ตอนที่ 367 ขจัดพิษ
ตอนที่ 367 ขจัดพิษ
หลังจากซ่างกวนหรูจากไปได้หนึ่งเดือน พลังปราณที่อวิ๋นโม่สูญเสียไปขณะช่วยเหลือนางก็กลับคืนมา หลังจากฝึกฝนในสระน้ำหยินหยาง ทั้งร่างกายและญาณหยั่งรู้ของอวิ๋นโม่ก็แข็งแกร่งขึ้นจนเข้าสู่ระดับใหม่ ตอนนี้ญาณหยั่งรู้ของเขาไม่เพียงเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนทั่วไป แต่ด้านความแข็งแกร่งยังเหนือกว่าเสียอีก
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้หยุดขัดเกลาตนเอง แต่ใช้โอสถเปิดนภาที่เตรียมไว้แต่แรกฝึกฝนต่อไปอย่างบ้าคลั่ง เพื่อป้องกันระดับยุทธ์เพิ่มเร็วเกินไปและเกิดข้อบกพร่อง อวิ๋นโม่เชิญอาจารย์หุ่นเชิดในสำนักศึกษามาช่วย ทันทีที่เลื่อนระดับ เขาก็จะต่อสู้กับหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งเพื่อปรับพื้นฐาน
“นี่มันเกินไปแล้ว ระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือน จากระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นสูงสุดแล้ว ตอนนี้หุ่นเชิดที่สามารถต่อสู้กับเขามีแต่ระดับคงเขตแดนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นไม่มีทางรับมือเขาได้เลย”
“ได้ยินมาว่าช่วงนี้เขาทำลายหุ่นเชิดระดับคงเขตแดนไปไม่น้อย หุ่นเชิดที่สามารถต่อสู้กับเขาได้คงมีแต่หุ่นของอาจารย์หุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้น หากไม่ใช่เพราะเขามอบหินวิญญาณให้มากมาย ทำให้อาจารย์ผู้นั้นได้รับประโยชน์ไม่น้อย เกรงว่าไม่มีใครกล้าต่อสู้กับเขาแล้ว”
“ตอนแรกยังมีลูกศิษย์บางคนสู้กับเขา ต่อมามีแต่อาจารย์เท่านั้นที่จะสู้กับเขาได้ ตอนนี้แม้แต่อาจารย์หุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่ไหวแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานชายคนนี้จะไร้คู่ต่อสู้แล้ว”
“นี่มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว ยอดฝีมือคนอื่นๆ อย่างเคอเย่ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ระดับกึ่งคงเขตแดนถึงจะสามารถรับมือระดับคงเขตแดนที่อ่อนแอที่สุดได้ ทั้งยังไม่แน่ว่าจะชนะ แต่เจ้าหมอนี่ ทั้งที่เป็นแค่ระดับท่องพันลี้ชั้นสูงสุดก็สามารถกำราบยอดฝีมือระดับคงเขตแดน ทั้งยังเป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดนที่พละกำลังไม่อ่อนด้อย ล้ำหน้าเกินไปแล้ว!”
ในสำนักศึกษาจั่วสุย คนจำนวนไม่น้อยกำลังชมการฝึกฝนของอวิ๋นโม่ในห้องต่อสู้ ต่างก็ส่งเสียงประหลาดใจไม่ขาดปาก ที่นี่มักมีเสียงต่อสู้รุนแรงดังขึ้นมาเสมอ เพราะอวิ๋นโม่ฝึกฝนอยู่ที่นี่ จากระดับท่องพันลี้ชั้นต้นจนมาถึงระดับท่องพันลี้ชั้นสูงสุดแล้ว
ตูม!
เกิดเสียงดังสนั่นในฉับพลัน ค่ายกลรอบห้องต่อสู้สั่นสะเทือนรุนแรง สีหน้าของคนโดยรอบเปลี่ยนไปทันที บางคนเอ่ยอย่างตกใจ “หลบเร็ว!”
ตูม!
เสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นค่ายกลด้านนอกห้องก็แตกสลาย ลำแสงจากหมัดที่น่ากลัวสายหนึ่งทะยานออกมา ทำให้กำแพงด้านหน้ากลายเป็นผุยผง ห้องทั้งห้องพังทลาย ร่างสองร่างพุ่งออกมาจากซากปรักหักพัง
หนึ่งในนั้นย่อมเป็นอวิ๋นโม่ ส่วนอีกผู้หนึ่งก็คืออาจารย์หุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักศึกษาจั่วสุย ในมือของอาจารย์ผู้นั้นถือศีรษะที่ปราศจากชีวิตหัวหนึ่งเอาไว้พลางยิ้มอย่างขมขื่น “สหายอวิ๋นโม่ ต่อไปเกรงว่าข้าคงไม่อาจช่วยเหลือเจ้าได้แล้ว หุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าต้านหมัดของเจ้าไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว”
คนรอบๆ มองเงาร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาทั้งเคารพทั้งนับถือ เป็นแค่ลูกศิษย์คนหนึ่งเท่านั้นแต่ความสามารถนับว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของสำนักศึกษาจั่วสุยแล้ว
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของท่านตลอดช่วงหลายวันนี้ หินวิญญาณเหล่านี้น่าจะเพียงพอที่จะสร้างหุ่นเชิดตัวใหม่ได้” อวิ๋นโม่สะบัดมือส่งหินวิญญาณหมื่นชั่งออกไป หลายวันมานี้หินวิญญาณที่จ่ายออกไปชดเชยค่าหุ่นเชิดทำเอาเขาเกือบจะกระเป๋ากลวงแล้ว
อาจารย์ท่านนั้นรับหินวิญญาณพร้อมรอยยิ้ม ได้ต่อสู้กับอวิ๋นโม่ไม่มีอะไรต้องละอาย สามารถพบจุดอ่อนของหุ่นเชิด ทั้งยังได้เงินมาทำหุ่นเชิดตัวใหม่ เขาย่อมต้องยินดีมาก หลายวันมานี้ไม่เพียงความสามารถของอวิ๋นโม่เพิ่มขึ้น เขาเองก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อย น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่เพิ่มเร็วเกินไปจนเขาตามไม่ทัน ต่อไปเกรงว่าจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว
“ไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้สหายอวิ๋นโม่แล้ว ต้องขออภัยด้วย” อาจารย์ท่านนั้นเอ่ยอย่างเสียใจ
อวิ๋นโม่โบกมือ “พอสมควรแล้ว ในอนาคตก็คงไม่จำเป็นอีก”
พูดแล้วเขาก็หันกายจากไป
มองอวิ๋นโม่จากไปแล้วก็มีบางคนเอ่ยเสียงเบา “ถึงความสามารถของอวิ๋นโม่จะเพิ่มขึ้นเร็วมาก แต่ข้ามักรู้สึกว่าสีหน้าของเขามีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
“ใช่ ข้าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
หลายคนมองอวิ๋นโม่เกิดความรู้สึกว่าเขามีอาการป่วยอันแปลกประหลาด แต่พลังของอวิ๋นโม่แข็งแกร่งมาก จึงเหมือนไม่ได้เจ็บป่วยตรงที่ใด
“ปรมาจารย์ ร่างกายของท่าน…” ฝานจิ่งเหวินมาพบอวิ๋นโม่และมองเขาอย่างเป็นห่วง ตอนนี้ฝานจิ่งเหวินเป็นแพทย์โอสถขั้นห้าที่แท้จริงแล้ว เขารู้ว่าร่างกายอวิ๋นโม่มีปัญหาบางอย่าง แต่ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกศิษย์ ไม่กล้าตรวจสอบร่างกายของปรมาจารย์โดยพลการ
