ตอนที่ 359 ศัตรูผู้แข็งแกร่งมาถึง
ตอนที่ 359 ศัตรูผู้แข็งแกร่งมาถึง
ในบึงใหญ่ เจ้าสำนักมหาธาราฝานอู๋เหอเหาะไปทางหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง เสาะหาร่องรอยของอวิ๋นโม่ จู่ๆ เงาร่างหนึ่งก็เหาะเข้ามาขวางเบื้องหน้าฝานอู๋เหอ
“ถ้าไม่อยากตายก็หลบไป!” ฝานอู๋เหอเอ่ยอย่างเย็นชา เขาต้องการแก้แค้นให้ลูกศิษย์ ไม่มีเวลาสนใจจอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนคนหนึ่ง
ชายคนนั้นไม่ถอย แต่ส่งยิ้ม “เจ้าสำนักฝาน ขอทำข้อตกลงกับท่านสักเรื่อง”
“ไสหัวไป! ข้าไม่สะดวก!”
ชายคนนั้นไม่โกรธและยังพูดต่อ “เกี่ยวกับการตายของศิษย์คนโตของท่าน หยางจินเผิง”
“เจ้ารู้ว่าใครฆ่าเขาหรือ” ฝานอู๋เหอก้าวพรวดพราดไปข้างหน้าหลายก้าว ชายคนนั้นถอยหลังอย่างระมัดระวังและรักษาระยะห่างตามเดิม
“ใครฆ่าเขา แน่นอนว่าข้าไม่เห็น ไม่อาจยืนยัน แต่ข้าเดาได้”
“ใครกัน!” แววตาของฝานอู๋เหอระเบิดแสงวาบอันตรายสองสายก่อนถามเสียงดัง
ชายคนนั้นฉีกยิ้ม “เจ้าสำนักฝาน ข่าวนี้มีค่ามาก ดังนั้น…”
“เจ้าต้องการเท่าไร”
ชายคนนั้นชูสองนิ้วและเอ่ย “หินวิญญาณสองหมื่นชั่ง”
“หินวิญญาณสองหมื่นชั่งหรือ” ฝานอู๋เหอเคร่งเครียด เงียบไปครู่หนึ่งก็กัดฟัน “ตกลง ข้ารับปากเจ้า!”
ชายคนนั้นไม่ได้พูดในทันที แต่เอ่ยว่า “เจ้าสำนักฝาน แขนและขาข้าผ่ายผอม เทียบกับท่านไม่ได้ ดังนั้นท่านต้องให้หินวิญญาณแก่ข้าก่อน”
ฝานอู๋เหอสีหน้าบูดบึ้ง เขาเหลือบมองคนผู้นั้นอย่างเย็นชา ในที่สุดก็นำหินวิญญาณหนึ่งหมื่นชั่งออกมาจากสิ่งประดิษฐ์จัดเก็บสิ่งของ แล้วโยนอาวุธวิญญาณชิ้นหนึ่งออกไป “ข้าถูกตระกูลอวิ๋นขูดรีดไปหนึ่งแสนชั่ง ดังนั้นมีหินวิญญาณไม่มาก แต่อาวุธวิญญาณระดับคงเขตแดนชิ้นนี้มีราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นชั่ง”
“ฮ่าๆ เจ้าสำนักฝาน ใจป้ำดีจริงๆ งั้นข้าจะบอกความจริงกับท่าน” ชายคนนั้นรับหินวิญญาณและอาวุธวิญญาณไป จากนั้นกระซิบ
“จากการคาดเดาของข้า คนที่ฆ่าศิษย์ของท่านคืออวิ๋นโม่!”
