็สามารถกำราบคนทั้งหมดได้แล้ว
ผู้ที่ดั้นเมฆมาก็คือหลิวโยวถิง
“หลิวโยวถิงมาที่บึงใหญ่จริงๆ!” จงเจ๋อถอยหลังไปหลายก้าวอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ เขากลัวหลิวโยวถิงมาก
จงซูหลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “หลิวโยวถิงคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักศึกษาโย่วสุย คนที่เป็นระดับกึ่งคงเขตแดนผู้นั้นใช่ไหม”
เหลียงกวงฟูมุมปากขมฝาด สีหน้าเหมือนจะร้องไห้ “หากไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร ความแข็งแกร่งของหลิวโยวถิงยังน่ากลัวกว่าพวกอาจารย์ที่เป็นระดับกึ่งคงเขตแดน มีคนบอกว่าเขาใกล้จะเลื่อนระดับเป็นคงเขตแดนแล้ว เผชิญหน้ากับคนเช่นนี้ เราไม่มีโอกาสหนีด้วยซ้ำ”
“เขาเป็นจอมยุทธ์ระดับกึ่งคงเขตแดน สมควรไม่ลงมือกับพวกเราใช่ไหม หากเขาเล่นงานพวกเราอาจทำให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เขาควรกังวลใช่ไหม” จงซูหลางถามด้วยใบหน้าซีดขาว
“ใครจะรู้ว่าเขาจะทำอะไร” เหลียงกวงฟูเสียงสั่น
“ศิษย์น้องซ่ง เกิดอะไรขึ้น” หลิวโยวถิงมองซ่งเสี่ยวโจวพร้อมถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง ที่จริงยามนี้ในใจของเขากำลังก่นด่าบรรพบุรุษทั้งสิบแปดรุ่นของซ่งเสี่ยวโจว เจ้าตัวบัดซบที่สมควรตายกำลังหาเรื่องอวิ๋นโม่! คนผู้นั้น พวกเขาไปหาเรื่องได้หรือ เขาเพิ่งจะพ้นจากอวิ๋นโม่ คิดไม่ถึงว่าแค่มาหาพวกศิษย์น้องให้พวกเขาออกไปจากบึงใหญ่ กลับต้องมาพบคนที่น่ากลัวผู้นี้อีกแล้ว
พอเข้ามาใกล้ที่นี่ถึงเพิ่งสังเกตเห็นอวิ๋นโม่และพบว่าอวิ๋นโม่ก็สังเกตเห็นตนจึงไม่กล้าถอย ได้แต่ก้มหน้าเหาะเข้ามา เพราะกังวลว่าอวิ๋นโม่คงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขารู้จักกัน จึงไม่กล้าทักทาย ได้แต่ทำเป็นไม่รู้จัก
“ศิษย์พี่หลิว ก่อนหน้านี้พวกเราพบหินเสวียนหยางสิบกว่าชั่ง เจ้าพวกจั่วสุยอาศัยว่าคนมากแย่งชิงมันไปแล้ว ข้าโกรธเหลือทน จึงเรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องมาล้อมพวกมันไว้” ซ่งเสี่ยวโจวพูดแล้วก็ส่งเสียงในทางลับไปพร้อมกัน ‘ศิษย์พี่หลิว ไอ้หนูที่อยู่ด้านข้างก็คืออวิ๋นโม่ของจั่วสุย เจ้านั่นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็เลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้แล้ว’
ซ่งเสี่ยวโจวไม่พูดอะไรมาก เขาเชื่อว่าหลิวโยวถิงได้ยินแล้วจะรู้ว่าควรทำเช่นไร
มุมปากหลิวโยวถิงกระตุก อยากต่อยซ่งเสี่ยวโจวหนักๆ สักหมัด ‘มารดามันเถอะ ข้าย่อมรู้จักอวิ๋นโม่! เจ้าหมอนั่นไม่เพียงเป็นระดับท่องพันลี้ แต่ยังมีความแข็งแกร่งระดับคงเขตแดน! ตัวบัดซบ คิดจะให้ข้าไปฆ่าเขาหรือ ไอ้สุนัขตาบอด นี่ไม่เท่ากับทำร้ายข้าหรือ’
ซ่งเสี่ยวโจวไม่รู้ว่าหลิวโยวถิงคิดอะไรอยู่ในใจ เห็นปฏิกิริยาของหลิวโยวถิงก็คิดว่า ‘สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่หลิว ขนาดเผชิญหน้ากับอวิ๋นโม่ที่มีพรสวรรค์ยุทธ์น่ากลัวขนาดนี้ก็ยังไม่หวั่น เขาต้องรู้ว่าควรทำเช่นไรแน่’
“โกหก หินเสวียนหยางเหล่านั้น พวกเราเป็นฝ่ายเจอก่อนแท้ๆ!”
