ตอนที่ 358 ซ่างกวนหรูได้สติ
ตอนที่ 358 ซ่างกวนหรูได้สติ
อวิ๋นโม่หันกลับมาเอ่ยว่า “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ข้าเป็นแพทย์โอสถ เข้าใจสภาพร่างกายของตนเองดี เมื่อไม่ไหว ข้าย่อมรู้จักหยุด พิษที่แม่นางหรูได้รับเป็นพิษของสัตว์อสูรระดับสี่ มันร้ายแรงมาก พิษทั่วไปเทียบไม่ได้เลย เลือดเพียงเท่านี้ไม่อาจช่วยชีวิตนางด้วยซ้ำ! ดังนั้น ขอศิษย์พี่หญิงใหญ่อย่าได้ห้ามข้า!”
ลั่วหงเจียวได้ยินก็หยุดมือ ดวงตาแดงก่ำ นางรำพึงอยู่ในใจว่า ‘ศิษย์น้องเล็กเอ๋ย เจ้ายินดีทำเพื่อนางขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่รู้ใจตนเองอีกหรือ!’
อวิ๋นโม่ปล่อยให้เลือดไหลเข้าปากซ่างกวนหรูต่อ ขณะเดียวกันก็สะบัดมือกรีดข้อมือที่บาดเจ็บของซ่างกวนหรู ให้เลือดพิษจำนวนมากไหลออกมา หนึ่งเค่อหลังจากนั้น สีหน้าของซ่างกวนหรูในที่สุดก็เริ่มมีเลือดฝาด แต่ใบหน้าของอวิ๋นโม่กลับซีดขาวอย่างที่สุด เขารีบกินโอสถหลายอย่างลงไปเพื่อสมานบาดแผลและไม่ให้เลือดไหลออกมาอีก จากนั้นก็นำโอสถฟื้นฟูพลังปราณออกมาหลายเม็ด ป้อนให้ซ่างกวนหรูกินลงไป อาการของนางค่อยๆ ดีขึ้น
“หากรู้แต่แรกคงเตรียมยาน้ำบำรุงโลหิตเอาไว้บ้าง” อวิ๋นโม่ไอค่อกแค่กก่อนเอ่ยอย่างอ่อนล้า
ลั่วหงเจียวมองเด็กหนุ่มอย่างเป็นห่วง “ศิษย์น้องเล็ก ไม่เป็นไรใช่ไหม”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า แม้เลือดในร่างกายจะเหลือเพียงสองส่วน แต่สำหรับเขา มันไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต
เห็นอวิ๋นโม่ไม่เป็นอะไรจริงๆ ลั่วหงเจียวค่อยวางใจ จากนั้นก็มองไปทางซ่างกวนหรู ถามด้วยสีหน้าสับสน “ศิษย์น้องหรูคงจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
สีหน้าของอวิ๋นโม่กลับมาหนักอึ้ง “ข้าเป็นแค่ระดับท่องพันลี้เท่านั้น เลือดในกายไม่อาจข่มพิษของสัตว์อสูรระดับสี่ได้หมด หากไม่หลอมโอสถถอนพิษโดยเฉพาะ ศิษย์พี่หรูก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย”
“ควรทำอย่างไรดี” ลั่วหงเจียวถามอย่างร้อนใจ จากนั้นรีบเอ่ยต่อ “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าไม่ควรใช้เลือดขจัดพิษให้ศิษย์น้องหรูอีก!”
