ตอนที่ 356 สัตว์อสูรระดับสี่สองหัว
ตอนที่ 356 สัตว์อสูรระดับสี่สองหัว
“คนอันตรายแบบนี้ ปล่อยให้เขาตามมาไม่ได้ พวกเราไม่รู้เลยว่าเขามีแผนการใดบ้าง!” จงเจ๋อพูดเสียงขรึม
โอวหยางรั่วเสวียนกล่าว “ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ไม่น่าเป็นคนแบบนั้นกระมัง”
เจี่ยงเวยจิ้งพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “แน่นอน พวกเราไม่ได้อยากสงสัยศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักศึกษา แต่ถ้าอยากพิสูจน์ว่าตนบริสุทธิ์ ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ก็ต้องอธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน ขอเพียงสมเหตุสมผล พวกเราก็จะไม่ตั้งแง่กับเขาแล้ว”
ลั่วหงเจียวยืนอยู่ข้างอวิ๋นโม่ มองพวกจงซูหลางอย่างเย็นชาราวกับทั้งกลุ่มเป็นตัวตลก อวิ๋นโม่ยิ้ม “อธิบายหรือ ข้าต้องอธิบายอะไร พวกเจ้าจะคิดอย่างไรก็เป็นเรื่องของพวกเจ้า ข้าไม่สนใจ ข้าเพียงอยากบอกศิษย์พี่หรูและศิษย์พี่หญิงรั่วเสวียนสักคำว่า ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้หนีไป และไม่ได้เข้าร่วมกับสำนักศึกษาโย่วสุย เพราะไม่สนใจและไม่จำเป็น”
เพราะเรื่องของอาจารย์ จงซูหลางและจงเจ๋อย่อมต้องอยากเอาความผิดที่ชั่วร้ายที่สุดยัดใส่มืออวิ๋นโม่ ส่วนเหลียงกวงฟูก็สนิทกับจงเจ๋อ ย่อมว่าตามพวกเขา สำหรับเจี่ยงเวยจิ้ง ดูเหมือนปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเป็นธรรม แต่ความจริงแล้วเป็นพวกคนถ่อย ดูได้จากการที่ก่อนหน้านี้เขาเชิญลั่วหงเจียวแล้วยังเชิญจงเจ๋อมาด้วย ดังนั้นหากต้องอธิบาย อวิ๋นโม่ก็จะอธิบายให้ซ่างกวนหรูและโอวหยางรั่วเสวียนฟังเท่านั้น ซ่างกวนหรูนั้นไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ส่วนโอวหยางรั่วเสวียน อวิ๋นโม่มีความประทับใจที่ไม่เลวต่อนาง
“ฮึ หากไม่อธิบายก็แสดงว่าเจ้ามีพิรุธ!” จงซูหลางแค่นเสียงเย็นชา
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ หากเจ้าไม่ชี้แจงให้ชัดเจนก็ไม่อาจรวมกลุ่มกับเราได้อีกต่อไป” เจี่ยงเวยจิ้งกล่าวเสียงทุ้ม
อวิ๋นโม่ยักไหล่และพูดอย่างเฉยเมย “ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เจ้าเป็นฝ่ายเชิญข้าและศิษย์พี่หญิงใหญ่มาไม่ใช่หรือ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“หึ! ข้าว่าเขาต้องเข้าร่วมกับสำนักศึกษาโย่วสุยแล้วแน่ๆ มิฉะนั้นจะมีท่าทีเช่นนี้ได้อย่างไร ตอนนี้ที่จริงก็เข้ามาในส่วนลึกของบึงใหญ่แล้ว สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งมีมาก หากไม่รวมกลุ่มจะยิ่งมีอันตราย เขากลับไม่กลัวแม้แต่น้อย พิรุธที่ซ่อนอยู่ไม่อาจชัดเจนไปกว่านี้แล้ว!” เหลียงกวงฟูแค่นเสียง