“ไม่เป็นไร จำได้ไหมว่าข้าเคยขอให้เจ้าเก็บรวบรวมเมล็ดหญ้านกกระจอกม่วง รวบรวมได้เท่าไรแล้ว”
“น่าจะเก็บได้หลายหมื่นชั่งแล้ว เพราะพวกเรารวบรวมเอาไว้จำนวนมาก ตอนนี้ราคาเมล็ดหญ้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว” ฝานจิ่งเหวินตอบ เขาสงสัยมาตลอด ไม่รู้ว่าอวิ๋นโม่ให้เก็บรวบรวมเมล็ดหญ้านกกระจอกม่วงเพื่ออะไร
อวิ๋นโม่ยิ้ม “มีหลายหมื่นชั่งก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องรวบรวมอีก สิ่งนี้คือยาดีที่จะใช้รักษาร่างกายข้า”
หากพูดอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นลั่วเทียนหรืออวิ๋นโม่ต่างก็มีพรสวรรค์ยุทธ์ย่ำแย่ ไม่อาจนับเป็นอัจฉริยะได้ด้วยซ้ำ เหตุผลที่เขาเหนือกว่าคนอื่นๆ ได้ก็เพราะพึ่งพาโอสถหลายชนิด แต่หากใช้โอสถมากเกินและถี่เกินไป พิษในโอสถจะตกค้างและสะสมในร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนอื่นใช้โอสถน้อย ร่างกายสามารถขจัดพิษออกอย่างช้าๆ แต่อวิ๋นโม่ที่ใช้โอสถเช่นนี้ ระดับการสะสมพิษของโอสถในร่างย่อมมากเกินกว่าที่ร่างกายจะขับออกได้ทัน เมื่อพิษสะสมมากเข้าก็ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจนร่างกายไม่อาจขับพิษออกไปได้เอง
ตกอยู่ในสภาพที่พิษตกค้างระดับนี้ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์หรือแพทย์โอสถระดับเก้าก็ยังไร้หนทาง แต่สาเหตุที่อวิ๋นโม่สามารถอาศัยทักษะทางการแพทย์ของตนฝึกฝนเทพจักรพรรดิลั่วเทียนขึ้นมา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือศาสตร์ลับอย่างหนึ่งที่เขาบังเอิญได้รับมาเมื่อนานมาแล้ว ศาสตร์ลับนี้ไม่อาจประเมินคุณค่า บอกได้เพียงว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะไม่ว่าในร่างกายจะสะสมพิษใดเอาไว้ เมื่อหลอมรวมโอสถบางอย่างและใช้ศาสตร์ลับนี้ก็จะสามารถขับพิษที่อยู่ในร่างกายออกมาได้
แต่กระบวนการนี้ค่อนข้างเจ็บปวด นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อวิ๋นโม่ไม่อยากใช้โอสถช่วยพวกเมิ่งเอ๋อร์มากเกินไป
ตอนนี้พวกฝานจิ่งเหวินเห็นว่าร่างกายอวิ๋นโม่มีปัญหาเพราะพิษตกค้างจนถึงระดับที่แสดงผลางร่างกายแล้ว หากไม่ขับพิษออก ไม่เพียงจะมีผลกระทบต่อการฝึกฝน แม้แต่ชีวิตก็ตกอยู่ในอันตราย
ยาน้ำที่กลั่นจากหญ้านกกระจอกม่วงคือสิ่งที่จะช่วยขับพิษนี้
อวิ๋นโม่ไม่รีบร้อนขับพิษ เพราะการขับพิษใช้เวลายาวนาน ตอนนี้ใกล้ถึงสิ้นปีแล้ว ครอบครัวของเขาไม่เคยฉลองปีใหม่อย่างดีมาก่อน และปีหน้าเขาจะไปจากอาณาจักรจั่วสุย ปีใหม่นี้อวิ๋นโม่จะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นความเสียใจตลอดชีวิต