หากเสียเลือดอีก ชีวิตของอวิ๋นโม่จะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ แล้ว
อวิ๋นโม่พูดอย่างอ่อนใจ “ข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้น หากยังทำต่อ ข้าก็คงไม่ไหวแล้ว อีกอย่างต่อให้ดื่มเลือดของข้าลงไปมากกว่านี้ พิษในร่างขอนางก็ยังขจัดไม่หมดอยู่ดี”
หลังจากนั่งพักบนพื้นครู่หนึ่ง อวิ๋นโม่ก็ลุกขึ้น ลั่วหงเจียวรีบถาม “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจะทำอะไร ตอนนี้เจ้าเสียเลือดมาก ควรพักผ่อน ไม่ควรไปไหน”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “สภาพของนางอย่างมากก็ทนได้แค่หนึ่งหรือสองวัน ไม่อาจทนจนออกจากบึงใหญ่ ข้าต้องหาขึ้นฉ่ายน้ำนมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และหลอมโอสถขจัดพิษ”
ลั่วหงเจียวร้อนใจไปหมดแล้ว “แต่สภาพของเจ้าในตอนนี้ หากเจอกับสัตว์อสูรระดับสี่อีก หรือพวกจอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนที่มีจิตใจชั่วร้ายก็อันตรายมาก”
“ไม่มีเวลาคิดมากอีกแล้ว ศิษย์พี่หญิงใหญ่วางใจ ข้ารู้จักขอบเขต” อวิ๋นโม่พูดแล้วก็ทำท่าจะออกไปจากถ้ำ
ลั่วหงเจียวกางสองมือขวางเอาไว้ เอ่ยด้วยสองตาแดงก่ำ “ไม่ได้ ตอนนี้เจ้ายังรู้จักขอบเขตอีกหรือ ตั้งแต่เจ้าเห็นศิษย์น้องหรูตกอยู่ในอันตรายก็ลนลานไปหมดแล้ว!”
เห็นอวิ๋นโม่จะพูดอะไร ลั่วหงเจียวก็กัดฟันเอ่ย “ข้าไป ข้าจะไปหาขึ้นฉ่ายน้ำนมเอง เจ้าต้องพักผ่อนอยู่ที่นี่!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ระดับการฝึกฝนของท่านยังไม่พอ ซ้ำยังไม่รู้จักขึ้นฉ่ายน้ำนม ฉะนั้นยังคงให้…”
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ชะงัก หันกลับไปมองซ่างกวนหรูด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เกิดอะไรขึ้น” ลั่วหงเจียวใจสั่น คงไม่ได้เกิดเรื่องร้ายอีกกระมัง แต่แล้วนางก็ต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ
ร่างกายของซ่างกวนหรูเปล่งแสงออกมา พลังพิสดารและทรงอานุภาพในร่างกำลังเคลื่อนไหว จากนั้นก็มีไอสีดำลอยออกมาจากร่างของนาง
ลั่วหงเจียวมองภาพนั้นอย่างไม่เข้าใจ ถามอย่างตะลึง “ศิษย์น้องเล็กของที่เป็นสีดำนั่นคือ…”
อวิ๋นโม่พยักหน้า “ท่านเดาถูกแล้ว มันคือพิษในร่างกายของแม่นางหรู”
หนึ่งเค่อต่อมา พลังที่พลุ่งพล่านก็พลันระเบิด ส่วนพิษสีดำนั้นก็ถูกเผาไปในอากาศ อวิ๋นโม่พุ่งเข้าไปวางนิ้วบนข้อมือของซ่างกวนหรู จากนั้นก็ถอนหายใจยาว พิษถูกขจัดแล้ว หลังจากพลังปราณในร่างฟื้นฟู นางก็จะฟื้น
ลั่วหงเจียวได้ยินแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เช่นนี้อวิ๋นโม่ก็ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายเพื่อหาขึ้นฉ่ายน้ำนมแล้ว “ศิษย์น้องเล็ก ดูท่าศิษย์น้องหรูคงจะไม่ใช่คนธรรมดา ในร่างของนางจะต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่” ลั่วหงเจียวพูดต่อ ร่างของนางสามารถขจัดพิษได้ด้วยตนเอง ช่างทำให้คนประหลาดใจ