อวิ๋นโม่ไม่สนใจพวกเหลียงกวงฟูทั้งสี่คนอีก เขามองไปทางซ่างกวนหรูและโอวหยางรั่วเสวียน “ศิษย์พี่หรู ศิษย์พี่รั่วเสวียน ตอนนี้บึงใหญ่ไม่ค่อยสงบ มีสัตว์อสูรระดับสี่ที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกออกมามากมาย หากยังรั้งอยู่ในบึงใหญ่จะอันตรายมาก รีบออกไปจากบึงใหญ่กันเถอะ”
“เฮอะๆ ดูสิ หางสุนัขจิ้งจอกโผล่ออกมาแล้วใช่ไหม ทำไมพวกเราไม่เคยเจอสัตว์อสูรระดับสี่เลย ด้วยความสามารถระดับท่องพันลี้ชั้นต้นของเจ้า เจอพวกมันแล้วยังจะรอดมาได้อีกหรือ สารภาพมาเถอะ หลอกพวกเราให้ออกจากบึงใหญ่ มีจุดประสงค์ใดกันแน่” จงซูหลางถามเสียงหยัน
อวิ๋นโม่เหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าเจ้าต้องการอยู่ในบึงใหญ่ต่อไปเพื่อหาเรื่องตาย ข้าก็ไม่คัดค้าน”
“ศิษย์น้องเล็ก สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นนั้นเลยหรือ” ลั่วหงเจียวถาม
อวิ๋นโม่พยักหน้าน้อยๆ ขนาดความสามารถอย่างเขา หากเจอสัตว์อสูรระดับสี่หลายตัวก็ยังอันตราย
“ศิษย์น้องหรู ศิษย์พี่รั่วเสวียน อย่าได้หลงกลอวิ๋นโม่ สิ่งที่เจ้านี่พูดเห็นได้ชัดว่ามีพิรุธ” เหลียงกวงฟูกล่าว
ซ่างกวนหรูและโอวหยางรั่วเสวียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ส่ายหน้า โอวหยางรั่วเสวียนยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ส่วนซ่างกวนหรูพูดว่า “อีกไม่นานสระน้ำหยินหยางก็จะเปิดแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ายังขาดแต้มรางวัลไม่น้อย จำเป็นต้องหาหินเสวียนหยางและว่านหยินหยวนอีก หากศิษย์น้องอวิ๋นโม่ต้องการออกไปก็ไปก่อนเถอะ”
อวิ๋นโม่ได้แต่ถอนใจ พูดถึงที่สุดก็คือ ไม่เชื่อเขา
“เอาเถอะ ในเมื่อพวกท่านตัดสินใจเช่นนี้ พวกเราก็แยกกันเถอะ” อวิ๋นโม่กล่าว จากนั้นลอยขึ้นและเหาะออกไป ลั่วหงเจียวตามไปโดยไม่ลังเล
ซ่างกวนหรูมองเงาหลังที่จากไปของอวิ๋นโม่ จู่ๆ ก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ เปลี่ยนทิศกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปเจอกับพวกสำนักศึกษาโย่วสุยอีก” เจี่ยงเวยจิ้งพูด จากนั้นเหาะลึกเข้าไปในบึงใหญ่
ลั่วหงเจียวมองอวิ๋นโม่อย่างสงสัย “ศิษย์น้องเล็ก แม้ศิษย์น้องหรูไม่เชื่อเจ้า แต่นั่นก็เข้าใจได้ เพราะนางไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้า สิ่งที่เจ้าพูดเหล่านั้นก็น่าเหลือเชื่อจริงๆ เจ้ายอมแพ้จริงหรือ ตามที่เจ้าพูดมา พวกเขาอาจตกอยู่ในอันตราย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับศิษย์น้องหรู เจ้าจะไม่เสียใจภายหลังจริงหรือ”