งานฉลองปีใหม่ปีนี้ตระกูลอวิ๋นคึกคักอย่างยิ่ง ขุมกำลังใหญ่น้อยใกล้ไกลต่างก็มาอวยพรปีใหม่ แม้ตอนนี้ตระกูลอวิ๋นจะยังไม่ยิ่งใหญ่ แต่ในเขตเทือกเขาเหนือเมฆาก็คือขุมกำลังที่ไม่ควรแตะต้องที่สุด อีกทั้งตระกูลอวิ๋นมีกำลังทรัพย์มาก เป็นคู่ค้าที่ดี ขุมกำลังต่างๆ จึงอยากกระชับความสัมพันธ์
สิ่งสำคัญที่สุดคือปีศาจตนนั้นของตระกูลอวิ๋น ลือกันว่าบรรลุถึงระดับคงเขตแดนแล้ว อายุยังน้อยก็มีความแข็งแกร่งระดับนี้ ภายหน้าจะต้องกลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของจั่วสุย ไม่มีใครไม่อยากผูกมิตรด้วย
น่าเสียดายที่อวิ๋นโม่ไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนหลังน้อยของตน สัมผัสความอบอุ่นในช่วงเทศกาลกับบิดา มารดา และน้องสาวซึ่งเป็นครอบครัวของเขา แขกที่เขายินดีต้อนรับมีเพียงสำนักดาบหลิวและตระกูลเหวินเหรินที่ช่วยตระกูลอวิ๋นในช่วงเวลาคับขันเท่านั้น
หลีเยียน อวิ๋นซั่งเฟิง และเมิ่งเอ๋อร์เหมือนจะรับรู้อะไรได้เลาๆ จึงทะนุถนอมช่วงเวลาอบอุ่นนี้เป็นพิเศษ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ อวิ๋นโม่ไม่ทำเรื่องอื่นอีก เพียงอยู่ร่วมกับครอบครัวของเขา
ในไม่ช้าเทศกาลโคมไฟก็ผ่านไป อวิ๋นโม่กลับไปที่สำนักศึกษาจั่วสุย จากนั้นก็ไปที่สำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์กับฝานจิ่งเหวิน
ในห้องหลอมโอสถหลัก อวิ๋นโม่ใช้เตาหลอมโอสถที่สืบทอดกันมาในสำนักโอสถหลอมหญ้านกกระจอกม่วงหลายหมื่นชั่งจนกลายเป็นยาน้ำที่มีความบริสุทธิ์สูง จากนั้นกระโดดลงไปในเตาหลอม แช่อยู่ในยาน้ำและใช้ศาสตร์ลับ เคล็ดวิชาขับพิษ!
วิชาขับพิษไม่มีผลต่อพิษอื่นๆ แต่หากเป็นพิษตกค้างจากโอสถ ไม่ว่าจะเป็นพิษที่ลึกล้ำขนาดไหนก็สามารถขจัดได้
พิษโอสถที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเขาถูกขับออกมาจากร่างกายด้วยวิชาขับพิษทีละน้อยๆ ละลายปนกับยาน้ำจากหญ้านกกระจอกม่วง ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้คิ้วของอวิ๋นโม่ขมวดลึก ความเจ็บปวดนี้ไม่ต่างกับการย้อนกระบวนการหลอมโอสถโลหิตเซียนในวันนั้น ทั้งยังใช้ระยะเวลานานมาก
อวิ๋นโม่ไม่ต่อต้านความเจ็บปวดนี้ เพราะพรสวรรค์ย่ำแย่เกินไป หากต้องการแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนบางอย่าง
หลายเดือนหลังจากนั้น อวิ๋นโม่ก็ฉลองวันเกิดอายุครบสิบเจ็ดปีของเขาในเตาหลอม พิษที่อยู่ในร่างกายถูกขจัดออกจนหมด
อวิ๋นโม่กระโดดออกจากเตาหลอมแล้วกระชับหมัด สายฟ้าเล็กๆ นับพันกะพริบอยู่ในนั้น นี่ไม่ใช่สายฟ้าธรรมดาแต่เป็นสายฟ้าที่ผสมกับมรรคาเต๋า!
จากระดับท่องพันลี้ชั้นสูงสุด อวิ๋นโม่เลื่อนเข้าสู่ระดับกึ่งคงเขตแดนอย่างราบรื่น!
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 367 ขจัดพิษ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com