“นั่นล้วนไม่สำคัญ ที่สำคัญคือพวกเจ้าใช้คนหมู่มาก ซ้ำยังระดับความแข็งแกร่งสูงกว่า มาข่มเหงพวกข้า ตอนนี้พวกเรามีคนมากกว่า สมควรเป็นเจ้าที่โชคร้ายแล้ว” ซ่งเสี่ยวโจวหัวเราะเยาะ
“เจ้า!” พวกเหลียงกวงฟูกัดฟัน ขณะเดียวกันก็กลัวจนตัวสั่น ไม่มีหนทางแล้ว ความแข็งแกร่งสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมจำนน
ซ่างกวนหรูมองหลิวโยวถิงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือแอบถือยันต์แปลกประหลาดใบหนึ่งเอาไว้
โอวหยางรั่วเสวียนมองหลิวโยวถิง “สหายหลิวโยวถิง พวกเจ้าเป็นคนของโย่วสุย ไม่ควรใช้ใหญ่รังแกเล็กไม่ใช่หรือ”
ได้ยินคำว่าใหญ่รังแกเล็ก หลิวโยวถิงก็มุมปากกระตุก เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้รับปากอวิ๋นโม่เอาไว้ ยามนี้ใจจริงเขาอยากบอกกับโอวหยางรั่วเสวียนว่า ‘พี่สาว ข้าก็คิดจะใช้ใหญ่รังแกเล็ก แต่เจ้านั่นอยู่ด้านข้าง ข้ากล้าเสียที่ไหน ท่านควรบอกให้เจ้านั่นอย่าได้ใช้ใหญ่รังแกเล็กจึงจะถูก!’
เห็นหลิวโยวถิงเหม่อลอย อวิ๋นโม่ก็เดินช้าๆ ไปตรงหน้าเขา ทุกคนมองมาทางอวิ๋นโม่ ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร พวกเหลียงกวงฟูชักจะรู้สึกนับถืออวิ๋นโม่ขึ้นมาแล้ว พวกเขาเห็นหลิวโยวถิงก็อยากหนีไปให้ไกล เจ้านั่นกลับกล้าเป็นฝ่ายเข้าไปหา
สิ่งที่เกิดขึ้นถัดไปกลับทำให้ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาโย่วสุยเบิกตาโต และคนของสำนักศึกษาจั่วสุยหนังตากระตุก
อวิ๋นโม่อมยิ้มเอ่ย
“เสี่ยวหลิว! เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“เสี่ยว… หลิว” พวกเหลียงกวงฟูได้ยินก็ไว้อาลัยให้อวิ๋นโม่ในใจ ‘พี่ชาย เจ้าไม่รู้หรือว่า ‘เสี่ยวหลิว’ ผู้นั้นเป็นใคร เจ้าอยากตาย แต่เรายังมีชีวิตอยู่ไม่นานพอ’
“คนผู้นี้ตายแน่!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 354 เสี่ยวหลิว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com