อวิ๋นโม่มองตามทิศที่พวกซ่างกวนหรูจากไปแล้วเผยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เช่นนั้น สัตว์อสูรที่ทรงพลังในส่วนลึกสุดออกมาหลายตัว และพวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด หากพบเข้าตัวหนึ่ง พวกเขาก็จะเชื่อคำพูดของข้า ถึงตอนนั้นข้าจะทำให้สัตว์อสูรตกใจหนีไป พวกเขาก็จะยอมไปจากบึงใหญ่
“เช่นนี้ความแข็งแกร่งของเจ้าจะไม่ถูกเปิดเผยหรือ ไม่สู้อธิบายให้พวกเขาฟังโดยตรงดีกว่า” ลั่วหงเจียวไม่เข้าใจ
“ข้าย่อมมีวิธี” อวิ๋นโม่ยิ้มบาง เรื่องการซ่อนตัวตน เขาคุ้นเคยกับมันแล้ว
อวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวซ่อนอยู่ข้างหลังพวกเขาในระยะไกล อวิ๋นโม่จงใจซ่อนตัว พวกเขาย่อมไม่พบ ตลอดทั้งวันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานถึงเวลาเย็น กลุ่มคนนำเรือบินออกมาและเริ่มพักผ่อน อวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวก็นำเรือบินออกมาและพักผ่อนอยู่บนนั้น
ตอนนี้ระดับยุทธ์ของอวิ๋นโม่ถึงระดับท่องพันลี้ขั้นสามชั้นฟ้าแล้ว เขาทดลองฝึกเขตแดนขังอสูรอีกครั้ง คราวนี้ราบรื่นกว่าเดิมมาก สายฟ้านับไม่ถ้วนพันเข้าด้วยกันเป็นโซ่เงินอันน่าทึ่งเส้นหนึ่ง
มองโซ่เงินที่สะบัดไปมาจำนวนมาก ลั่วหงเจียวก็ตะลึงอยู่ในใจ โซ่ตรวนเปล่งอานุภาพน่ากลัว ทำเอานางผวา
“ทัณฑ์พันอัสนีช่างน่ากลัวจริงๆ ศิษย์น้องเล็กเป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งกว่าข้าที่เป็นชั้นสูงเสียอีก เป็นดังที่ตำนานว่าไว้ ผู้ฝึกทัณฑ์พันอัสนีได้สำเร็จแทบจะไร้ผู้ต่อกรในระดับเดียวกัน” ลั่วหงเจียวเอ่ยด้วยความทึ่ง
ผ่านไปหนึ่งคืน เบื้องหน้าอวิ๋นโม่ปรากฏกรงสีเงินที่เกิดจากโซ่ร้อยรัดเข้าด้วยกัน “ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!” รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของอวิ๋นโม่ เขตแดนขังอสูร ฝึกสำเร็จแล้ว!
“ศิษย์น้องเล็ก ข้ารู้สึกว่าสิ่งนี้สามารถขังระดับท่องพันลี้ขั้นสูงสุดได้ใช่หรือไม่” ลั่วหงเจียวกล่าวด้วยความตกใจ พลังปราณที่เปล่งออกมาจากเขตแดนขังอสูรน่ากลัวยิ่งกว่าการโจมตีของยอดฝีมืออย่างพวกเจียงเวยจิ้งเสียอีก
อวิ๋นโม่โบกมือเบาๆ เขตแดนขังอสูรก็หายไป เขาหัวเราะในลำคอ ขณะจะเอ่ยอะไรก็พลันหน้าเปลี่ยนสี อุทานอย่างตกใจ “แย่แล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น” ลั่วหงเจียวถาม
เพิ่งจะพูดก็ได้ยินเสียงตะโกนร้อนรนดังขึ้น “พวกเจ้ารีบหนี!”