สีหน้าฝานอู๋เหอเย็นชา จิตสังหารพลุ่งพล่าน “เจ้ากล้าล้อเล่นกับข้าหรือ ต่อให้มันเก่งกว่านี้ก็เป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น จะฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับท่องพันลี้ขั้นสูงสุดได้อย่างไร”
คนผู้นั้นหัวเราะหึๆ “ไม่ผิด ระดับพลังปราณเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นต้น แต่ท่านรู้ไหมว่าญาณหยั่งรู้ของเขาแข็งแกร่งขนาดไหน ญาณหยั่งรู้ของเด็กหนุ่มนั่น แม้แต่ข้าเองก็ยังอาย! เขามีทักษะจิตวิญญาณที่น่ากลัวมากชนิดหนึ่ง ทั้งยังมีอาวุธสังหารที่น่าตระหนก ทันทีที่ระเบิดออก แม้แต่ท่านก็ไม่แน่ว่าจะต้านได้ ก่อนหน้านี้ไม่นาน เพื่อช่วยเหลือศิษย์สตรีของสำนักศึกษาจั่วสุยคนหนึ่งก็ฆ่าหนอนเจาะโคลนระดับสี่ไปสองตัว”
“อะไรนะ!” ฝานอู๋เหอตกใจ อวิ๋นโม่เป็นเพียงเด็กหนุ่ม จะมีความสามารถถึงขั้นนี้ได้อย่างไร เขาจ้องคนตรงหน้าเขม็งพลางเอ่ยเสียงต่ำ “ถ้าเจ้ากล้าโกหกข้า ข้าจะไม่ละเว้นเจ้า!”
ชายคนนั้นโบกมือ “เรื่องที่พิสูจน์ได้ง่ายเช่นนี้ข้าจะโกหกท่านไปทำไม อีกอย่างท่านก็รู้รากฐานของข้า คิดจะฆ่าข้าก็ไม่ยากเท่าไร การต่อสู้ครั้งนั้น ข้าไม่ได้เห็นเพียงคนเดียว เชื่อว่าไม่นานเรื่องนี้จะต้องกระจายออกไป เด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปีมีความสามารถระดับคงเขตแดน หึๆ ดังนั้นหากเจ้าสำนักฝานคิดจะลงมือก็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ไม่เช่นนั้นชาตินี้ทั้งชาติอาจไม่มีโอกาสแล้ว”
“จริงสิ ข้าจะให้ข่าวท่านเปล่าๆ อีกสักเรื่อง จุดที่เจ้านั่นฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่อยู่ทางนั้น”
คนขายข่าวจากไปอย่างรวดเร็ว ฝานอู๋เหอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าอยากสังหารคน เค้นเสียงลอดไรฟัน “อวิ๋นโม่!”
นาทีนี้เรื่องมากมายก็เกิดความชัดเจน ไม่ต้องคิดมากอีกต่อไป หัวหน้าสาขาเขตเทือกเขาเหนือเมฆาของสำนักจะต้องถูกอวิ๋นโม่ฆ่าแน่ ที่เจ้าสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ฝานจิ่งเหวินให้ความช่วยเหลือมันจะต้องเป็นเพราะเห็นถึงพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศของมัน เด็กหนุ่มคนนี้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้!
“ฆ่าหัวหน้าสาขาที่สำคัญที่สุดของข้า แล้วยังขูดรีดหินวิญญาณหนึ่งแสนชั่งและสมุนไพรล้ำค่าไปมากมาย กระทั่งวันนี้ยังสังหารศิษย์ของข้า หากปล่อยให้เจ้าแข็งแกร่งกว่านี้จะไม่มาสังหารข้าหรือ” ฝานอู๋เหอใบหน้ามืดครึ้มอย่างที่สุด “อวิ๋นโม่! ไม่ว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะน่าทึ่งแค่ไหน ไม่ว่าภูมิหลังจะแข็งแกร่งเพียงใด หากไม่ฆ่าเจ้า ข้าฝานอู๋เหอไม่ขอเป็นคน!”
…………………
“ใครจะว่าอย่างไรก็ได้ แต่ข้าเท่านั้นที่ไม่อาจทำ หึๆ ศิษย์พี่ลั่วช่างพูดจาวางโตเสียจริง!” ซ่างกวนหรูโกรธขึ้นมาแล้ว
ลั่วหงเจียวคิดจะพูดอะไรอีก แต่สัตว์อสูรที่อยู่ด้านนอกพากันคำรามขึ้นมา ราวกับแสดงความไม่พอใจต่อพวกมนุษย์ สัตว์อสูรสามตัวกระโดดลงมาหมายเอาชีวิตพวกเขา
“โฮก!”