อวิ๋นโม่พยักหน้า เขามองออกแต่แรกแล้วว่าในร่างกายของนางมีพลังพิสดารสายหนึ่ง แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร
ลั่วหงเจียวพึมพำกับตนเอง “ความเป็นมาของศิษย์น้องหรูลึกลับมาก เมื่อหลายปีก่อนจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นในอาณาจักรจั่วสุย และไม่เคยเอ่ยถึงครอบครัวของตนเองเลย ไม่รู้ว่านางมาจากที่ใดกันแน่”
อวิ๋นโม่เจอโอสถที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนในร่างกายซึ่งหลอมเอาไว้นานแล้วเม็ดหนึ่ง โอสถนี้แม้ไม่อาจเพิ่มพูนปริมาณเลือด แต่ช่วยให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้เร็วขึ้น ร่างกายก็จะผลิตเลือดได้มากขึ้น
วิกฤตคลี่คลายแล้ว ลั่วหงเจียวก็ผ่อนคลาย นางนั่งลงข้างเตียง มองอวิ๋นโม่แล้วถาม “ศิษย์น้องเล็ก ดูเหมือนว่าเจ้าจะช่วยศิษย์น้องหรูมาหลายครั้งแล้วใช่ไหม”
อวิ๋นโม่ยิ้ม “นางไม่รู้”
“ข้าดูออก” ลั่วหงเจียวหลุดยิ้ม “โม่อวี่ โฮ่ๆ ศิษย์น้องเล็กความคิดไม่เลว อวิ๋นโม่ โม่อวิ๋น โม่อวิ๋นก็คือโม่อวี่ไม่ใช่หรือ”
อวิ๋นโม่ยิ้มอย่างอ่อนใจ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านฉลาดมาก เข้าใจเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว”
“ไม่ใช่ว่าข้าฉลาด แต่ศิษย์น้องหรูสมองทึบเกินไปแล้ว” ลั่วหงเจียวเม้มปาก จากนั้นถามอย่างจริงจัง “ทำไมเจ้าไม่บอกความจริงกับนาง”
อวิ๋นโม่พิงร่างกับเตียง สองตามองออกไปนอกถ้ำ เนิ่นนานจึงเอ่ยเนิบนาบ “ข้าอยากใช้ตัวตนที่แท้จริงของข้าใกล้ชิดนาง ไม่อยากให้นางดีต่อข้าเพราะซาบซึ้งในสิ่งที่ข้าทำ”
เขาหัวเราะเยาะตัวเองและพูดอย่างอับจน “แต่ดูเหมือนว่าจะล้มเหลว ความประทับใจที่นางมีต่อข้าไม่ดีนัก”
ลั่วหงเจียวส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าแสดงตัวตนที่แท้จริงที่สุดต่อหน้านางจริงหรือ นางไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้าย่อมต้องเข้าใจเจ้าผิดไป ความประทับใจที่มีต่อเจ้าก็ต้องแย่เป็นธรรมดา”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ชะงักไป ไม่โต้ตอบ ถึงจะคิดว่าลั่วหงเจียวพูดอย่างมีเหตุผล แต่ไม่รู้ทำไมส่วนลึกในใจของเขาคิดว่าไม่ควรทำเช่นนั้น
ภายในถ้ำสงบเงียบ ลั่วหงเจียวและอวิ๋นโม่ต่างก็มีเรื่องต้องคิด ส่วนซ่างกวนหรูอาการดีขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานน่าจะฟื้น
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ขมวดคิ้ว “เดรัจฉานพวกนี้จมูกไวจริงๆ”
ลั่วหงเจียวกดไหล่ของอวิ๋นโม่ “ศิษย์น้องเล็กพักผ่อนเถอะ ข้าจะจัดการเอง”
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ไม่มีปัญหาหรือ”
“เจ้าอย่าได้ดูถูกข้าเกินไป ก็แค่สัตว์อสูรที่ยังไม่ถึงระดับสามขั้นสูงสักหลายตัวเท่านั้น จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไร” ลั่วหงเจียวพูดอย่างมั่นใจ จากนั้นก้าวเท้าออกจากถ้ำไป