“เป็นศิษย์น้องหรู!” ลั่วหงเจียวหน้าเปลี่ยนสีทันที
อวิ๋นโม่สวมหน้ากากเอาไว้แต่แรกแล้ว เขาดั้นเมฆไปเบื้องหน้า ลั่วหงเจียวก็รีบตามไป
“ศิษย์น้องเล็ก สถานการณ์เลวร้ายหรือไม่” ลั่วหงเจียวถามอย่างร้อนใจ เห็นอวิ๋นโม่หน้าดำคร่ำเครียด เกรงว่าคนอื่นๆ คงกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้ว
“สัตว์อสูรระดับสี่สองตัว! หนึ่งในนั้นมีพลังมากกว่าจระเข้อัคคีตัวก่อนหน้านี้!” อวิ๋นโม่พูดเสียงเข้ม เขาเสียใจอยู่บ้าง เดิมคิดว่ามีตนแอบคุ้มครองก็ไม่น่าเกิดปัญหาอะไร คิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะพบกับสัตว์อสูรระดับสี่ถึงสองตัว!
ไม่กี่อึดใจต่อมาอักขระขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในอากาศ ครอบคลุมทั้งฝืนฟ้า แผ่บรรยากาศที่น่ากลัวออกมา เปลวไฟร้อนแรงจำนวนมากพลันระเบิด ทำให้บึงด้านล่างกลายเป็นทะเลเพลิง
“มันคือยันต์ระดับคงเขตแดน!” ลั่วหงเจียวยินดี “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าไม่ต้องห่วง เล่ากันว่าอาจารย์เซี่ยหงเหลียนซึ่งเป็นอาจารย์ของศิษย์น้องหรูเป็นอาจารย์ยันต์ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเรื่องจริง ยันต์ระดับคงเขตแดนนี้จะต้องถูกใช้โดยศิษย์น้องหรู!”
สีหน้าของอวิ๋นโม่ไม่ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย เขาเอ่ยเสียงขรึม “ยันต์นี้แข็งแกร่งมาก แต่ต้องดูว่าใครเป็นคนใช้ ด้วยความสามารถของศิษย์พี่หรู ไม่มีทางทำให้มันแสดงอานุภาพทั้งหมดออกมา นางเองก็ควบคุมยันต์และโจมตีสัตว์อสูรทั้งสองได้ไม่แม่นยำ ศิษย์พี่หรูเป็นแค่ระดับท่องพันลี้เท่านั้น ใช้ยันต์ชนิดนี้อย่างยากลำบาก แค่ใช้ยันต์แผ่นเดียวเกรงว่าคงต้องสิ้นเปลืองพลังปราณจนหมดแล้ว!”
ลั่วหงเจียวมองตามไป พลังอันพลุ่งพลานนั่นทำให้นางหวาดหวั่น นั่นเป็นอานุภาพระดับคงเขตแดน จอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ไม่อาจเทียบได้เลย หากนางติดอยู่ในพลังที่น่ากลัวขนาดนั้น เกรงว่าคงต้องจบสิ้นแน่
อวิ๋นโม่พุ่งออกไปโดยไม่ลดความเร็ว เขาหันมากล่าวกับลั่วหงเจียว “ศิษย์พี่หญิง ท่านรั้งอยู่ที่นี่ อย่าตามมา เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสี่ที่แข็งแกร่งสองตัว ข้าไม่อาจแบ่งสมาธิมาปกป้องท่าน”
ลั่วหงเจียวได้ยินก็หยุดการเคลื่อนไหว ไม่ได้ติดตามต่อไป นางเข้าใจดี ด้วยความสามารถของตนเองมีแต่จะทำให้เขายุ่งยาก
อวิ๋นโม่เหาะไปด้วยพลังทั้งหมดจนเข้าใกล้เขตต่อสู้ จู่ๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยน คำรามด้วยความโกรธ “เดรัจฉาน หยุดมือ!”
ขณะเดียวกันก็ทุ่มเทพลังทั้งหมดใช้ภูเขาศพทะเลโลหิตโถมใส่สัตว์อสูรระดับสี่ที่โจมตีซ่างกวนหรู
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 356 สัตว์อสูรระดับสี่สองหัว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com