โบราณว่าไว้ ไม่ควรยั่วแหย่สตรีที่กำลังโกรธเคือง ยิ่งเป็นสตรีที่แข็งแกร่งยิ่งแล้วใหญ่ ซ่างกวนหรูไม่อยากทะเลาะกับลั่วหงเจียว นางนำผ้าไหมผืนหนึ่งออกมาตวัดม้วนใส่สัตว์อสูรระดับสามชั้นกลางตัวหนึ่ง โจมตีมันกลางอากาศ
ลั่วหงเจียวไม่อยากถูกทิ้งไว้ด้านหลัง รีบพุ่งเข้าไปฆ่าสัตว์อสูรสองตัวติดต่อกัน
เห็นมนุษย์เหล่านี้น่ากลัว สตรีที่เคยต่อสู้กับพวกมันก็ทวีความดุร้าย สัตว์อสูรทั้งหมดจึงหนีไปด้วยความแตกตื่น
ขับไล่สัตว์อสูรไปแล้ว ซ่างกวนหรูได้ระบายความไม่พอใจออกมาค่อยสงบอารมณ์ได้ แต่ลั่วหงเจียวยังคงโกรธ หันร่างไปอย่างไม่สนใจนางอีก
ซ่างกวนหรูมองอวิ๋นโม่และลั่วหงเจียว “ทำไมพวกเจ้าถึงอยู่ที่นี่ด้วย”
ขณะที่อวิ๋นโม่จะตอบ นางก็เอ่ยต่อ “ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าก็ตกอยู่ในอันตรายและได้รับการช่วยเหลือจากโม่อวี่เช่นกันใช่ไหม”
ลั่วหงเจียวเม้มปาก “โม่อวี่หรือ หึๆ ได้รับการช่วยเหลือจากเขาจริงๆ”
นางคิดไม่ตกเลย ปกติซ่างกวนหรูเป็นสตรีที่ฉลาดมากคนหนึ่ง ทำไมแค่เรื่องง่ายๆ ที่โม่อวี่คืออวิ๋นโม่ถึงดูไม่ออก
ดวงตาซ่างกวนหรูสว่างวาบ “แล้วคนอื่นๆ ล่ะ”
ลั่วหงเจียวกำลังจะตอบ อวิ๋นโม่ก็ไพล่มือไปด้านหลังกระตุกนางเบาๆ
อวิ๋นโม่กล่าวว่า “เขาไปแล้ว”
“ไปอีกแล้ว” ซ่างกวนหรูสีหน้าผิดหวัง นางกัดริมฝีปากครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ในบึงใหญ่อันตรายเกินไป ข้าจะไปตามหาพวกศิษย์พี่หญิงรั่วเสวียน พวกท่านจะมาด้วยกันไหม”
ลั่วหงเจียวไม่ตอบ อวิ๋นโม่ก็ส่ายหน้า
“เช่นนั้นพวกเราก็แยกกันเถอะ พวกเจ้า… ระวังตัวด้วย” ซ่างกวนหรูกล่าวจบก็หันกายเดินออกจากถ้ำไป
เห็นแผ่นหลังซ่างกวนหรูหายไปด้านนอก ลั่วหงเจียวก็เอ่ยปาก “ศิษย์น้องเล็ก ข้ารู้สึกไม่คุ้มค่าแทนเจ้าจริงๆ!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “คุ้มค่าหรือไม่นั้นไม่สำคัญ”
เงียบไปครู่หนึ่ง ลั่วหงเจียวก็ถามต่อ “ศิษย์น้องเล็ก ทำไมเจ้าไม่ไปกับนางล่ะ ถ้าเกิดนางเจอสัตว์อสูรระดับสี่อีกตัวจะทำอย่างไร”
อวิ๋นโม่กล่าว “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการคุยกับท่าน”
เขาหยิบโอสถหยาดเหมันต์ออกมาส่งให้นาง ลั่วหงเจียวรับมาแล้วถามอย่างสงสัย “นี่มันโอสถอะไร”
“เรียกว่าโอสถหยาดเหมันต์” อวิ๋นโม่กล่าว จากนั้นสอนวิธีการปลดผนึกระเบิดของโอสถ รวมถึงจุดที่ต้องระวังให้นางโดยละเอียด
ลั่วหงเจียวมองโอสถหยาดเหมันต์อย่างตกตะลึง ก่อนหน้านี้นางรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ปะทุขึ้นระหว่างการต่อสู้ของอวิ๋นโม่ ไม่คาดคิดว่ามันจะมาจากโอสถเม็ดเล็กๆ ในมือของตน