อวิ๋นโม่ไม่พูดอะไร แต่ใช้ญาณหยั่งรู้สังเกตสถานการณ์ภายนอกถ้ำ ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ด้านนอกถ้ำ สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางหลายตัวและสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นสิบกว่าตัวกำลังขู่คำรามเข้ามาข้างใน สัตว์อสูรเหล่านี้คงถูกหมัดที่อวิ๋นโม่ต่อยออกมาก่อนหน้ารบกวนจึงถูกชักนำมา ทันทีที่ลั่วหงเจียวเดินออกมาจากถ้ำสัตว์ อสูรหลายตัวก็พุ่งเข้าไป และยังมีสัตว์อีกหลายตัวที่จับตาดูห่างๆ
ลั่วหงเจียวเป็นระดับท่องพันลี้ขั้นเจ็ดชั้นฟ้า แต่ก็เพิ่งเลื่อนระดับได้ไม่นาน สัตว์อสูรเหล่านี้หลายตัวเป็นระดับสามขั้นกลาง บางตัวใกล้ระดับสามขั้นสูงแล้ว ดังนั้นการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย จึงเสมอกันอยู่พักหนึ่ง สัตว์อสูรระดับท่องพันลี้ชั้นกลางตัวหนึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์เงียบๆ จากนั้นแอบเข้าไปในถ้ำ
ลั่วหงเจียวตะโกนลั่น คิดจะสกัดสัตว์อสูรตัวนั้น แต่สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ก็รั้งนางเอาไว้ สัตว์อสูรระดับท่องพันลี้ชั้นกลางตัวนั้นจึงเข้าไปในถ้ำได้อย่างราบรื่น
อวิ๋นโม่ลุกขึ้น ก้าวออกไปด้านหน้า ดูท่าเขายังต้องลงมือเอง
สัมผัสได้ถึงอันตรายจากอวิ๋นโม่ สัตว์อสูรตัวนั้นก็หยุดเท้า มองเขาด้วยความระมัดระวัง ร้องคำรามไม่หยุดเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเขา
อวิ๋นโม่กำลังจะใช้ภูเขาศพทะเลโลหิตจัดการสัตว์อสูรตัวนั้น แต่แล้วก็หันกลับไปร้องด้วยความยินดี “แม่นางหรู เจ้าฟื้นแล้ว”
ซ่างกวนหรูได้สติ พลังปราณเข้มแข็งขึ้น ไม่มีปัญหาใดอีก สายตาของนางค้นหาเงาร่างหนึ่งไปรอบๆ อย่างคาดหวัง แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะคนผู้นั้นไม่อยู่
“อีกแล้ว!” ซ่างกวนหรูเห็นอวิ๋นโม่แล้วหัวเสีย ครั้งที่แล้วก็เพราะอวิ๋นโม่ นางจึงไม่ได้คุยกับโม่อวี่ ครั้งนี้เดิมทีคิดว่าตื่นขึ้นมาจะได้เจอโม่อวี่ นึกไม่ถึงว่าจะเจออวิ๋นโม่อีกแล้ว ส่วนลึกในใจเกิดความชิงชังอวิ๋นโม่ขึ้นมา อีกอย่างอวิ๋นโม่ก็ยังเรียกตนเองเหมือนที่โม่อวี่เรียก นี่ทำให้นางไม่พอใจ
เห็นสัตว์อสูรระดับสามชั้นกลางตัวนั้นแล้วก็เห็นใบหน้าซีดขาวของอวิ๋นโม่ ซ่างกวนหรูก็เอ่ยปากอย่างเย็นชา “เจ้าบอกว่าความแข็งแกร่งของเจ้าเทียบได้กับระดับท่องพันลี้ชั้นสูงไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้ถูกสัตว์อสูรระดับสามชั้นกลางตัวหนึ่งทำเอาตกใจจนหน้าซีด เฮอะ ที่แท้ก็แค่คำพูดโอ้อวด!”
ตอนนั้นเองลั่วหงเจียวเข้ามาในถ้ำพอดี พอได้ยินก็โผล่ออกมาด้วยความโมโห “ศิษย์น้องหรู เจ้าพูดอย่างนั้นกับศิษย์น้องเล็กได้อย่างไร”
“ทำไมข้าจะพูดไม่ได้” เพราะไม่ได้เจอโม่อวี่ ซ่างกวนหรูจึงอารมณ์ไม่ดี ไม่ใจเย็นเหมือนยามปกติ
ทรวงอกของลั่วหงเจียวกระเพื่อมขึ้นลง นางอยากบอกความจริงออกไป แต่คำพูดมาถึงริมฝีปากก็กลืนกลับลงไป สุดท้ายก็เอ่ยเพียง “ใครจะว่าศิษย์น้องเล็กก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นเจ้า!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 358 ซ่างกวนหรูได้สติ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com