“ศิษย์น้องเล็ก สิ่งล้ำค่าเช่นนี้ ข้า…”
อวิ๋นโม่โบกมือ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เหตุผลที่ข้าให้โอสถนี้กับท่าน เพราะอยากให้ท่านออกไปจากที่นี่พร้อมกับแม่นางหรู”
ลั่วหงเจียวตกตะลึง “ทำไม”
นางย่อมเต็มใจไปกับอวิ๋นโม่มากกว่า
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าสู้กับสัตว์อสูรระดับสี่ ความแข็งแกร่งของข้าถูกเปิดเผยแล้ว ศัตรูบางคนรวมถึงคนจากอาณาจักรโย่วสุยบางส่วนคงคิดจะฆ่าข้า หากท่านอยู่ข้างกายข้าจะเป็นอันตรายยิ่งกว่า จำเป็นต้องไป ยิ่งกว่านั้น ข้าคนเดียวซ่อนตัวได้ง่ายกว่า” อวิ๋นโม่อธิบาย เขาเล่าเรื่องที่ฆ่าหยางจินเผิงไปก่อนหน้านี้ หากฝานอู๋เหอรู้ความสามารถของเขาแล้วจะต้องเดาได้ว่าหยางจินเผิงถูกเขาฆ่า ดังนั้นหากลั่วหงเจียวอยู่ข้างกายเขาจะอันตรายมาก
ลั่วหงเจียวเงียบไป จากนั้นไม่นานก็พยักหน้า “ข้ารู้แล้ว ศิษย์น้องเล็ก อยู่ตัวคนเดียวรักษาตัวด้วย”
จากนั้นนางก็หันหลังจากไปอย่างไม่ลังเล นางรู้ว่าถ้าตนอยู่ต่อจะกลายเป็นตัวถ่วง จึงเชื่อฟังคำพูดของเขาและไล่ตามซ่างกวนหรูไป
อวิ๋นโม่มองลั่วหงเจียวจากไปแล้วค่อยๆ นั่งลง เริ่มใช้ทัณฑ์พันอัสนีฟื้นฟูร่างกาย
“ต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจตกอยู่ในอันตรายเข้าจริงๆ” อวิ๋นโม่พึมพำ
หนึ่งเค่อต่อมา อวิ๋นโม่ก็ลืมตาขึ้น และถือโอสถหยาดเหมันต์ไว้ในมือเงียบๆ
“ดูเหมือนว่า ข้าจะมองโลกในแง่ดีเกินไป คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมาเร็วขนาดนี้” อวิ๋นโม่เคร่งเครียด มือที่ถือโอสถหยาดเหมันต์จิกเกร็งอยู่บ้าง
หลังจากลั่วหงเจียวออกจากเนินเขาก็ไล่ตามซ่างกวนหรูด้วยความเร็วเต็มกำลัง ไม่นานก็ไล่ตามทัน
“ศิษย์พี่ลั่ว ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ล่ะ” ซ่างกวนหรูขมวดคิ้ว แม้นางจะไม่ชอบอวิ๋นโม่เท่าไร แต่เขาก็เป็นศิษย์ของสำนักศึกษาจั่วสุยเช่นกัน ลั่วหงเจียวเป็นศิษย์พี่ของอวิ๋นโม่ ทิ้งเขาไว้ตามลำพังได้อย่างไร เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น อยู่ในบึงใหญ่จะต้องลำบากแน่
“ศิษย์น้องเล็กเขา…” ก่อนที่ลั่วหงเจียวจะพูดจบ ใบหน้าก็เปลี่ยนไป เพราะทิศทางที่อวิ๋นโม่อยู่เกิดความผันผวนอย่างผิดปกติจากการต่อสู้
“อ๊าก! อวิ๋นโม่! ข้าจะต้องลากเจ้ามาจุดตะเกียงวิญญาณ!” เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังมาไกลนับร้อยลี้
“เป็นเจ้าสำนักมหาธารา ฝานอู๋เหอ!” ลั่วหงเจียวหน้าถอดสี
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 359 ศัตรูผู้แข็งแกร่งมาถึง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com